หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 87 ครรภ์ของหลิวอี้เหนียงมีเงื่อนจํา
87 ครรภ์ของหลิวอี้เหนียงมีเงื่อนจํา
จ้าวเข่อหรันพา อเชียง กับหลงเอ๋อ ออกจากเรือนเจียอวี่เก๋อ ขณะ ก้าวพ้นประตู นางเหลือบตามองชื่อเซียงเพียงแวบเดียวโดยไม่ให้ผู้ใดสังเกต เห็น ชื่อเชียงมิได้เอ่ยวาจา เพียงพยักหน้าเบา ๆ ทว่าแค่ท่าทางนั้นก็เพียง พอแล้ว
ในเรือนเจียอวี่เก๋อ….ต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน และชีอเชียงกี้ มองออกแล้ว แต่หลงเอ๋อร์ยังอยู่ข้างกาย เรื่องบางเรื่องมิอาจเปิดเผยต่อ หน้านางได้ มิใช่เพราะไม่ไว้ใจ หากเพราะเด็กสาวยังอ่อนประสบการณ์ โลก ใบนี้มิได้เมตตาอย่างที่คิด หากเผลอแสดงพิรุธเพียงนิดเดียว อาจกลายเป็น ดาบคมที่ย้อนเชือดคอตนเอง ไม่นานทั้งสามก็กลับถึงชุนฮุยหยวน ยังไม่ทัน ก้าวเข้าประตู แม่นมเยว่ก็รีบถามขั้น
“คุณหนู หลิวอี้เหนียงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? นางกําลังบํารุงครรภ์ อยู่ใช่หรือไม่ ร่างกายแข็งแรงดีหรือเปล่า?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง พลางก้าวเข้าห้อง
“ร่างกายนางดูไม่เลว หากไม่รู้มาก่อน คงไม่คิดด้วยซ้ําว่านางตั้งครรภ์
ได้สองเดือนกว่าแล้ว”
แม่นมเยว่หัวเราะเบา ๆ
“ก็เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ เพิ่งสองเดือน ยังไม่เห็นท้องเป็นธรรมดา”
จ้าวเข่อหรันไม่ต่อความ หากเปลี่ยนเรื่องทันที
“แม่นมเยว่ ข้าหิวแล้ว ไปทําของว่างให้ข้าหน่อยได้หรือไม่? จู่ ๆ ก็ อยากกินชุปใบบัวเมล็ดบัวที่ท่านเคยทําเหลือเกิน”
แม่นมเยว่มองนางอย่างเอ็นดู
“ได้สิเจ้าคะคุณหนู บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้ พอดีฤดูร้อนที่ผ่านมา บ่าวเก็บ ใบบัว ดอกบัว และเมล็ดบัวไว้มากมาย บดเป็นผงเรียบร้อย แม้แต่นํ้าค้าง บนใบบัวก็ยังเก็บไว้
“ดีเลยเจ้าค่ะ”
จ้าวเบ่อหรันพยักหน้า
“หลงเอ๋อ ไปช่วยด้วยเถิด จะได้เรียนรู้ไว้ วันหน้าหากข้าอยากกิน จะ ใต้ทําเป็น”
หลงเอ๋อร์ตาเป็นประกาย รีบตามแม่นมเยว่ออกไป เมื่อประตูห้อง
ปีดลง เหลือเพียงจ้าวเข่อหรันกับชื่อเชียง รอยยิ้มบนใบหน้าของ จ้าวเย่อหรันก็เลือนหายไปทันที สีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาเย็นเฉียบ
“ว่าอย่างไร หลิว เหนียงมีสิ่งใดผิดปกติหรือไม่?”
ชือเชียงค้านับ
“เรียนคุณหนู อย่างที่ท่านคาด ครรภ์นี้…มา ช่างประหลาดนัก”
คิ้วของจ้าวเข่อหร้นขมวดแน่น
“ประหลาดอย่างไร?”
ชือเชียงครุ่นคิดก่อนตอบ
“นางตั้งครรภ์จริง แต่ในห้องกลับจุดเครื่องหอมเข้มข้นผิดปกติ คน ท้องทั่วไปมักระวังกลิ่นควัน กลัวกระทบครรภ์ แต่เครื่องหอมของนางมีส่วน ผสมของสมุนไพรบําารุงครรภ์ชนิดหนึ่ง ทว่า…มิใช่สํารับยาธรรมดา”
“ยาบ้ารุงครรภ์?”
จ้าวเข่อหรันหรี่ตา
“นางท้อง จะใช้ยาบําารุงก็เป็นเรื่องปกติ ไฉนต้องปิดบัง? แล้วที่ว่าไม่ ธรรมดา หมายความว่าอย่างไร?”
ชือเชียงตอบอย่างระมัดระวัง
“เป็นสํารับ ฤทธิ์รุนแรงมาก หากใช้ มักต้องใช้ควบคู่กับอีกชนิด หนิ่ง บ่าวยังไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า
“ต้องใช้เวลานานหรือไม่?”
“ฉันเชียงกําาลังสืบเรื่องของหลิว เหนียง บ่าวจะหาทางตรวจส่วน ผสมของเครื่องหอมเพิ่มเติม ไม่นานนักเจ้าค่ะ”
จ้าวเย่อหวั่นถอนหายใจเบา ๆ
“รีบเถิด ข้าไม่รู้เหตุใด แต่ในใจข้ากลับรู้สึกไม่สบายเลย”
ชือเชียงสั่งเลเล็กน้อยก่อนเอ่ย
“คุณหนู บ่าวอยากตรวจชีพจรอี๋เหนียงกับคนอื่นสักคน หากฮูหยิน ให้พวกนางกินยาคุมกําเนิดเป็นประจํา ร่างกายย่อมต้องมีอาการคล้ายกัน บ่าวจะได้เทียบเคียงได้”
หรอไม่?”
