หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 78 ชือกูชวี่ตรวจภาพ
78 ชือกูชวี่ตรวจภาพ
“ถ้าเช่นนั้น…. ให้ข้าเป็นผู้ตรวจภาพเองเถิด”
เสียงเรียบสงบดังขั้นกลางห้องโถง ทันทีที่ฮือถูกวี่เอ่ยปาก ทั้งองค์รัช ทายาทและอ๋องอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างสะดุ้งเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ
“น้องสาม เจ้าพูดว่าจะเป็นผู้ตรวจภาพเองหรือ?”
องค์รัชทายาทเอ่ยถาม แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่เขากลับไม่เคยเข้า
ใจฮือ ชวี่เลยสักนิด ชายผู้นี้เฉลียวฉลาดเกินคน ได้รับความโปรดปรานจาก เสด็จพ่อ หากเขาคิดจะแย่งชิงบัลลังก์ ก็ย่อมเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด
ทว่า ไม่มีใครคิดก้าจัดเขา เพราะชื่อกูหวี่… ไม่เคยมีใจต่อราชบัลลังก์ เลยแม้แต่น้อย เขาไม่รับตําแหน่ง ไม่ยุ่งการเมือง ไม่เข้าร่วมว่าราชการ ทุก เรื่องในโลกดูเหมือนไม่เคยทําให้เขาแยแส ดังนั้นการที่เขาออกปากจะตรวจ ภาพในวันนี้ จึงน่าประหลาดใจยิ่งนัก ซือถูวี่ยิ้มบาง
หรือองค์รัชทายาทไม่ไว้ใจข้า?”
องค์รัชทายาทรีบตอบ
“น้องสามพูดอันใดกัน ความรู้ความสามารถของเจ้านั้นทั่วต้าหลี่ล้วน ประจักษ์ ใครจะไม่เชื่อถือได้เล่า?”
แท้จริงแล้ว เขาอยากดึงชื่อชวี่มาอยู่ฝ่ายตน แม้ชายผู้นี้ไร้พรรค พวก แต่ความโปรดปรานจากฮ่องเต้คืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด ชื่อกูชวี่หัน ไปทางฮูหยินผู้เฒ่าฉิน “หากท่านเชื่อถือ ข้าขอเป็นผู้ตรวจภาพเถิด”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉินลังเล หากภาพเป็นของจริง จ้าวเย่อเหรินย่อมอ้บ อาย หากเป็นของปลอม จ้าวเข่อหรันก็จะเสียชื่อ ทั้งสองล้วนเป็นหลานของ
นาง ชือ ชวี่เอ่ยอีกครั้งอย่างเรียบเฉย
ฐานะ”
“หากท่านเห็นว่าข้าไม่คู่ควร ก็ปฏิเสธได้ ไม่จําเป็นต้องเกรงใจเพราะ
จ้าวเข่อหรันลอบถลึงตาให้เขาในใจ ชายผู้นี้หน้าหนาจริง ๆ พูดเช่นนี้ แล้ว ใครจะกล้าปฏิเสธ? ฮูหยินผู้เฒ่าฉัน ต้องตอบรับ จ้าวเข่อหรันกับ
จ้าวเย่อเหรินต่างโค้งค้านับ
“แล้วแต่ท่านยายตัดสินใจ”
จ้าวเข่อหรัน รู้ว่าเขาคิดสิ่งใด แต่กลับเชื่อมั่นโดยไร้เหตุผลว่าเขาจะ
ไม่ทําร้ายนาง ส่วนจ้าวเย่อเหรินมั่นใจว่าภาพตนเป็นของจริง ย่อมไม่หวั่น เกรง นางยังแสร้งทําาตาแดงพร้าวิงวอน
“ขอท่านอ๋องโปรดคืนความยุติธรรมให้หม่อมฉันด้วยเพคะ”
ในดวงตาจ้าวเย่อหรันเย็นเยียบ ยามนี้ยังคิดใช้ความงามล่อชายอีก หรือ? ช่างไร้ยางอายเสียจริง ชื่อชวี่มองจ้าวเข่อเหริน แววตาวูบหนึ่งฉาย แววรังเกียจ ก่อนจะยิ้มอย่างเหมาะสม
“ข้าจะตรวจอย่างยุติธรรม”
จ้าวเย่อเหรินเข้าใจผิด คิดว่าเขาเข้าข้างตน ในขณะที่คนรอบข้างต่าง เริ่มเหลือบมองนางด้วยสายตาดูแคลน ว่าที่แม่สามี ฮูหยินหลิน สีหน้าเขียว คล้ํา หญิงผู้นี้เคยคิดว่านางเรียบร้อยอ่อนหวาน บัดนี้เพิ่งรู้ว่าเคยถูกหลอก จนสิ้นท่า ไม่นาน ซ๊อกูชวี่ตรวจภาพเสร็จ เขาม้วนภาพส่งคืนโดยไม่เอ่ยคําใด ความเงียบกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ในที่สุดองค์รัชทายาทเอ่ยถาม “น้องสาม ภาพนี้เป็นของจริงหรือไม่?”
