หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 93 องค์รัชทายาทลอบพบจ้าวเข่อเหริน
93 องค์รัชทายาทลอบพบจ้าวเข่อเหริน
ไม่นานนัก ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง ทันทีที่เห็นหน้า เขา จ้าวเข่อหรันก็จําได้ เขาคือเถ้าแก่ผู้ดูแลหอที่เพิ่งพานางขึ้นมาชั้นบนเมื่อ ครู่ ทันทีที่ก้าวผ่านธรณีประตู เขาก็ค้อมกายทําความเคารพอย่างนอบน้อม
“คารวะท่านประมุข รองประมุข และคุณหนู”
ฮือกู วีเอ่ยถามเสียงเรียบ
“มีเรื่องใดหรือ”
เถ้าแก่ชําเลืองมองจ้าวเข่อหรันอย่างลังเล
“เล่ามา ไม่ต้องปิดบัง”
ชือ ชวี่กล่าวชัดถ้อยชัดคํา
“นางคือว่าที่ภรรยาของข้า หากมีเรื่องใดก็กล่าวออกมาได้ตรง ๆ”
ถ้อยคํานี้ทําให้เถ้าแก่ชะงักไปครู่หนึ่ง เดิมเขาก็พอเดาได้ว่าความ สัมพันธ์ของสตรีผู้นี้กับประมุขไม่ธรรมดา แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นเป็นว่า ที่ฮูหยินในอนาคต เมื่อได้รับคํายืนยัน เขาจึงรายงานว่า
“เรียนท่านประมุข องค์รัชทายาทเสด็จมา ขณะนี้ประทับอยู่ที่ห้อง ไม่จวี่ชั้นสาม กําลังเสวยอยู่ขอรับ”
ดวงตาจ้าวเข่อหรันวาบหนึ่ง แต่ยังนิ่งสงบ มิได้เอ่ยสิ่งใด จื่อหยวนที่
ยืนอยู่ด้านข้างถามขึ้น
“เสด็จมาพระองค์เดียวหรือ”
เถ้าแก่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนตอบ
“มิใช่พ่ะย่ะค่ะ เสด็จมาพร้อมคุณหนูท่านหนึ่ง มีทราบนาม เพียงได้ ยืนองค์รัชทายาทเรียกนางว่า ‘คุณหนูเย่อเหริน “
“พรวด!”
จ้าวเข่อหรันที่กําลังจิบชาอยู่ถึงกับสําลักพ่นออกมาเต็มปาก ผู้ เคราะห์ร้ายก็คือเถ้าแก่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า โดนน้ําชาพุ่งใส่เต็มใบหน้า แต่สี
หน้าของเถ้าแก่ยังคงเรียบเฉย เพียงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดอย่างเงียบ
งัน จื่อหยวนที่อยู่ข้าง ๆ รีบ าเติมทันที
ๆ
“โอ้โฮ พี่สะใภ้เล็ก ท่านช่างใจร้ายจริง ๆ เถ้าแก่ทําผิดอันใดหรือ ถึง ต้องประทานน้าชาให้เขาอาบหน้าเช่นนี้
ฮือกูชวี่ปรายตามองเขาอย่างดุ จื่อหยวนจึงหุบปากทันควัน
จ้าวเข่อหรันรีบกล่าวขอโทษ
“เถ้าแก่ผู้ดูแลหอ ข้าไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ตกใจเกินไป”
จื่อหยวนยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตกใจหรือ? หรือพี่สะใภ้รู้จักสตรีที่มากับองค์รัชทายาท? ชื่อเชอเห ริน…ท่านชื่อเข่อหรัน ต่างก็มี เยอ’ เหมือนกัน หรือจะเป็นพี่น้องกันเล่า?”
เขาพูดพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าไม่คาดคิดว่าคําพูด
เล่น ๆ จะกลายเป็นความจริง
“เจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันตอบเรียบ ๆ
“นางคือน้องสาวแท้ ๆ ของข้า”
“พรวด!”
คราวนี้เป็นจื่อหยวนที่พ่นชาใส่เถ้าแก่ผู้เคราะห์ร้ายคนเดิม เดิมทีน้ํา ชาจะกระเด็นใส่จ้าวเข่อหรัน แต่ชื่อ ชวี่ไวกว่า เขาดึงนางเข้ามาในอ้อมแขน นางจึงรอดพ้นเคราะห์ไป เถ้าแก่ผู้ดูแลหอ ยังคงหยิบผ้าเช็ดหน้าเช็ดใบหน้า อย่างสงบ หากในใจ ร้องแทบขาดใจ วันนี้มันวันอัปมงคลอันใดกัน เหตุใด ผู้บาดเจ็บจึงเป้นเขาทุกครา! จื่อหยวนไม่สนใจความทุกข์ของเถ้าแก่ รีบถาม
ต่อ
“จริงหรือ พี่สะใภ้เล็ก? นั่นคือน้องสาวของท่านจริง ๆ หรือ?”
