หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 68 ของขวัญ
68 ของขวัญ
สําหนักยมราช องค์กรนักฆ่าที่เลื่องชื่อที่สุดในยุทธภพ
มีคํากล่าวว่า “ยมราชให้ตายยามสามยาม จะอยู่ถึงห้ายามก็ไม่ได้ และตําหนักยมราชก็คือผู้ที่ยึดถือคํากล่าวนั้นเป็นกฎเหล็ก หากเจ้าจ่ายได้ มากพอ พวกเขาก็จะพรากชีวิตผู้ที่เจ้าต้องการให้ตาย ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ ใดก็ตาม
เล่าลือกันว่าภายในนําหนัก เต็มไปด้วยยอดฝีมือ หากมีคนว่าจ้าง
พวกเขาจะส่ง “ตราบัญชาแห่งยมราช” ไปยังเป้าหมาย ผู้ใดได้รับบัญชานั้น ต่อให้หนีไปสุดขอบฟ้า ก็ไม่มีวันรอด ดังนั้นนําหนักยมราชจึงได้ชื่อว่าเป็น หนึ่งในองค์กรนักมาอันดับหนึ่งของยุทธภพ
แต่ไม่มีผู้ใดรู้ว่าตําหนักตั้งอยู่ที่ใด ภายในมีสิ่งใดบ้าง หรือแม้แต่ตัว ตนของประมุขเป็นใคร ความลึกลับนั้นเองที่ห่อหุ้มองค์กรนี้ไว้ราวหมอกบาง เล่ากันว่าประมุขแห่งตําหนักเป็นผู้มีวรยุทธ์สูงล้ํา ไร้ผู้ทัดเทียม มักสวมชุด ขาวสะอาด ดวงหน้าใต้หน้ากากเงินขาวสะท้อนแสงจันทร์ ไม่มีผู้ใดเคยเห็น โฉมจริง หรือรู้ว่าเขาอายุเท่าใด ตําหนักยมราช และประมุขของมัน จึงเป็น ทั้งตานานและเงามืดในคราวเดียว
ทว่า ไม่มีใครรู้เลยว่า นอกจากเป็นองค์กรนักมาอันดับหนึ่งแล้ว
สําหนักยมราชยังเป็นศูนย์กลางข่าวกรองอันดับหนึ่งของแคว้นต้าหลี่ ข่าว
สารทั่วหล้าด้วนผ่านสายตาพวกเขา อีกทั้งยังมีเครือข่ายกิจการกระจายอยู่ ทั่วแคว้น เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ เป็นความลับที่รู้กันเฉพาะคนในเท่านั้น
ยามนี้ ณ ชั้นห้าของหอวังจันทร์ ชื่อ ชวี่ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง มอง จันทร์กระจ่างบนฟ้า แววตาเย็นชาที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับอ่อนโยนดุจน้ํา ค้างยามรุ่งอรุณ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉุดเขาออกจากห้วงความคิด
“เข้ามา”
เสียงเขาเรียบเฉย ประตูเปิดออก ชายชุดแดง ชื่อว่า จื่อหยวน ก้าว เข้ามาพร้อมหญิงสาวงามสี่นาง จื่อหยวนคือสหายสนิทของชือถูกวี่ เป็นรอง ประมุขตําหนักยมราช เมื่อครั้งหนึ่งเขาถูกไล่ล่า หากมิใช่เพราะชื่อชวี่ช่วยไว้ ชีวิตคงสูญสิ้นไปนานแล้ว สําหรับจื่อหยวน ชื่อ ชวี่มิใช่แค่สหาย หากเป็นผู้มี พระคุณที่เขายินดีถวายชีวิตตอบแทน
คืน”
“กําลังคิดถึงใครอยู่หรือ? เจ้าตัวเล็กคนนั้นสินะ”
จื่อหยวนหัวเราะหยอก
“ถ้ารักนัก ก็รีบแต่งเข้าประตูสี จะได้ไม่ต้องยืนชมจันทร์ให้คิดถึงทุก
ซือถูชที่ไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้า
“คนพร้อมหรือยัง?”
