หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 76 พบชือกูชวี่อีกครั้ง
76 พบชือกูชวี่อีกครั้ง
เมื่อเห็นสายตาฉงนจากผู้คนรอบด้าน จ้าวเข่อเหรินก็ยิ่งร้อนใจนัก ปกติแล้วเพียงนางแสร้งทําท่าเช่นนี้ จ้าวเข่อหรันย่อมยอมอ่อนข้อให้เสมอ เหตุใดวันนี้จึงไม่เป็นดั่งเคย? เห็นจ้าวเข่อหรันยืนนิ่ง สีหน้าไม่สะทกสะท้าน จ้าวเย่อเหรินจนปัญญา ได้แต่กัดฟันยืนกราน
“ภาพนั้น…พี่หญิงยกให้ข้าจริง ๆ”
ฮูหยินหลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ออกโรงหนุนหลังทันควัน “ถูกต้อง ภาพในมือข้าต่างหากคือของแท้”
นางรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ จําต้องยืนหยัดเชื่อจ้าวเข่อเหริน มี
ฉะนั้นเรื่องราวที่ตนทําไปก่อนหน้านี้คงกลายเป็นเรื่องตลกให้ผู้คนหัวเราะ
เยาะ สองฝ่ายจึงเผชิญหน้ากัน ต่างยืนกรานว่าภาพในมือตนคือของแท้ ไม่มี ใครยอมถอย
ฮูหยินผู้เฒ่าฉิน ทอดสายตามองฮูหยินหลิน ด้วยความไม่พอใจ แม้ ทุกคนจะเรียกอีกฝ่ายด้วยความให้เกียรติ แต่แท้จริงแล้วฮูหยินหลิน ก็เป็น เพียงผู้เยาว์กว่า อาศัยเพียงบารมีตําแหน่งที่สามีสืบทอดจากบิดา จึงได้คํา ยกย่อง หากคิดว่าตนจะเทียบชั้นกันได้จริง ๆ ก็ดูจะลืมฐานะเกินไปหน่อย ยิ่งมาสร้างเรื่องในงานฉลองวันเกิดของนางเช่นนี้ เห็นชัดว่าไม่ไว้หน้า จวน
ฉินถั่วกง เลยแม้แต่น้อย
สายตาไม่พอใจนั้นเลื่อนไปยังจ้าวเข่อเหรินอีกครั้ง เด็กคนนี้ก็ช่าง เหลือเกิน หมั้นหมายราบรื่นได้ก็เพราะจ้าวเข่อหรินถอยให้แท้ ๆ แต่กลับ ตอบแทนพี่สาวด้วยการทําให้เสียหน้าในที่สาธารณะ นางยังเห็นตนเป็นยาย อยู่หรือไม่? ยังเห็นเข่อหรันเป็นพี่สาวหรือไม่?
ทว่าจ้าวเข่อเหรินในเวลานี้หัวหมุนจนไม่ทันสังเกตสายตานั้น สิ่งที่ นางต้องการมีเพียงหาทางรอดจากสถานการณ์ตรงหน้า ฉินเชียงเหอเองก็ ไม่พอใจเช่นกัน แต่เป้าแห่งความไม่พอใจกลับเป็นจ้าวเข่อหรัน ในสายตา นาง พี่สาวกลับปล่อยให้น้องสาวตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ช่างไม่รู้จักกาลเทศะ
เสียเลย
จ้าวเข่อหรันรับรู้สายตานั้นได้ชัดเจน หัวใจนางหัวเราะเย็นชา นี่หรือ มารดาที่ดี? ไม่ว่าเมื่อใดก็มีเพียงลูกสาวคนเล็กในใจ แม้วันนี้จะเป็นเช่นนี้ก็ยัง อยากให้นางรับว่าภาพของตนเป็นของปลอม เพื่อให้น้องสาวลงจากเวที อย่างสง่างามหรือ? มารดาไม่คิดเลยหรือว่า หากนางยอมรับเช่นนั้น คนที่ กลายเป็นตัวตลกจะเป็นใคร?
ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจ บัดนี้กลับเหลือเพียงความเย็นชา มารดา…สําหรับนางแล้ว เหลือเพียงคําเรียกขาน มิใช่ที่พึ่งพิงอีกต่อไป ผู้ที่ ลอบยิ้มอย่างพึงใจที่สุดคงเป็นจางม่านเอ๋อร์ ไม่ว่าผู้ใดจะเสียหน้า ล้วนเป็น ผลดีต่อนาง เพียงแต่ในใจลึก ๆ นางยังอยากเห็นจ้าวเย่อเหรินพ่ายแพ้มาก กว่า เพราะสําหรับฉินอี้เหมี่ยว คู่แข่งตัวจริงคือจ้าวเข่อเหริน มิใช่ จ้าวเย่อหรัน
ฉินอี้เหมี่ยวก้าวออกมา ทําความเคารพอย่างสง่างาม ก่อนกล่าว
กับฮูหยินหลิน อย่างนุ่มนวลแต่ชัดเจน
“ท่านป้าหลิน อาจเป้นท่านเข้าใจผิด ภาพ ชุนเกอเหยียบหิมะ’ เป็น มรดกที่ท่านตาทิ้งไว้ให้เย่อหวั่น ของแท้ย่อมอยู่กับนาง เข่อเหรินจะนําไป มอบให้ท่านได้อย่างไร?”
