หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 47 ข้างกายข้า...ไม่มีที่ว่างให้คนทรยศ
47 ข้างกายข้า…ไม่มีที่ว่างให้คนทรยศ
ทันทีที่หลิงเอ๋อ ลับหลังไป ใบหน้าของจ้าวเข่อหรันพลันเปลี่ยนทันที สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครูมลายหายไป เหลือเพียงความเย็นเยียบดุจน้ําแข็งยาม เหมันต์ แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์สบตากันไปมา ใจหายวาบ ไม่รู้ว่าตนทําสิ่งใด
ผิด
“คุณหนู…”
หลงเอ๋อ เอ่ยเสียงสั่น
“พวกบ่าวทําอะไรผิดหรือเจ้าคะ?”
“ใช่เจ้าค่ะ หากพวกบ่าวผิดตรงไหน ท่านลงโทษได้เลยเจ้าค่ะ จะ
เมี่ยนจะปรับก็สุดแล้วแต่ท่าน
แม่นมเยวก้มหน้า เอ่ยด้วยน้ําเสียงระแวง จ้าวเข่อหรันทอดสายตา
มองพวกนาง ก่อนถอนหายใจยาว
“แม่นมเยว่ หลงเอ๋อร่ ข้าเคยสอนพวกเจ้าแล้วมิใช่หรือ ไม่ว่าเกิดเรื่อง ใด ต้องนิ่งให้ได้ ใจจะสั่นเพียงใด สีหน้าห้ามไหว จึงจะอยู่ในจวนนี้ได้อย่าง ปลอดภัย”
แม่นมเยว่ขมวดคิ้ว
“คุณหนูหมายความว่า…”
“เมื่อครู่ตอนข้าพูดกับหลิงเอ๋อร์ เหตุใดพวกเจ้าจึงทําหน้าตกใจ
ชัดเจนนัก?”
เสียงของจ้าวเข่อหรันเรียบ แต่เย็นจัด หลงเอ๋อ รีบตอบ
“แต่คุณหนูทราบดีมิใช่หรือเจ้าคะ ว่ามิใช่คุณหนูสามเป็นผู้ผลักคุณ
หนูรองลงสระ แล้วเหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้นเล่า?”
เสียดสี
จ้าวเข่อหรันแค่นหัวเราะเบา ๆ ทว่าความขบขันนั้นเต็มไปด้วยการ
ๆ
“เมื่อเจ้ารู้ว่าไม่ใช่จ้าวอิง เช่นนั้นเจ้าก็ควรคิดออกว่าหลิงเอ๋อร์ถามเพื่อ สิ่งใด หลิงเอ๋อร์ถูกย้าสั่งกักบริเวณตั้งแต่เมื่อวาน แต่เช้านี้กลับรีบร้อนมาชัก ใช้เรื่องที่เชอเหรีนตกน้ํา เจ้าเห็นว่านางเพียงอยากรู้อย่างบริสุทธิ์ใจจริง
หรือ?”
แม่นมเยว่ นิ่งไปทันที สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน
“คุณหนูหมายความว่า…”
“”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
“นางกําลังสืบข่าวแทนผู้อื่น”
ดวงตานางหรี่ลง แววเย็นชาดุจคมมีด
“เช้า ย้าเพิ่งตําหนินางไป แต่ตอนรับประทานอาหาร นางยังหาช่อง
ถามต่อ พวกเจ้าไม่เห็นความผิดปกติหรือ?”
หลงเอ๋อ ครุ่นคิต ก่อนร้องเบา ๆ
“จริงด้วยเจ้าค่ะ… เช้านี้หลิงเอ๋อ ใจนางลอยนัก
“เรื่องเมื่อวาน ต่อให้เป็นพวกเจ้าเองยังรู้ไม่กระจ่าง
แต่หลิงเอ๋อ กลับทําท่าราวรู้ทุกอย่าง”
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย้ย
“ตอนเย่อเหรินตกน้ํา ผู้เห็นมีไม่มาก นอกจากข้ากับชื่อจื่อ ก็มีเพียง ผู้เกี่ยวข้องไม่กี่คน และเสียนอนอยู่ด้วย หากเมื่อคืนจ้าวจึงไม่มาขอความ ช่วยเหลือ พวกเจ้าก็คงยังมืดแปดด้านอยู่มิใช่หรือ?”
แม่นมเยว่อาวุโสกว่า จึงเข้าใจได้รวดเร็ว
“คุณหนูสงสัยว่าหลิงเอ๋อร์รับใช้คุณหนูรองอยู่หรือเจ้าคะ?”
