หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 29 สัมผัสแห่งความผิดปกติ
29 สัมผัสแห่งความผิดปกติ
ยามรุ่งสางยังไม่ทันมีเสียงเคาะประตูจากหลิงเอ๋อร์หรือหลงเอ๋อร์
จ้าวเข่อหรันก็ลืมตาตื่นเสียก่อน นางเองก็ไม่แน่ใจว่าเหตุใดวันนี้จึงตื่นเร็วกว่า ปกติ แต่เมื่อตื่นแล้วก็ไม่คิดจะนอนต่อ นางค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง ยืดแขน เหยียดกายเบา ๆ อย่างเกียจคร้าน ครั้นสายตาเหลือบไปยังหัวเตียง กลับ เห็นบางสิ่งสะท้อนแสงราง ๆ
“นี่คือ…?”
นางหยิบขึ้นมาดู เพียงแรกเห็นก็ถึงกับชะงัก ปิ่นปักผมทําจากหยก ดําชั้นเลิศ ตัวปิ่นเรียบลื่นดุจผิวน้ํายามราตรี ปลายปืนสลักเป็นดอก เหมยบานสะพรั่ง ใต้ดอกเหมยมีผีเสื้อหยกดําห้อยระย้า เห็นได้ชัดว่าทั้งปั่น
และผีเสื้อถูกแกะจากหยกก้อนเดียวกัน งานฝีมือประณีตถึงขั้นไร้ที่ติ
สิ่งที่ทําให้นางใจเต้นแรง มิใช่เพราะความงดงาม หากเพราะมันคล้าย คลึงกับปิ่นไม้ที่นางเคยสะดุดตาในตลาดวันนั้นอย่างน่าประหลาด เพียงแต่
ของในมือขณะนี้ล้ําค่ากว่าเทียบกันมิได้
ทว่า… เรื่องสําคัญยิ่งกว่าคือ มันมาอยู่บนหัวเตียงของนางได้อย่าง ไร? ผู้ใดกันเป็นคนนํามาวางไว้? จ้าวเข่อหรัน ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดเท่าไรก็ไร้คํา ตอบ พลันภาพเมื่อคืนก็ผุดขึ้นในความทรงจํา ครึ่งหลับครึ่งตื่น ราวเห็นเงา ร่างในชุดยาวยืนอยู่ใกล้เตียง เมื่อนึกได้ดังนั้น นางรีบเงยหน้ามองไปทางหน้า
ต่าง
หัวใจพลันสะดุด หน้าต่าง… เปิดอยู่ นางจําได้แม่นยํา ก่อนเข้านอนได้ สั่งให้หลิงเอ๋อร์ปิดหน้าต่างเรียบร้อยแล้ว แล้วใครเป็นผู้เปิด? เงาร่างชุดยาว นั้นมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงความฝัน? หากเป็นจริง เขาคือผู้ใด? มีจุด ประสงค์ใด? ปิ่นหยกดํานี้เป็นของเขาหรือไม่? แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่านาง ชอบปิ่นลักษณะนี้?
