หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 82 จ้าวเข่อหรันเสียการควบคุม
82 จ้าวเข่อหรันเสียการควบคุม
หลังจากปะทะคารมกับจ้าวเข่อหรัน อย่างเผ็ดร้อน จ้าวเย่อเหรินก็ สะบัดแขนเสื้อกลับเรือนของตนทันที ทันทีที่เห็นนางกลับมา เสียนอวิ้นรีบ
เข้ามาถามด้วยความร้อนใจ
“คุณหนู เมื่อครู่ท่านไปไหนมาหรือเจ้าคะ บ่าวเพียงออกไปตักน้ํากลับ
มา ท่านก็หายไปเสียแล้ว”
เร็ว”
จ้าวเย่อเหรินไม่แม้แต่จะชายตามอง นางเอ่ยเสียงเย็น
“พอกลับถึงจวนไท่ อเมื่อใด จงส่งข่าวเรียกเสียนลั่วให้รีบกลับมาโดย
เสียนอนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เห็นสีหน้าคุณหนูจริงจังเช่นนี้ก็ไม่
กล้า กใช้ ได้แต่ก้มหน้ารับค่า
“เจ้าค่ะ”
“พอแล้ว เจ้าไปพักเถิด”
เสียนอวิ่นยังลังเล
“ให้บ่าวปรนนิบัติท่านก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ สีหน้าท่านไม่สู้ดีนัก”
“ไม่ต้อง!”
เสียงจ้าวเย่อเหรินกระด้างขึ้นทันที
“ข้าบอกให้ออกไป ก็ไป!”
เห็นนางเริ่มจะระเบิดโทสะ เสียนอวี้นจึงรีบถอยออกไป ห้องทั้งห้อง ตกอยู่ในความเงียบ ภายนอกจ้าวเข่อเหรินดูสงบนิ่ง ทว่าในอกกลับเดือด พล่านราวคลื่นซัดฝั่งไม่หยุด นางคิดไม่ออกเลยว่าผิดพลาดตรงใด เหตุใด เรื่องราวจึงพลิกผันเช่นนี้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของจ้าวเข่อหรัน คนที่ นางเคยมองว่าอ่อนแอ ขลาดเขลา กลับกลายเป็นคนที่ซ่อนคมไว้ใต้ผ้าไหม ที่ แท้… ทั้งหมดเป็นเพียงการเสแสร้ง แววตาของจ้าวเข่อเหรินค่อย ๆ หรี่ลง
ความอามาตฉายวาบ
“ต่อให้เจ้าจะซ่อนเล็บไว้ลึกเพียงใด สุดท้ายก็ยังเป็นฝ่ายแพ้ข้าอยู่ดี”
ความแค้นวันนี้… นางจะต้องเอาคืน
หลังงานเลี้ยงฉลองวันเกิด หลายวันผ่านไป ข่าวเหตุการณ์ในงานวัน เกิดของฮูหยินผู้เฒ่าฉินแพร่สะพัดไปทั่ววงสังคมชั้นสูงแห่งเมืองหลวง บุตรี ฝาแฝดแห่งจวนไท่ชือกลายเป็นหัวข้อสนทนา ค้า ลือ สายตา และการคาด เดา ล้วนใหลเวียนอย่างเงียบเชียบ แต่ทั้งหมดนั้น ไม่ได้สั่นคลอนชีวิตของ จ้าวเข่อหรันแม้แต่น้อย นางยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบเยือกเย็น
ฤดูร้อนค่อย ๆ ผ่านพ้น ลมใบไม้ร่วงพัดเย็นสบาย จ้าวเข่อหรันและ จ้าวเข่อเหรินเริ่มไปเรียนงานปักกับจีนหมัวมัวที่จวนกั๋วกงฉินทุกเช้า งานปัก ไม่ใช่เรื่องยาก หญิงสาวแทบทุกคนล้วนเรียนรู้ตั้งแต่เยาว์วัย ชาติที่แล้ว จ้าวเข่อหรันเคยฝึกมาแล้ว ครานี้จึงยิ่งก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนจีน มัวมัว ต้องมองนางด้วยสายตาชื่นชม
ชีวิตดูเหมือนสงบ แต่จ้าวเข่อหรันไม่เคยลดความระแวดระวัง เพราะ สิ่งหนึ่งที่เกิดขั้น เสียนลิ่วกลับมาแล้ว หากจ้าวเย่อเหรินคือพยัคฆ์ เสียนรั่วก็ คือสุนัขจิ้งจอกที่คอยวางแผนอยู่ข้างกาย นางผู้นี้เฉียบคมยิ่งกว่าเสีย นอวิ้นหลายเท่า เมื่อเสียนล้วกลับมา หมายความว่าอีกฝ่ายไม่มีวันยอมแพ้แน่
บ่ายวันหนึ่ง ณ เรือนชนฮุย
เสียงพิณกังวานใสลอยคลออากาศ จ้าวเข่อหรันนั่งบรรเลง “พิณหลิว
เยว่” อย่างเพลิดเพลิน พิณตัวนี้คือของขวัญจาก ชื่อ ชวี่ นับตั้งแต่ได้มา นางแทบไม่กล้านําออกใช้ เพราะมันล้ําค่าและสะดุดตาเกินไป วันนี้… นางอด ใจไม่ไหวจริง
เสียงสายพิณทอดยาวราวแสงจันทร์โปรยปราย แม่นมเยว่
