หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 79 แต่งกลอนกลางสวน
79 แต่งกลอนกลางสวน
จ้าวเย่อเหรินวิ่งพรวดออกจากห้องโถงด้วยความโกรธแค้นด้วยหน้า
ๆ
แดงก่ําา ฉินเสียงเหอผู้เป็นมารดาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตามไปอย่างร้อนใจ หญิง สาววิ่งลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนถึงสวนดอกไม้จึงหยุดลง ครั้นหยุดได้ก็เหมือน ความคับแค้นทั้งหมดปะทุ นางคว้ากิ่งไม้ ดึงกลีบดอกไม้ทิ้งกระชากอย่างบ้า คลั่ง ราวจะฉีกทิ้งความอับอายที่เพิ่งประสบให้แหลกคามือ
ฉินเสียงเหอเห็นทุกอย่างชัดเจน แต่มิได้เอ่ยห้าม เพียงยืนเงียบ ๆ ปล่อยให้นางระบายจนหมดแรง ครั้นอีกฝ่ายทรุดลงหายใจแรง นางจึงก้าว เข้าไปหา พลางถามเสียงนุ่ม
“ระบายแล้ว…รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
คําถามนั้นทําให้จ้าวเข่อเหรินเหมือนถูกเปิดสวิตช์แห่งความน้อยใจ
นางหันกลับ ชบอกมารดาแล้วปล่อยโฮ
“ท่านแม่…ข้าจะทําอย่างไรดี? วันนี้ย้าขายหน้าเสียยับเยินต่อหน้าคน
มากมาย ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดอีก!”
ฉันเชียงเหอสูบหลังบุตรสาวอย่างสงสาร
“อย่าคิดมาก เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด หากมิใช่ เพราะฮูหยินหลินเป็ดปากก่อน เจ้าจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ?”
พอได้ยินคําว่า ฮูหยินหลิน จ้าวเย่อเหรินก็นึกถึงสายตาไม่พอใจ ของฮูหยินใหญ่ตระกูลหลินเมื่อครู่ ใจยิ่งร้อนรน
“ท่านแม่…ฮูหยินหลินต้องตําหนิข้าแน่ ๆ ข้าควรทําอย่างไรดีเจ้าคะ?”
ฉันเชียงเหอแค่นเสียงเย็น
“นางต่างหากที่ควรละอาย หากมิใช่เพราะนางเอ่ยขึ้น เจ้าจะต้องเสีย หน้าหรือ? กล้าจะโทษเจ้า? เราไม่ต่อว่านางก็บุญแล้ว คิดจะกล่าวโทษเจ้าก็ อย่าได้หวัง! หากมิใช่เห็นแก่ที่นางจะเป็นแม่สามีในภายหน้า ข้าคงไม่ปล่อย ผ่านง่าย ๆ”
จ้าวเข่อเหรินสะอื้น
“ไม่ใช่เพราะนาง…ทั้งหมดเป็นความผิดของจ้าวเข่อหรัน! นางเป็นพี่
สาวแท้ ๆ กลับไม่คิดช่วยข้า ปล่อยให้ข้าถูกหัวเราะเยาะ!”
คําพูดนั้นทําให้ฉันเชียงเหอขมวดคิ้ว
“ว่าแต่ เรื่องมันเป็นอย่างไรกันแน่? เหตุใดเจ้าจึงนําภาพ ชุน เกอเหยียบหิมะ’ ไปมอบให้ฮูหยินหลิน? แล้วภาพในมือจ้าวเข่อหรันมาจาก ไหน? นางจะยอมมอบภาพให้เจ้าจริงหรือ?”
ถูกซักถามต่อเนื่อง จ้าวเข่อเหรินอึกอัก พูดไม่ออก ฉันเชียงเหอมอง เพียงแวบเดียวก็เข้าใจ ลูกสาวตนคิดจะสับเปลี่ยนภาพของจริงไปเอาหน้า
“บอกข้ามาตรง ๆ เจ้าคิดจะสลับภาพใช่หรือไม่?” เมื่อรู้ว่าปิดบังมิได้ จ้าวเข่อเหรินจึงยอมรับเสียงเบา
“ข้าเพียงอยากเอาใจฮูหยินหลิน…ไม่คิดว่าจะผิดพลาดเช่นนี้”
ฉันเชียงเหอถอนใจยาว เรื่องราวชัดเจนในใจ นางคงคิดลอกภาพขั้น หนึ่งฝัน แล้วหาโอกาสสับเปลี่ยนของจริง ทว่าสวรรค์เล่นตลก กลับหยิบของ ปลอมไปมอบเสียเอง ส่วนจ้าวเข่อหวั่นที่ไม่รู้เรื่อง ก็ยังนําภาพจริงไปถวาย เป็นของขวัญวันเกิด ชะตาช่างเย้ยหยันนัก เงียบไปครู่หนึ่ง ฉินเชียงเหอจึง เอ่ยช้า ๆ
“เจ้ารู้หรือไม่ วันนี้เจ้าผิดตรงไหน?”
จ้าวเย่อเหรินก้มหน้าเงียบ ในใจยังดื้อรั้นว่าตนมิได้ผิด
“เรื่องติดสลับภาพ ข้าไม่ตําหนิเจ้า เจ้ารักหลินชื่อจื่อมานาน ย่อม อยากเอาใจแม่เขา ข้าเข้าใจ แต่ในงานใหญ่เช่นนี้ เจ้ากลับวิ่งหนีไปต่อหน้าผู้ คน นั่นต่างหากที่ผิด เจ้าเป็นบุตรีภรรยาเอกแห่งไท่ชื่อ และเป็นหลานสาว จวนกั๋วกง เจ้าควรสงบเยือกเย็น ต่อให้ถูกกระทบ ก็ต้องยืนหยัดอย่างไม่สะ ทก โดยเฉพาะวันนี้ที่องค์รัชทายาท อ๋องหวี่ และอ๋อง ต่างอยู่ เจ้าทําเช่น นั้น พวกเขาจะมองเจ้าอย่างไร?”
ไม่?”
ถ้อยคําดุจค้อนหนัก กระแทกจนจ้าวเย่อเหรินได้สติ
“ท่านแม่…แล้วจะทําอย่างไร ? พวกเขาจะมองว่าข้าไร้มารยาทหรือ
“วางใจเถิด แม่เชื่อว่าท่านยายจะจัดการเรียบร้อย เพียงจ่าบทเรียน วันนี้ไว้ อย่าให้เกิดอีก”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้าแรง
“ข้าจะระวังเจ้าค่ะ”
ไม่นานสองแม่ลูกก็ออกจากสวน และแทบจะสวนทางกับกลุ่มองค์รัช ทายาท อ๋องชวี่ และอ๋องอี้ ที่พาคุณหนูทั้งหลายเดินเข้ามา ดอกไม้ที่ถูก ทําลายก่อนหน้า ถูกคนงานเก็บกวาดเปลี่ยนใหม่เรียบร้อย สวนจึงยังดูงด งามราวไร้สิ่งใดเกิดขึ้น แต่สําหรับจ้าวเข่อหรัน นางรู้ดี พายุเพิ่งเริ่มเท่านั้น
ไม่นานทุกคนมาหยุดที่ศาลากลางสวน แม้ไม่ใหญ่โต แต่มีที่นั่งหิน ล้อมรอบพอเหมาะ ชาร้อนและขนมถูกยกมาวาง คุณหนูทั้งหลายต่าง พยายามเผยเสน่ห์ของตนโดยไม่ให้ดูจงใจ โดยเฉพาะเมื่อองค์รัชทายาท ประทับอยู่ โอกาสเช่นนี้ใช่ว่าจะมีบ่อย
ในสายตาคนอื่น ผู้โชคดีคือฉันเหมี่ยวและจ้าวเข่อหรัน ที่ได้นั่งร่วม ในศาลา จ้าวเย่อหรันเฉยชา แต่ฉินอี้เหมี่ยวกลับหัวใจเต้นแรง นี่คือโอกาสดึง ดูดสายตาองค์รัชทายาท จ้าวเข่อหรันเห็นแววตานั้นชัด จึงเอ่ยขึ้นอย่างอ่อน
โยน
“ไท่จื่อ วันนี้อากาศดีนัก คุณหนูมากมายอยู่พร้อมหน้า มีผู้แต่งกลอน คลายอารมณ์ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
องค์รัชทายาทเลิกคิ้ว
“คุณหนูจ้าวหมายความว่าอย่างไร?”