จ้าวเข่อหรันพยักหน้า
ใช่เจ้าค่ะ เพียงแต่ไม่คาดคิดว่านางจะไปพัวพันกับองค์รัชทายาท ไม่
รู้คิดคํานวณสิ่งใดไว้กันแน่”
หรือ?”
จื่อหยวนขมวดคิ้ว
“ฟังจากน้ําเสียง ดูเหมือนท่านจะไม่โปรดน้องสาวผู้นี้นัก
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“ท่านจะชอบคนที่คอยคิดร้าย หวังใส่ร้าย ปองทําลายท่านอยู่ทุกเมื่อ
จื่อหยวนเงียบไป เขารู้ดี ในตระกูลใหญ่โต คําว่า ‘สายเลือด’ บางครา ไร้น้ําหนักยิ่งกว่าสายลม จ้าวเข่อหรันตกอยู่ในภวังค์ ก่อนหน้านี้ได้ยินว่า จ้าวเข่อเหรินปฏิเสธคําเชิญขององค์รัชทายาทมาตลอด วันนี้เหตุใดจึงตอบ รับ? เติมนางไม่ใสใจข่าวที่อีกฝ่ายออกจากจวน ทว่าไม่คิดว่าจะเป็นการออก
มากับองค์รัชทายาทโดยตรง สองคนนั้นกําลังวางหมากอันใดอยู่กันแน่? ชือ ชวี่เอ่ยเสียงต่ํา
“เจ้าอยากรู้หรือ ว่าพวกเขามาทําสิ่งใด”
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า แต่ถอนใจ
“หากองค์รัชทายาทเสด็จมา ย่อมต้องมีทหารเฝ้าอยู่หน้าห้อง ต่อให้
เราสงสัยก็ไม่อาจเข้าใกล้ใด้”
ชือ ชวี่ยิ้มบาง พลางจับมือนาง
“ตามบ้ามา”
เขาพานางไปยังผนังห้อง หมุนแจกันบนชั้นเบา ๆ ทันใดนั้น ผนัง
แยกออกเผยให้เห็นประตูลับ
“นี่มัน”
จ้าวเบ่อหรันเบิกตากว้าง
“ทางลับ” เขากระชิบ
“ชั้นห้าสามารถเชื่อมถึงทุกชั้นในหอวิ่งเยวี่ย ตามข้ามาเถอะ”
นางจับมือเขาแน่น ก้าวเข้าสู่ความมืดด้วยความเชื่อใจ จื่อหยวนมอง เงาทั้งสองหายลับเข้าไป สีหน้าจากตกตะลึงกลายเป็นลุ่มลึก เขาไม่เคยคิด ว่าชื่อถูกวี่จะเปิดเผยความลับถึงเพียงนี้แก่สตรีผู้หนึ่ง ครานี้…ดูท่าจะจริงจัง ยิ่งนัก ไม่นาน ทั้งสองก็โผล่ออกมาที่ห้องหนึ่งในหอวิ่งเยวี่ย ห้องนี้ตกแต่ง คล้ายห้องก่อนหน้า เพียงแต่เล็กกว่าเล็กน้อย ทว่าก็ยังหรูหราเหนือห้องใด ในโรงเตี๊ยมทั่วไป ฮือ ลวี่ถอดภาพแขวนผนังออก เผยให้เห็นรูเล็กสองรู เยาโบกมือให้นางมอง
“นี่คือ?”
