หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 58 ข่าวลือโหมกระพือ
58 ข่าวลือโหมกระพือ
หลังจากจ้าวเข่อเหรินและจ้าวอิงถูกสั่งกักบริเวณ จวนไท่ชื่อก็ดูเงียบ สงบลงมาก จ้าวเข่อหรันใช้ชีวิตอย่างสําราญใจ ราวกับคลื่นลมใด ๆ มิได้พัด ผ่าน ทว่า…ความสงบที่เห็นนั้น เป็นเพียงผิวน้ําหรือไม่? ใต้ผืนน้ําที่เรียบนิ่ง ใครจะรู้ว่ามีกระแสเชี่ยวกรากซ่อนอยู่มากเพียงใด
นับแต่เหตุการณ์ตกบึงบัวในวันนั้น ข่าวลือก็เริ่มคืบคลาน แผ่ขยาย อย่างเงียบเชียบ วันที่หลินซีหร่านอุ้มจ้าวเย่อเหรินกลับเรือนเฮียอวี่ แม้ไม่มีผู้ ใดเห็นตอนช่วยขึ้นจากน้ํา แต่ภาพที่เขาอุ้มนางอย่างเร่งรีบผ่านลานกว้าง กลับมีคนเห็นถ้วนทั่ว เพียงไม่กี่วัน ข่าวลือเกี่ยวกับหลินซีหร่าน จ้าวเข่อเห ริน และจ้าวเข่อหรัน ก็ปลิวว่อนทั่วจวน
“ได้ยินหรือยัง? วัน คุณหนูรองตกน้ํา เป็นหลินชื่อจื่อแห่งจวน จงอี้โหวอุ้มนางกลับเรือนเชียวนะ!”
“ว่ากันว่าทั้งสองสนิทสนมกันมากทีเดียว”
“แต่หลินชื่อจื่อมิใช่คู่หมั้นของคุณหนูใหญ่หรือ? เหตุใดจึงใกล้ชิดกับ
คุณหนูรองถึงเพียงนั้น?”
“อา ข้าได้ยินมาว่า ที่แท้คุณหนูรองต่างหากคือคู่แท้ พวกเราต่างหาก
ที่เข้าใจผิด!”
“ก็จริง คุณหนูรองงามล่มเมือง ทั้งยังมากความสามารถ ส่วนหลินชื่อจื่อก็รูปงาม เปี่ยมปัญญา ตระกูลสูงศักดิ์ ทั้งสองช่างเหมาะสม ดุจฟ้าสร้างดินแต่ง!”
ข่าวลือยิ่งเล่าก็ยิ่งร้อนแรง จากในจวน ลุกลามไปถึงทั่วเมืองหลวง ผู้ คนพากันกล่าวว่า หลินชื่อจื่อแห่งจงอี้โหว ได้หมั้นหมายกับคุณหนูรองแห่ง จวนไท่ซือ จ้าวเข่อเหริน หนึ่งใน “สี่โฉมสะคราญแห่งเมืองหลวง” ยิ่งข่าวลือ แพร่กระจาย จ้าวเข่อเหรินยิ่งยิ้มอย่างพอใจ
ทุกอย่างกําลังเดินตามหมากที่นางวางไว้ ในเรือนเชียอวี่ แม้ถูกกัก บริเวณ แต่นางอ้างเหตุเพิ่งฟื้นจากการตกน้ํา จึงนอนพักบนเตียง ไม่ได้รู้สึก อึดอัดแต่อย่างใด ยามบ่าย เสียนอนยกถ้วยยามา
“คุณหนู ถึงเวลา มยาแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินลุกขึ้นรับถ้วยยา ดื่มช้า ๆ ครั้นเสียนอวีนจะถอยออก
นางกลับเรียกไว้
“เสียนอวิน กลับมาก่อน ข้ามีเรื่องจะถาม
เสียนอวี้นวางถ้วยยา แล้วกลับมายืนข้างเตียง
“ข้าถามเจ้า ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร?”