อ๋อง วี่ ซือ ชวี่ มองนางอย่างมีแววสนุก เขารู้ดีว่านางมิใช่คนชอบ ออกหน้า วันนี้กลับรีเริ่มเอง ช่างน่าสนใจ
“คุณหนูทุกท่านล้วนศึกษากวีมาแต่เยาว์วัย ทิวทัศน์งดงามเช่นนี้
หากมีบทกลอนประกอบ คงงามยิ่ง”
นางเหลือบตามองฉินอี้เหมี่ยวอย่างมีนัย นี่คือโอกาสที่มอบให้ ฉินอี้
เหมียวรับสัญญาณทันที
“ถูกต้องเจ้าค่ะ นั่งเฉยก็เปล่าประโยชน์ มีสู้ประลองกวีกันสักหน่อย”
องค์รัชทายาทหัวเราะ
“เช่นนั้นก็ดี น้องสาม น้องสี่ เห็นว่าอย่างไร?”
อ๋อง พยักหน้า ส่วนอ๋องชงี่ยมโดยไม่ตอบ
“แต่ต้องมีหัวข้อ”
คุณหนูผู้หนึ่งเอ่ย จ้าวเข่อหรันมองไป เห็นเด็กสาวหน้ากลมแดงระ เรือยิ้มให้อย่างเป็นมิตร อ๋องสวี่จึงเอ่ยเบา ๆ
“คุณหนูหลินคิดเห็นอย่างไร?”
ทันใดนั้นนางจึงนึกออก ธิดาแม่ทัพหลิน เวย คุณหนูหลิน ว ว เด็ก
สาวหน้าแตงกล่าวเสียงเบา
“แล้วแต่ทุกท่านเจ้าค่ะ”
อ๋อง พลันเสนอ
“คุณหนูจ้าวเป็นผู้เสนอ มิสู้ให้นางกําหนดหัวข้อ”
สายตาทุกคู่หันมาที่จ้าวเข่อหรัน นางยิ้มบาง
“ข้า กล้าหรอกเจ้าค่ะ ความรู้ข้ามีน้อย มีให้พี่หญิงอี้เหมี่ยวกําหนด เถิต นางคือยอดสตรีอันดับหนึ่งแห่งต้าลี่”
องค์รัชทายาทพยักหน้าเห็นด้วย ฉินอี้เดี่ยวยิ้มรับ
“เช่นนั้น ข้าขอเสนอ ดอกเหมย” วันนี้เป็นวันเกิดท่านย่า นางโปรต เหมยยิ่ง หากรวบรวมบทกวีงาม ๆ มอบเป็นของขวัญ คงงามนัก”
คําชมจากองค์รัชทายาทตามมาไม่ขาดสาย ฉินอี้เดี่ยวแสร้งถ่อมตน แต่ในดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ตําาแหน่งไท่จื่อเฟย นางจะไม่ปล่อยให้ผู้ โตแย่ง อ๋องช พลันเอ่ย
“เพียงแต่งกลอนคงจืดชืด ไท่จื่อไม่ให้รางวัลหน่อยหรือ?”
องค์รัชทายาทหัวเราะ
“ดี! บิดาเพิ่งประทานภาพ หานเหมย” แก่ข้า เป็นผลงานแท้ ของอู๋โจวชื่อ วันนี้จะยกเป็นรางวัล”
เสียงฮือฮาด้งขึ้น โดยเฉพาะหลินซิ่ว วที่ตาเป็นประกาย จ้าวเข่อหรันเองก็ใจสั่น ภาพเหมยท่ามกลางหิมะ….ของแท้….นางรักเหมยยิ่ง
นัก ถึงขั้นเคยคิดชื่อเรือนเพียงเพราะมีสวนเหมย แต่จะออกหน้าเช่นนี้ดี หรือ? องค์รัชทายาทกล่าว
“หนึ่งกาน้ําชาให้เวลาคิด จากนั้นเริ่มได้”
คุณหนูทั้งหลายก้มหน้าครุ่นคิด บางคนหวังภาพวาด บางคนหวัง
สายตาแห่งองค์รัชทายาท
ส่วนจ้าวเข่อหรัน หัวใจกลับสั่นไหวระหว่างความปรารถนา….กับความ
สงบที่ต้องรักษาไว้