หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 67 สายใยแม่ลูกที่ห่างเหินลงทุกที
67 สายใยแม่ลูกที่ห่างเหินลงทุกที
ไม่นาน หลงเอ๋อ ก็ยกน้าชากับขนมเข้ามา นางจัดวางถ้วยชาและจาน ขนมอย่างคล่องแคล่วเป็นระเบียบ แม้ตรงหน้าจะเป็นของโปรดของตน แต่ จ้าวเย่อเหรินกลับไร้เรี่ยวแรงจะหยิบชิม หลังได้ยินเรื่องพระโพธิสัตว์
กวนอิมพันปีหยกขาว นางก็ใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป
ห้าหมื่นสําลงเงิน…ตัวเลขนั้นยังดังก้องอยู่ในศีรษะ นางลอบกัดริมฝี
ปาก ตัดสินใจในใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องได้พระโพธิสัตว์องค์นั้นมาให้จง ได้ ทว่า…ราคาแท้จริงเท่าใดกันแน่? นางไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะเมื่อครู่ จ้าวเข่อหรันยังเตือนให้นางอย่าซื้ออยู่เลย ในที่สุด นางก็ทนไม่ไหว เอ่ยถาม
งั้นเบา ๆ
เจ้าคะ?”
“พี่หญิง…พระโพธิสัตว์หยกขาวองค์นั้น ตกลงต้องใช้เงินเท่าไรหรือ
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้ว มองน้องสาวด้วยแววตาเหมือนฉงน
“เย่อเหริน เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้าสนใจนักเล่า?”
จ้าวเย่อเหรินรีบส่ายหน้า
“มิใช่เจ้าค่ะ ข้าเพียงสงสัย เพราะเมื่อครู่ท่านบอกว่าซื้อไม่ไหว ข้าจึง
อยากรู้ว่ามันแพงเพียงใด”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ข้าเคยให้คนไปสืบมา ได้ยินว่าราวห้าหมื่นลําลิงเงิน
“อะไรนะ! ห้าหมื่น ลิง?”
จ้าวเข่อเหรินตะลึงจนแทบหลุดถ้วยชา ตัวเลขนั้นมิใช่น้อย ๆ เลย
จ้าวเย่อหรันหัวเราะแผ่ว
“ใช่สี ถ้าไม่แพงถึงเพียงนี้ ข้าคงซื้อไปแล้ว แต่ท่านพี่อีเหมี่ยวคงจ่าย
ใต้แหละนะ”
ๆ
ได้ยินชื่อฉินอี้เหมี่ยว บุตรสาวใหญ่ตระกูลฉินแห่งจวน วกง ใจ จ้าวเข่อเหรินพลันกระตุก นางยิ้มฝัน ๆ ฐานะของฉินอี้เหมี่ยวนั้นเหนือกว่า นางทั้งชาติกําเนิดและความสามารถ เงินห้าหมื่นตําลึงคงไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ สําหรับนาง…มันคือภูเขา จะถอยก็ไม่ยอม จะสู้ก็หนักหนา สีหน้านางซีดลง อย่างไม่อาจปกปิด จ้าวเข่อหวั่นมองเห็นทุกอย่างชัดเจน ใบหน้ายังคงแสร้ง เป็นห่วง
“เย่อเหริน เจ้าเป็นอะไรไปหรือ? สีหน้าไม่มีเลย
“ข้า….ปวดศีรษะเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
นางรีบลุก
“ข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ พี่หญิง”
นางไม่อยากนั่งเสแสร้งอีกต่อไป ใจดี เพียงหาทางรวบรวมเงิน นาง จะไม่มีวันแพ้ฉินอี้เหมี่ยวเด็ดขาด! มองแผ่นหลังน้องสาวที่จากไปอย่างเร่ง รีบ จ้าวเข่อหรันยกมุมปากขึ้นช้า ๆ แผนสําเร็จครึ่งหนึ่งแล้ว ใช่…นางจงใจ พูดถึงพระโพธิสัตว์นั้น
นางรู้ดีว่าเข่อเหรินหยิ่งทะนง โดยเฉพาะหลังหมั้นหมาย
กับหลิน หร่าน กลายเป็นว่าที่สะใภ้ชื่อจื่อแห่งจวนโหวผู้ภักดี นางยิ่งต้อง การความสมบูรณ์แบบเหนือผู้ใด เพียงสะกิดเบา ๆ ก็เพียงพอให้ไฟริษยา ก โชน ห้าหมื่นต๋าลิงไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนางจะเอามาจากไหนกัน?
ๆ
ยิ่งเมื่อรู้ว่าฉินอี้เหมี่ยวก็สนใจ พระโพธิสัตว์องค์นั้นก็ยิ่งกลายเป็น ศักดิ์ศรี หากท้ายที่สุด นางต้องเสียเงินมากมาย ซ้ํายังบาดหมางกับญาติผู้ พี่ แล้วยังไม่ได้หน้าในงานใหญ่… สีหน้านั้นคงน่าชมไม่น้อย จ้าวเข่อหรัน หัวเราะเบา ๆ
“คุณหนูยิ้มสดใสเหลือเกิน มีเรื่องดีอะไรหรือเจ้าคะ?”
หลงเอ๋อ เอ่ยถาม นางเงยหน้ามองท้องฟ้า
“วันนี้อากาศดีต่างหาก”
หลงเอ๋อ มองตาม แต่ไม่เห็นมีสิ่งใดพิเศษ
“เรื่องบางเรื่อง…เจ้าดูไม่ออกหรอก”
เสียงของนางอ่อนหวาน ทว่าแฝงความเยียบเย็นที่ยากหยั่ง ยังไม่ทัน ลงเข็มปักผ้าได้กี่ฝี มือหนึ่งของฉินเซียงเหอ สาวใช้ ชื่อยาเอ๋อร์ ก็มาถึง ยาเอ๋อร์เป็นคนโปรดของฉันเชียงเหอ รองเพียงแม่นมฉินเท่านั้น ในจวนนี้ แม้บรรดาอนุและบุตรอนุก็ยังต้องให้เกียรตินาง
“บ่าวยาเอ๋อร์ คารวะคุณหนูใหญ่”
จ้าวเข่อหรันแปลกใจ
“พี่สาวยาเอ๋อร์ มารดามีเรื่องใดถึงต้องให้ท่านมาด้วยตนเอง?”
“ฮูหยินเชิญคุณหนูไปที่ชิงเหอเก๋อเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันถอนใจเบา ๆ ดูท่าวันนี้จะไม่ได้ปักผ้าอย่างสงบ ระหว่าง
ทาง นางแสร้งถาม
คะ”
“พี่พอทราบหรือไม่ว่า มารดาเรียกข้าไปด้วยเหตุใด?”
ยาเอ๋อร์ยิ้มละมุน
“บ่าวเป็นเพียงสาวใช้ จะกล้าคาดเดาความคิดฮูหยินได้อย่างไรเจ้า
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง หยิบแหวนทองคําวงหนึ่งจากถุงเงินสอดใส่มือ นาง แววตายาเอ๋อร์วาววับ หลังมองซ้ายขวา นางกระชับเบา ๆ
“ฮูหยินไม่พอใจที่คุณหนูใหญ่สนิทกับคุณชายใหญ่แห่ง
สวนสุยเฟิงเกินไป
ดังคาด จ้าวเข่อหรันยิ้มรับ นางรู้ดี มารดาไม่ชอบให้นางข้องเกี่ยวกับ อนุและบุตรอนุ โดยเฉพาะเมื่อคืน บิดายังค้างที่สวนสุยเฟิง ไฟริษยาในใจ มารดาคงลุกโชน
เมื่อก้าวเข้าสู่ชิงเหอเก้อ จ้าวเข่อหวั่นเห็นฉันเชียงเธอนั่งหน้าบึงอยู่ บนที่ประธาน นางค้านับเรียบร้อย
“บุตรสาวคารวะท่านแม่เจ้าค่ะ”
แต่ฉันเชียงเหอกลับทําเป็นมองไม่เห็น ปล่อยให้นางยืนค้างอยู่เช่น
นั้น บรรยากาศตึงเครียดดั่งสายพิณที่ถูกขึงจนสุด แม่นมฉันทนไม่ไหว เอ่ย
เตือนเบา ๆ ฉันเชียงเหอจึงจ๋าต้องเอ่ยเสียงเย็น
ๆ
“นั่งสี”
เมื่อสาวใช้ออกไปหมด เหลือเพียงสามคนในห้อง ฉินเชียงเหอพลัน
กระแทกถ้วยชาลงโต๊ะ ง ปัง!