คําถามมากมายผุดขึ้นในใจดุจสายฝน แต่ไร้คําตอบแม้เพียงหยด เดียว อย่างไรก็ดี มีสิ่งหนึ่งที่นางแน่ใจ ไม่ว่าปั่นนี้จะมาจากผู้ใด ก็ไม่ควรให้ ใครพบเห็น มิฉะนั้นอาจกลายเป็นชนวนเรื่องร้ายโดยไม่จําเป็น คิดได้ดังนั้น นางรีบนําปิ่นไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดกล่องเก็บเครื่องประดับ แล้ววางปิ่น หยกดําไว้ชั้นล่างสุดอย่างระมัดระวัง เมื่อปิดกล่องเรียบร้อย จึงถอนหายใจ
เบา ๆ
ทว่าไม่นาน ความรู้สึกผิดปกติบางอย่างก็แล่นวาบขึ้นในอก ผิด
ปกติ… ตรงไหน? จ้าวเข่อหรันครุ่นคิดอีกครั้ง ทันใดนั้น ดวงตาก็วาววับ นาง รีบเปิดกล่องออกอีกครา เทเครื่องประดับทั้งหมดลงบนโต๊ะ แล้วนับทีละชิ้น อย่างละเอียด
ยาดไปหนึ่งชิ้น ไม่ใช่ปืนธรรมดา แต่เป็น “ปิ่นปู้เหยา” ชิ้นสําคัญยิ่ง ใครกัน? ดวงตาของจ้าวเย่อหวั่นหรี่ลง แววเย็นเยียบฉายชัด ผู้ที่เข้าออก ห้องนางได้โดยเสรี นอกจากคนในครอบครัว ก็มีเพียงหลิงเอ๋อร์ หลงเอ๋อร์ และแม่นมเยว่เท่านั้น มุมปากของนางกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
ชาติที่แล้ว นางเคยพบว่าเครื่องประดับหายไปบ้างเป็นครั้งคราว ทุก
ครั้งหลิงเอ๋อร์มักเอ่ยกลบเกลื่อนว่านางคงจําผิด เพราะของที่หายล้วนเป็น เพียงชิ้นเล็ก ๆ มิได้ล้ําค่า นางจึงมิได้ใส่ใจ บัดนี้คิดย้อนกลับ…. เก้าส่วนในสิบ คงเป็นฝีมือหลิงเอ๋อร์
ทว่าครั้งก่อนหล่อนยังเพียงแอบหยิบของจุกจิก ครั้งนี้กลับกล้าลงมือ
กับ ปิ่นปู้เหยา ช่างกล้านัก… หรือเห็นว่าชีวิตตนไร้ค่า? จ้าวเย่อหรับกวาดตา มองเครื่องประดับในกล่อง ชิ้นที่เก็บไว้ล้วนเป็นของล้ําค่า นางไม่ค่อยสวมใส่ ก็เพราะเกรงจะสะดุดตาผู้คน มิใช่เพราะไม่เห็นคุณค่า
ดูท่าหลิงเอ๋อร์จะเข้าใจผิด คิดว่านางไม่ใส่ใจ จึงกล้าโลกมาก แต่ต้อง ยอมรับว่า หล่อนมีสายตาเลือกของดี ปิ่นเหยาชิ้นนั้นมิใช่แพงเพราะราคา หากเพราะที่มา มันมีความหมายพิเศษเกินกว่าจะประเมินค่าได้ คนทั่วไป ย่อมไม่กล้าแตะต้อง แต่หลิงเอ๋อร์… กลับโง่เขลาถึงเพียงนั้น
เดิมทีนางยังคิดหาทางกําจัดหลิงเอ๋อร์ ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะรีบรน หาที่ตายเสียเอง จ้าวเข่อหรันครุ่นคิดอย่างรอบคอบ จะจับโจรย่อมต้องจับ พร้อมของกลาง หลิงเอ๋อร์ไม่มีทางเก็บปิ่นปู้เหยาไว้ใช้เอง นางย่อมต้องนําไป
จํานํา
และหากจะจํานํา สถานที่ที่เหมาะสมที่สุดย่อมเป็น “ร้านเยว่หลาย” ที่ ขึ้นชื่อเรื่องความน่าเชื่อถือ แต่จะส่งใครไปตรวจสอบ? การออกจากจวน สําหรับสตรีห้องหอหาใช่เรื่องง่าย นางถอนหายใจแผ่วเบา แม้จะหวนคืนชาติ ภพ แต่กรงทองก็ยังเป็นกรงทอง การจะทําสิ่งใดต้องอาศัยมือผู้อื่น
ดูท่า…. นางจําต้องสร้างคนของตนเองเสียแล้ว เรื่องอื่นอาจรอได้ แต่ เรื่องนี้ ต้องจัดการทันที ใครกันเล่าจะช่วยนางได้? พลันในใจนางปรากฏชื่อ หนึ่งขึ้นมา จ้าวเย่อเฟิง น้องชายสายรองของนางเอง