หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 37 ศัตรูของศัตรู คือมิตร
37 ศัตรูของศัตรู คือมิตร
เมื่อได้ยินคํายองจ้าวอิง จ้าวเย่อหรันเพียงเลิกคิ้วอย่างสงบนิ่ง ก่อน จะคลี่ยิ้มบางราวเข้าใจทุกสิ่ง ที่แท้…. ตอนนางตกสระวันนั้น มีคนเห็นจริง ๆ ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดจ้าวเย่อเหรินจึงต้องรีบวางแผนกําจัดพยาน
ๆ
หลงเอ๋อร์กับแม่นมเยว่ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างตกตะลึงเช่นกัน มิใช่ เพราะเพิ่งรู้ความจริง เรื่องที่คุณหนูรองผลักคุณหนูใหญ่ลงน้ํา คุณหนูใหญ่ บอกพวกนางตั้งนานแล้ว แต่เพราะไม่คาดคิดว่าคุณหนูสามจะเห็นเหตุการณ์
ด้วย ท่าทีของพวกนางกลับนิ่งเกินคาด
จ้าวอิงเริ่มรู้สึกผิดปกติ หากเชื่อคําของนาง เหตุใดจึงไม่ตกใจ? หาก
ไม่เชื่อ เหตุใดไม่โต้แย้ง? หรือว่า….
“พี่หญิงใหญ่…. ท่านรู้มาก่อนแล้วใช่หรือไม่?”
แม้เป็นคําถาม แต่น้ําเสียงกลับมั่นใจนัก
“แล้วจะอย่างไรเล่า?”
จ้าวเย่อหรันยิ้มเรียบ
“ถ้าเช่นนั้น เหตุใดท่านไม่เปิดโปง?”
จ้าวอิงขมวดคิ้ว
“หากเป็นคนอื่น ถูกทําร้ายถึงเพียงนั้น คงเอะอะโวยวายไปทั่วแล้ว”
“แล้วเหตุใดข้าต้องพูดออกไป?”
จ้าวเข่อหรันย้อนถามเสียงเบา ความนิ่งสงบของนาง ทําให้จ้าวอิงรู้ ลึกทั้งหวาดหวั่นและมีความหวัง รู้ทั้งรู้ว่าถูกทําร้าย กลับไม่แสดงพิรุธแม้แต่ น้อย ต่อหน้าจ้าวเย่อเหรินก็ยังวางท่าราวทุกอย่างปกติ ความสุขุมเช่นนี้
หาได้ง่ายเสียที่ไหน
เดิมทีจ้าวอิงคิดว่าพี่หญิงใหญ่เป็นเพียงคนขี้ขลาดอ่อนแอ ใครจะรู้ว่า กลับซ่อนความลึกไว้ถึงเพียงนี้ ความกลัวจึงผสมปนเปกับความหวัง หากพี่ หญิงใหญ่ยอมช่วย นางอาจรอดพ้นเคราะห์ครานี้ก็เป็นได้
ทว่า จ้าวอิงไม่รู้เลย ว่ามิใช่เพราะจ้าวเย่อหรันซ่อนลึกมาตลอด แต่ เพราะผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง นางจึงเรียนรู้จะนิ่งให้เป็น และอยู่รอด
ให้ได้ในจวนไท่ซือ… แม้กระทั่งในจวนเจิ้นเป่ยโหว
“พี่หญิงใหญ่…. ครานี้ ท่านจะช่วยข้าหรือไม่?”
จ้าวอิงถามอย่างระวัง จ้าวเย่อหวั่นทอดสายตามองนาง พลางครุ่น
คิด จริงอยู่ แต่ก่อนจ้าวอิงเคยหาเรื่องนางไม่น้อย ทว่าล้วนเป็นเรื่อง หยุมหยิมของเด็กสาวอวดดี ครานี้ต่างออกไป หลังเหตุการณ์นี้ จ้าวอิงคง ต้องแตกหักกับจ้าวเย่อเหรินโดยสิ้นเชิง
แท้จริงแล้ว จ้าวอิงมิใช่คนชั่วร้าย เพียงเป็นบุตรสาวอนุที่เติบโต
ท่ามกลางความด้อยค่า จึงต้องใช้ความเอาแต่ใจปิดบังปมในใจ และหวังให้
บิดาเหลียวแลตนมากขึ้น แม้นางจะมีความกล้าแต่ไร้กลยุทธ์ ดังเช่นครั้งนี้ ยังไม่ทันหยั่งเชิงให้ชัด ก็ผลีผลามไปข่มขู่จ้าวเย่อเหริน จึงถูกวางกับดักเสีย
เอง …
แต่ถึงกระนั้น นางก็ยังมีประโยชน์ ศัตรูของศัตรู… ก็คือมิตร ในเมื่อ จ้าวเย่อเหรินคิดจะเล่นงานนางในที่ลับ นางก็ย่อมต้องตอบแทนด้วยของ ขวัญชิ้นงาม คิดได้ดังนั้น จ้าวเย่อหวั่นจึงเอ่ยเสียงเรียบ
“เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ศาลาเรือนบัวในบ่ายวันนี้ให้ข้าฟังอย่าง
ละเอียด” ….
