หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 53 อดีต (ตอนต้น)
53 อดีต (ตอนต้น)
ชุนเชี่ยน คือชื่อเต็มของชุน เหนียง เดิมทีนางเป็นคุณหนูจาก ตระกูลขุนนาง ทว่าเมื่อครอบครัวตกต่ํา เสาหลักล้มครืน เพื่ออนาคตของพี่ ชาย นางจึงยอมก้มศีรษะ แต่งเข้าจวนตระกูลจ้าวเป็นอนุของจ้าว ง
ในตอนนั้น นางเป็นเพียง “อนุที่ถูกต้องตามพิธี” มิใช่ภรรยาเอก มิใช่ คนโปรด หากแต่ก็ยังมีศักดิ์ศรีอยู่บ้าง ปีที่สองหลังแต่งเข้าเรือน นางคลอด ก่อนกําหนด ได้บุตรสาวคนหนึ่ง เด็กคนนั้นอายุอ่อนกว่า จ้าวเข่อหรัน และ จ้าวเข่อเหริน เพียงสามเดือนเท่านั้น แต่โชคชะตากลับโหดร้าย
เพราะร่างกายอ่อนแอมาแต่กําเนิด… หรือเพราะมือใครบางคนที่มอง ไม่เห็นกันแน่ เด็กน้อยยังไม่ทันพ้นเดือนก็สิ้นลมหายใจ ความสูญเสียนั้น เหมือนมีดคมเฉือนกลางอก ชุนเชี่ยนล้มป่วยหนัก รอมใจ ร่างกายบอบช้ํา ถึงขั้นยากจะตั้งครรภ์ได้อีก ในโลกใบนี้ สําหรับสตรีผู้หนึ่ง หากสูญเสียความ สามารถในการเป็นมารดา ก็ไม่ต่างจากถูกตัดรากเหง้าแห่งชีวิต นั่นคือบาด แผลที่ลึกเกินเยียวยา
ทว่าโชคยังมีเสี้ยวความเมตตา ซุนเชี่ยนยังสาว ยังงดงาม อ่อนโยน ประหนึ่งสายน้ํา จ้าวชงจึงยังคงเอ็นดูนาง อีกทั้งเพราะความรู้สึกผิดจากการ ตายของบุตรสาว และร่างกายที่เสียหาย เขาจึงช่วยเหลือพี่ชายของนางให้ ก้าวหน้าในเส้นทางขุนนาง แต่นั่น…. ก็ยังไม่อาจเติมเต็มความว่างเปล่าในหัว ใจของหญิงผู้สูญเสียลูกได้
ครั้นเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่า นางอาจไม่มีวันตั้งครรภ์ได้อีก หนึ่งปีครึ่ง ต่อมา กลับเกิดปาฏิหาริย์ นางตั้งครรภ์อีกครั้ง ข่าวนั้นทําให้ฮุนเชี่ยนแทบ คลั่งด้วยความดีใจ แต่หมอก็เตือนเสียงเคร่งว่า นี่อาจเป็นโอกาสเดียวใน ชีวิต ดังนั้นนางจิงทะนุถนอมครรภ์นี้ราวแก้วตาดวงใจ เดินเหินก็ระวัง นั่งก็ ระวัง หายใจก็ยังระแวดระวัง นับว่าโชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง
ปีนั้น อาการหอบของจ้าวเข่อเหร็นกําเริบเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิด
เด็กหญิงผู้นั้นร่างกายอ่อนแอตั้งแต่ในครรภ์ แม้ได้รับการดูแลอย่างดีจน อาการไม่แสดงออก แต่ปีนั้นกลับกําเริบช้ําแล้วซ้ําเล่า ฉันเชียงเหอ ภรรยา เอกของจ้าววง จึงทุ่มเทใจทั้งหมดให้บุตรสาวของตน ไม่มีเวลาเหลือไปเพ่ง เล็งชุนเชี่ยน
อีกทั้งยังมีจ้าวชงคอยปกป้อง ครรภ์ของชุนเชี่ยนจึงดําเนินไปอย่าง ราบรื่น แต่ค้าว่า “ฟ้าคิดอย่างหนึ่ง คนคิดอีกอย่างหนึ่ง” ไม่เคยเกินจริง เมื่อ ครบสิบเดือน ใกล้วันคลอด เหตุไม่คาดฝันก็มาเยือน ในจวนจ้าวยามนั้น นอกจากฉินเสียงเหอ ยังมีอนุอีกหนึ่งคน คือสกุลจาง ซึ่งเป็นคนที่มารดา ของจ้าวชงจัดเข้ามา ฉันเชียงเธอไม่มีเรี่ยวแรงจะสนใจชุนเชี่ยน แต่สกุลจาง นั้น… ดวงตาจับจ้องครรภ์ของนางราวพญาเสือเฝ้าเหยื่อ
ท้องของชุนเชี่ยนใหญ่โตจนเดินลําบาก นางแทบไม่ออกจากเรือน เว้นแต่จําเป็นจริง ๆ วันนั้น ท้องฟ้าแจ่มใส แดดอ่อนสาดต้องลานจวน ชน เรียนมองออกไปด้วยแววตาเบิกบาน
“เฉี่ยวเอ๋อร์ วันนี้อากาศดีนัก พายัาไปเดินเล่นในสวนเถิด”
สาวใช้มองท้องที่ใหญ่โตของนายหญิงด้วยสีหน้าลําบากใจ
“ชุน เหนียง อย่าเลยเจ้าค่ะ…”
“เหตุใดจะไม่ได้?”
นางยิ้มบาง
“ข้าใกล้คลอดแล้ว หลายวันมานี้ไม่ได้ออกจากเรือนเลย อึดอัดจะตาย
อยู่แล้ว เพียงไปเดินในสวน มิได้ไปไกลนัก
“แต่มันอันตรายนะเจ้าคะ ท่านอาจคลอดได้ทุกเมื่อ”
ชุนเชี่ยนหัวเราะเบา ๆ
“จะบังเอิญถึงเพียงนั้นหรือ? อีกอย่าง การเดินบ้างก็ช่วยให้คลอด
ง่าย นมิใช่หรือ?”
“แต่ว่า”
“พอเถิด ไม่มีคําว่าแต่”
นางกล่าวเสียงหนักแน่น แล้วก้าวออกจากเรือนก่อนใคร เฉี่ยวเอ๋อ ทําได้เพียงรีบตามไป ประคองอย่างระมัดระวัง หัวใจเต้นระรัว ด้วยความหวั่นเกรง และบางครั้ง… สิ่งที่เรากลัวที่สุด ก็มักจะมาถึงจริง ๆ
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงสวน ก็เห็นร่างหนึ่งกําลังเดินสวนมา จางอี้ เหนียง อนุอีกคนของจ้าวชง สายตานั้นเย็นเยียบราวน้ําค้างยามรุ่งสาง
และใต้รอยยิ้มจาง ๆ นั้น… อนคมมีดที่มองไม่เห็น
ๆ