หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 77 ภาพนี้เป็นของปลอม
77 ภาพนี้เป็นของปลอม
ทันทีที่จ้าวเข่อหรันเงยหน้าขึ้นมองบุรุษในชุดขาว
นางก็ถึงกับชะงัก งั้น มิใช่เพราะรูปโฉมอันโดดเด่นเหนือผู้คน แต่เพราะนาง “รู้จัก” เขา บุรุษ ชุดขาวผู้นั้นคือ ซ๊อกูลวี่ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จ้าวเข่อหรันก็พอเดาได้ทันที ว่า บุรุษที่บ่าวชายเมื่อครู่เรียกว่า “ท่านอ๋องซวี่” ก็คือเขานี่เอง นางเคยคาด เตามานานแล้วว่าเขาน่าจะมีชาติกําาเนิดไม่ธรรมดา เพียงแต่ไม่คิดว่าแท้จริง แล้วจะเป็นถึง “อ๋อง วี่”
ในชาติก่อน นางเก็บตัวเงียบ ไม่ข้องเกี่ยวการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง ในวังยิ่งไม่รู้สึก จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่า ชื่อชวี่คืออ๋องชวี่ ที่รู้เพียงคร่าว ๆ ก็ คือ องค์รัชทายาท อ๋อง วี่ และอ๋องอี้ ต่างเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ ทว่าผู้ใด เป็นโอรสลําาดับที่เท่าใด ประสูติจากพระสนมองค์ใด ฐานะในราชสํานักเป็น เช่นไร นางกลับไม่รู้อะไรเลย เมื่อสามพระโอรสเสด็จมาถึงฮูหยินผู้เฒ่าฉัน ก็ นําสตรีทั้งหลายถวายความเคารพพร้อมกัน
“หม่อมฉัน ขอถวายบังคมองค์รัชทายาท อ๋องชวี่ และอ๋องอี้เพคะ”
องค์รัชทายาทรีบก้าวเข้าพยุงฮูหยินผู้เฒ่านั้น พลางแย้มยิ้มอ่อนโยน “ฮูหยินผู้เฒ่าฉัน อย่าได้มากพิธีเลย”
คําพูดอ่อนหวาน ท่าทีสุภาพ ทว่าแววตาเจิดจ้าแฝงคม จ้าวเข่อหรัน
มองภาพตรงหน้า พลางร้าลึกถึงความทรงจําเลือนรางในอดีต องค์รัชทายาท เป็นโอรสองค์โตของฮองเฮา ได้รับแต่งตั้งตั้งแต่เยาว์วัย แต่ใต้หล้าหาได้มี เพียงเขา ฮ่องเต้ยังแข็งแรง พระโอรสก็มีหลายพระองค์ ผู้ใดจะได้ครอง บัลลังก์ในภายภาคหน้า ยังเป็นหมอกหนาบังตา
สายตานางเผลอเลื่อนไปยังแผ่นหลังของชื่อ ชวีโดยไม่รู้ตัว และใน จังหวะนั้นเอง เขาหันกลับมา สายตาสองคู่สบประสาน ชื่อ ชวี่รู้ดีอยู่แล้วว่า วันนี้จะพบจ้าวเข่อหรัน เยามาเพราะนาง นับแต่ครั้งก่อนที่นางมาขอให้ช่วย
เหลือ ทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีกเลย แม้เขาจะแอบมองนางยามหลับ ส่งคน คอยคุ้มกันอยู่ห่าง ๆ ก็ยังคิดถึงจับใจ
พอเห็นนางตกตะลึงเมื่อพบเขา เขากลับรู้สึกว่านางช่างน่ารักยิ่งนัก เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายถามด้วยสายตา
“คิดถึงช้าหรือไม่?”
จ้าวเข่อหรันเข้าใจความหมายอย่างไม่น่าเชื่อ นางสะบัดหน้าหนีด้วย ท่าทีดื้อรั้น ใครจะคิดถึงเจ้า! ซือถูกวี่หัวเราะในใจ นางเข้าใจเขา เพียงเท่านี้ก็ พอแล้ว ท่ามกลางสายตาผู้คน ทั้งสองกลับส่งสัญญาณถึงกันอย่างเงียบงัน มีเพียงฉันเชียงและชื่อเสียงที่เห็นภาพนั้น ทว่าต่างทําเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพียง
แอบยิ้มอยู่ในใจ
เมื่อทุกคนนั่งลง องค์รัชทายาทก็ถวายกล่องผ้าไหมแก่ฮูหยินผู้เฒ่า ฉิน ภายในคือ “ไข่มุกเรืองแสง” สองเม็ด ขนาดเท่ากําปั้นทารก เมื่อเปิด ออก แสงนุ่มละมุนก็เปล่งประกายดุจดาวในราตรี เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง โถง ของล้ําค่าจากอาณาจักรหนานอี้ เครื่องราชบรรณาการที่ฮ่องเต้มอบให้ นน ภายในคือ “เขมุกเรองแสง” สองเมด ขนาดเทากาบทําร่า เมอเปต ออก แสงนุ่มละมุนก็เปล่งประกายดุจดาวในราตรี เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง โถง ของล้ําค่าจากอาณาจักรหนานอี้ เครื่องราชบรรณาการที่ฮ่องเต้มอบให้ ไทเฮา และไทเฮานํามาถวายฮูหยินผู้เฒ่านั้น เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่า ความ โปรดปรานของราชสํานักต่อสกุลฉินลึกซึ้งเพียงใด
