หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 84 หลิวอี๋เหนียงตั้งครรภ์
84 หลิวอี๋เหนียงตั้งครรภ์
เพียง ค่าเรียบง่าย หากกลับหนักหนาราวค้อนเหล็กกระแทกกลาง อกจ้าวเข่อหรันจนสะท้านไปทั้งหัวใจ นางเบิกตากว้าง มองบุรุษตรงหน้าราว
ไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“ท่าน….ท่านว่าอะไรนะ?”
ฮือกูชวี่มองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“เจ้าก็ได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ? เงื่อนไขของเจ้า ข้ารับปากทั้งหมด
แม้ได้ฟังช้าอีกครั้ง จ้าวเข่อหรันก็ยังไม่กล้าเชื่อ
“ท่านรู้หรือไม่ว่าตัวเองกําลังรับปากสิ่งใดอยู่? หากท่านตกลง นั่น
หมายความว่าทั้งชีวิตนี้ ท่านจะมีเพียงข้าคนเดียว”
ฝันสลาย
ชือกูชวี่ยิ้มบาง แล้วดึงนางเข้าสู่อ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
“ข้ารู้…มีเจ้าเพียงคนเดียว ก็เพียงพอแล้ว”
จ้าวเข่อหรันนิ่งงัน ปล่อยให้เขากอดไว้เช่นนั้น เสียงแผ่วเบาราวกลัว
“ท่านแน่ใจแล้วหรือ อย่าตอบช้าเพราะอารมณ์ชั่ววูบนะ”
ฝ่ามืออุ่นลูบหลังนางเบา ๆ
“ข้ามีสติครบถ้วนยิ่งนัก และรู้ดีว่าตัวเองรับปากอะไร ต่อให้เจ้าไม่ เอ่ย ข้าก็ไม่คิดจะมีหญิงอื่นอยู่แล้ว ขอเพียงมีเจ้า ข้าก็พอใจแล้ว”
“ค้าพูดของท่าน….จริงหรือ?”
นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาใสสะท้อนแสงจันทร์
“บุรุษมิใช่ล้วนใฝ่หาสามภรรยาสื่อ หรอกหรือ?”
แววตาของซือกูชวี่หม่นลงเล็กน้อย
“สามภรรยาสี่อนุมีดีอันใด หากรักใครสักคน ก็ควรมอบหัวใจทั้งหมด ให้เขา มิใช่แบ่งเศษเสี้ยวไว้เผื่อใครอีก”
จ้าวเข่อหรันรู้ทันทีว่าเขากําลังนึกถึงเรื่องในอดีต นางไม่รู้ราย ละเอียด หากความเศร้าในดวงตาเยากลับบีบคั้นหัวใจนางยิ่งนัก
“อย่าคิดมากเลย”
นางเอ่ยปลอบเบา ๆ ฮือถูก ทอดสายตามองไกลออกไป
“เจ้ารู้จักพระมารดาของข้าหรือไม่? นางคือพระสนมเขียว เป็นสตรี
อ่อนโยนเกินกว่าจะอยู่ในวังหลวงได้”
จ้าวเข่อหรันไม่เอ่ยค้าใด เพียง บอยู่ในอกเขา ฟังเสียงที่เต็มไปด้วย
ความเจ็บปวด
“ผู้คนล้วนไม่รู้ที่มาของนาง แม้แต่ข้าเองก็ไม่รู้ นางไม่เคยเล่าเรื่อง ก่อนเข้าวังให้ฟัง ข้าจําได้เพียงว่า นางอ่อนโยน ใจดี…แต่สตรีเช่นนั้นไม่ เหมาะกับวังหลวงเลย นางต้องการความรักเพียงหนึ่งเดียว ทว่าเสด็จพ่อไม่ อาจมอบให้นางได้
เขาหัวเราะหยันเบา ๆ
“เสด็จพ่อเคยตรัสว่านางคือหญิงเพียงหนึ่งเดียวที่พระองค์รัก แต่ก็
เพราะพระองค์…นางจิงจากไปเร็วเช่นนั้น
“ซือถชวี่…”
เสียงเรียกแผ่วเบาดุจสายลม เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนยิ้มบาง
“เพราะเห็นชะตาของพระมารดา ข้าจึงตั้งสัตย์ว่า จะไม่เดินรอยเดียว กับเสด็จพ่อ หากข้ารักใคร จะรักเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ใดแทรกกลางได้
จ้าวเข่อหรันสบตาเขาเนิ่นนาน ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“ดี…ย้าเชื่อใจท่าน”
เพียงห้าคําแผ่วเบา กลับหนักแน่นพอให้ชื่อชวี่เข้าใจความหมายทั้ง หมด เขากอดนางแน่นขึ้น ดวงใจพองโตอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“เด็กน้อย ข้าจะดูแลเจ้าเอง ทุกอย่างข้าจะจัดการให้ เจ้าจงอยู่เคียง ช้าอย่างสบายใจเถอะ”
ท่าน”
นางพยักหน้า
“ตราบใดที่ท่านรักษาค่ามั่น ข้าจะพยายามเชื่อท่าน…และพยายามรัก
แม้คําว่า “รัก” ยังไม่เต็มร้อย แต่สําหรับชื่อชวี่ เพียงก้าวแรกนี้ก็
เพียงพอแล้ว หากระยะห่างระหว่างเขากับนางมีร้อยก้าว ขอเพียงนางยอม ก้าวหนึ่งก้าว ที่เหลืออีกเก้าสิบเก้าก้าว เยาจะเดินไปหาเอง
คืนนั้นสงบนิ่ง หากกลับไม่ธรรมดา ความรักค่อย ๆ ผลิบานอย่าง เงียบงัน หัวใจของจ้าวเข่อหรันเริ่มเปิดรับบุรุษผู้นี้ทีละน้อย เช้าวันรุ่งขึ้น
เกือบถึงยามเฉินแล้ว นางยังไม่ตื่น แม่นมเยวกับหลงเอ๋อร์จิงจ๋าต้องผลัก
ประตูเข้าไป
“คุณหนูเจ้าคะ รีบตื่นเถิด หากชักช้าเกรงจะสาย
“สาย? สายอะไร…”
จ้าวเข่อหรันพิมพ์าอย่างงัวเงีย เมื่อคืนหลังชื่อ ชวี่จากไป นางยัง นอนไม่หลับเพราะใจเต้นไม่เป็นจังหวะ กว่าจะเคลิ้มหลับก็เกือบฟ้าสาง
“วันนี้ท่านต้องไปจวนกั๋วกงนะเจ้าคะ ต้องไปเรียนปักผ้ากับจีนหมว
มิว”
“จริงด้วย! งานปัก!”
