หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 30 วางแผน
30 วางแผน
หลังเสร็จมื้อเช้า จ้าวเย่อหรันหันไปสั่งแม่นมเยว่เสียงเรียบ
“แม่นมเยว่ ส่งคนไปยังสวนสุ่ยเฟิง บอกว่า บ่ายวันนี้ถ้าจะไปเยี่ยมชุ อี๋เหนียงกับเฟิงเอ๋อร์ ถามดูว่าพวกเขาสะดวกหรือไม่”
แม่นมเยว่ยังไม่ทันตอบ หลิงเอ๋อร์ก็แทรกขึ้นเสียก่อน
“คุณหนูจะไปสวนสุ่ยเฟิงหรือเจ้าคะ? หากไปพบซุ่นอี้เหนียงกับคุณ ชายเฟิง…ท่านไม่เกรงว่าฮูหยินจะกริ้วหรือ?”
จ้าวเย่อหรันแค่นหัวเราะในใจ บทเรียนครั้งก่อนดูเหมือนยังไม่ทํา ให้หลิงเอ๋อร์รู้จักที่ต่ําที่สูง…แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะจัดการนาง สิ่งสําคัญที่ สุดคือการตามหา ปิ่นปักผมปู้เหยาลายโบตั๋น เล่มนั้น เพราะมันมิใช่เพียง กุญแจโค่นหลิงเอ๋อร์ หากยังเป็นยองสําคัญที่สูญหายไม่ได้เด็ดยาด
“หลิงเอ๋อร์!”
แม่นมเยว่เอ็ดเสียงเข้ม
“เรื่องของคุณหนู เป็นสิ่งที่เจ้ามีสิทธิ์วิจารณ์หรือ?”
“แม่นมเยว่ ข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น เพียงเตือนคุณหนูไม่ให้ทําให้ฮูหยิน
ขุ่นเคืองเท่านั้น”
หลิงเอ๋อร์ตอบอย่างไม่ยอมถอย นางยังเชื่อว่าตนเป็นที่พึ่งพิงของคุ หนูใหญ่ดั่งเดิม เดิมทีจ้าวเย่อหวั่นไม่คิดเอาความ แต่เมื่ออีกฝ่ายรุกล้ําความ อดทนครั้งแล้วครั้งเล่า นางก็ไม่จําเป็นต้องอ่อนข้ออีก
“อ้อ…เช่นนั้นหรือ?”
นางยกยิ้มบาง ๆ หากแฝงคมมีด
ๆ
“ดูเหมือนเจ้าจะเข้าใจมารดาย้ายิ่งกว่าข้าเสียอีก ผู้ไม่รู้คงนึกว่าเจ้า
เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนไท่ซือกระมัง”
“คุณหนู…”
หลิงเอ๋อร์เริ่มหวาดหวั่น
“ปัง!”
ฝ่ามือเรียวตบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น จ้าวเย่อหรันหรี่ตา น้ําเสียงไม่
ตั้งแต่หนักแน่นจนน่าเกรงขาม
“เจ้าชักจะกล้าดีขึ้นทุกวัน ถึงกับคิดชี้นําข้า ข้าไปเยี่ยมซุ่นอี้เหนียง กับเฟิงเอ๋อร์ เหตุใดมารดาย้าต้องกริ้ว? หรือเจ้าหมายความว่ามารดาข้าใจ แคบ อิจฉาริษยา มิอาจยอมรับผู้เป็นอนุได้? เจ้ากําลังใส่ร้ายฮูหยินภรรยา
เอกแห่งจวนไท่ซือว่าไร้น้ําใจเช่นนั้นหรือ?”
นางเว้นวรรค ก่อนเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มเย็นเฉียบ
“คําพูดเช่นนี้ หากหลุดไปถึงหูท่านอวี้สื่อ แล้วถูกถวายฎีกาต่อฮ่องเข เจ้าคิดหรือว่าจะเพียงโทษเล็กน้อย? เจ้าจะผลักจวนไท่ซือไปอยู่จุดใด?”
ถ้อยคําเรียบเฉย แต่หนักหนาราวภูผาทับอก หลิงเอ๋อร์หน้าซีด รีบ คุกเข่าลง โยกศีรษะไม่หยุด
“บ่าวมิกล้า โปรดเมตตาบ่าวด้วยเจ้าค่ะ!”