น้ําเสียงจ้าวเข่อเหรินแฝงความเร่งร้อน การใส่ร้ายจ้าวจึงล้มเหลวไป แล้ว หากข่าวลือครั้งนี้ไม่สําเร็จ นางย่อมสูญเสียทุกอย่าง นางเดิมพันด้วย ชีวิตตนเอง หากพลาดอีกครั้ง ก็เท่ากับสูญเปล่า
“คุณหนูวางใจได้เจ้าค่ะ”
เสียนอวิ้นรีบรายงาน
“ตอนนี้ทุกคนต่างเชื่อว่าท่านกับหลินชื่อจื่อได้หมั้นหมายกันแล้ว อีก
ทั้งยังกล่าวว่าท่านทั้งสองเป็นคู่สร้างคู่สม ข่าวในจวนเคยพาดพิงถึงคุณหนู ใหญ่ แต่พอหลุดออกไปข้างนอก กลับไม่มีใครกล่าวถึงนางเลย”
จ้าวเย่อเหรินถอนหายใจโล่งอก
“ดีมาก ไปหา หลิงเอ๋อร์ ให้สืบดูว่าจ้าวเข่อหรันมีท่าทีอย่างไร”
“เจ้าค่ะ”
ห้องเงียบลง จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเบา ๆ จ้าวเข่อหรัน… แม้เจ้าจะเกิด ก่อน ได้คู่หมั้นชั้นสูง แต่ข้า จ้าวเข่อเหริน ไม่มีวันแพ้เจ้า ชาตินี้ก็ไม่มีวัน
สวนชุนฮุยยังคงสงบ
จ้าวเข่อหรัน ผู้เป็นหนึ่งในตัวเอกข่าวลือ กลับใช้ชีวิตราวกับเรื่องทั้ง หมดมิได้เกี่ยวข้องกับตน ยามฝนโปรยปราย อากาศเย็นสบาย นางเอนกาย บนเก้าอี้ไม้หลี่ฮวา อ่านหนังสืออย่างตั้งใจ แม่นมเยว่ ยืนปรนนิบัติอยู่ข้าง ๆ บรรยากาศสงบงาม จนกระทั่งเสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้น ประตูถูกผลักเปิด หลงเอ๋อ วิ่งเข้ามาหอบหายใจ
“คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”
แม่นมเยว่ขมวดคิ้ว
“เสียมารยาท! เจ้าไม่รู้จักกฎหรือ?”
“บ่าวไม่ได้ตั้งใจเจ้าค่ะ แต่เรื่องมันใหญ่จริง ๆ!”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“เกิดอะไรขึ้น? ท่าทางเจ้าราวกับจะรีบไปเกิดใหม่เสียอย่างนั้น”
“คุณหนูยังมีใจล้อเล่นอีก!”
หลงเอ๋อร์ร้อนรน
“ข้างนอกลือกันทั่วว่า หลินชื่อจื่อหมั้นกับคุณหนูรองแล้ว แถมยังว่า
เป็นคู่ฟ้าประทาน!”
แม้แต่แม่นมเยวยังหน้าขีด
“เกิดเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?”
หลงเอ๋อ สายหน้า
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ ข่าวเหมือนพัดมาจากในจวนเอง เพราะวันนั้นทุกคน เห็นหลินชื่อจื่ออุ้มคุณหนูรองกลับเรือน
จ้าวเข่อหรันนิ่งไป แล้วแววตาก็วาบแสง ที่แท้….ตั้งแต่ตก าวันนั้น เย่อเหรินก็ค้านวณไว้แล้ว นางเลือกให้ตนกับหลินอีหร่านเป็นพยาน มิใช่ เพียงเพื่อใส่ร้ายจ้าวอิง แต่เพื่อสร้างข่าวลือครั้งนี้ จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
เช่นนั้นก็ดี เต็มทีนางก็คิดหาทางถอนหมั้นกับจวนจงอี้โหวอยู่แล้ว
อาศัยข่าวลือครั้งนี้ให้เรื่องจบเสียก็สิ้นเรื่อง แต่เย่อเหริน….ช่างกล้า หากหมาก นี้พลาด คนที่พังพินาศก่อนย่อมเป็นนางเอง นางไม่กลัวหรือ? แม่นมเยว่ เข้าใจผิด คิดว่าจ้าวเข่อหรันเศร้า
หมายได้”
“คุณหนู ไม่ต้องกังวล เพียงข่าวลือเท่านั้น ไม่อาจทําลายการหมั้น
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ข้าไม่เป็นไร”
แม่นมเยว่ยิ่งสงสาร คิดว่านางฝืนยิ้ม จึงรีบออกไปเตรียมขนม
หลงเอ๋อ กลับเอียงคอถาม
เรื่อง
“คุณหนู เหตุใดข้ารู้สึกว่าท่านไม่เศร้าเลย?”
