หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 50 ความใกล้ชิด
50 ความใกล้ชิด
จ้าวเข่อหรันนั่งอยู่ในศาลาเล็กของสวนสุยเพิ่ง ยกถ้วยชาขึ้นจีบอย่าง สงบ รอคอยการมาถึงของซุน เหนียงและจ้าวเข่อเฟิง หากพูดตามตรง นาง เองก็ยังไม่เข้าใจนัก ชาติที่แล้ว ชุนอี้เหนียงกับจ้าวเข่อเพิ่งเคยช่วยวิงวอน แทนนาง แต่เพราะเหตุใด นางกลับไม่รู้เลย ปกติแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง พวกเขาไม่อาจเรียกได้ว่าสนิทชิดเชื้อ ตรงกันข้าม กลับค่อนข้างห่างเหิน
ฉินเชียงเหอแม้มิได้กลั่นแกล้งชุน เหนียง ทว่าก็มิได้เคยคิดใกล้ชิด ชาติที่แล้ว นางมัวแต่พยายามเอาใจฉันเชียงเหอ จึงแทบไม่มีความข้องเกี่ยว ใดกับฝ่ายนั้น แท้จริงแล้ว ในใจจ้าวเข่อหรันรู้ดี ซุ่นอี้เหนียงจริงใจต่อนาง และจ้าวเข่อเฟิงก็พยายามเข้าใกล้นางเสมอ แต่เหตุใดเล่า?
ในจวนไท่ซือ ชุน เหนียงวางตนสงบ ไม่ผูกศัตรู แต่ก็ไม่สนิทสนมกับ ผู้ใด แล้วเหตุใดจึงยกเว้นให้นางเพียงคนเดียว? เหตุใดต้องดีต่อนางถึง เพียงนี้? คําถามนี้ติดค้างในใจนางมานาน วันนี้นอกจากมาขอให้ จ้าวเข่อเฟิงช่วยเรื่องปิ่นปักผมแล้ว นางยังอยากรู้เหตุผลนั้นด้วย
เพราะต่อให้ชาติที่แล้วพวกเขาเคยช่วยชีวิตนาง หากไม่รู้ต้นสาย
ปลายเหตุ นางก็ไม่อาจมอบความเชื่อใจได้ทั้งหมด บนโลกนี้ ไม่มีความรักใด ไร้ที่มา และไม่มีความชังใดไร้เหตุผล หากไม่รู้เจตนา ก็ไม่มีวันสร้างความไว้ วางใจได้
“พี่หญิงใหญ่ ท่านมาแล้ว!”
เสียงใสเอ่ยนามาก่อนตัวคน เจ้าของเสียงก้าวเข้ามาในศาลาเล็กด้วย ท่าทีร่าเริง จ้าวเข่อเฟิงเพียงก้าวผ่านประตู ก็เห็นจ้าวเข่อหรันนั่งจิบชาอยู่ ตรงหน้า ใบหน้าหนุ่มน้อยเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม ปิดอย่างไรก็ปิดไม่มิด เขารีบ ก้าวเข้ามาหานางด้วยความยินดี จ้าวเข่อหวั่นมองสีหน้าเปี่ยมสุขนั้น ก็อดยิ้ม บาง ๆ มิได้ ครั้นเห็นนางยิ้ม จ้าวเข่อเฟิงกลับเขินอาย ก้มหน้าลงเสียเอง
“เฟิงเอ๋อ สูงขึ้นมากเลยนะ”
นางลุกขึ้น พลางเอื้อมมือลูบศีรษะเขาเบา ๆ “อีกไม่นานคงสูงกว่าข้าแล้วกระมัง”
แม้ทั้งสองจะอายุห่างกันเพียงสามปี แต่เพราะบุรุษมักโตช้ากว่าสตรี เวลานี้จ้าวเข่อเฟิงยังเตี้ยกว่านางครึ่งศีรษะ นางจึงเอื้อมแตะศีรษะเขาได้ อย่างง่ายดาย เพียงสัมผัสแผ่วเบานั้น กลับทําให้ใบหน้าหนุ่มน้อยแดงเรื่อไป ถึงใบหู ในใจเขาหวานชื่นจนแทบล้น
