หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 59 ถอนหมั้น
59 ถอนหมั้น
วันเวลาล่วงผ่านไป ข่าวลือมิได้ชา กลับโหมกระหน่ําาราวไฟต้องลม ภายนอกเมืองหลวงเสียงชุบ บดั่งราวคลื่นกระทบฝั่ง ยิ่งห้ามก็ยิ่งลามไป ไกล จ้าวเข่อเหรินฟังแล้วกลับยินดีอยู่ลึก ๆ ทว่าหลายวันมานี้ บิดามารดา กลับเงียบงันไร้ท่าที นางเริ่มกระวนกระวาย หรือข่าวลือนั้นยังไม่รุนแรงพอ ?
เรือนเชียอวี่
ร่างกายจ้าวเข่อเหรินดีขึ้นมากแล้ว แต่เพราะยังถูกสั่งกักบริเวณ จึงมี อาจก้าวออกจากเรือน ข่าวคราวทั้งหลายล้วนผ่านหูจากปากของเสียนอวี้น “เสียนอวิน เจ้าคิดว่าแผนครั้งนี้จะสําเร็จหรือไม่?”
นางถามเสียงแผ่ว แววตาช่อนความหวั่นไหว เสียนอวี้นแม้ใจร้อนดุจ กัน แต่จ๋าต้องปลอบ
ไร?”
“คุณหนูอย่ากังวลเลย แผนราบรื่นถึงเพียงนี้ จะไม่สําเร็จได้อย่าง
แท้จริงนางเองก็หวาดหวั่น การถอนหมั้นครั้งนี้มิใช่เรื่องเล็ก คู่หมั้น ของจ้าวเข่อหรันคือบุตรชายตระกูลจงอี้โหว สัญญาแต่งงานกําหนดไว้ตั้งแต่ ยังอยู่ในครรภ์ จะยกเลิกง่ายดายได้อย่างไร? หมากตัวนี้อันตรายนัก หาก พลาดพลั้ง ชื่อเสียงคุณหนูรองคงแหลกสลายจนมิอาจกอบกู้ แต่บัดนี้…ไม่มี ทางถอย ขณะทั้งสองก้าลังวิตก เสียงรายงาน ง น
“คุณหนูรอง ฮูหยินมาแล้วเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินสะดุ้ง
ท่านแม่มา?”
ตั้งแต่ถูกกักบริเวณ บิดาห้ามผู้ใดเยี่ยม แม้แต่มารดา แล้ววันนี้เหตุ ใดจึงมาอย่างเปิดเผย? เสียนอนฉุกคิดขึ้นได้ กระซิบเบา ๆ ข้างหู
“หรือจะเป็นเรื่องข่าวลือ?”
ดวงตาจ้าวเข่อเหรินวาววับราวดาวพราวฟ้า แผน…กําลังสัมฤทธิ์ผล
แล้วหรือ? การตัดสินของมารดา ฉันเชียงเหอก้าวเข้ามา สีหน้าฉายความเอ็น
ดูและความหนักใจปะปน
“เย่อเหริน แม่มีเรื่องจะถามเจ้า… เจ้าคิดอย่างไรกับชื่อจื่อแห่ง
จงอี้โหว?”
เพียงคําถามนั้น ใจจ้าวเย่อเหรินก็พลันเบิกบาน ชื่อจื่อผู้นั้น คือหลินซีหร่าน บุตรชายแห่งจงอี้โหว ผู้เป็นคู่หมั้นของพี่สาว
“เขา….เป็นคนตีเจ้าค่ะ”
นางเอ่ยเสียงอ่อน ทําท่าประหม่า
“แล้วเจ้าชอบเขาหรือไม่?”
ใบหน้าแดงเรื่อ เสียงสั่นพร่า
“ท่านแม่…เขาเป็นคู่หมั้นของพี่หญิงนะเจ้าคะ”
ฉันเชียงเหอถอนหายใจ
“ข่าวลือที่เขาอุ้มเจ้ากลับเรือน วันนั้นมีคนเห็นมากมาย ทั้งในจวนและ
นอกจวน ต่างร่ําาลือกันว่าเจ้าและเขามีใจต่อกัน หากไม่จัดการ ชื่อเสียงเจ้าจะ ย่อยยับ”
จากนั้นถ้อยคําที่รอคอยก็ดังขึ้น
“บิดาเจ้ากับแม่ตัดสินใจแล้ว จะให้เข่อหรันถอนหมั้น และให้เจ้าหมั้น
กับชื่อจื่อแทน”
จ้าวเข่อเหรินแทบกลั้นยิ้มไม่อยู่ แต่ยังทําทีตกใจ
ท่านแม่! จะเป็นไปได้อย่างไร?”