“เศร้าแล้วได้อันใด?”
นางตอบเรียบ
“ก็แค่ข่าวลือ ไยต้องเอาหัวใจไปเดิมพัน?”
หลงเอ๋อ คิตตาม ก่อนพยักหน้าเห็นด้วย จ้าวเข่อหรันรีบเปลี่ยน
“เรื่องที่ให้เจ้าจับตาดูหลิงเอ๋อร์ มีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?”
“อ้อ! เกือบลืมเลยเจ้าค่ะ หลิงเอ๋อ ช่วงนี้มือเติบมาก ส่งเงินกลับบ้าน ถึงร้อยตาลง แถมยังชื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับใหม่เพียบ!”
จ้าวเข่อหรันหรี่ตา เช่นนั้นปีนดอกโบตั๋นของนางคงถูกขายไปแล้ว ต้องรีบเอาคืนเสียก่อน
คืนนั้น ในเรือนชิงเหอ จ้าวชงกับฉินเชียงเหอ นั่งเคร่งเครียด
“ท่านพี่ เรื่องนี้จะทําอย่างไรดี?”
ข่าวลือทําให้ทั้งสองนอนไม่หลับ จ้าวชงถอนหายใจ
“ยากนัก…”
“หากจัดการไม่ดี ลูกสาวเราสองคนคงพังพินาศ”
จ้าวชงนิ่งคิด
“หรือ….ให้เย่อเหรินหมั้นกับหลินชื่อจื่อเสียเลย?”
ฉินเชียงเหอเอ่ยขึ้น จ้าวชิงตกตะลึง
“เจ้าบ้าหรือ? หลินชื่อจื่อคือคู่หมั้นของเข่อหรัน!”
ฉินเชียงเหอวิเคราะห์ละเอียด
“การหมั้นนั้นเป็นเพียงคําสัญญาปากเปล่า ยังไม่มีพิธี ไม่มีแม่สื่อ ไม่มี การแลกวันเดือนปีเกิด ไม่มีการหมั้นหมาย อย่างไม่เป็นทางการ หากยก
เลิก ก็ไม่มีใครรู้”
คําพูดนั้นทําให้จ้าวชงลังเล
“จะโหดร้ายต่อเข่อหรันเกินไปหรือไม่?”
“เย่อหรันรักน้องนัก คงยอมเสียสละ”
สุดท้าย จ้าวชงยอมตกลง
“ก็มีแต่ทางนี้…”
ทั้งสองหลับไปโดยไม่รู้ว่า บนหลังคา เงาร่างชุดขาวกระโดดลงอย่าง
เงียบงัน เขาคือ อกูชวี่ เขาได้ยินทุกคํา ในใจเดือดพล่าน พ่อแม่เช่นนี้..ช่าง ใจยิ่ง เพื่อรักษาจ้าวเข่อเหริน กลับพร้อมเสียสละลูกอีกคน ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ
แทนนาง
เยามองใบหน้าหลับใหลของจ้าวเข่อหรัน แววตาอ่อนโยน ข่าวลือทั้ง หมดเป็นเท็จ คู่หมั้นที่แท้จริงคือนาง และเขา ได้ตัดสินใจแล้ว ต่อให้นางมีคู่ หมั้น เขาก็จะไม่ถอย หลินซีหร่านไม่คู่ควรกับนางแม้แต่น้อย เขาจะปกป้องนาง ใช้ทั้งชีวิตพิสูจน์ โดยที่จ้าวเข่อหรันไม่รู้เลย ในค่ํา คืนเงียบงันนั้น ชะตากรรมของนาง ได้เบี่ยงเบนไปจากชาติเดิมแล้ว