ตั้งแต่จ๋าความได้ พี่หญิงใหญ่ไม่เคยใกล้ชิดเขาเช่นนี้เลย คนที่เขารัก ที่สุดนอกจาก เหนียง ก็คือนาง เหนียงเคยบอกว่า บางทีนี่อาจเป็น วาสนา อีกทั้งยังเคยเล่าว่า หากไม่มีพี่หญิงใหญ่ วันนั้น บางทีเขาอาจไม่มี โอกาสได้ลืมตาดูโลก แม้พี่หญิงใหญ่จะไม่เคยใส่ใจเรื่องนั้น แต่เขากลับจดจํา มันไว้ในหัวใจเสมอ
เขาอยากเข้าใกล้นางมานาน เพียงแต่ไม่เคยสมหวัง วันนี้ ความฝันที่ เฝ้ารอมานานเหมือนเป็นจริงเสียที จนเขาแทบไม่แน่ใจว่านี่คือความจริง ชุน อี๋เหนียงที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง เห็นพี่น้องสองคนสนิทสนมกันเช่นนี้ ก็อดยิ้ม อย่างปลื้มใจไม่ได้
“ซุนอี้เหนียง ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านสบายดีหรือไม่?” จ้าวเข่อหรันเห็นนางเข้ามา จึงลุกขึ้น ทําความเคารพครึ่งหนึ่งอย่าง งดงาม แม้ชุน เหนียงจะเป็นอนุภรรยาของจ้าวาง และเป็นอนุภรรยาชั้นสูง อีกทั้งให้กําเนิดบุตรชายเพียงคนเดียวของจวน ทว่าในสังคมที่แบ่งแยก ฐานะเข้มงวดเช่นนี้ สถานะบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาชัดเจน นางก็ยังนับได้ เพียงครึ่งหนึ่งของเจ้านาย ฐานะย่อมต่ํากว่าบุตรสาวเอกเช่นจ้าวเข่อหรัน กระนั้นอย่างไร ชุน เหนียง ก็เป็นผู้อาวุโสครึ่งหนึ่งของนาง การทําความ เคารพครึ่งหนึ่งจึงทั้งถูกต้องตามธรรมเนียม และไม่ดูประจบสอพลอจนเกิน
ไป
“คุณหนูใหญ่ ทําเช่นนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ!”
ชุน เหนียงรีบเข้ามาพยุง
“ท่านจะมาทําความเคารพข้าได้อย่างไร ผิดระเบียบแล้วเจ้าค่ะ”
ที่ชุน เหนียงอยู่ในจวนไปซื้อได้อย่างสงบ แม้จะให้กําเนิดบุตรชาย เพียงคนเดียวโดยไม่ถูกฉันเชียงเหอกลั่นแกล้ง มิใช่เพียงเพราะนางวางตน สงบเท่านั้น หากเพราะนางไม่เคยถือดีในความโปรดปรานเลย จ้าวเข่อหรัน ยิ้มบาง
“ชุน เหนียง ท่านเป็นผู้ใหญ่ ย่อมรับได้ อีกอย่าง ท่านเรียกข้า ว่าเข่อหรันก็พอ ไม่จําเป็นต้องเรียกว่าคุณหนูใหญ่หรอกเจ้าค่ะ”
คําพูดเรียบง่าย ทว่าแฝงความจริงใจอ่อนโยน บรรยากาศในศาลา เล็กพลันอุ่นละมุน ราวสายลมต้นฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านใจผู้คน ทว่าลึกลงไปใน
ดวงตาของจ้าวเข่อหรัน ยังมีเงาความระแวดระวังซ่อนอยู่
เพราะความไว้ใจ… มิใช่สิ่งที่มอบให้ได้ง่าย ๆ อีกต่อไป