หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 28 ฝากปั่นกลางราตรี
28 ฝากปั่นกลางราตรี
หอคอยชมจันทร์ สถานที่โอ่อ่าที่สุดในเมืองหลวง หอคอยแห่งนี้มีห้า ชั้น ชั้นล่างสุดต้อนรับพ่อค้ามั่งคั่ง ชั้นสองสําหรับขุนนางในราชสํานัก ชั้นสาม รับรองเสนาบดีขั้นหนึ่งและเชื้อพระวงศ์ ชั้นสี่เปิดรับเฉพาะแยกพิเศษ หากไร้ คําอนุญาตจากเจ้าของหอ ต่อให้เป้นผู้ใดก็ห้ามล่วงล้ําเ
ส่วนชั้นห้า คืออาณาเขตส่วนตัวของเจ้าของ ผู้ใดบังอาจเหยียบย่าง โดยมิได้รับอนุญาต ย่อมไม่มีจุดจบงดงาม ในเมืองหลวง หอคอยชมจันทร์ คือสัญลักษณ์แห่งสถานะ ฐานันดรถูกแบ่งอย่างชัดเจน และทุกคนต่างรู้จักที่ คําที่สูงดี ไม่มีผู้ใดทราบว่าเจ้าของตัวจริงคือใคร เพียงรู้ว่าผู้นั้นมิใช่คนที่ควร ล่วงเกิน หากถูกขึ้นบัญชีดําของที่นี่ เท่ากับถูกผลักตกจากเวทีสังคมในพริบ
ตา
ผู้ใดกล้าก่อเรื่อง? ไม่มี หลายคนคิดว่าชั้นห้าคงประดับประดา ผู้ใดกล้าก่อเรื่อง? ไม่มี หลายคนคิดว่าชั้นห้าคงประดับประดา
ฟุ่มเฟือยดุจวังทอง ทว่าผู้เคยเหยียบย่างล้วนรู้ ความงามของมันคือความ สงบ เรียบหรู ละเมียดละไม ค่ําคืนนี้ บนชั้นห้า บุรุษในอาภรณ์ยาวเอนกาย อย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้ไม้สาลี่แกะสลัก ใบหน้าคมคายประณีต ผสาน อํานาจสูงศักดิ์อย่างเป็นธรรมชาติ ในมือเขา…ถือปิ่นปักผมเล่มหนึ่ง
ปลายนิ้วลูบไล้แผ่วเบา ดวงตาเจือแววอ่อนโยนราวกําลังประคองคน รัก อีกด้านหนึ่ง บุรุษอาภรณ์แดงสดนั่งพิงเสา มองด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ งาม งามเสียจนเกินมนุษย์ ผิวขาวดุจหยก ดวงตากลมดั่งดวงดาว ริมฝีปาก ชมพูอิ่มละมุน อาภรณ์แดงเพลิงยิ่งขับเน้นความยั่วยวนจนคนมองแทบหลง
ผิด
“ซวี่… ปิ่นเล่มนั้นงามกว่าข้าหรือ?”
เยาแง้มริมฝีปากเอ่ยเสียงทอด
“เจ้ามองมันนานเกินไปแล้ว”
บุรุษชุดขาว ซือถูซวี่ เอ่ยอย่างเรียบเฉย
“ชื่อหยวน เจ้ายุ่งเกินควรแล้ว”
พร้อมกันนั้น เขาเก็บปิ่นเข้าชายเสื้อ
“โอ๊ย… คําเจ้าช่างทําร้ายจิตใจย้ายิ่งนัก”
ชื่อหยวนยกมือทาบอก แสร้งสะท้าน
“ข้าทุ่มเทให้เจ้ามากเพียงใด วันนี้เจ้ากลับหลงใหลปั่นเล่มเดียวจนลืม
ย้า ช่างไร้หัวใจนัก”
ซือถูซวี่คร้านแม้แต่จะเหลียวมอง ลุกขึ้นเตรียมออกไป
“เฮ้ ชวี่ ตึกตื่นป่านนี้จะไปไหน?”
ชื่อหยวนร้องตาม
“เฮ้ ชวี่ ดึกดื่นป่านนี้จะไปไหน?”
ชื่อหยวนร้องตาม
“หรือจะกลับจวน?”
อีกฝ่ายไม่ตอบ เขาเดินไปยังหน้าต่าง แม้จะเป็นชั้นห้า แต่เขาเหิน กายออกไปอย่างไม่ลังเล ร่างยาวเลือนหายใต้แสงจันทร์ ไม่นานนัก หน้าต่าง ห้องหอของจ้าวเย่อหวั่นถูกเปิดอย่างเงียบงัน ร่างในชุดยาวก้าวเข้าอย่าง ชํานาญ บนเตียง หญิงสาวยังหลับสนิท มิรู้ว่ามีเงาใครมาเยือน
ซือถูซวี่ก้าวไปข้างเตียง มองใบหน้าหลับใหลของนาง อดยิ้มบางมิได้ “เจ้าตัวเล็ก…
77
ยามหลับ ใบหน้าที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับเผยความไร้เดียงสา บางที…เฉพาะเวลานี้เท่านั้น นางจึงได้เป็นตัวของตนจริง ๆ ครู่หนึ่ง เขาหยิบ
Pi…
- £…….