จ้าวเข่อหรันมองนางอย่างชื่นชม
“เจ้าคิดจะตรวจว่าหลิว เหนียง ว่ามีตัวยานั้นตกค้างในกายด้วยใช
อเชียงพยักหน้า
“ใช่เจ้าค่ะ หากรู้ว่าฮูหยินใช้ตํารับใด จึงจะวินิจฉัยได้ถูกต้อง”
“ดี ข้าจะจัดการให้”
ค่ําาวันนั้น จ้าวชงเรียกทุกคนมาร่วมรับประทานอาหาร แม้ไม่ใช่วันสิบ ห้า แต่ทุกคนรู้ดีว่าเหตุใดจึงต้องมาพร้อมหน้า จ้าวเข่อหรันนั่งอยู่โต๊ะหลัก มองไปรอบ ๆ มารดาของนางสีหน้าไม่พอใจชัดเจน จ้าวเย่อเหรินก็ไม่ต่าง กัน ชุน เหนียงกับเฟิงเอ๋อร์ยังคงสงบนิ่งดังเดิม
โต๊ะด้านข้าง จางอีเหนียง หลี่อี๋เหนียง และบุตรสาวของพวกนางนั่ง เรียงราย สีหน้าทุกคน แม้ยิ้มอยู่ แต่ลึกลงไปกลับแฝงความริษยา ไม่นาน จ้าวชงก็พาหลิว เหนียงเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
“วันนี้เรียกทุกคนมา เพราะมีข่าวดี”
เขากล่าวเสียงดัง
“หลิงหลิงตั้งครรภ์ สองเดือนกว่าแล้ว!”
เสียงแสดงความยินดีดังระงม ฉันเชียงเหอ ฮูหยินเอก ลุกขึ้นทํา
ความเคารพ
“ยินดีกับท่านพี่ด้วยเจ้าค่ะ ข้าจะดูแลนางให้ดีจนกว่าจะคลอดอย่าง
ปลอดภัย”
จ้าว งพอใจนัก
“เชียงเหอ เจ้ายังเป็นภรรยาที่ประเสริฐที่สุด”
คําชมทําให้ดวงตาฉันเชียงเหอวูบไหวชั่วครู่ แต่รอยยิ้มยังคงงดงาม
หลิวอี้เหนียงลุกขึ้นตอบอย่างอ่อนหวาน
“ขอบพระคุณฮูหยินเจ้าค่ะ บ่าวมีท่านดูแล และมีนายท่านคุ้มครอง ต้องให้กําาเนิดบุตรชายอ้วนขาวให้นายท่านได้แน่
ภาพภายนอกดูสงบสุข แต่จ้าวเข่อหรันกลับหัวเราะเย็นชาในใจ บิดา ยองนางช่างไร้เดียงสานัก คิดว่าภรรยาและอนุจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบได้จริง หรือ? วันนี้ทั้งห้องโถง มีผู้ใดมิได้คิดคํานวณถึงเด็กในครรภ์นั้นบ้าง? เด็ก คนนี้…จะได้ลืมตาดูโลกหรือไม่ ยังเป็นคําถาม สามวันต่อมา ณ สวนสุยเฟิงหยวน ชุน เหนียงกําลังปักผ้า เฟิงเอ๋อ อ่านหนังสือเคียงข้าง บรรยากาศอบอุ่นสงบ
ตรง ๆ
“คุณหนูใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ”
เฉียวเอ้อ รายงาน เฟิงเอ๋อร์รีบวางหนังสือ วิ่งออกไปต้อนรับ
“พี่ใหญ่! ข้าคิดถึงท่านนัก!”
จ้าวเย่อหวั่นหัวเราะ
“เพิ่งเจอกันสามวันเองมิใช่หรือ?”
เด็กชายทําปากยื่น
“วันนั้นมิได้นับ ทุกคนมัวแต่เล่นละครกันหมด!”
เสียงหัวเราะอ่อนโยนดังขึ้น เมื่อทุกคนนั่งลง จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ย
“เหนียง ท่านคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องที่หลิวอี้เหนียงตั้งครรภ์?”
ชุน เหนียงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ข้าไม่มีความเห็นอันใดเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันจ้องลิกเข้าไปในดวงตานาง
“แล้วเหตุใด หลังคลอดเฟิงเอ๋อร์ ท่านจึงไม่ตั้งครรภ์อีกเลย?”
สีหน้าชุน เหนียงแข็งค้างไปทันที
“ข้าไร้วาสนาเท่านั้นเอง”
“หรือท่านรู้ดีว่าเพราะเหตุใด?” น้ําเสียงจ้าวเข่อหรันนุ่ม แต่แฝงคม ชุน เหนียงหลบตา เฟิงเอ๋อร์มองสลับไปมาอย่างงุนงง จ้าวเข่อหรันเอ่ยช้า ๆ
“เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงเด็กในครรภ์ของหลิวอี้เหนียง”
ชุน เหนียงตาเบิกกว้าง
“คุณหนู…ท่านรู้อยู่แล้วหรือ?” จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“รู้เพียงบางส่วน ที่เหลือคงต้องให้อี๋เหนียงไขข้อข้องใจแล้ว
ลมปลายฤดูพัดผ่านสวน กลีบดอกไม้ไหวสะท้าน ความลับที่ถูกกลบ ฝังมานาน…กําลังจะถูกเปิดโปงในไม่ช้า