จื่อหยวนยักไหล่
“พร้อมแล้ว สี่นางนี้คือ สี่บุปผา’ แห่งตําหนัก
หญิงทั้งสี่คุกเข่าลง
“บ่าวฉินเชียง ค้านับประมุข”
“บ่าวฉีเชียง ค้านับประมุข
“บ่าว อเชียง คํานับประมุข
“บ่าวฮวาเชียง ค่านับประมุข”
ใช่แล้ว ซ๊อก วี่คือประมุขตําหนักยมราช เขามองทั้งสี่อย่างพินิจ “รู้หรือไม่ เหตุใดจึงเลือกพวกเจ้า”
“บ่าวจะถวายชีวิต ปกป้องฮูหยินในอนาคตของท่านประมุขเจ้าค่ะ”
อกูล พยักหน้า ก่อนคัดเลือกฉินเซียงกับชื่อเสียงไว้ หนึ่งถนัดสอบ สังหารและข่าวกรอง หนึ่งช้านาญพิษและโอสถ
“ข้าจะส่งพวกเจ้าไปอยู่กับคุณหนูใหญ่จ้าวเข่อหรันแห่งจวนไท่ชื่อ นับ
แต่นี้ไป นางคือเจ้านายของพวกเจ้า หากนางบาดเจ็บแม้เส้นผมเดียว โทษ ตามกฎ าหนักจะตกแก่พวกเจ้า”
“บ่าวจะปกป้องเจ้านายสุดชีวิต!”
เมื่อทุกคนออกไป เหลือเพียงเขากับจื่อหยวน
“เจ้าจริงจังหรือ?”
ชือ ชวี่พยักหน้า จื่อหยวนถามด้วยแววตาซับซ้อน
“นางเป็นคนเช่นไร จึงทําให้เจ้าหลงถึงเพียงนี้?” แววตาของชือถูหวี่อ่อนโยนลง
“นาง… ดีมาก”
เพียงสามค้า แต่หนักแน่นกว่าพันถ้อยคํา
รุ่งเช้า
จ้าวเข่อหรันตื่นขึ้น เห็นสิ่งของบนโต๊ะ พิณหนึ่งเล่ม คัมภีร์หนึ่งเล่ม นางเดินเข้าไปใกล้ ดวงตาเป็นประกาย “หรือว่านี่คือ หลิวเยว่’ ?” พิณ า จากหยกขาวทั้งชิ้น สายพิณจากไหมสวรรค์ เสียงใสกังวานดุจจันทร์ใหลริน พิณหลิวเยว่ ผลงานเอกของปรมาจารย์ช่างพิณไป๋จื่อย่า ได้รับสมญา “ยอด พิณแห่งพิณทั้งปวง” นางดีดสายพิณเบา ๆ เสียงดั่งนํ้าค้างตกกระทบใจ แล้วสายตาก็เหลือบเห็นคัมภีร์ “ซีอจิง” เปิดค้างไว้ที่บท “เจียนเจีย”
“ต้นอ้อเขียวครึ้ม น้ําค้างจับเป็นเกล็ด ผู้เป็นที่รัก อยู่ฟากน้ําไกล….”
ถ้อยคํารักที่เอื้อนเอ่ยถึงคนึงหา ใบหน้าจ้าวเข่อหรันแดงระเรื่อ ฮือถูชวี่…หัวใจนางหวานราวลิ้มรสน้ําผึ้ง แต่ขณะเดียวกันก็หวั่นไหว นางมิใช่ หญิงงามล่มเมือง มิใช่ดาวเด่นในสายตาผู้คน แล้วเหตุใดเขาจึงมอบของล้ํา
ค่าเช่นนี้ให้? ใ พิณมีจดหมายสั้น
“พิณหลิวเยว่ให้เจ้า ส่วนพิณกับบทกวี จะตามไปภายหลัง ชื่อชวี่”
นางงุนงง แต่ไม่ทันได้คิดต่อ เสียงสาวใช้ก็ดังขึ้น เมื่อเห็นพิณล้ําค่า
จ้าวเย่อหรันรีบเก็บซ่อนทันที
“ลืมสิ่งที่เห็นวันนี้เสีย ห้ามบอกผู้ใดเด็ดขาด”
สาวใช้ทั้งสองพยักหน้า แม้ใจเต็มไปด้วยคําถาม ระหว่างจัดเตรียม
อาภรณ์ สาวใช้หลงเอ๋อร์กล่าวขึ้น
“ตอนบ่าวไปส่งเงินให้ครอบครัวหลิงเอ๋อร์ พวกเขาได้ยินว่าเป็นเงิน
จากคุณหนู กลับโกรธจัด ไล่ข้าออกมา
จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้ว
“แล้วเงินเล่า?”
“รับไว้เจ้าค่ะ แต่ย้าเห็นเพียงมารดากับน้องชาย ไม่เห็นน้องสาวของ
นาง”
นางนิ่งคิด ใจพลันหนักอึ้ง
“บางทียัาคงคิดมากไป…
นางพิมพ์า ทว่าเงาแห่งลางร้ายกลับก่อตัวเงียบ ๆ ในอก บางสิ่ง… กําลังจะเกิดขึ้น และครานี้ คงมิใช่เพียงเรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป.