หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 811 การแสดงอันยิ่งใหญ่จากอดีตกาลสู่ปัจจุบัน
- Home
- หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ
- บทที่ 811 การแสดงอันยิ่งใหญ่จากอดีตกาลสู่ปัจจุบัน
บทที่ 811
การแสดงอันยิ่งใหญ่จากอดีตกาลสู่ปัจจุบัน
หลังจากศึกสงครามของเผ่าปีศาจสิ้นสุดลง ชีวิตใหม่ก็ผุดขึ้นบนโลก ทุกสิ่งทุกอย่างฟื้นคืนชีพและเจริญงอกงาม
ทว่า จู่ๆ บนท้องฟ้ากลับปรากฏดวงอาทิตย์ถึงสิบดวง แสงร้อนแผดเผาแผ่นดินจนแห้งแล้ง ผู้คนต่างเดือดร้อน ทุกข์เข็ญไปทั่ว
วีรบุรุษผู้กล้าหาญได้ปรากฏกายขึ้น ร่างกายกำยำล้ำเลิศ ในมือถือธนูขนาดมหึมา เพียงปีศาจเล็งไปยังดวงอาทิตย์ ลูกศรก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้า สิบดวงอาทิตย์ถูกยิงร่วงลงมาทีละดวงๆ จนกระทั่งเหลือเพียงหนึ่งเดียว โลกกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
เหนือศีรษะของวีรบุรุษผู้พิชิตดวงอาทิตย์ หรือ “โฮ่วอี้” ปรากฏอักษรสีทองอร่ามส่องประกายสว่างไสวอยู่ 4 ตัว
“มนุษย์ย่อมชนะฟ้าลิขิต”
“ดีมาก!”
เสียงปรบมือดังกระหึ่มทั่วทั้งงาน ผู้ชมทุกคนต่างลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจ
การแสดงชุด “โฮ่วอี้ยิงดวงอาทิตย์” จบลง การแสดงชุดต่อไปที่ทุกคนรอคอยก็คือตำนานความรักอันแสนเศร้า “เทพธิดาฉางเอ๋อเหินสู่ดวงจันทร์”
เมื่อนักแสดงผู้รับบทเป็น “เทพธิดาฉางเอ๋อ” ปรากฏตัวขึ้น ผู้ชมทุกคนต่างกลั้นลมหายใจด้วยความตะลึงงัน
งดงามเกินคำบรรยาย!
เธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ “จ้าวซือหรุน” ซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของสตาร์ไฟร์นั่นเอง
จ้าวซือหรุนปรากฏกายในชุดจีนโบราณ ดุจนางฟ้า ผู้เลอโฉม เธอค่อยๆ ลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ
เทพธิดาฉางเอ๋อในบทบาทของจ้าวซือหรุน แสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างลึกซึ้ง น้ำตาของเธอไหลรินดุจดวงดาวพร่างพราว เสียงเพลงอันไพเราะที่เธอขับร้อง สร้างความรู้สึกโหยหา อาลัยอาวรณ์ ให้กับผู้ชมทุกคน
เฉินเทียนเซิงตบบนราวบันไดเบาๆ ก่อนจะหันไปถามหลงเหยียน
“ตอนนี้เหม็นขี้หน้าเธออยู่อีกหรือเปล่า”
“ไม่กล้าครับ”
หลงเหยียนตอบอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องกลัว พูดความจริงมาเถอะ”
“ผมไม่กล้าจริงๆ ขอรับ”
หลงเหยียนอธิบาย
“ตอนที่ผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ ผมก็ไม่รู้หรอกว่างานมันหนักแค่ไหน แต่พอได้มารับช่วงต่อจากเธอ ผมถึงได้รู้ว่ามันไม่ง่ายเลยจริงๆ ผมรู้สึกนับถือเธอจากใจจริงครับ”
การแสดงดำเนินต่อไป ตำนานเรื่องเล่าต่างๆ ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการแสดงอย่างครบถ้วน
“ต้าหยูควบคุมน้ำท่วม” แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของมนุษย์ในการต่อสู้กับภัยธรรมชาติ
