หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 55 อดีต (ตอนจบ)
55 อดีต (ตอนจบ)
เมื่อเห็นชุนเชี่ยนเดินห่างออกไปแล้ว รอยยิ้มพึงใจพลันปรากฏบนใบ
หน้าจาง เหนียงอย่างไม่คิดปิดบัง
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไม่?”
นางเอ่ยถามเสียงเรียบ
“จาง เหนียงวางใจได้เจ้าค่ะ”
เจวียนที่ยืนอยู่ข้างกายตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ในขนมรังนกนั้น บ่าวได้ใส่เนื้อเกาลัดบดลงไปเรียบร้อยแล้ว และยัง สืบมาแน่ชัดว่าชุน เหนียงช่วงนี้ร่างกายอ่อนแอ ทุกค่ําคืนล้วนต้องกินแกะ ตุ๋นบําารุง”
ไม่ได้
“ดีมาก”
จาง เหนียงพยักหน้าอย่างพอใจ เจวียนยังอดถามด้วยความกังวล
หรือ?”
“แต่วิธีนี้จะได้ผลจริงหรือเจ้าคะ? แล้ว….จะไม่มีใครสาวมาถึงพวกเรา
จาง เหนียงยิ้มเย็น ราวกับทุกอย่างอยู่ในกํามือ
“แกะกับเกาลัดนั้นตามตําราถือว่าขัดกัน หากกินร่วมกันจะทําให้เกิด อาการเป็นพิษ อาเจียนไม่หยุด คนธรรมดาอาจเพียงทรมานเล็กน้อยก็หาย แต่ชุนเชี่ยนกําลังตั้งครรภ์ นางจะทนแรงสะเทือนเช่นนั้นได้อย่างไร ต่อให้ไม่ ตายทั้งแม่ทั้งลูก เด็กในท้องก็ไม่มีทางรอด”
นางหัวเราะเบา ๆ อย่างเยือกเย็น
“อีกอย่าง คนทั่วไปไม่รู้หรอกว่าแกะกับเกาลัดห้ามกินคู่กัน อาการ ย่อมเกิดหลังจากนางกินแกะตอนค่ําา ใครเล่าจะสงสัยขนมรังนกเพียงจาน เตียว? ต่อให้คิดตรวจสอบ ก็ต้องไปเพ่งเล็งมื้อเย็น แล้วขนมนั้นก็ออกมา จากครัว ข้าจะต้องกลัวสิ่งใด?”
ลีเจวียนยิ้มประจบ
“จาง เหนียงช่างวางแผนลิกขิงนักเจ้าค่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
จางอี้เหนียงยิ้มอย่างผู้ชนะ ทว่า…สิ่งที่นางไม่รู้เลยก็คือ ถ้อยคําทุกคํา ที่เอื้อนเอ่ย กลับตกถึงหูเด็กน้อยวัยเพียงสามขวบโดยไม่ขาดตกแม้สักค้า เดียว ช่วงนี้เพราะเย่อเหรินป่วย ฉินเสียงเหอก็ไม่มีเวลามาเอาใจใส่ จ้าวเข่อหรันนัก
วันนี้เดิมทีนางกําลังเล่นซ่อนหากับแม่นมเยว่ แม่นมเยว่ างโง่นัก หา
ตั้งนานก็ยังหาไม่เจอ
เด็กหญิงคิดในใจอย่างขําขัน ไม่นาน นางเห็นชุน เหนียงกับจางอี้ เหนียงนั่งอยู่ในศาลาไกลออกไป ทั้งสองยังหยิบขนมขึ้นมากินกันอย่างสบาย
อารมณ์ จ้าวเข่อหรันเองก็อยากออกไปยอมบ้าง แต่พลันนึกได้ว่า มารดาไม่ โปรดให้ตนคลุกคลีกับเหล่าอี้เหนียง นางจึงนั่งเงียบ ๆ หลบอยู่หลังพุ่มไม้ รอให้แม่นมเยว่ มาหา
ต่อมาชุน เหนียงลุกจากไป เด็กหญิงเองก็คิดจะออกไปแล้ว เพราะ แม่นมเยว่ยังหานางไม่พบ นางจึงตั้งใจจะไปตามหาอีกฝ่ายเอง ทว่าใน จังหวะที่กําลังจะก้าวออกมา เสียงของจาง เหนียงก็ลอยมากระทบหู เก๊ก สามขวบผู้นั้น แม้ยังเยาว์วัย ทว่าเฉลียวฉลาดเกินวัย เพียงฟังก็เข้าใจว่าจาง อี้เหนียงคิดร้ายต่อชุน เหนียง จะบอกดีหรือไม่?