“ได้!”
ดวงตาจ้าวอิงสว่างวาบ รีบเล่าอย่างไม่ตกหล่น เมื่อฟังจบ
จ้าวเย่อหรันถามขึ้น
“เจ้าบอกว่าเย่อเหรินตบเจ้าไปสองครั้ง?”
“ใช่!”
จ้าวอิงกัดฟัน)
“ถ้านางไม่ตบข้า ข้าก็คงไม่ยื้อยุดกับนาง แล้วถูกนางวางแผนใส่ร้าย เช่นนี้ โตมาถึงเพียงนี้ แม้แต่ท่านพ่อกับเหนียงยังไม่เคยตีข้าสักครั้ง!”
จ้าวเข่อหรันลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้า แล้วเอื้อมมือยกคางจ้าวอิง นอย่างฉับพลัน ท่าทางนั้นคล้ายบุรุษหยอกล้อหญิงสาว จ้าวอิงสะดุ้ง พยายามถอยหนี ()
“อย่าขยับ”
ๆ
เสียงสั่งเย็นเฉียบ นางจึงนิ่งอยู่ จ้าวเข่อหรันพินิจใบหน้าอย่าง ละเอียด ผิวเนียนละเอียดดุจไข่ปอกเปลือก มีรอยแดงจาง ๆ ให้เห็น เห็นได้ ชัดว่าโดนตบจริง แต่รอยเพียงเท่านี้ นอนหลับสักคืนก็เลือนหาย ในใจนา งอดถอนหายใจไม่ได้ ไม่แปลกเลยที่จ้าวอิงไม่ใช่คู่มือของจ้าวเย่อเหริน)
ตอนถูกตบ ไม่มีใครเห็น ตอนนางผลักคนลงสระ กลับมีพยานถึง สาม จ้าวอิง หลินซีหร่าน และเสียนอวิ๋น วันนี้ทั้งจวนอลหม่าน ใครจะมาสน ใจสืบสาว พรุ่งนี้เมื่อบิดามารดาเริ่มไต่ถาม รอยแดงก็หายสิ้นแล้ว จ้าวเย่อเห รินเพียงยืนกรานว่าไม่เคยตี จ้าวอิงก็ไร้หลักฐาน
หากดื้อดึงกล่าวหา กลับจะถูกสวนกลับว่าใส่ร้ายพี่สาวภรรยาเอก เพื่อหลีกหนีความผิด โทษย่อมหนักกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น พรุ่งนี้หลินซีหร่าน ต้องมาอีกแน่ หนึ่ง เขาห่วงอาการจ้าวเย่อเหริน สอง เยาย่อมต้องการทวง ความยุติธรรม มีพยานเช่นนั้น บิดามารดาย่อมเชื่อโดยไม่ลังเล
“ข้าถามเจ้า ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงตอนนี้ มีผู้ใดเห็นเจ้าอีกหรือไม่?”
จ้าวเย่อหรันถามเสียงเคร่ง จ้าวอิงครุ่นคิด )
“แทบไม่มี ทุกคนแตกตื่นเพราะจ้าวเย่อเหรินตกสระ ข้ากลับเรือน ฉ่างอินเก๋อไม่นานก็ตรงมาที่นี่ และรอพี่ใหญ่ตลอด มิได้ออกไปไหน นอกจาก อี๋เหนียงกับสาวใช้ ก็มีแต่พวกท่าน”
“ดีมาก”
สิ้นคํา จ้าวเย่อหรันยกมือขึ้น แล้ว )
“เพียะ!”
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังลั่น แรงตบหนักหน่วงจนใบหน้าจ้าวอิง
สะบัดไปด้านข้างทันที…