หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 81 พี่น้องแตกหัก
81 พี่น้องแตกหัก
ต้องยอมรับว่า วันนี้จ้าวเข่อหรันสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งงาน
เดิมทีหลังจากได้ฟังบทกวีของฉินอี้เหมี่ยวกับจ้าวเข่อเหรินแล้ว ทุกคนยัง ลังเลว่าใครเหนือกว่า แต่พอบทกวีของจ้าวเข่อหรันปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ถ้อยคําหรือภาพพจน์ที่สื่อออกมา ล้วนสูงส่งล้ําลึกกว่าสองคนนั้นอย่างเห็น
ใต้ ต
ความแตกต่างชัดเจนจนผู้คนตั้งตัวแทบไม่ทัน เสียงปรบมือดัง “
แปะ แปะ แปะ” ทําลายความเงียบงัน ทุกคนหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นท่าน อ๋อง กําาลังปรบมือพลางเอ่ยชม
“บทกวีงดงามนัก!”
เยายมบาง
“คุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าว ช่างทําให้คนต้องมองใหม่เสียแล้ว”
องค์รัชทายาทก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูใหญ่จ้าวจะซ่อนคมไว้ลึกเช่นนี้ บทกวีนี้มีเอ่ยคํา
ว่า ‘เหมย’ åกค้า แต่กลับถ่ายทอดความงามของดอกเหมยได้ชัดเจนยิ่งนัก นับเป็นงานชั้นเลิศ”
ท่ามกลางค้าชื่นชม จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบางอย่างสงบ
“ฝ่าบาททรงชมเกินไปแล้ว หม่อมฉันเพียงแต่งเล่นตามอารมณ์เท่า
นั้น”
ความนิ่งสงบไม่สะทกสะท้านของนาง ทําให้ผู้คนยิ่งงุนงง นี่หรือคือ คุณหนูใหญ่ที่ลือกันว่าขี้ขลาด ไร้ความสามารถ? วันนี้ทุกคนได้รู้แล้วว่า ข่าว ลือนั้นไม่น่าเชื่อถือเพียงใด ส่วนฉินอี้เหมี่ยวกับจ้าวเข่อเหริน สีหน้าซีดขาว อย่างไม่อยากเชื่อ โดยเฉพาะจ้าวเย่อเหริน นางเติบโตมาพร้อมจ้าวเข่อหรัน คิดเสมอว่าตนรู้จักพี่สาวดีที่สุด
แต่แท้จริงแล้ว นางกลับไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ภาพปักสอง หน้าเคยทําให้นางตกใจแล้ว ทว่ามันเป็นเพียงงานของผู้หญิง แต่บทกวีวันนี้ ต่างออกไป มันคือพรสวรรค์ที่เปิดเผยอย่างไม่อาจปฏิเสธ แล้วจ้าวเข่อหรัน ยังซ่อนอะไรไว้อีก?
จู่ ๆ ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในใจ เรื่องภาพ “ขุนเกอเหยียบหิมะ” ก่อนหน้านี้ จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงหรือ? หรือทั้งหมดเป็นกับดัก? สาย ตาของจ้าวเข่อเหรินสั่นไหว มองพี่สาวราวกับมองคนแปลกหน้า ตั้งแต่เมื่อ
ใดกัน…. จ้าวเข่อหรันเปลี่ยนไปเช่นนี้?
จ้าวเข่อหรันรับรู้สายตานั้น แต่เพียงยิ้มเย็น หากวันหนึ่งต้องฉีกหน้า กันจริง ๆ นางก็ไม่คิดถอย ด้านข้างนั้น คือชวี่ มองภาพนี้ด้วยหัวใจที่พอง โต ราวกับความสําเร็จนั้นเป็นของตนเอง เขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“ฝ่าบาท ท่านคิดว่าผู้ชนะควรเป็นผู้ใด?”
องค์รัชทายาทหัวเราะ
“น้องสาม เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
เขายิ้มบาง
“ผลแพ้ชนะเห็นชัดแล้วมิใช่หรือ?”
องค์รัชทายาทพยักหน้า
“วันนี้ภาพ เหมยท่ามกลางเหมันต์ ย่อมเป็นของคุณหนูใหญ่จ้าว
ไม่มีผู้ใดคัดค้าน แม้ในใจจะไม่พอใจ แต่ก็ต้องยอมรับความจริง งาน เลี้ยงวันนั้นจึงปิดฉากลงด้วยชื่อเสียงของจ้าวเข่อหรันที่ถูกเล่าขานไปทั่ว รวม
ทั้งเรื่องภาพจริงภาพปลอมในห้องโถง แม้ฮูหยินผู้เฒ่าฉันจะกําชับให้เงียบ แต่เรื่องเช่นนี้จะปิดได้อย่างไร
ค่ําคืนนั้น ครอบครัวจ้าวพักค้างที่จวนฉินถั่วกง หลังกลับถึงเรือนพัก จ้าวเข่อหรันเหนื่อยล้าจนแทบล้มตัวลงนอน แต่ยังไม่ทันได้พัก ก็มีเสียงเคาะ ประตูดังขึ้น เมื่อเปิดประตู ผู้มาเยือนคือจ้าวเข่อเหริน….มาคนเดียว
“ตึกป่านนี้ มีเรื่องใดหรือ?”