ครั้นสนทนาไปได้ครู่หนึ่ง องค์รัชทายาทกลับเหลือบเห็นม้วนภาพบน ชั้นวาง จึงให้คนหยิบมา เมื่อคลี่ออก พระพักตร์พลันเปล่งประกาย
“ภาพ ชุนเกอเหยียบหิมะ’ ของอู๋โจวจื่อหรือ? ช่างเป็นโชคของข้าที่ได้ ชมของแท้เช่นนี้”
คําว่า “ของแท้” ราวสายฟ้าฟาดลงกลางใจผู้คน บรรดาสตรีที่เคยถก เถียงเรื่องแท้ปลอมเมื่อครู่ ต่างหน้าซีด แต่ไม่มีใครกล้าพูดแม้ครึ่งค้า เพราะ หากเอ่ยว่า “อาจเป็นของปลอม” ก็เท่ากับตําหนิพระเนตรพระกรรณของ องค์รัชทายาท ใครเล่าจะกล้า? ทว่าโลกนี้ย่อมมีคนที่มองสถานการณ์ไม่ออก เสมอ จ้าวเข่อเหรินลุกขึ้นกะทันหัน เสียงใสกังวานด้งทั่วห้อง “องค์รัชทายาท ภาพนี้เป็นของปลอมต่างหากล่ะ เพคะ!” ห้องโถงเงียบงันราวถูกสะกด จ้าวเย่อเหรินหน้าแดงเล็กน้อย ใจเต้น แรง นางคิดเพียงว่า หากปล่อยให้องค์รัชทายาทรับรองภาพนี้ว่าแท้ ภาพที่ นางมอบให้ฮูหยินหลิน จะกลายเป็นของปลอมในพริบตา นางไม่มีวันยอม! ทว่าทันทีที่เอ่ยวาจานั้นออกไป ก็เท่ากับตั้งคําถามต่อพระดํารัสขององค์รัช ทายาท องค์รัชทายาทขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นใบหน้างดงามของผู้พูด หา ง ค จ จบนายกลายเป็นบววววว คราวบ้านหยี่งอกใด.. ทว่าทันทีที่เอ่ยวาจานั้นออกไป ก็เท่ากับตั้งคําถามต่อพระดํารัสขององค์รัช ทายาท องค์รัชทายาทขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นใบหน้างดงามของผู้พูด สีหน้าไม่พอใจก็เลือนหาย กลายเป็นแววตาสนใจราวนักล่าพบเหยื่อถูกใจ “เจ้าเป็นผู้ใด?”
คะ”
จ้าวเย่อเหรินค้อมกายอย่างนอบน้อม
“หม่อมฉัน จ้าวเข่อเหริน บุตรสาวภรรยาเอกฝ่ายรองแห่งไท่ชื่อผู้ เพ
องค์รัชทายาทหัวเราะเบา ๆ
“เย่อเหริน… ชื่อน่ารักนัก สมกับเจ้าจริง ๆ หนึ่งในสี่โฉมงามแห่งเมือง
หลวง ใช่หรือไม่?”
คําชมทําให้นางหน้าแดงอย่างยินดี ด้านหนึ่ง จ้าวเข่อหรันมองเหตุ การณ์ด้วยสายตาเฉยชาในคราบสนุกสนาน โอ้… องค์รัชทายาทสนใจนาง แล้วหรือ? นางจ้าได้เลือนรางว่า ในชาติก่อน ฉินอี้เหมี่ยวใฝ่ฝันจะ เป็นฮองเฮา และสุดท้ายก็ได้รับพระราชทานหมั้นหมาย
สายตาของจ้าวเข่อหรันเหลือบไปเห็นฉินอี้เหมี่ยวก๋ามือแน่น ความ
ริษยาวาบวาบในดวงตา ไฟรัก เฟอ้านาจ ไฟริษยา สามสายประสานกันกลาง
โถงกว้าง องค์รัชทายาทหันกลับสู่ประเด็นเดิม
“เหตุใดเจ้าจึงมั่นใจนักว่าภาพนี้เป็นของปลอม?”
จ้าวเย่อเหรินสูดลมหายใจ
“เพราะภาพต้นฉบับ ‘ชุนเกอเหยียบหิมะ’ หม่อมฉันได้มอบ ให้ฮูหยินหลินไปแล้วเพคะ ดังนั้น ภาพตรงหน้าย่อมไม่อาจเป็นของแท้
ฮูหยินหลินก้าวออกมายืนยัน เสียงชุบหีบดังขึ้น ฉินอี้เหมี่ยวอธิบาย เรื่องราวทั้งหมดอย่างไม่เอนเอียง แม้ในใจจะเกลียดจ้าวเย่อเหรินจนแทบ
กัดฟัน จ้าวเข่อหรันลอบชื่นชม แมริษยาเพียงใด ฉินอี้เหมี่ยวก็ยังรักษากิริยา
ได้งดงาม องค์รัชทายาทลูบคางอย่างครุ่นคิด
“เช่นนั้น…. ควรให้ผู้ใดตรวจสอบดี?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างสงบ
“ให้ข้าตรวจเถิด”
ชื่อชวี่เอ่ยขึ้นช้า ๆ แววตาคมลึกฉายแสงบางเบา ละครฉากใหม่
กําลังจะเปิดม่าน และใครบางคน…. กําาลังจะถูกเชือดเฉือนด้วยความจริงที่ เจ็บยิ่งกว่าใบมีด