ยามหลับ ใบหน้าที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกกลับเผยความไร้เดียงสา บางที…เฉพาะเวลานี้เท่านั้น นางจึงได้เป็นตัวของตนจริง ๆ ครู่หนึ่ง เขาหยิบ | ปิ่นออกจากอกเสื้อ วางไว้ข้างหมอนอย่างแผ่วเบา ภายใต้แสงจันทร์ ปิ่นหยก คําส่องประกายลุ่มลึก
หากจ้าวเข่อหรันเห็น นางคงตกตะลึง เพราะมันคล้ายปิ่นไม้ที่นางเคย เหลียวมองในตลาดวันนั้น เพียงแต่ เล่มนี้สลักจากหยกดําชั้นเลิศ ผิวเรียบ ลื่น เงาวาวดั่งนํ้าหมึก แท้จริง มิใช่เล่มเดียวกัน
ซือถูชวี่เสาะหาหยกดําชั้นยอด วาดแบบตามความทรงจํา แล้วให้ช่าง ฝีมือชั้นครูแกะสลัก มูลค่า….สูงกว่าปั่นไม้หลายร้อยหลายพันเท่า วางของ แล้ว เขามองนางอีกครั้งอย่างอาลัย ก่อนเหินกายจากไป
ในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น จ้าวเข่อหรันคล้ายเห็นเงายาวเลือนราง ทว่าชั่ว พริบตา นางก็จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ค่ําคืนนี้ นางหลับอย่างสงบ ต่างจาก เรือนเชียอวี่ แม้ยามนี้จะล่วงเข้าเวลาฉือชื่อหนึ่งเค่อแล้ว ตะเกียงยังสว่าง
ในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น จ้าวเย่อหรันคล้ายเห็นเงายาวเลือนราง ทว่าหัว พริบตา นางก็จมสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง ค่ําคืนนี้ นางหลับอย่างสงบ ต่างจาก เรือนเชียอวี่ แม้ยามนี้จะล่วงเข้าเวลาฉือชื่อหนึ่งเค่อแล้ว ตะเกียงยังสว่าง จ้าวเย่อเหรินนั่งอยู่บนฝั่ง ใบหน้าหงุดหงิด เสียนอวิ๋นยืนโบกพัดอยู่ข้าง ๆ “เสียนอวิ๋น เจ้าคิดว่าถ้าควรทําอย่างไรดี?”
น้ําเสียงจ้าวเย่อเหรินเต็มไปด้วยความว้าวุ่น
“ตั้งแต่จ้าวเข่อหรันฟื้นขึ้นมา หลายอย่างก็หลุดจากการควบคุม ท่าน พ่อท่านแม่ รีบหาคู่ให้ข้าเสียแล้ว จ้าวอิงก็เอาเรื่องวันนั้นที่ข้าผลักนางตกน้ํา มาข่มขู่ ข้ารู้สิกราวตกอยู่กลางพายุ”
เสียนอวิ๋นครุ่นคิด
“คุณหนู เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือจัดการคุณหนูสามก่อน พรุ่งนี้พวก ท่านต้องไปจวนถั่วกงเรียนกับแม่นมจินแล้ว หากยังปล่อยไว้ย่อมมิได้ ส่วน เรื่องสู่ขอ เพิ่งเริ่ม ยังไม่ตัดสินในเร็ววัน ค่อยหาทางแก้ภายหลังก็ยังทัน”
จ้าวเย่อเหรินยมวดคิ้ว
“แต่จะจัดการจ้าวอิงอย่างไรดี? วันนั้นนางเห็นทุกอย่าง หากนาง ฟ้อง ท่านพ่อท่านแม่ ย่อมลงโทษย้า และจ้าวเบื่อหรันก็จะตีตัวออกห่าง สิ่งที่
ย้าทุ่มเทมาหลายปีจะสูญเปล่า”
ความเงียบปกคลุม เสียนอวิ๋นถอนหายใจ
“หากทําให้ นายท่านกับฮูหยิน ไม่เชื่อคําของคุณหนูสามได้ก็คงดี…”
คําพูดที่กล่าวลอย ๆ แต่ผู้ฟังกลับเก็บใส่ใจ จ้าวเย่อเหรินหรี่ตา ประกายโหดเหี้ยมวาบผ่านดวงตา ในความมืด….แผนร้ายเริ่มก่อตัว คืนนี้
เงียบงันนัก ทว่าภายใต้ความสงบนั้น
ไฟริษยาและความทะเยอทะยานกําลังเผาไหม้อย่างเงียบเชียบ….