จ้าวเข่อหรานยิ้มอ่อน
“นอนไม่หลับ อยากคุยกับพี่สักหน่อย”
อีกฝ่ายยื้มฝัน เมื่อสาวใช้ถูกสั่งให้ออกไป ห้องทั้งห้องจึงเหลือเพียง
สองพี่น้อง จ้าวเข่อหรันริมชา
หรือไม่?”
“อยากพูดอะไรก็พูดเถิด
จ้าวเย่อเหรินจ้องนาง
“ภาพ ชุนเกอเหยียบหิมะ นั่น….มันคืออะไรกันแน่?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“เรื่องนั้น น้องน่าจะรู้ดีกว่าข้าไม่ใช่หรือ?”
แววตาอีกฝ่ายพลันแข็งกร้าว
“เจ้าจงใจ! เจ้าตั้งใจเอาภาพจริงออกมาในวันนี้เพื่อให้ข้าอับอาย ใช่
จ้าวเข่อหรันตอบเรียบ ๆ
“y”
ค่าเดียวสั้น ๆ แต่หนักหน่วง จ้าวเข่อเหรินชะงัก ก่อนจะลุกพรวด
“ข้ารู้แล้ว! เจ้าหลอกให้ข้าเปลี่ยนภาพ เจ้าจงใจวางกับดัก!”
“เรื่องนี้เริ่มจากใครกัน?”
จ้าวเย่อหรันถามเสียงเรียบ
มิใช่เจ้าขอยืมภาพไปลอกหรือ? ในเมื่อเป็นภาพลอก ก็ย่อมไม่ใช่ของ
จริงอยู่แล้ว”
เท่านั้น”
จ้าวเย่อเหรินหน้า ต
“เจ้ารู้ตั้งแต่แรก…”
“ตอนแรกข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะสลับภาพ เพียงแต่ทําเครื่องหมายเล็ก ๆ ไว้
คําตอบสงบนิ่งยิ่งทําให้ไฟในอกอีกฝ่ายลุกโชน
“เจ้า! เจ้าช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!”
จ้าวเย่อหรันหัวเราะเย็น
“โหดเหี้ยม? เจ้าผลักบ้าตกน้ํา หวังเอาชีวิตข้า ยังจะเรียกข้าว่าโหด
เหี้ยมอีกหรือ?”
“เจ้า…เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ตอนนั้นในศาลามีเพียงเราสองคน หากไม่ใช่เจ้า แล้วจะเป็นใคร?”
ความเงียบกดทับอากาศจนหนักอึ้ง
“แล้วเรื่องหมั้นหมายล่ะ?”
จ้าวเย่อเหรินกัดฟัน
“เพราะข้าแย่งคู่หมั้นของเจ้า เจ้าจึงแก้แค้นใช่ไหม?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มอย่างเฉยชา
“ข้าไม่เคยสนใจหลิน หร่านเลย ข้าต่างหากที่ควรขอบคุณเจ้า หากไม่
มีเรื่องอื้อฉาว ข้าจะหาข้ออ้างถอนหมั้นได้อย่างไร?”
คําพูดนั้นราวมีดบางเฉือนช้า ๆ จ้าวเข่อเหรินยกคางอย่างหยิ่งทะนง
“ไม่ว่าอย่างไร เขาก็เลือกข้า เจ้าจะไม่มีวันชนะ”
จ้าวเข่อหรันมองนางนิ่ง ๆ ความเงียบของนางกลับยิ่งทําให้ค้าโอ้อวด
นั้นดูว่างเปล่า ก่อนออกจากห้อง จ้าวเข่อเหรินกล่าวทิ้งท้าย
ตามหลัง
“เราสองคน อยู่ร่วมกันไม่ได้แน่ ต่อไปใครแพ้ใครชนะ ก็สุดแต่ฝีมือ”
เมื่อประตูปิดลง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เลือนหาย จ้าวเข่อหรันเอ่ยเบา ๆ
“เหตุใดเจ้าจึงเกลียดข้าถึงเพียงนี้…”
แต่ไม่มีคําตอบ คืนนั้น นางเหนื่อยล้าเหลือเกิน ทว่ากลับไร้ซึ่งความ ง่วง บางที นี่อาจเป็นอีกหนึ่งคืนที่ไร้การหลับใหล
พี่น้อง…แตกหักแล้วอย่างแท้จริง.