“เอาเถิด”
จ้าวเย่อหรันถอนหายใจเบา คล้ายไม่อยากสืบความ
“ข้าถือว่าเจ้ามิได้เจตนา วันนี้กลับไปอยู่ในห้อง ไม่ต้องมาปรนนิบัติ ปิดประตูใคร่ครวญความผิดเสีย จําไว้ อย่าให้มีครั้งหน้า”
“ขอบพระคุณคุณหนู!”
หลิงเอ๋อร์รีบลุกขึ้น ดวงตาฉายแววลอบยินดี นางมั่นใจอยู่แล้วว่า อย่างไรคุณหนูก็ไม่อาจตัดใจลงโทษหนัก ที่แท้ก็เพียงให้พักงานวันหนึ่งเท่า นั้น เมื่อหลิงเอ๋อร์ลับหลัง จ้าวเย่อหรันจึงเผยสีหน้าเย็นชาออกมา นาง หัวเราะเบา ๆ อย่างเหยียดหยัน หลิงเอ๋อร์คิดว่านางอ่อนใจหรือ? แท้จริงคํา พูดนั้นมิได้ร้ายแรงถึงเพียงที่กล่าว แต่วันนี้นางต้องไปขอความช่วยเหลือ จากเฟิงเอ๋อร์ เรื่องนี้ไม่ควรให้หลิงเอ๋อร์ล่วงรู้ จึงต้องหาทางกันนางออกไป เสียก่อน
“แม่นมเยว่ ไปกันเถิด” นางกล่าวเรียบ
ให้หลงเอ้อ อยู่รับใช้ก็พอ”
“เจ้าค่ะ” แม่นมเยวค้อมกายแล้วออกไป
จ้าวเย่อหรันหันไปสั่งหลงเอ๋อร์
“ช่วงนี้จับตาดูหลิงเอ๋อร์ให้ดี หากมีสิ่งใดผิดปกติ รีบมารายงานข้า
เข้าใจหรือไม่?”
“เข้าใจเจ้าค่ะ คุณหนู”
แม้ไม่เข้าใจเหตุผล แต่หลงเอ๋อร์ก็รับคําโดยไม่ถาม แผนของ จ้าวเข่อหรันคือให้จ้าวเย่อเพิ่งช่วยตามหาปิ่นโบตั๋นโดยเร็ว นางวางทุกอย่าง
ไว้อย่างรอบคอบ ทว่า…คําโบราณกล่าวไว้ถูกต้อง แผนย่อมตามไม่ทันการ เปลี่ยนแปลง เพราะในขณะที่นางกําลังคิดอ่าน จ้าวเย่อเหรินเองก็กําลังวาง
หมากอยู่เช่นกัน
ณ เรือนเชียอวี่
จ้าวเย่อเหรินนั่งจิบชาอย่างสงบนิ่ง ไม่หลงเหลือเค้าความกระวนกระ วายเมื่อวันก่อน ท่าทีผ่อนคลายดุจดอกบัวลอยเหนือน้ํา เสียนอวิ๋นยืนพัดอ
ข้างกาย
“คุณหนู….ท่านแน่ใจหรือว่าจะทําเช่นนั้น?”
เสียนอวิ๋นถามด้วยความกังวล
“มันอาจอันตรายเกินไปนะเจ้าคะ”
“วางใจเถิด”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มอย่างมั่นใจ
“ข้าคํานวณไว้หมดแล้ว หากสําเร็จ ไม่เพียงเรื่องของจ้าวอิงจะหมด
ปัญหา แม้แต่การแต่งงานกับจวนจงอี้โหว…ก็จะเป็นของข้าแน่นอน”
เสียนอวิ๋นยังลังเล
“แต่คุณหนูไม่จําเป็นต้องเสี่ยงถึงเพียงนี้
“หากไม่ยอมเสี่ยง จะได้สิ่งใดมาเล่า?”
แววตาของจ้าวเย่อเหรินวาวโรจน์
“ครั้งนี้มีแต่สําเร็จ ห้ามล้มเหลว เข้าใจหรือไม่?”
“เจ้าค่ะ บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อย”
“ดี”
นางวางถ้วยชาเบา ๆ
“แน่ใจหรือว่า ชื่อจื่อหลิน จะมา?”
“แน่ใจเจ้าค่ะ ชื่อจื่อจะมาถึงในช่วงบ่าย”
จ้าวเย่อเหรินยกยิ้ม ยิ้มบาง ดวงตาลึกซึ้งยากหยั่งถึง
“เช่นนั้น….ก็เดินตามแผน