นางลุกพรวดทันที ทุกคนช่วยกันแต่งกายจัดเตรียมอาหารเช้า
จ้าวเข่อหรันรีบกินอย่างรวดเร็ว เพราะทุกเช้านางไปพร้อมจ้าวเย่อเหริน
หากสายอีกฝ่ายคงไม่รอแน่ จนเกือบสําลัก แม่นมเยว่ ายหน้า
“ไม่ต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้นก็ได้เจ้าค่ะ คุณหนู”
นางพยักหน้าทว่ามือยังเร็วไม่ลด แม่นมเยว่มองอย่างเอ็นดู วันนี้คุณ หนูดูราวเด็กสาวที่มีความสุข ต่างจากช่วงก่อนที่เย็นชา วางแผนเก่งเกินวัย
จนคนมองแล้วปวดใจ
“คุณหนูมีเรื่องน่ายินดีหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันไอจนหน้าแดง
“คะ…แค่เมื่อคืนหลับสบายเท่านั้น”
ฉันเชียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบยิ้มกรุ้มกริ่ม นางรู้ดีว่าเมื่อคืน “ท่านเจ้า สําหนัก” มาเยือน สีหน้าคุณหนูเช้านี้ จึงหวานฉ่ําาเกินจะปิดบัง หลงเอ๋อร์เห็นฉันเชียงยิ้มแปลก ๆ จึงชักใช้ จนทั้งสองเกือบเล่นกันเกินงาม แม่นมเยว่จึงเอ็ดเบา ๆ บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอบอุ่น ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู หลงเอ๋อร์ออกไปเปิด ก่อนกลับมาด้วยสี
หน้าประหลาด
“คุณหนู เสี่ยวชูมารายงานเจ้าค่ะ”
“มีเรื่องใหญ่หรือ?”
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้ว หลงเอ๋อ สูดลมหายใจ
“เช้านี้หลิวอี้เหนียงอาเจียน แพทย์ตรวจแล้วบอกว่าตั้งครรภ์ได้กว่า
สองเดือน”
“อะไรนะ!”
แม่นมเยว่อุทานก่อนใคร จ้าวเข่อหรันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง
“เรื่องน่ายินดีมิใช่หรือ? จวนใทีชือเงียบเสียงเด็กร้องมาหลายปีแล้ว
นางถามต่อ
“ท่านพ่อรู้แล้วหรือยัง?”
“รู้แล้วเจ้าค่ะ นายท่านรีบไปเรือนเจียอวี่ทันที”
จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มอย่างไม่อาจอ่านความคิด ออกจากเรือนแล้ว
ชือเชียงเอ่ยเสียงต่ํา
“คุณหนูคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้เจ้าคะ?”
ฉันเชียงรีบแทรก
“คุณหนูก็บอกแล้วว่าดีใจมิใช่หรือ?”
อเชียงมองนางอย่างระอา
“ค้าพูดเพื่อปลอบแม่นมเยว่ต่างหาก”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะแผ่ว
“ใช่…ตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จังหวะนี้ต่างหากที่แปลก”
นางกล่าวช้า ๆ
“ในจวนนี้ ท่านพ่อมีบุตรสาวห้าคน บุตรชายเพียงหนึ่ง เจ้าคิดว่า
เพราะเหตุใดเล่า?”
ฉินเชียงนิ่งไป ก่อนตาเบิกกว้าง
“ถูกต้อง”
นางพยักหน้า
“ทุกครั้งที่บิดาค้างคืนเรือนใด เช้าวันถัดมา ท่านแม่จะให้ใส่สมุนไพร
คุมกาเนิดในอาหาร ไม่มีใครตั้งครรภ์ได้ง่าย ๆ หลิวอี้เหนียงเป็นเพียงนักร้อง จากหอคณิกา กลับรอดพ้นการควบคุมนี้ได้…เจ้าว่าแปลกหรือไม่ล่ะ?” สายลมเช้าพัดผ่าน ดวงตาจ้าวเข่อหรันเย็นเยียบขึ้นเล็กน้อย
“ฉันเชียง ว่างเมื่อใด ช่วยสืบให้ข้าที เรื่องหลิว เหนียงตั้งครรภ์ มีสิ่ง
ใดผิดปกติหรือไม่ “เจ้าค่ะ คุณหนู”