หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 54 อดีต (ตอนกลาง)
54 อดีต (ตอนกลาง)
เมื่อเห็นจาง เหนียงเดินตรงเข้ามา ชุนเชี่ยนก็รู้ว่าหลบไม่พ้น ได้แต่
ฝืนยิ้มเอ่ยทัก
“พี่จางสบายดีหรือไม่เจ้าคะ”
จาง เหนียงทําสีหน้าประหนึ่งเพิ่งพบโดยบังเอิญ
“อ้าว… ที่แท้ก็น้องชุน ไม่ได้พบกันนานจริง ๆ วันนี้อารมณ์ดีถึงกับ ออกมาชมบุปผาเชียวหรือ?”
แท้จริงแล้ว ตั้งแต่ชุนเชี่ยนก้าวออกจากสวนสุ่ยเพิ่ง จางอี้เหนียงก็ได้ รับข่าวทันที นางตั้งใจมาดักรอโดยเฉพาะ ในจวนนี้ ขณะนี้มีเพียงฮูหยินเอก กับนางเท่านั้นที่มีบุตร ฮูหยินเอกให้กําเนิดฝาแฝด ซึ่งนางไม่กล้าแตะต้อง แม้ปลายเล็บ เพราะฮูหยินคือบุตรสาวตระกูลถั่วกง หากคุณหนูใหญ่หรือคุณ หนูรองเกิดเรื่องขึ้นมา ย่อมไม่จบลงง่าย ๆ
แต่บุตรในครรภ์ของชุนเชี่ยน…. จะปล่อยให้ลืมตาดูโลกไม่ได้ เวลานี้ นายท่านหลงใหลสตรีผู้นี้มากอยู่แล้ว หากนางให้กําเนิดบุตรชายอีก จวน แห่งนี้ยังจะเหลือที่ยืนให้นางหรือ? ฮูหยินจะคิดเช่นไรนางไม่สน แต่ตนเอง ไม่มีวันยอมรอความพินาศอย่างสงบแน่ เพียงแต่ที่ผ่านมาไร้โอกาส ครานี้ชน เชี่ยนออกมาเอง นางจะปล่อยผ่านได้อย่างไร ชุนเชี่ยนมองรอยยิ้มหวานที่ แฝงคมมีดในดวงตาจาง เหนียง หัวใจพลันเย็นวาบ แต่ก็ยังฝืนตอบ “วันนี้อากาศดี ข้าเลยอยากออกมาเดินรับลมสักหน่อยเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นน้องสนใจไปนั่งพักที่ศาลาเป็นเพื่อนพี่หรือไม่?”
จางอี้เหนียงเอ่ยเชื้อเชิญ ชุนเชี่ยนครุ่นคิด ยืนอยู่กลางทางเช่นนี้ อ้นตรายกว่า นางตั้งครรภ์สิบเดือนเต็ม ใกล้คลอดทุกเมื่อ หากพลาดพลั้ง เพียงนิด อาจถึงขั้นแม่ลูกดับสูญ
“เช่นนั้นน้องขอรบกวนพี่จางแล้วเจ้าค่ะ”
ทั้งสองจึงไปนั่งที่ศาลากลางสวน สายตาจาง เหนียงทอดมองท้อง กลมโตของชุนเชี่ยน ความขุ่นแค้นยิ่งพลุ่งพล่าน สตรีตรงหน้าทั้งอ่อนเยาว์ งดงาม เป็นที่โปรดปรานของนายท่าน และยังตั้งครรภ์อีก หมอเคยบอกว่า นางไม่มีโอกาสตั้งครรภ์แล้ว แต่ฟ้ากลับลําเอียง มอบโอกาสหนึ่งในหมื่นให้
ชุนเชี่ยน
ส่วนตนเอง แม้เป็นอนุของนายท่าน แต่ก็ได้ตําแหน่งนี้เพราะความ เมตตาของฮูหยินผู้เฒ่า มิใช่เพราะความรัก นางรู้ดีว่าหัวใจนายท่านไม่เคย อยู่ที่ตน แม้จะให้กําเนิดอิงเอ๋อร์ ก็ยังมิอาจเทียบชุนเชี่ยนได้ ความริษยาและ ความคับแค้นกัดกินจนแสบลึกถึงกระดูก ชุนเชี่ยนเห็นสีหน้าที่แปรเปลี่ยน ของอีกฝ่าย ความหวาดระแวงยิ่งชัดเจน จึงคิดจะขอตัวกลับ แต่ยังไม่ทัน เอ่ย จางอี้เหนียงก็เปิดปากก่อน
“น้องมีครรภ์ ย่อมหิวบ่อยใช่หรือไม่?”
นางทําท่าห่วงใย
ให้พี่สั่งคนไปเตรียมของว่างให้ดีหรือไม่?”
ชุนเชี่ยนรีบปฏิเสธ
“ไม่ต้องเจ้าค่ะ ข้ายังไม่หิว”
“อย่าเกรงใจเลย”
จาง เหนียงเอ่ยอย่างไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
“เจวียน ไปนําขนมรังนกที่ข้าสั่งไว้มา
“เจ้าค่ะ จาง เหนียง
สาวใช้เดินจากไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครคัดค้าน ชุนเชี่ยนจึงต้องนั่ง สนทนาเรื่อยเปื่อยกับจาง เหนียงต่อ ไม่นาน สี่เจวียนก็กลับมาพร้อมถาด ขนมรังนกสีสวยหอมกรุ่น ชุนเชี่ยนมองขนมอย่างลังเล ท้องเริ่มร้องเพราะ
ช่วงนี้นางกินเก่งผิดปกติ แต่ก็ยังหวาดระแวง จางอี้เหนียงเห็นท่าที จึงยิ้ม
บาง
“น้องไม่กิน หรือกลัวว่า จะใส่ยาลงไป?”
“พี่จางเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น”
ชุนเชี่ยนรีบแก้ตัว
“วางใจเถิด”
จาง เหนียงหัวเราะเบา ๆ
“ข้ายังไม่โง่ถึงเพียงนั้น หากเจ้ากินขนมของข้าแล้วเกิดเรื่อง ข้าจะพ้น
ผิดได้อย่างไร?”
ชุนเชี่ยนคิดตาม เห็นว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าทําอะไรโจ่งแจ้งเช่นนี้ อีกทั้ง ความอยากอาหารก็พุ่งขึ้นมา นางจึงหยิบขนมกินไปหลายชิ้น ในชั่วพริบตาที่ ชุนเชี่ยนกลืนค่าสุดท้ายลงคอ แววตาของจางอี้เหนียงก็ฉายประกายสมใจ
วาบหนึ่ง
ทั้งสองนั่งต่ออีกครู่ ชุนเชี่ยนจึงอ้างเหตุขอตัวกลับ ครานี้จางอี้ เหนียงไม่รั้งไว้ เพียงมองแผ่นหลังที่เดินห่างออกไป พร้อมรอยยิ้มบางทีเย็น เยียบราวสายลมก่อนพายุ
บางครั้ง… ความอ่อนหวานบนปลายลิ้น อาจเป็นยาพิษที่ค่อย ๆ ซึม
ๆ
ลิกถึงหัวใจ.