หลงเอ๋อร์ ฉินเชียง และ อเชียง นั่งฟังเงียบ ๆ ฉินเชียงมองเจ้านายด้วยแวว ตาลึกซึ้ง ยิ่งเห็น ยิ่งเข้าใจเหตุใดเจ้านายของตน ท่านอ๋องชวี่ จึงหลงใหลสตรี ผู้นี้ เสียงพิณหยุดลง จ้าวเข่อหวั่นมองพิณนิ่ง ๆ
หัวใจกลับลอยไปไกล นางคิดถึงชื่อ “วี่ หลังงานเลี้ยงวันเกิด นางยัง ไม่ได้พบเขาอีกเลย ยิ่งรู้ว่าเขาคืออ๋องซวี่ ฐานะของนางยิ่งดูต่ําต้อย ต่อให้ บิดาได้สืบทอดตําแหน่ง นางก็ยังไม่แน่ใจว่าตนจะคู่ควร ยิ่งไปกว่านั้น… ศึก ชิงบัลลังก์กําาลังเดือด
องค์รัชทายาท ชือ เหียน
อ๋องหาน ซ๊อกูหาน
อ๋องอี้ ซือถูอี้
อ๋องหยุน ซ๊อกูหยุน
แต่ละฝ่ายล้วนแข็งกร้าวส่วน ฮือ ชวี่ กลับยืนอยู่อย่างเป็นกลาง ไม่ ฝักใฝ่ผู้ใด ทว่าฐานะของเขา โอรสลําาดับที่สาม ย่อมมิอาจมีเพียงชายาคน เดียว จ้าวเข่อหรันก้าหมัดแน่น ชาติที่แล้ว นางเคยคิดว่าเพียงได้เป็นภรรยา เอกก็เพียงพอ แต่บัดนี้….นางกลับปรารถนาความรักหนึ่งเดียว หัวใจหนึ่ง ดวง ที่เป็นของนางเพียงผู้เดียว ซึ่งเขา…. ให้ไม่ได้ น้ําตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว
ค่าคืน
หลังอาหารเย็น ทุกคนถูกฉันเชียงหาเหตุไล่ออกจากห้อง จ้าวเข่อหรันรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ห้าม เมื่ออยู่เพียงลําพัง นางพยายาม อ่านหนังสือ แต่ภาพของเขากลับวนเวียนไม่จาง แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“เจ้าตัวน้อย ข้ามาแล้ว”
นางคิดว่าเป็นเพียงภาพลวงหู กระทั่งหนังสือในมือถูกดึงออกไป เงย หน้าขึ้น เขายืนอยู่ตรงหน้า ชื่อ ชวี่
“ท่านมาได้อย่างไร?”
นางถามตะลึง เขายิ้มบาง
“คิดถึงเจ้า จึงมา”
คําตอบนั้นจุดไฟในอกนางอย่างไม่คาดคิด
“คิดถึง? หากคิดถึง เหตุใดจึงไม่มาเสียที!
พูดจบ นางก็อยากกัดลิ้นตนเอง ถ้อยคําเช่นนั้น…. ช่างเหมือนหญิง ในห้องหอที่รอสามีกลับบ้าน แต่สําหรับเขา คําพูดนั้นกลับหวานยิ่งกว่าน้ําผึ้ง
” แท้… เจ้าก็คิดถึงข้า
“ใครคิดถึงท่าน อย่าเพ้อเจ้อ!”
“เอาเถิด เจ้าไม่คิดถึง ข้าคิดถึงเองก็ได้”
หัวใจนางเต้นแรงจนแทบทะลุอก เขาวางมือบนไหล่นาง มองลิกเข้า
ไปในดวงตา แล้วกอดนางไว้
“หลังงานเลี้ยง ข้าจงใจไม่มาหาเจ้า เพราะอยากให้เจ้ามีเวลา
ไตร่ตรอง… แต่ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน”
แก้มของนางร้อนผ่าว
“ปล่อย… ปล่อยย้า
นางพยายามผลักใสเขา เพราะหากปล่อยใจไปมากกว่านี้ นางเกรงว่า
จะไม่มีวันถอยกลับได้ เขากลับยิ่งกอดแน่น
“อย่าขยับ!”
เสียงต่ําาทุ้มทําให้นางหยุดนิ่ง
“เจ้าก็มีใจให้ย้า เหตุใดไม่ยอมรับ
เงียบอยู่นาน แล้วเสียงสะอื้นก็ดังแผ่ว
“เราสองคน… ไม่เหมาะสมกัน
เยาขมวดคิ้ว
“เหตุใดไม่เหมาะ? เจ้าชอบข้า ข้าชอบเจ้า แค่นี้ไม่พอหรือ?”
จ้าวเข่อหรันผลักเขาออก นํ้าตาไหลอาบแก้ม
“ท่านมิรู้สิ่งใดเลย! ฐานะของเราแตกต่างกันเกินไป และสิ่งที่ข้าต้อง
การ… ท่านให้ข้าไม่ได้”
เยารีบเช็ดนํ้าตาให้นาง
“เจ้าต้องการสิ่งใด บอกข้ามา”
นางเพียงส่ายหน้า คําว่า “หนึ่งเดียว” ติดอยู่ที่ปลายลิ้น แต่ไม่อาจ
เอื้อนเอ่ย เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นางร้องไห้ เขาเช็ดน้าตา ไม่มีคําใดเอ่ย ต่อ แต่ความเงียบกลับหนักแน่นกว่าถ้อยคําใด ๆ