ฉันเชียงเหอเอ่ยหนักแน่น
“ท่านปู่ของเจ้ารับรู้และเห็นชอบแล้ว”
ประโยคเดียว ประตูทุกบานถูกปิดตาย
สวนชุนฮุย
อีกฟากหนึ่ง จ้าวเข่อหรันกําลังอ่านหนังสืออย่างสงบ ข่าวการมาของ มารดาทําให้นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อได้รู้ว่าฮูหยินเพิ่งไปเยี่ยมเรือนเชื่ ยอวี่มาก่อน นางก็พลันเข้าใจ ข่าวลือ…ถึงเวลาถูกใช้เป็นดาบแล้ว ฉันเชียง เหอเข้ามา สีหน้าไม่สู้ดีนัก
“เบ่อหรัน แม่มีเรื่องจะปรึกษา”
นางยิ้มเรียบ
“เรื่องข่าวลือระหว่างชื่อจื่อกับน้องหรือเจ้าคะ?”
ฮูหยินชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า
“เพื่อรักษาชื่อเสียงของเย่อเหริน แม่หวังว่าเจ้าจะ…ถอนหมั้น
คําพูดนั้นดังชัดในห้องที่ไร้เสียงอื่น จ้าวเข่อหวั่นทําท่าตกใจ ดวงตา แดงเรื่อ แต่ลึกลงไปในใจ กลับเย็นเฉียบดุจหิมะกลางเหมันต์ ในที่สุด…. หลุดพ้น นางเคยคิดหาทางยกเลิกสัญญานี้มานาน หลินชีหร่านผู้นั้น ชายที่ ยังไม่ทันแต่งก็คลอเคลียสตรีอื่นเสียแล้ว ต่อให้นํามาวางตรงหน้า นางยังมี คิดเหลียวแล ทว่าบนใบหน้า นางยังคงสวมบทผู้ถูกบีบคั้น
“จําเป็นต้องทําถึงเพียงนี้หรือเจ้าคะ?”
“ท่านปู่เห็นชอบแล้ว”
ฉินเชียงเหอกุมมือบุตรสาว
“แม่รู้ว่าไม่ยุติธรรม แต่เพื่อเข่อเหริน เจ้าช่วยเสียสละให้น้องเถิด”
เสียสละ? ค่านี้ช่างงดงามเสียจนฟังแล้วขมปร่า เมื่อเป็นเย่อเหริน ทุก อย่างล้วนสําคัญ เมื่อเป็นเข่อหรัน ก็เพียงหมากตัวหนึ่ง นางก้มหน้า น้ําเสียง แผ่วเบา
“เช่นนั้น….ก็แล้วแต่ท่านพ่อท่านแม่เถิด”
คําตอบเรียบร้อย สุภาพ อ่อนโยน แต่ในดวงตา แววเย้ยหยันเย็น เยียบแถบวาบ หลังละครมานความเงียบลง เมื่อมารดาจากไป เหล่าแม่นม และสาวใช้ต่างตกตะลึง
“คุณหนู! ท่านจะยอมได้อย่างไร?”
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบาง
“ต่อให้ไม่ยอม ก็ไม่มีผู้ใดฟังอยู่ดี”
ถ้อยคําเรียบง่าย แต่แทงลึกยิ่งกว่ามีด นางมิได้เสียใจ มีเพียงความ เวทนา มิใช่เวทนาตนเอง หากเวทนาความรักของบิดามารดาที่เอียงเอนจน เกินรับไหว อย่างไรก็ดี….เรื่องนี้ยังไม่จบ จ้าวเย่อเหรินอายุเพียงสิบสาม อีก สองปีจึงจะถึงวัยปักปีน
สองปี…นานพอให้ดอกไม้บานและโรย หลินฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจงอี้โหว โปรดปรานเย่อเหรินนัก แต่นางยังมีรู้ว่า ภาพวาด “ชุนเกอเหยียบหิมะ” ที่เข่อเหรินเคยส่งไปนั้น เป็นเพียงของปลอม
เมื่อความจริงเปิดเผย ไม่รู้ว่าแววตาเอ็นดูจะยังคงอยู่ หรือจะกลาย เป็นเย็นชา จ้าวเข่อหรันยกมุมปาก ยิ้มบางราวสายลมเย็นยามค่ําา หมากกระดานนี้…ยังเดินได้อีกยาวไกล