ชือ ชวี่ยิ้ม
“องค์รัชทายาทมิได้กล่าวไปแล้วหรือว่าเป็นภาพดีเลิศ?”
ทุกคนงงงัน จนมีผู้รําลึกค้ากล่าวก่อนหน้า
“ช่างเป็นภาพงดงาม สมชื่ออู๋โจว”
ทันใดนั้น สีหน้าจ้าวเย่อเหรินชีดยาว
“เป็นไปไม่ได้! ภาพนี้จะเป็นของจริงได้อย่างไร!”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉันถามด้วยเสียงสั่น
“ท่านอ๋องหมายความว่า…. เป็นของจริงหรือ?”
“ถูกต้อง ภาพ ชุนเกอเหยียบหิมะ ม้วนนี้ เป็นผลงานแท้ของอู๋โจว”
ห้องโถงเงียบงัน จ้าวเข่อเหรินหน้าขาวดุจศพ นางแน่ใจว่าตนสลับ ภาพแท้ไปแล้ว เหตุใดผลจึงเป็นเช่นนี้? ฮือ ชวี่เอ่ยเรียบ ๆ
“ต่อให้ไม่เชื่อข้า ก็ควรเชื่อท่านถั่วกงผู้ล่วงลับ ข้ายังเห็นตราประทับ ของท่านกั้วกงที่มุมหลังภาพมิใช่หรือ?”
เอ่อ น
ฮูหยินผู้เฒ่าฉินรีบพลิกดู ตราประทับสีแดงสดปรากฏชัด นํ้าตานาง
“ใช่… ของท่านถั่วกงจริง ๆ”
จ้าวเข่อหรันสงบนิ่ง เพราะนางรู้ดี ทุกชิ้นสะสมของท่านตาล้วนมีตรา ประทับ สายตาผู้คนหันมามองจ้าวเข่อเหรินอย่างดูแคลน จ้าวเข่อเหรินยืน แข็งทื่อ ความภาคภูมิใจที่เคยได้รับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเหยียดหยาม จิต ใจนางเหมือนถูกมีดคมเฉือนช้า ๆ ฉินอี้เหมี่ยวแสร้งปลอบ
“น้องเหรินอย่าคิดมาก”
ถ้อยคําาอ่อนโยน ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความสะใจ เสียงชุบซ๊บดังขึ้น
“สมเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลฉิน”
“งดงามทั้งรูปและใจ”
จ้าวเย่อเหรินผลักนางออก วิ่งหนีออกจากห้องโถง นํ้าตาไหลอาบ
หน้า ก่อนออกไปยังไม่วายถลิงตามองจ้าวเข่อหรันอย่างอามาต ฉินเชียง เหอรีบตามไป พลางเหลือบมองจ้าวเข่อหรันด้วยความไม่พอใจ ราวกับโทษ ทุกอย่างตกอยู่ที่นาง
จ้าวเข่อหรันเพียงยืนนิ่ง หัวใจเย็นชาจนแทบไม่รู้สึก สําหรับนาง สอง คนนั้นมิใช่ครอบครัวอีกต่อไป ชื่อชวี่มองนางอย่างเงียบงัน แววตาแฝง ความเวทนา ฮูหยินผู้เฒ่าฉิน รีบออกมาคลี่คลายสถานการณ์
งานเลี้ยงยังดําเนินต่อไป แต่รอยร้าวในใจหลายคน ไม่มีวันเหมือน
เติมอีกแล้ว.