หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 4 ถูกใส่ร้าย (4)
“เรียกคนมา! จับตัวคุณหนูใหญ่”
จ้าวซึ่งออกคําสั่งเสียงเย็นชา ไร้แม้เศษเสี้ยวความลังเล
“ท่านพ่อ อย่านะเจ้าคะ!”
ในห้วงวินาทีที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนปลายเส้นผม เด็ก ชายตัวน้อยผู้หนึ่งพุ่งเข้ามา โผเข้ากอดขาจ้าวซึ่งแน่น ร้องไห้สะอื้น
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าจะมาที่นี่ทําไม?”
จ้าวซึ่งมองบุตรชายเพียงคนเดียวของตนด้วยความประหลาดใจ
“คารวะท่านพ่อ คารวะฮูหยินใหญ่”
ซุน เหนียงและแม่นมเยว่ที่ตามมาภายหลังรีบก้มคํานับ เห็น ได้ชัดว่าทั้งซุนยี่เหนียงและจ้าวเข่อเพิ่งถูกเยว่พามา ฉินเซียง เหอเหลือบมองสตรีที่ให้กําเนิดบุตรชายคนเดียวแก่สามี สีหน้าเย็นชาดุจ
นํ้าค้างเหมันต์
“ซุน เหนียง เจ้าเห็นหรือไม่ว่าท่านพี่กําลังจัดการเรื่องในจวน เหตุใดจึงบังอาจพาเด็กเข้ามาวุ่นวาย?”
ซุน เหนียงคุกเข่าลงอย่างสงบ
“นายท่าน ฮูหยิน ข้าน้อยได้ยินเรื่องราวคร่าว ๆ แล้ว วันนี้ช่างน่า สงสัยนัก ข้าน้อยจึงกล้ากล่าวขอให้ท่านไต่สวนอย่างถี่ถ้วนก่อนตัดสิน ใจ อย่าได้ให้คุณหนูใหญ่ต้องรับเคราะห์โดยมีเป็นธรรมเลยเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มอ่อนหวาน ทว่าแววตากลับเย็นลึกไร้ไออุ่น นาง พยุงซุน เหนียงลุกขึ้น
“ซุน เหนียงวางใจเถิด ท่านพ่อได้สืบสวนกระจ่างแล้ว ไม่มีทาง ใส่ร้ายพี่สาวแน่นอน หรือท่านกําลังสงสัยว่าท่านพ่อแยกแยะผิดถูกมี เป็น แม้เรื่องเพียงนี้ก็จัดการไม่ได้?”
ถ้อยคําอ่อนโยนปานสายลม หากซ่อนคมมีดไว้ใต้ผืนแพร ทําให้
คิ้วของจ้าวซึ่งขมวดแน่น สีหน้ามืดทะมึนลงทุกขณะ
“ข้าน้อยมิกล้า” ซุน เหนียงรีบคุกเข่าลงอีกครั้ง
“หว่านเอ๋อร์ พาเฟิงเอ๋อร์กลับสวนสุยเพิ่งเสีย
จ้าวซงสั่งเสียงแข็ง
“เรื่องที่นี่มิใช่สิ่งที่เจ้าจะก้าวก่ายได้ กลับไปเสีย”
“นายท่าน”
ซุน เหนียงยังคิดจะพูด แต่ถูกตัดบทอย่างไร้เยื่อใย
“พอแล้ว กลับไป”
ไร้หนทาง ซุน เหนียงจําต้องพาบุตรชายกลับ ทว่าเด็กน้อยดิ้น
รนไม่ยอมไป
“คาเนินการต่อ”
จ้าวซงสั่ง
“อย่านะขอรับ ท่านพ่อ อย่าให้พี่ใหญ่ดื่มสุราพิษ!”
จ้าวเชอเฟิงร่ําไห้
“ท่านพ่อ ได้โปรดปล่อยพี่ใหญ่เกิด ได้หรือไม่?”
จ้าวเข่อหรัน มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่ร้าวราน ตลอดมา ฉินเซียงเหอชิงชังเหล่าอนุ โดยเฉพาะซุน เหนียงผู้ให้กําเนิดบุตรชาย นางจึงพยายามเอาใจมารดา ห่างเหินเหนียงและพี่น้องต่างมารดา
ทว่าในยามชีวิตแขวนอยู่บนคมดาบ มารดาที่นางเอาอกเอาใจ
กลับมิเอ่ยคําใดเพื่อช่วยนางสักร้อยเดียว ส่วนน้องสาวที่นางทะนุถนอม กลับซ้ําเติมอย่างแยบคาย ตรงกันข้าม เหนียงที่เคยถูกนางเย็นชาใส่ กลับกล้าฝืนอํานาจเพื่อทวงความยุติธรรมให้นาง และน้องชายต่าง
มารดาที่เคยเมินเฉยกลับร่ําไห้ขอชีวิตแทนนาง นางอดถามตนเองมิได้ ชีวิตที่ผ่านมานั้น นางช่างโง่งม เพียงใด
ต่อเสียงร้องไห้ของจ้าวเข่อเฟิง จ้าวจึงกลับเย็นชาไม่ไหวเอน เอ่ย
สั่งอีกครั้ง เยวพุ่งตัวออกมาขวาง น้ําตาไหลอาบแก้ม
ต่อเสียงร้องไห้ของจ้าวเข่อเฟิง จ้าวซึ่งกลับเย็นชาไม่ไหวเอน เอ่ย
สั่งอีกครั้ง เยวพุ่งตัวออกมาขวาง น้ําตาไหลอาบแก้ม
“นายท่าน ได้โปรดไว้ชีวิตคุณหนูใหญ่เถิด หากต้องมีผู้รับผิด ขอ ให้เป็นข้าน้อยแทนเถิด สุราพิษนั้น ข้าน้อยจะดื่มเอง เพียงนายท่านไว้ ชีวิตนาง นางคือสายเลือดของนายท่านนะเจ้าคะ!”
สิ้นคํา นางฉวยถ้วยสุราพิษจากมือบ่าว ยกดื่มรวดเดียวโดยมิ ลังเล ไม่นานนัก พิษกําเริบ ร่างนางทรุดลงสิ้นลมหายใจ
“แม่นม! แม่นม! อย่าทิ้งข้าไป!
จ้าวเข่อหรัน แทบคลุ้มคลั่ง เสียงร้องสะท้อนก้องทั่วเรือน เรียก หาสตรีผู้เลี้ยงดูนางด้วยชีวิต และยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องนาง
“เยว่า!”
จ้าวเข่อเพิ่งตะลึงงัน น้ําตาไหลอาบหน้า ทว่า จ้าวซึ่งยังคงเฉยชา
ดุจศิลาไร้หัวใจ
“เอาสุราพิษที่เหลือกรอกปากคุณหนูใหญ่”
“อย่านะ!”
จ้าวเข่อเพิ่งดิ้นรนจะพุ่งเข้าไป แต่ถูกบ่าวรับใช้ฉุดรั้งไว้ ซุน
เหนียงคุกเข่าอีกครั้ง เสียงสั่นเครือ
“นายท่าน โปรดไตร่ตรอง คุณหนูใหญ่ อย่างไรก็คือลูกในสาย เลือดของท่าน เลือดย่อมข้นกว่าน้ํานะเจ้าคะ”
“พอได้แล้ว”
จ้าวซงตวาด นํ้าเสียงแข็งกร้าวไร้เมตตา
“ผู้ใดกล้าขอความให้หญิงอกตัญญูผู้นี้อีก จงรับโทษพร้อมกัน!”