หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 60 ทวงคืนปิ่นโบตั๋น
60 ทวงคืนปิ่นโบตั๋น
ไม่นานหลังจากทั้งสองตระกูลเห็นพ้องต้องกัน เรื่องการถอนหมั้น ระหว่างจ้าวเข่อหรันกับชื่อจื่อหลินซีหร่านก็ถูกยุติลงอย่างเงียบงัน แท้จริง แล้วก็ไม่มีพิธีการใดต้องจัด ดังที่ฉันเชียงเหอเคยกล่าวไว้ แม้ทั้งคู่จะเป็นคู่ หมั้นที่ตกลงกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทว่าก็ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
คํามั่นนั้นเป็นเพียงถ้อยคําของผู้อาวุโสสองตระกูลเท่านั้น เพราะฉะนั้น ต่อ ให้ยกเลิกไป ก็แทบไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ฝ่ายเจ้าของเรื่องทั้งสองคนก็ไม่ได้กล่าวอะไร จ้าวเข่อหรันเดิมทีตั้งใจ จะถอนหมั้นอยู่แล้ว เพียงแต่เพื่อไม่ให้ใครสงสัย นางจึงแสร้งทําท่าเศร้า สร้อย โดยเฉพาะเมื่อข้างกายยังมี “สายตา” ที่จ้าวเย่อเหรินปักไว้ หลิงเอ๋อร์
ช่วงนี้หลิงเอ๋อร์คอยหยั่งเชิงถามความรู้สึกนางอยู่เสมอ จ้าวเข่อหรัน ย่อมรู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าหลิงเอ๋อร์ นางจึง แสดงสีหน้าอาดูร ราวใจแตกสลาย ขณะเดียวกัน นางก็กําลังรอผลการสืบ เรื่อง นโบตั๋นจากจ้าวเย่อเฟิง
ส่วนหลินชีหร่านนั้น เดิมทีในใจก็มีเพียงจ้าวเข่อเหริน การได้หมั้น หมายครั้งนี้จึงนับว่าสมปรารถนา เพียงแต่เกรงจ้าวเข่อหรันจะเสียใจ เขาจึง มิได้แสดงความยินดีออกมา ไม่รู้เพราะอยากดับข่าวลือให้เร็ว หรือกลัวเรื่อง จะยืดเยื้อ คราวนี้การหมั้นหมายของจ้าวเย่อเหรินกับจวนจงอี้โหวกลับดําา เนินอย่างรอบคอบครบถ้วน แม่สื่อถูกเชิญมา สองฝ่ายแลกแผ่นดวงชะตา ตรวจดูฤกษ์ยาม ส่งหนังสือหมั้นหมาย ส่งสินสอด ครบขั้นตอน ไม่ถึงครึ่ง เตือน เรื่องก็เสร็จสิ้น
ตกลงกันว่าอีกสองปี เมื่อจ้าวเย่อเหรินปักปิ่นแล้ว จวนจงอี้โหวจะมา รับตัวเข้าประตู จ้าวเข่อหรันเฝ้ามองทุกอย่างดุจดูละคร จ้าวเข่อเหรินช่วงนี้ ใบหน้าผ่องใส ราวสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน ใจมั่นคงเพราะได้หมั้นกับชาย ในดวงใจ
ส่วนจ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มเย็นในใจ เย่อเหรินเอ๋ย… จะยินดีก็ยินดีไป เถิด ยิ่งปืนสูงเท่าใด ครั้นตกลงมาก็ยิ่งเจ็บหนักเท่านั้น วันนี้เจ้าหัวเราะได้ วันหน้าข้าจะให้เจ้าร้องไห้จนไร้ าตา ข่าวลือภายนอกค่อย ๆ ชาลง
ตลอดช่วงเวลานั้น จ้าวเข่อหรันไม่ออกจากสวนชุนฮุยเลย ผู้คนต่าง คิดว่านางเสียใจจากการถอนหมั้น จึงไม่กล้าออกพบใคร อย่างน้อยจ้าวเข่อ เหรินในเรือนเชียอวี่ก็เชื่อเช่นนั้น
เรือนเชียอวี่
จ้าวเย่อเหรินนั่งเอนกายบนเก้าอี้ริมหน้าต่าง ฟังเสียนอวิ่นรายงาน
ข่าวภายนอก รวมถึงสิ่งที่หลิงเอ๋อ สืบมา
“ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ช่วงนี้สูบเชียวมาก โดยเฉพาะตอนที่คุณหนู
หมั้น นางไม่ออกจากสวนชุนฮุยเลยเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มจากก้นบึ้งหัวใจ
“จ้าวเข่อหรันเอ๋ย… เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน ตอนเด็กก็แค่คลอดก่อน ข้าเพียงชั่วครู่ กลับได้หมั้นกับตระกูลดีเช่นนั้น แต่ของที่ไม่ใช่ของตน ต่อให้ ถือไว้ก็ต้องคืน”
เสียนอวินรีบประจบ
“ใช่เจ้าค่ะ แต่ก่อนนางรุ่งโรจน์เพียงใด ตอนนี้ไม่กล้าออกหน้าด้วย
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเบา ๆ
“หมั้นตั้งแต่ในครรภ์แล้วอย่างไร สุดท้ายก็แพ้ข้าอยู่ดี ข้าเกือบอยาก ไปบอกนางด้วยช้าว่า ข้ากับหลินซีหร่านรักกันมานานแล้ว…. ไม่รู้ว่าสีหน้านาง จะเป็นเช่นไร”
เสียนอวิ๋นหน้า ต
“คุณหนูคงไม่คิดท้าจริง ๆ ใช่ไหมเจ้าคะ?”