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าทําให้ข้าปวดใจเพียงใด!”
จ้าวเข่อหรันเงยหน้ามอง สีหน้าเรียบสงบ
“ลูกทําสิ่งใดผิดหรือเจ้าคะ?”
“เรื่องเข่อเหรินตกนํ้า! หากมิใช่เพราะเจ้า นางจะถูกกักบริเวณหรือ!”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ลูกเพียงพูดสิ่งที่เห็น มิได้ใส่ร้ายผู้ใด หรือท่านแม่ต้องการให้ลูก โกหกต่อหน้าท่านพ่อ?”
ฉันเชียงเหอกลับพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
“เพื่อทวงความยุติธรรมให้เย่อเหริน เจ้าควรทํา!”
คําตอบนั้นเหมือนคมมีดบางเฉียบ กรีดผ่านหัวใจ จ้าวเข่อหรัน
หัวเราะแผ่วๆ
“แล้วหากท่านพ่อรู้ความจริง ลูกจะไม่ถูกลงโทษหรือ? หรือว่าความ
ยุติธรรมของท่านแม่…มีไว้เพื่อบางคนเท่านั้น?”
คําพูดนั้นนุ่มนวล แต่แฝงหนาม ฉันเชียงเหอหน้าชา ครู่หนึ่งจึง
เปลี่ยนประเด็น
เจ้าสนิทกับสวนสุยเฟิงเกินไป”
“ฮุนอี๋เหนียงเป็นผู้ใหญ่ เฟิงเอ๋อร์เป็นน้องชาย เลยไปมาหาสู่กันบ้าง
ผิดหรือเจ้าคะ?”
“เจ้าถูกพวกเขาหลอก!”
น้ําเสียงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง จ้าวเข่อหรันยิ้มจาง
“แล้วเหตุใดผู้อื่นจึงไม่มีเหตุผลจะดีกับลูก? หรือในสายตาท่านแม่
โลกนี้มีเพียงคนเดียวที่ควรได้รับความรัก?”
สั่งเล
คําถามนั้นเบา แต่รุนแรง ฉันเชียงเหออึ้งงัน สุดท้ายจึงถามขึ้นอย่าง
“เจ้ายังโกรธเรื่องถูกบังคับถอนหมั้นกับหลินซีหร่านอยู่หรือไง?”
แววตาจ้าวเข่อหรันวูบไหวชั่วขณะ ก่อนกลับสู่ความเรียบเฉย
“ลูกมิได้โกรธ หากน้องมีความสุข ลูกย่อมยินดีเจ้าค่ะ” คําตอบนั้นสุภาพเกินตาหนี แต่ระยะห่างระหว่างแม่ลูก….กลับยาว
ใกลจนยากเอื้อมถึง ฉินเสียงเหอถอนหายใจ
ไปเถิด แต่อย่าลืม ข้าไม่ชอบให้เจ้าสนิทกับสวนสุยเฟิง และเรื่องวัน
นี้…อย่าให้บิดาเจ้ารู้”
จ้าวเย่อหรันค้านับ
“ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ”
ๆ
เมื่อแผ่นหลังบางค่อย ๆ ลับสายตา ฉันเชียงเหอรู้สึกบางสิ่งหลุดลอย ไปจากมือ แม่นมฉันมองตามอย่างทอดถอนใจ ความลําเอียงของผู้เป็นแม่…. กําลังผลักลูกสาวให้ไกลออกไปทุกที ไกล….จนวันหนึ่ง อาจไม่มีวันย้อนกลับมา
ใต้อีก