“ชายชราโง่เขลาเคลื่อนภูเขา” สอนให้รู้จักความเพียรพยายาม ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
การแสดงดำเนินเรื่อยมา จากอดีตกาล สู่ยุคสมัย จนถึงช่วงเวลาแห่งยุคเสื่อมถอยที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อการแสดงทั้งหมดสิ้นสุดลง ก็ล่วงเข้าสู่ช่วงเช้าตรู่ เวลาใกล้เข้าสู่ศักราชใหม่
ภาพฉายของสวี่หว่านชิวปรากฏขึ้น เธอยืนสง่างามอยู่กลางเวที
“ทุกท่านคะ การแสดงของเราดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว แต่เรื่องราวของเรายังไม่จบลงเพียงเท่านี้”
“ธีมการแสดงในวันนี้ คือ อารยธรรมจีน อันรุ่งเรืองและยาวนาน”
“พวกเราทุกคน ล้วนสืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษ หวงตี้ และ เยี่ยนตี้ สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องจดจำไว้ก็คือ”
“เมื่อห้าพันปีก่อน พวกเราก็เผชิญกับภัยพิบัติน้ำท่วมเช่นเดียวกับชาวอียิปต์”
“เมื่อสี่พันปีก่อน พวกเราก็ใช้อาวุธและเครื่องมือที่ทำจากสำริดเช่นเดียวกับชาวบาบิโลน”
“เมื่อสามพันปีก่อน พวกเราก็ครุ่นคิดเกี่ยวกับปรัชญาเช่นเดียวกับชาวกรีก”
“เมื่อสองพันปีก่อน พวกเราก็ออกรบขยายอาณาเขตเช่นเดียวกับชาวโรมัน”
“เมื่อหนึ่งพันปีก่อน พวกเราก็ร่ำรวยมั่งคั่งเช่นเดียวกับชาวอาหรับ”
“และก่อนยุคเสื่อมถอย พวกเราก็แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าชาวอเมริกัน!”
“และในตอนนี้ ศัตรูของพวกเราได้เปลี่ยนเป็นผู้รุกรานจากต่างดาว”
“ตราบใดที่พวกเรายังคงสามัคคีกัน ชัยชนะย่อมเป็นของเราอย่างแน่นอน”
“ในสายตาของพวกเรา ไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินความสามารถของมนุษย์ ไม่ยอมแพ้ ต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือหายนะใดๆ พวกเราก็ไม่หวั่นเกรง นี่แหละคือจิตวิญญาณของลูกหลานชาวจีน!”
“ชาวจีนจงเจริญ สตาร์ไฟร์จงเจริญ!”
ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยความฮึกเหิม ทุกคนไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ต่างเปล่งเสียงตะโกนก้องกังวานพร้อมเพรียงกันด้วยความตื่นเต้น
สวี่หว่านชิวยกมือขึ้น บรรยากาศก็เงียบสงบลงในทันที
“อีกไม่นานก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้ว นับเป็นอีกหนึ่งปีที่งดงาม ดังนั้นต่อไปนี้ ขอเชิญผู้นำสตาร์ไฟร์ มาร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่กับพวกเรานะคะ!”
เสียงปรบมือดังกระหึ่มอีกครั้ง ทุกคนต่างส่งเสียงเรียกหาผู้นำ
เฉินเทียนเซิงเผยรอยยิ้มจางๆ
“ถึงคิวของผมแล้วสินะ ผมไปล่ะ”
“ไปเถอะ”
เฉินเทียนเซิงก้าวเดินไปในอากาศอย่างอิสระ แสงไฟสปอตไลท์ส่องสว่างไปที่ร่างของเขา สายตานับพันคู่จับจ้องมองมาที่เขา ขณะที่เขากำลังเดินไปยังกลางเวที ก่อนจะค่อยๆ ลงสู่พื้น
“สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน!”
