หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 3 ถูกใส่ร้าย (3)
3 ถูกใส่ร้าย (3)
โดย : ข้าวโพดผจญภัย
“หลงเอ๋อร์ เจ้าจะใส่ร้ายข้าเช่นนี้ได้อย่างไร?”
หลิงเอ๋อร์รีบแก้ตัว เสียงอ่อนหวานแต่แฝงพิษ
“ในเมื่อคุณหนูไม่โปรดปรานเจ้า เวลาไปพบชายผู้นั้นลับหลังใคร เล่า จะบอกเจ้า? อีกอย่าง เจ้าบอกว่าข้าถูกใครสั่งมาใส่ร้ายคุณหนู งั้นก็ ว่ามาสิ ข้าถูกผู้ใดใช้ มีหลักฐานใดเล่า?”
“เจ้า”
หลงเอ๋อร์เป็นคนพูดไม่เก่ง ถูกย้อนถามเช่นนั้นก็อึ้งงัน คําพูดติด
ค้างในลําากอ
“พอได้แล้ว! หุบปากให้หมด”
จ้าวซงตวาดลั่น เสียงดังสะเทือนโถง
“ท่านพ่อ โปรดระงับโทสะเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อเหรินรีบก้าวเข้าไป สีหน้ากตัญญูอ่อนหวาน
“ท่านพ่อ ตอนนี้ควรทําอย่างไรดีเจ้าคะ เรื่องราวก็เห็นชัดอยู่ แล้ว พี่สาวทําเรื่องอัปยศเช่นนี้ ยังจะหวังแต่งเข้าจวนซื่อจื่อได้อีกหรือ?”
“เรื่องกลายเป็นเช่นนี้ นางยังกล้าฝันจะเป็นฮูหยินชื่อจื่ออีกหรือ ฝันกลางวันชัด ๆ!” จ้าวซงเดือดดาล
“ได้คู่ครองดีถึงเพียงนี้กลับไม่รู้จักถนอม ก่อนวันแต่งงานยังกล้า
ลอบพบชายอื่น ข้าช่างอับอายที่มีบุตรีเช่นนี้!”
จ้าวเข่อเหรินกล่าวต่ออย่างสุขุม
“ท่านพ่อ ตอนนี้มิใช่เวลาต่อว่าเจ้าค่ะ งานวิวาห์ใกล้เข้ามาแล้ว แต่พี่สาวกลับทําผิดศีลธรรม หากเรื่องนี้ถึงหูจวนจงอี้โหว พวกเขาคงไม่ ยอมเลิกรา อีกทั้งหากข่าวแพร่ไปถึงตระกูลใหญ่ ตําแหน่งเจ้าบ้านรุ่นถัด ไป ท่านพ่อคงหมดสิทธิ์โดยสิ้นเชิง มิหนําซ้ําหากถึงหูขุนนางตรวจการ แล้วถูกฟ้องว่าปกครองบ้านไม่เรียบร้อย อนาคตขุนนางของท่านพ่อจะ
เป็นเช่นไรเจ้าคะ?”
คําพูดนั้นราวคมมีดเย็นเยียบ จ้าวซึ่งเงียบงัน ใบหน้าครุ่นคิด หนัก ส่วนจ้าวเข่อหรันนั้น เพียงได้ยินคําของน้องสาวก็เหมือนฟ้าผ่า กลางใจ คนที่นางรักและไว้ใจที่สุด กลับเป็นผู้ตอกตรึงโทษให้นางอย่าง ไร้เยื่อใย แต่จ้าวเข่อเหรินยังไม่แม้แต่จะชายตามองพี่สาว กล่าวต่อด้วย
น้ําเสียงห่วงใยแสนประดิษฐ์
“ในจวนไท่ซื้อยังมีคุณหนูอีกหลายคนที่ยังมิได้หมั้นหมาย หาก เรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะยังหาคู่ครองดี ๆ ได้หรือไม่? แล้วยังน้อง ชาย ท่านพ่อ เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของท่าน หากวันหน้าหาคู่ครองดี ไม่ได้ จะทําเช่นไรเล่าเจ้าคะ?”
