หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 38 โหดกับตนเอง จึงเรียกว่าโหดแท้จริง
38 โหดกับตนเอง จึงเรียกว่าโหดแท้จริง
เสียง เพียะ! ดังสนั่น จ้าวอิงถึงกับมึนงง แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียง เพียะ! อีกครั้งก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน สองฝ่ามือของจ้าวเข่อหรัน ฟาดลง บนใบหน้าของนางโดยไม่ลังเล วันนี้เพียงแค่ถูกจ้าวเย่อเหรินใส่ร้าย ก็ทําให้ จ้าวอิงเดือดดาลแทบคลั่งอยู่แล้ว ครั้นโดนจ้าวเข่อหรันตบซ้ําสอง ความโกรธ ในอกก็ปะทุขึ้นในพริบตา
จ้าวเย่อเหรินก็ตบ จ้าวเย่อหรันก็ตบ หรือใบหน้านางเยียนไว้ว่า “เกิด
มาเพื่อรับฝ่ามือผู้อื่น” กันแน่?
“จ้าวเย่อหรัน! เจ้ามันรังแกคนเกินไป!”
จ้าวอิงตะโกนเสียงสั่น
“เจ้ารับปากว่าจะช่วยย้า แต่กลับตบข้า! ข้ารู้อยู่แล้ว พวกเจ้าสองพี่ น้องมันพวกเดียวกัน เห็นข้าได้ดีก็ทนไม่ได้!”
พูดจบ นางก็พุ่งเข้าใส่ โชคดีที่ แม่นมเยว่กับหลงเอ๋อร์รีบเข้ามาขวาง ไว้ทัน จ้าวอิงดิ้นรนอย่างคนเสียสติ แต่จ้าวเย่อหรันกลับไม่รีบร้อนแม้แต่ น้อย นางรินชาถ้วยหนึ่ง นั่งลงอย่างสงบ แล้วยกขึ้นจิบช้า ๆ
“น้องสาวสาม ใจเย็นหน่อยสิ”
นางยิ้มบาง น้ําเสียงเรียบเนียนราวสายลมยามค่ํา า
“เจ้ารู้หรือไม่ ว่าบึงบัวลึกเพียงใด?”
คําถามกะทันหันทําให้จ้าวอิงชะงัก นางมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ จ้าวเข่อหรันวางถ้วยชา ลุกเดินไปริมหน้าต่าง มองท้องฟ้ายามค่ําที่มืดสนิท
“ข้าเคยตกลงไปครั้งหนึ่ง น้ําในนั้นลึกเกินศีรษะ พื้นบึงเต็มไปด้วย โคลน หากว่ายน้ําไม่เป็น ตกลงไปก็เท่ากับจมดิ่งสู่ความตาย”
จ้าวอิงยังคงไม่เข้าใจ จ้าวเย่อหวั่นหันกลับมา ถามเสียงเรียบ
“เช่นนั้น เจ้าคิดว่า ระหว่างตกลงบึงบัว กับถูกตบสองฉาด อย่างไหน
อันตรายกว่ากัน?”
จ้าวอิงยมวดคิ้ว แม้ไม่เข้าใจเจตนา แต่ก็ตอบออกไป
“แน่นอนว่าตกน้ําอันตรายกว่า”
จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน งดงามราวบุปผา แต่ถ้อยคํากลับเย็นเยียบจน
ชวนสะท้านขั้วหัวใจ
หรือ?”
“แม้แต่เจ้ายังรู้ว่าตกบึงบัวอันตราย เช่นนั้นจ้าวเย่อเหรินจะไม่รู้
จ้าวอิงนิ่งงัน
“นางตบเจ้า ก็เพียงแสดงละคร ข้าเชื่อว่าตอนนางตบ เจ้าไม่ได้เจ็บ เท่าที่ย้าตบเมื่อครู่นี้ใช่หรือไม่? ที่เจ้าดิ้นรน มิใช่เพราะความเจ็บ แต่เพราะ ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ํา….ใช่หรือไม่?”
คําพูดนั้นแทงตรงจุด จ้าวอิงเงียบไป จริงดังว่า…. ตอนจ้าวเย่อเหริน ตบนาง นางไม่ได้เจ็บนัก แต่ความโกรธ เกิดจากการถูกดูแคลน จ้าวเย่อหรัน มองแววตาที่เริ่มสั่นไหวของอีกฝ่าย ก่อนเอ่ยต่อ
“นางตบเจ้า มิใช่เพื่อดูหมิ่น แต่เพื่อยั่วให้เจ้ายาดสติ เมื่อเจ้าขาดสติ เรื่องราวต่อจากนั้นจึงดําเนินไปได้”
นางหยุดครู่หนึ่ง
“เจ้ารู้หรือไม่ เหตุใดนางจึงใส่ร้ายเจ้าได้สําเร็จ?”
เพราะบ้าไม่สุขุมพอ?”
“นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง
ริมฝีปากจ้าวเย่อหรันยกยิ้มเย็น
“เพราะนางฉลาดกว่าเจ้า และ….โหดกว่าเจ้า”
“โหดกว่า?”
“ใช่ ใจของนางโหดกว่า เจ้าใช้ความลับข่มขู่นาง แต่นางกลับใช้ชีวิต ตนเองเป็นหมาก หากวันนี้ช่วยช้าเพียงก้าวเดียว นางอาจตายได้จริง ๆ แต่ก็ ยังเลือกวิธีนี้”
เสียงยองนางต่ําลง
“คนที่โหดกับผู้อื่นไม่น่ากลัวเท่า คนที่โหดกับตนเอง”
ลมยามค่ําพัดผ่าน จ้าวอิงขนลุกวาบ ก่อนหน้านี้นางไม่เคยคิดลึกเช่น นี้ บัดนี้จึงตระหนักว่า การไปข่มขู่จ้าวเย่อเหรินนั้นโง่เขลาเพียงใด สายตา นางเหลือบมองจ้าวเข่อหรัน หญิงผู้นี้ ที่นางเคยมองว่าอ่อนแอ กลับมอง ทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง โชคดีเพียงใดที่นางยังมิได้ล้ําเส้นเกินไป
“หน้าเจ้าเจ็บหรือไม่?”
จ้าวเย่อหรันถามขึ้นกะทันหัน จ้าวอิงเพิ่งนึกได้ว่าตนถูกตบ แตะ เบา ๆ ก็สะดุ้งหายใจเฮือก แก้มองบวมแดง เพียงสัมผัสก็แสบร้อน
“แล้วเหตุใดเจ้าจึงตบย้า?”
น้ําเสียงของนางสงบนิ่ง ไม่มีความโกรธหลงเหลือ
“ใครตบเจ้าเล่า?”
จ้าวเย่อหรันทําหน้าฉงน
“เจ้ามิใช่บอกหรือว่า วันนี้ตอนบ่ายเป็นจ้าวเย่อเหรินที่ตบเจ้า จึงเกิด
การยื้อยุด แล้วนางถึงได้ “พลาด” ตกน้ํา?”
ดวงตาจ้าวอิงวาบสว่าง นางเข้าใจแล้ว จ้าวเย่อหรันยื่นมือแตะเบา ๆ
ที่แก้มของนาง
“น้องสาวสาม นางช่างใจร้ายเสียจริง ตบหนักถึงเพียงนี้ หากคืนนี้ทา ยา พรุ่งนี้เช้าคงบวมหนักกว่าเดิมแน่”
น้ําเสียงแผ่วหวาน แต่คําพูดกลับเสียดแทง
“ถึงตอนนั้น เจ้ากับนาง คนหนึ่งหน้าแดงช้ํา อีกคนตกบึงบัว ใครถูก ใครผิด คงยากจะตัดสินเสียแล้ว”
จ้าวอิงถึงกับตาสว่าง ที่แท้…สองฉากนั้นคือการช่วยเหลือ นางรีบทํา
ความเคารพ
“อิงเอ๋อร์ขอบคุณพี่หญิงใหญ่ หากภายหน้าพี่หญิงใหญ่มีคําสั่ง น้อง
จะทุ่มสุดกําลังช่วยเหลือ”
จ้าวเย่อหรันทําสีหน้างุนงง
“น้องสาวสามจะขอบคุณข้าเรื่องใด? ข้าไม่ได้ทําสิ่งใดเลย”
นางยมบาง
“และวันนี้ เจ้าก็มิได้มาที่สวนชุนฮุย มิได้พบย้า เข้าใจหรือไม่?”
จ้าวอิงค้อมกายอีกครั้ง
“เข้าใจแล้ว”
ร่างของนางค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด ภายในห้องเงียบสงัด
จ้าวเข่อหรันยกถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง แววตาสงบนิ่ง
หมากกระดานนี้…เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น