จ้าวเข่อหรันกัดนิ้วตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม ความคิดเล็ก ๆ แต่หนักอึ้ง ในหัวใจเด็กน้อย มารดาไม่ชอบให้นางไปมาหาสู่กับ เหนียงทั้งหลาย หาก นางไปบอก ชุนอี้เหนียงรอดพ้นภัย แต่แม่จะโกรธหรือไม่? ทว่า….ในท้องของ ชุนอี๋เหนียงมีน้องตัวเล็ก ๆ อยู่ หากเด็กคนนั้นเป็นอะไรไปเล่า? เด็กหญิง เงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะสว่างวาบ นางคิดวิธีออกแล้ว ไม่นาน จ้าวเข่อหรันก็แอบออกจากที่ซ่อน รีบไปหาแม่นมเยว่ แล้วเล่าเรื่องทั้งหมด ให้ฟังด้วยเสียงกระชับจริงจัง
“แม่นมเยว่ ท่านแม่ไม่ชอบให้ข้าไปหา เหนียง ท่านช่วยไปบอกชุนอี้ เหนียงแทนข้าได้หรือไม่?”
แม่นมเยว่ ฟังแล้วถึงกับหน้าถอดสี ไม่คาดคิดเลยว่าจางอี้เหนียงจะ โหดเหี้ยมถึงขั้นคิดสังหารชีวิตเด็กทารกในครรภ์
“ได้ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้ คุณหนูต้องอยู่นิ่ง ๆ ห้ามวิ่งชนนะเจ้าคะ”
“อืม! รีบไปรีบกลับนะ”
แม่นมเยว่ รีบมุ่งหน้าไปสวนสุยเฟิง เมื่อไปถึง ซุนเชี่ยนเพิ่งเริ่มตั้ง โต๊ะอาหารค่ําพอดี ด้วยความทันท่วงทีนั้น ซุนเชี่ยนจึงรอดพ้นเคราะห์ครั้ง ใหญ่ไปได้ และคืนนั้นเอง…จ้าวเข่อเฟิงก็ถือกําเนิด จาง เหนียงไม่อาจรู้ได้ว่า ชุนเชี่ยนได้กินแกะหรือไม่ เพราะคืนเดียวกันนั้นเรือนทั้งหลังวุ่นวายกับการ คลอดบุตร นางจึงมิอาจสืบข่าวใด ๆ ได้
ทว่าการที่จ้าวเข่อเฟิงลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย ทําให้จาง เหนียง กัดฟันแน่นด้วยความคั่งแค้น ราวกับอยากบดกระดูกให้แหลก แต่กลับทํา สิ่งใดไม่ได้ หลังจากนั้น ชุนเชี่ยนระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่เปิดช่องให้ใคร
ง่าย ๆ
จ้าวเย่อเฟิงจึงเติบโตอย่างปลอดภัย ท่ามกลางความอามาตที่ถูกกลบ
ฝังไว้ใต้รอยยิ้มอ่อนหวานของคนในเรือน…แต่รากเหง้าแห่งความริษยานั้น
ไม่เคยตายจากใจใครเลยแม้สักวัน