ABOUT TOTITION YEYIN VIND PETE
เรื่องนี้แพร่ออกไป พวกเราจะยังหาคู่ครองดี ๆ ได้หรือไม่? แล้วยังน้อง ชาย ท่านพ่อ เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของท่าน หากวันหน้าหาคู่ครองดี ไม่ได้ จะทําเช่นไรเล่าเจ้าคะ?”
ผู้ใดจะรู้ว่าปกติแล้วนางแทบไม่เคยเหลียวแลพี่น้องต่างมารดา แม้แต่น้อย ทว่าบัดนี้กลับทําท่าห่วงใยราวเทวดาผู้มีเมตตา ทว่าในสาย ตาจ้าวถึง กลับเห็นเพียงความกตัญญูอันงดงามของบุตรีผู้เลอเลิศ ยิ่ง เปรียบเทียบกับจ้าวเข่อหวั่นที่ทําลายชื่อเสียงจวนไปซื้อ ก็ยิ่งชังน้ําหน้า
เขาคิดอย่างถี่ถ้วน หากเรื่องแพร่ออกไป บุตรีทั้งหลายย่อมหาคู่ ยาก โดยเฉพาะเอ่อเหริน บุตรีผู้สมบูรณ์แบบ ผู้จะพาเขาก้าวสู่ความรุ่ง เรื่อง อีกทั้งบุตรชายเพียงคนเดียว และตําแหน่งเจ้าบ้านที่ยังมิได้ตัดสิน หากเกิดเรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ บิดาของเขาจะมอบตําแหน่งให้ผู้ใดได้เล่า? คนที่แม้แต่บ้านเล็กยังดูแลมิได้ จะปกครองตระกูลใหญ่ได้อย่างไร? คิด ถึงตรงนี้ จ้าวซงกัดฟันสั่งเสียงเย็น
“เรียกคนมา! ชายผู้นั้นที่เพิ่งจับได้ โบยด้วยกระบองจนตาย แล้ว หามศพไปส่งศาลซุนเทียน บอกว่ามีโจรลอบเข้าจวน ถูกพบแล้วคิดทํา ร้ายคน จึงถูกยามประจําจวนตีจนสิ้นใจ”
กล่าวจบ เขาเหลือบมองจ้าวเข่อหรัน สีหน้าเย็นชา
“เตรียมสุราพิษให้พร้อม จะรายงานว่าคุณหนูใหญ่ตกใจเกินไป โรคเก่ากําเริบเฉียบพลัน และจากไปอย่างกะทันหัน”
“ท่านพ่อ!”
จ้าวเข่อหวั่นมองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ชายผู้ไร้หัวใจตรง
หน้า คือบิดาผู้ให้กําเนิดนางจริงหรือ? ไม่นาน พ่อบ้านอวี่ป๋อก็ถือไหสุรา เดินเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนแต่แฝงความตาย
“ท่านพ่อ อย่านะเจ้าคะ!”
จ้าวเข่อหรันร่ําไห้ น้ําตาไหลอาบแก้มงามราวดอกสาลี่ต้องฝน
ทว่าในโถงใหญ่กลับไร้ผู้ใดคิดเอ่ยคําขอชีวิตให้นาง นางกวาดตามอง รอบด้าน แล้วรีบคลานไปกุมชายกระโปรงฉินเซียงเหอ
“ท่านแม่ เรื่องวันนี้ลูกถูกใส่ร้าย ลูกบริสุทธิ์ ลูกมิได้ทําสิ่งใดผิด เลยนะเจ้าคะ!”
สกปรก
ฉินเซียงเหอไม่แม้แต่จะมอง สะบัดนางออกประหนึ่งปัดฝุ่นผง
“น้องหญิง… เซ่อเหริน…”
จ้าวเข่อหรันหันไปหาน้องสาว จ้าวเข่อเหรินกลับเบือนหน้าไปอีก
ทาง ราวกับตรงนั้นว่างเปล่า ไม่มีใครยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่
น้อย…