หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 69 คัดเลือกสาวใช้
69 คัดเลือกสาวใช้
จ้าวเย่อเหรินนั่งอยู่ริมหน้าต่าง แสงอรุณอาบไล้ใบหน้าอ่อนละมุน นางเปิดตําราอ่านอย่างสงบนิ่ง ปลายนิ้วเรียวพลิกหน้ากระดาษเบา ๆ ท่วงท่าทั้งหมดดูสง่า เรียบร้อย งดงามราวภาพวาด หากมองเพียงภายนอก นางคือกุลสตรีผู้เพียบพร้อม งามสะดุดตาจนใครก็ต้องเหลียวมอง แต่ภาย ใต้ความละมุนอ่อนโยนนั้น หัวใจกลับซ่อนเขี้ยวคมกริบ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้
ง่าย ๆ
“คุณหนูเจ้าคะ”
เสียนอวั่นก้าวเข้ามา เอ่ยเสียงเบา จ้าวเข่อเหรินวางหนังสือลงช้า ๆ
หันมาถาม
แล้ว”
“เป็นอย่างไรบ้าง? จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ ?”
เสียนอวินพยักหน้า ยิ้มมั่นใจ
“คุณหนูยังไม่วางใจบ่าวหรือเจ้าคะ?”
“ดีแล้ว”
นางยิ้มบาง
“พรุ่งนี้ก็เหลือเพียงรอเลือกคน”
เสียนอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยความกังวล
“คุณหนู…หากพรุ่งนี้คุณหนูใหญ่ไม่เลือกพวกนางล่ะเจ้าคะ?”
รอยยิ้มที่มุมปากจ้าวเย่อเหรินเหยียดเย็น
“วางใจเถิด พรุ่งนี้ข้าจะไปด้วย เพียงกระซิบส่งเสริมไม่กี่คํา ก็พอ
“แต่…คุณหนูใหญ่เดี๋ยวนี้ดูเปลี่ยนไปมาก บ่าวยังอดหวั่นใจไม่ได้”
“เปลี่ยนอย่างไร นางก็ไม่มีวันสู้ข้าได้”
นํ้าเสียงเย็นเฉียบ
“ยิ่งตอนนี้นางเชื่อใจข้าเสียเต็มเปา ต่อให้ข้าแย่งคู่หมั้นไป นางยัง
เห็นข้าเป็นน้องสาวผู้แสนดี ช่างโง่งมจนเวทนานะ”
คําพูดเบา ๆ หากแฝงคมดาบเฉือนล็ก เสียนอวิ้นได้แต่ถอนใจ เฝ้า อธิษฐานให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน จู่ ๆ จ้าวเข่อเหรินนึกขึ้นได้
“เรื่องพระโพธิสัตว์หยกขาวที่ให้เจ้าสืบ เป็นอย่างไรแล้ว?”
ตั้งแต่กลับจากสวนชุนฮุย นางก็ยังคาใจเรื่องนั้น แม้จ้าวเข่อหวั่นจะ พูดอย่างหนักแน่น แต่นางต้องตรวจสอบให้แน่ใจ เสียนอวิ้นรีบตอบ
“จริงตามที่คุณหนูใหญ่กล่าว หอเงินเป่าเพิ่งได้พระโพธิสัตว์หยกขาว องค์ใหม่ แกะจากหยกทั้งก้อน ไร้รอยต่อ และเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายก่อน อาจารย์ฝานหย่งจะวางมือ ราคาสูงถึงห้าหมื่นตําลึงเงินเจ้าค่ะ”
“ห้าหมื่น…”
จ้าวเข่อเหรินขมวดคิ้ว เงินจํานวนนี้มิใช่น้อย แม้เป็นนางบุตรสาว ตระกูลใหญ่ก็มิอาจหยิบจับได้ง่าย ๆ
“พี่สาวอี้เดี่ยวก็ตั้งใจจะซื้อหรือ?”
นางถามต่อ
“ใช่เจ้าค่ะ แต่ยังรวบรวมเงินไม่ครบ”
แววตาจ้าวเข่อเหรินฉายประกายเย็นวาบ ดี…ยังมีโอกาส ตั้งแต่เด็ก อี้เดี่ยวเหนือกว่านางทุกด้าน ครานี้นางจะต้องชนะให้ได้ แม้ต้องทุ่มหมด
หน้า ก
“เงินที่เราพอใช้ได้มีเท่าใด?”
“รวมทั้งหมด…ราวสองหมื่นตําาลังเจ้าค่ะ”
“เพียงแค่นั้น?”
เสียงแข็งขันทันที
“ก่อนหน้านี้ยังมีสามหมื่นมิใช่หรือ?”
สายตาที่ทอดมองเสียนอวิ้นเต็มไปด้วยความสงสัย เสียนอวิ๋นหน้า
ชีต รีบคุกเข่าลง
“บ่าวมิกล้าแตะต้องแม้แต่เหรียญเดียว ทุกอย่างมีบันทึกไว้เจ้าค่ะ
เงินหมื่นตําลึงนั้นใช้จ้างคนปล่อยข่าวเพื่อบีบให้คุณหนูใหญ่ถอนหมั้น….”
คําตอบนั้นทําให้จ้าวเข่อเหรินนึกขึ้นได้ ใช่…นางเองเป็นผู้สั่ง ทว่า ความเย่อหยิ่งทําให้นางมีอาจเอ่ยค้าขอโทษ เพียงกล่าวเรียบ ๆ
“ลุกขึ้นเถิด”
คําพูดสั้น ๆ เย็นชาดุจนํ้าค้างยามค่ํา หัวใจเสียนอนพลันเย็นวาบ
นางติดตามรับใช้มาตลอดชีวิต แต่ในสายตาคุณหนู ตนก็เป็นเพียงหมากตัว
หนึ่งเท่านั้น
“เรือนพักตากอากาศนอกเมืองยังอยู่หรือไม่?”
จ้าวเข่อเหรินเอ่ย นกะทันหัน เสียนอวิ๋นสะดุ้ง
“คุณหนูจะขายหรือเจ้าคะ? หากนายท่านกับฮูหยินรู้เข้า….
เรือนนั้นเป็นของขวัญจากท่านผู้เฒ่าจ้าวในวันเกิดสิบปีของนาง ขาย
ไปย่อมก่อเรื่องใหญ่
หากไม่ขาย จะหาเงินจากที่ใดเล่า?”
เสียนอวิ้นรีบเสนอ
“อืมจากฮูหยินหรือคุณหนูใหญ่เถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่ได้”
จ้าวเย่อเหรินตัดบท
“พวกนางต้องชักใช้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดรู้จุดประสงค์ของข้าแน่”
ความทะเยอทะยานในดวงตานางแรงกล้า
“ในงานนั้น ขุนนางทั้งเมืองจะมารวมตัว หากข้านําเพียงงานปักไป ถวาย จะมีกลายเป็นตัวตลกหรือ? ข้าคือว่าที่ชื่อจื่อฮูหยินแห่งจงอี้โหว จะ
ยอมแพ้ผู้ใดได้อย่างไร
เรือนนั้น”
นํ้าเสียงสง่างาม หากแฝงความทะนงตน จคมมีต
“พรุ่งนี้เสร็จธุระเลือกสาวใช้แล้ว เจ้าไปสืบผู้ซื้อเสีย หากราคาดี ก็ขาย
เสียนอวิ้นจําต้องรับคําอย่างจ๋ายอม เช้าวันคัดเลือก หลังอาหารเช้า
สองพี่น้องมานั่งที่ศาลาในสวน หินอ่อนเย็นเยียบใต้ฝ่ามือ ชาและขนมถูกจัด วางเรียบร้อย การเลือกสาวใช้ครั้งนี้เป็นเพราะหลิงเอ๋อร์ถูกโบยตายด้วยข้อ หาลักทรัพย์หลวง ส่วนเสียนอวิ๋นของจ้าวเข่อเหรินลาหยุดกลับบ้าน จึงต้อง
คัดคนใหม่
“ครั้งนี้ต้องเลือกให้ดี”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มอ่อน
“ซื่อสัตย์และฉลาด”
จ้าวเข่อหรันยิ้มตอบ
“น้องต่างหากที่ต้องระวัง เหลือเพียงเสียนอวินคนเดียว จะทําอะไรก็
ไม่สะดวก”
เกลื่อน
คําพูดนุ่มนวล หากแฝงเหน็บบาง ๆ จ้าวเย่อเหรินหัวเราะกลบ
“พี่หญิงต่างหากที่ควรระวัง อย่าให้เกิดเรื่องเช่นหลิงเอ๋อร์อีก”
“นั่นสิ”
จ้าวเข่อหรันเอ่ยเรียบ
“คนที่ติดตามมานาน ยังกล้าทรยศ นับว่ายัาสั่งสอนไม่ดีพอ”
ถ้อยคําเหมือนตาหนิตนเอง แต่ใครกันแน่ที่ควรร้อนตัว? เฉินหมิว มัวพาเด็กหญิงสิบแปดคนเข้ามา เรียงแถวสามแถว ท่ามกลางฝูงชน มีสอง คนโดดเด่น หนึ่งในชุดฟ้าอ่อน งามละมุนดุจดอกเหมยแรกแย้ม อีกหนึ่งใน
ชุดเขียวอ่อน ดวงตาใสสดดุจหยก
“บ่าวชื่อฉินเชียงเจ้าค่ะ” เสียงหวานดุจนกขมิ้น
“บ่าวชื่อ อเชียงเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรานชะงักเล็กน้อย ฉิน…ฮือ… พลันนึกถึงคําพูดของชือถู วี่ ของขวัญ “ฉิน” และ “อือ” จะตามมา ที่แท้คือสองคนนี้เอง นางยิ้มบาง ชื่อไพเราะดี พวกเจ้าสองคน อยู่เถิด”
จ้าวเข่อเหรินอุทาน
“พี่เลือกเร็วเกินไปหรือไม่?”
น้องก็เลือกไปสองแล้วมิใช่หรือ?”
จ้าวเข่อหรันตอบอย่างสงบ สายตาทั้งสองปะทะกันเพียงชั่วพริบตา
ไฟสงครามไร้ควันแลบวาบ ต่อมา เด็กหญิงชื่อชิงจูถูกเสนอ
“พี่คิดอย่างไรเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อเหรินถาม จ้าวเข่อหรันมองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง รู้สึกถึงเงาบาง
แห่งความชิงชังในแววตานั้น
“น้องชอบก็เก็บไว้เองเถิด”
จ้าวเข่อเหรินพยายามกล่อม แต่จ้าวเข่อหรันไม่ขยับ สุดท้าย…
จ้าวเข่อเหรินจําต้องเก็บชิงจูไว้เอง ศาลาสงบลงอีกครั้ง ใต้รอยยิ้มอ่อนหวาน ของสองพี่น้อง คือกระดานหมากที่ต่างฝ่ายต่างวางกล เชือดเฉือนกัน
เงียบ ๆ โดยไม่ต้องชักดาบออกจากฝัก
ๆ