ทันใดนั้น สายตาทุกคู่ก็หันไปยังฮูหยินหลินและจ้าวเข่อเหริน ความ หมายชัดเจน หากเช่นนั้น ภาพในมือฮูหยินหลิน ย่อมเป็นของปลอม จ้าวเย่อเหรินหน้าเปลี่ยนสี แต่ยังฝืนยิ้ม
“ท่านพี่คงลืมไปแล้ว ข้าเพิ่งกล่าวมิใช่หรือว่าพี่หญิงยกภาพของแท้ให้ ข้าแล้ว ข้าจะนําไปมอบต่อก็หาใช่เรื่องผิด”
ฉินอี้เหมียวเลิกคิ้ว พลางหันไปถามจ้าวเข่อหรัน
“เย่อหรัน เจ้าคิดอย่างไร?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ดวงตาวาววับ
“ข้าไม่เคยมอบภาพนั้นให้ผู้ใด หากมอบไปแล้ว วันนี้ถ้าจะนําของใด มามอบให้ท่านยายเล่า? การล้อเล่นกับของที่ท่านตารักยิ่ง ข้าย่อมไม่กล้า”
ถ้อยคําเรียบง่าย แต่หนักแน่นพอให้ผู้คนคล้อยตาม ฮูหยินผู้เฒ่าฉัน ในฐานะเจ้าภาพได้แต่นิ่งงัน นางเคยชมภาพนั้นมานับครั้งไม่ถ้วน ย่อมรู้ดีว่า ของแท้เป็นเช่นไร ทว่าฮูหยินหลิน กับยืนกรานเต็มที่….เรื่องนี้ชักซับซ้อนเกิน คาด ในที่สุดฮูหยินหลิว ภรรยาเสนาบดีกระทรวงพิธีการ เสนอขึ้น
“โต้เถียงไปก็ไร้ประโยชน์ ใยไม่ตรวจสอบเสียให้สิ้นเรื่องเล่าเจ้าคะ?” คําเดียวปลุกสติคนทั้งงาน ฮูหยินผู้เฒ่านั้น หันไปถามจ้าวเข่อหรัน
อย่างห่วงใย
“เย่อหรัน เจ้าคิตเช่นไร?”
รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าอ่อนหวาน
“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ ยิ่งยื้อไว้ยิ่งไม่งามในวันมงคลเช่นนี้
จ้าวเข่อเหรีนกัดริมฝีปาก นางเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม ของแท้ถูกนางสิบ เปลี่ยนไปแล้ว วันนี้จ้าวเข่อหรันต้องขายหน้าเป็นแน่ เมื่อมีคนเสนอให้ฉินอี้ เหมี่ยวตรวจสอบภาพ จ้าวเย่อเหรินกลับรีบคัดค้านทันที อ้างว่าควรเป็นคน นอกเพื่อความยุติธรรม คําพูดนั้นเหมือนคมมีดบาดหน้าอีกฝ่ายโดยไม่ตั้ง ใจ ฉินอี้เหมี่ยวหน้าชา เกียรติยศที่หวงแหนที่สุดถูกเหยียบย่ํากลางงาน บรรยากาศตึงเครียดราวสายพิณข็งจนสุด ทันใดนั้น บ่าวรับใช้รีบเข้า
มารายงาน
“เรียนเหล่าฮูหยินทั้งหลาย องค์รัชทายาท ท่านอ๋อง วี่ และท่าน อ๋องอี้ เสด็จมาพร้อมของขวัญจากไทเฮาขอรับ”
เสียงฮือฮาดังก้องทั่วงาน การมาของเชื้อพระวงศ์สามพระองค์ โดย เฉพาะองค์รัชทายาท แสดงถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างไทเฮากับฮูหยินผู้
เตาฉิน
ไม่นาน สามบุรุษสง่างามก็ปรากฏกาย บุรุษในฉลองพระองค์สีเหลือง ปักลายมังกรสี่ตัว คือองค์รัชทายาท รูปโฉมหล่อเหลาแต่แววตาเย็นเยียบ ด้านช้าย บุรุษในอาภรณ์ม่วงสูงศักดิ์ งามสง่าไม่แพ้กัน ด้านขวา บุรุษในชุด ขาวดุจหิมะ สูงใหญ่ งดงามดุจเทพเชียน ดวงตาลึกดั่งห้วงน้ําวน จมูกโด่ง คม ริมฝีปากบางเฉียบ ผมดําสนิทยาวสยายตัดกับอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์อย่าง น่าอัศจรรย์
และเมื่อจ้าวเข่อหรันมองเห็นเขา หัวใจก็สะท้านวูบ บุรุษชุดขาวผู้
นั้น….มิใช่ใครอื่น
เขาคือ ฮือ ชวี่ ฮือ ชวี่ ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยก้าวผ่านเข้ามาในชะตาชีวิต
นางอีกครั้ง
สายลมพัดผ่าน เศษผ้าขาวสะบัดไหวราวภาพฝันที่กลับมามีชีวิต โชค
ชะตา….ดูเหมือนจะหมุนเวียนพานางกลับมาพบเขาอีกครั้งแล้ว