“ชู่ว…”
เขากระชิบ ดใบหู
“ห้องพิเศษ ใช้สังเกตห้องอื่น”
ลมหายใจอุ่นพรมข้างแก้ม กลิ่นหอมอ่อนเฉพาะตัวของเขาทําให้ใบหู
นางแดงเรื่อ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ชื่อชวี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาเปี่ยม รักโดยไม่ปิดบัง จ้าวเข่อหรันรีบหันไปมองช่องเล็ก หลบสายตาที่ทําให้นาง
แทบละลาย
ภายในห้องไม่จวี่ องค์รัชทายาทซื้อถูเทียนนั่งเคียงโต๊ะ มองจ้าวเข่อ
เหรินด้วยสายตาลุ่มลึก นางก้มหน้าด้วยท่าทางเขินอาย ข้างกายมีสาวใช้ เสียนลิ่วคอยปรนนิบัติ แท้จริงจ้าวเย่อเหรินลังเลจะออกมา เพราะนางยังมีคู่ หมั้นอยู่ หากเกิดเรื่องอื้อฉาวย่อมยากแก้ไข แต่เสียนลิ่วเกลี้ยกล่อม หาก ถอยหนีตลอดวันหนึ่งองค์รัชทายาทอาจถอดใจ ถึงครานั้นคงสายเกินจะเสีย
ใจ
เมื่อได้พบ อกูเทียนอีกครา หัวใจนางก็หวั่นไหว เขาสูงศักดิ์ อ้านาจ ล้นฟ้า และที่สําคัญ อ่อนโยนกับนางยิ่งนัก โดยเฉพาะเวลาที่เขามองมา สาย ตานั้นราวกับจะกลืนกินลมหายใจ
“คุณหนูเย่อเหริน วันนี้ท่านตอบรับคําเชิญ ข้าดีใจยิ่ง ฮือถูเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข แต่ลึกลงไปในดวงตา กลับวาบ
ประกายของนักล่า
“องค์รัชทายาทตรัสเกินไปแล้วเพคะ ได้รับเชิญจากพระองค์คือ
เกียรติของหม่อมฉัน”
นางเอ่ยเสียงนุ่ม ชือกเทียนสนใจนางจริง ทว่าในใจคิดชัด นางไม่มี
พื้นฐานอ้านาจพอจะเป็นพระชายาเอก หากนางรู้กาลเทศะ ตําแหน่งชายา
รองยังพอประทานได้ เขาแสร้งถอนใจ
ได้เลย”
“เอ้อ…”
“ทรงมีเรื่องหนักพระทัยหรือเพคะ”
เขามองนางลิก ง
“นับแต่วันงานวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่านั้น ข้าก็ไม่อาจลืมเงาร่างของท่าน
จ้าวเข่อหรันที่แอบฟังอยู่แทบขนลุก คําหวานเลี่ยนถึงเพียงนี้ เขา กล่าวได้หน้าตาเฉย แต่ทุกประโยคยังแทนตนว่า ‘ข้า’ ในฐานะองค์รัชทายาท ชายที่รักจริง จะเอาตําแหน่งมากั้นกลางระหว่างใจได้อย่างไร
“หม่อมฉันก็…”
จ้าวเย่อเหรินก้มหน้าแดงระเรื่อ
“มีใจไม่ต่างกันเพคะ”
ดวงตา อกูเทียนฉายแววเหยียดหยามวูบหนึ่ง สตรีล้วนเหมือนกัน
เพียงคําหวานไม่กี่ค้าก็หลงระเริง
“ท่านมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ข้ารู้ดี…แต่หัวใจใช่ว่าจะควบคุมได้”
จ้าวเข่อเหรินสะอื้นเบา
“การหมั้นนั้น หาใช่ความสมัครใจไม่…เพคะ”
นางเล่าถึงเหตุการณ์ถูกผลักตกสระบัว ถูกคุณชายสกุลหลินช่วยไว้
จนข่าวลือแพร่สะพัด สุดท้ายต้องหมั้นเพื่อรักษาชื่อเสียง
ปลาย”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
ฮือถูเทียนทําท่ากริ้ว
“ท่านช่างน่าสงสาร หากข้าได้พบเร็วกว่านี้ ย่อมไม่ปล่อยให้เรื่องบาน
ค้าปลอบประโลมราวมีดหุ้มผ้าไหม อ่อนหวานแต่แฝงพิษ
“เหตุใดพระองค์จึงดีกับหม่อมฉันนัก….เพคะ”
“ท่านยังมองไม่ออกหรือ ว่าข้ารู้สึกเช่นไร”
เขายื่นมือโอบนางไว้ในอ้อมแขน จ้าวเข่อเหรินพิงอกเขาอย่างว่าง่าย
หากในดวงตาที่ซ่อนอยู่กลับเต็มไปด้วยเล่ห์กล ต้องรีบถอนหมั้นให้เร็วที่สุด ตําาแหน่งพระชายาเอก นางอาจเอื้อมไม่ถึง แต่ชายารอง? เหตุใดจะมิได้! ใน
ห้องเล็ก ๆ แห่งนั้น ทั้งสามต่างมีแผนในใจ รักหรือ? หาใช่ มีเพียงผลประ
ๆ
โยชน์ อ้านาจ และการค้านวณอย่างเย็นชา จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นเฉียบ น้องสาวนาง…ยังคง เลือกเส้นทางเดิม เดินเข้าสู่เปลวไฟด้วยความทะเยอทะยาน มีรู้เลยว่าไฟ แห่งราชสํานัก เผาผลาญได้แม้กระทั่งเงาแห่งความฝัน
ข้างกายนาง คือ อกูลวี่ ที่ยังคงจับมือนางแน่น ความอบอุ่นจากฝ่า มือนั้น…ต่างจากอ้อมแขนอันเย็นเยียบของอีกห้องโดยสิ้นเชิง