“คือเล่นเท่านั้น”
นางยิ้มหวาน
“ตอนนี้ยังแตกหักไม่ได้”
จากนั้นนางสั่งให้คนจับตาดูจ้าวเข่อหรันให้แน่น เมื่อพูด
ถึงหลิงเอ๋อร์ เสียนอ นอตเตือนไม่ได้
“คนอย่างนาง ขายเจ้านายเต็มได้ วันหน้าก็อาจขายคุณหนูได้เช่นกัน”
จ้าวเย่อเหรินแค่นเสียงเบา
“ข้ารู้ แต่ตอนนี้ยังมีประโยชน์ คนโลกเช่นนี้ เพียงโยนเศษกระดูกให้ ก็พร้อมกัดเจ้าของเดิม
ริมฝีปากนางยกขึ้นเล็กน้อย
“แต่ข้าทนจ้าวเข่อหรันยังไม่ได้ จะทนหลิงเอ๋อร์ไปเพื่ออะไร วันหน้า
ค่อยก๋าจิตเสียก็สิ้นเรื่อง ก็แค่บ่าวคนหนึ่งเท่านั้น”
ทว่านางหารู้ไม่ว่า ในขณะที่นางยังลังเล จ้าวเข่อหรินได้วางแผน
กําจัด “ตะปู” ตัวนี้แล้ว
สวนสุยเฟิง
หลายวันผ่านไป จ้าวเข่อเพิ่งวิ่งวุ่นอยู่นอกจวน เพื่อตามหาปิ่นโบตั๋น วันนี้เขากลับมาพร้อมกล่องไม้ใบหนึ่ง รีบไปหาชุน เหนียงในศาลากลางสวน
“โตป่านนี้แล้วยังลุกลี้ลุกลนเช่นเดิม”
ชุนอี้เหนียงเอ่ยตําหนิอย่างอ่อนโยน จ้าวเข่อเพิ่งดื่มชาทีเดียวหมด ถ้วย ก่อนยื่นกล่องให้นาง เมื่อเปิดออก ชุน เหนียง ก็เข้าใจทันที
ปีนโบตั๋นวางนิ่งอยู่ภายใน
“เจ้าไปหามาได้จากที่ใด?”
“พี่ใหญ่ให้ไปหาที่โรงรับจํานําเยว่หลาย แต่ไม่พบ ข้าจึงตามหาหลาย แห่ง สุดท้ายเจอ ร้านเล็ก ๆ โชคดีที่เป็นการจํานํายาด ข้าจึงชื้อคืนมาได้
ชุนอี๋เหนียงถอนหายใจโล่งอก จ้าวเข่อเฟิงก้มเสียง
“ท่านคงคาดไม่ถึงว่าใครเอาไปจํานํา”
“ผู้ใด?”
“หลิงเอ๋อร์” ชุน เหนียงตกใจ
“นางเป็นสาวใช้ใกล้ชิดคุณหนูใหญ่!”
จ้าวเข่อเพิ่งเล่าว่าเถ้าแก่ร้านนั้นเป็นบัณฑิตแก่ วาดภาพได้ดี เพราะ
สงสัยสาวใช้แต่งตัวธรรมดากลับถือเครื่องประดับล้ําค่า จึงจําใบหน้าไว้ เขา ให้เงินสิบตําลังเพื่อให้วาดภาพขึ้นใหม่ ภาพนั้น คือหลิงเอ๋อร์ ซุ่นอี้เหนียง
พยักหน้า
รีบไปส่งของและภาพให้พี่ใหญ่เจ้าเถิด เรื่องนี้ไม่เล็ก”
สวนชุน ย
จ้าวเข่อหรันก้าลังปักลายฉากบังลม เพื่อมอบให้ท่านยายในวันเกิด
ชาติที่แล้วนางเคยเรียนกับจีน มัวมัว ฝีมือจึงยังพอจําได้ แม้เวลาจะผ่านไป ไม่นาน เสี่ยวเหมยมารายงานว่าจ้าวเย่อเฟิงมาถึง นางสั่งพาไปศาลาในสวน เมื่อไปถึง เห็นเขานั่งดีม าแล้วยิ้มคนเดียว
“ชาของสวนข้าอร่อยถึงเพียงนั้นหรือ เห็นดื่มไปยิ้มไปเชียว”
เขาสะดุ้ง ก่อนยิ้มกว้าง
“พี่ใหญ่!”
ทั้งสองนั่งลง จ้าวเข่อเฟิงยื่นกล่องและภาพวาดให้นาง จ้าวเข่อหรัน เปิดกล่องก่อน ปิ่นโบตั๋นสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ งดงามจนสะกดสาย ตา ก้อนหินหนักในอกนางคล้ายหล่นลงในบัดดล จากนั้นจึงคลีภาพออก เป็นหลิงเอ๋อร์จริงดั่งคิด ใบหน้านางเรียบเฉย ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย
แต่แม่นมเยว่กับหลงเอ๋อร์ที่ยืนด้านหลังกลับอ้าปากค้าง ผู้ที่ขโมยไป จํานํา คือสาวใช้ข้างกายคุณหนูใหญ่เอง ลมพัดผ่านศาลาเบา ๆ ในดวงตา จ้าวเข่อหรัน มีเพียงประกายเย็นเยียบ
หลิงเอ๋อ … ในเมื่อเจ้ากล้าทรยๆ ก็อย่าหวังว่าจะได้จบงาน