“มิใช่สงสัย”
เสียงตอบหนักแน่น
“แต่มั่นใจเลยต่างหาก เรื่องนี้ แม้แต่ท่านพ่อกับท่านแม่ ก็ยังไม่รู้ ความจริงทั้งหมด แต่หลิงเอ๋อร์กลับรู้ถึงขั้นถามว่าจ้าวถึงเป็นผู้ผลักเย่อเหริน หรือไม่ เช่นนั้นต้องเป็นเย่อเหรินสั่งให้นางมาหยั่งท่าทีของข้า”
หลงเอ๋อ หน้าเสีย
“หลิงเอ๋อร์เติบโตมากับคุณหนูแท้ ๆ นางจะทําเช่นนี้ได้อย่างไร…”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ ทว่าแฝงความขมขื่น
“เติบโตมาด้วยกันแล้วอย่างไร หากผลประโยชน์ที่เย่อเหรินมอบให้
มากพอ มากจนคุ้มค่าการหักหลัง ข้าก็ไม่อาจรั้งใจคนไว้ได้
คําพูดนั้นราวลมหนาวพัดผ่าน ทําให้แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์รู้สึก หนาวสะท้าน พวกนางไม่เคยคิดเลยว่า หลิงเอ๋อร์จะทรยศคุณหนูใหญ่
จริง ๆ
“เช่นนั้น… คุณหนูจะจัดการอย่างไรเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อ ถามอย่างระวัง แม้รู้ว่าหลิงเอ๋อร์ผิด แต่ความผูกพันวัย เยาว์ยังทําให้นางห่วงใย จ้าวเข่อหรันหรี่ตาลง
“เรื่องนี้ ข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าไม่ต้องยุ่ง”
เสียงนั้นนุ่มนวล หากเย็นเยียบจนไร้อุณหภูมิ
“แต่จ๋าไว้ ข้าไม่มีวันปล่อยคนทรยศให้ลอยนวล”
สินค้า นางมองทั้งสองอย่างจริงจัง
“แม่นมเยว่ หลงเอ๋อร์ ข้างกายข้าไม่มีที่ว่างให้คนทรยศ หากวันหนึ่ง
พวกเจ้าหักหลังข้า ข้าก็จะไม่ไว้หน้าเช่นกัน”
คําพูดมิได้ด้ง ทว่าหนักแน่นราวหินผา
“บางทีพวกเจ้าอาจคิดว่าข้าโหดร้าย… แต่พวกเจ้าไม่ใช่ยา ไม่มีวันรู้ว่า
ย้าผ่านสิ่งใดมา”
ในดวงตานาง มีเงาความเจ็บปวดลึกชิ่งปะปน ความสูญเสีย ความ ตาย ความสิ้นหวังในอดีตชาติ ล้วนสลักลึกในหัวใจ
“หากพวกเจ้าไม่อาจภักดีต่อข้าได้ทั้งหมด เช่นนั้นจากไปเสียตอนนี้
เถิต ในฐานะนายบ่าวมาด้วยกัน ข้าจะไม่ทําให้ลําาบาก”
แม่นมเยว่รู้สึกเจ็บแปลบในใจ คุณหนูใหญ่ผู้นี้ นางเฝ้ามองเติบโตมา
ตั้งแต่เล็ก แม้มีลูกของตนเอง แต่นางก็รักคุณหนูดุจบุตรสาว จะให้ทรยศ? เป็นไปไม่ได้ แม่นมเยวคุกเข่าลงทันที เสียงหนักแน่น
“คุณหนู บ่าวจะไม่มีวันจากไปเจ้าค่ะ บางทีบ่าวอาจคิดมากเกินไป แต่ ในใจบ่าว ท่านคือบุตรสาวคนหนึ่ง ไม่ว่าเกิดเรื่องใด บ่าวจะไม่มีวันทรยศ”
หลงเอ๋อ รีบคุกเข่าตาม ดวงตาแดงเรื่อ
“บ่าวก็เช่นกันเจ้าค่ะ บ่าวจะไม่ทรยศเด็ดขาด และจะช่วยเหลือคุณ หนูอย่างสุดกําลัง ขอท่านอย่าไล่บ่าวไปเลยนะเจ้าคะ”
บรรยากาศในห้องเงียบงัน มีเพียงลมหายใจที่อัดแน่นด้วยความอัด อั้น จ้าวเข่อหรันมองภาพตรงหน้า แววตาอ่อนลงเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็ดี ตราบใดที่พวกเจ้าไม่ทรยศข้า ข้าก็จะไม่ทอดทิ้งพวกเจ้า และตราบใดที่ทํางานให้ย้าอย่างซื่อสัตย์ ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าลําบาก”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
ทั้งสองรับค้าพร้อมกัน “ลุกขึ้นเถิด”
เมื่อทั้งสองยืนขึ้นแล้ว จ้าวเข่อหรับกล่าวเตือนอีกครั้ง
“จ๋าไว้ ไม่ว่าใจจะตกตะลึงเพียงใด สีหน้าห้ามเผยออกมา เหมือนเช้า
นี้ โชคดีที่หลิงเอ๋อร์ไม่ทันสังเกต มิเช่นนั้น เรื่องคงบานปลาย”
“บ่าวจําได้แล้วเจ้าค่ะ”
เสียงรับคําสั่นเล็กน้อย ทว่าหนักแน่น ในจวนที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล แห่งนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อน และความลังเล คือบ่วงรัดคอ
ส่วนการทรยศ…คือโทษที่ไม่มีวันให้อภัย