เสียงปรบมือดังกึกก้องอีกครั้ง ยาวนานไม่ขาดสาย
“เชิญนั่งลงครับ เชิญทุกท่านนั่งลง ผมเองก็นั่งลงเช่นกัน มานั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองนะครับ”
เฉินเทียนเซิงนั่งลงกับพื้นอย่างไม่ถือตัว ปลอบประโลมทุกคนจนอารมณ์เบิกบาน ก่อนจะพูดคุยด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนพูดคุยกับคนในครอบครัว
“หลังจากชมการแสดงจบ ผมรู้สึกตื้นตันใจมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จีนไม่เคยยอมแพ้ต่อผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นศัตรูจากภายนอกหรือการรุกรานจากต่างดาว พวกเราก็ไม่เคยหวั่นเกรง”
“แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นปีใหม่นี้ไป พวกเราก็ต้องเตรียมตัวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความตึงเครียดอีกครั้ง ต้องร่วมกันต่อสู้กับผมอีกหนึ่งปี แค่คิดก็รู้สึกใจหายแล้วสิ”
“ไม่เห็นต้องใจหายเลย พวกเราเต็มใจ”
เสียงตอบรับดังขึ้น บางคนหัวเราะร่า บางคนตะโกนด้วยความฮึกเหิม
เฉินเทียนเซิงยกมือขึ้นเพื่อขอให้ทุกคนเงียบลง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“พูดถึงเรื่องเต็มใจ ผมอยากถามทุกคนว่า กลัวหรือไม่? ไม่ต้องตอบผมก็ได้ ผมจะบอกคำตอบของผมเอง”
“ผมกลัว กลัวความล้มเหลว แต่ถึงจะกลัวแล้วไงสุดท้ายก็ต้องสู้”
“ผมไม่มีทางเลือก สวรรค์เลือกผมให้เป็นผู้กอบกู้โลก ไม่ได้มาปรึกษาหารือสักคำ ก็โยนภาระหนักอึ้งมาให้โดยไม่ถามสักคำว่าผมตกลงหรือเปล่า”
ทุกคนหัวเราะร่วน เฉินเทียนเซิงก็เปลี่ยนเรื่องคุย
“แต่พวกคุณมีทางเลือก!”
ทุกคนเงียบกริบ เฉินเทียนเซิงก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
“ลืมเรื่องศีลธรรม ลืมเรื่องความเชื่อ ลืมทุกอย่างไป ไม่มีใครบังคับให้พวกคุณมาตายไปพร้อมกับผม โลกหลังยุคเสื่อมถอยกำลังเริ่มต้นใหม่ รุ่งเรืองเฟื่องฟู การแต่งงานมีลูกมีเมียไม่ดีกว่าหรือ”
“เพราะฉะนั้น ผมจะไม่บังคับให้พวกคุณมาเสี่ยงชีวิตกับผม ผมไม่ใช่สวรรค์ ไม่ได้ขออนุญาตจากพวกคุณก่อนจะลากขึ้นสนามรบ”
“วันนี้ ผมจะขอถามความสมัครใจจากพวกคุณ ไปหรือไม่ไป ให้พวกคุณเป็นคนเลือกเอง”
“พวกเราไป!”
มีคนเริ่มต้นก็มีคนเห็นด้วย
แต่เฉินเทียนเซิงก็รีบหยุด
“อย่าเพิ่งเสียงดัง พวกคุณไม่ต้องรีบตอบตอนนี้ อีกไม่นานก็ปีใหม่แล้ว ผมให้เวลาพวกคุณทุกคนหนึ่งเดือน เต็มที่ หลังจากนั้นหนึ่งเดือนก็ตรงกับวันตรุษจีนพอดี”
“ใครที่สมัครใจออกรบกับผม ในวันตรุษจีนให้ไปรวมตัวกันที่ท่าอวกาศ เราจะไปพิชิตจักรวาลด้วยกัน”
“ถ้าไม่มาก็ไม่เป็นไร ผมเคารพในการตัดสินใจของพวกคุณ และหวังว่าพวกคุณจะเคารพในการตัดสินใจของตัวเอง อย่าเสียใจภายหลัง และอย่าเอาความคับแค้นใจขึ้นไปบนอวกาศ ชีวิตของพวกคุณ พวกคุณเป็นคนกำหนดเอง”
หลังจากพูดจบ เฉินเทียนเซิงก็เปลี่ยนเรื่องคุยอีกครั้ง
“วันนี้เป็นวันปีใหม่ ตามธรรมเนียมต้องมีแจกอั่งเปา อั่งเปาของผมพิเศษหน่อย ก็เลยอยากจะถามความปรารถนาในวันปีใหม่ของทุกคน เผื่อผมจะสามารถทำให้เป็นจริงได้”
“ผมๆๆๆๆ!”
ทุกคนต่างพยายามยกมือขึ้น
เฉินเทียนเซิงเริ่มเลือกทีละคน
“คุณ ช่วยบอกความปรารถนาในวันปีใหม่ของคุณหน่อย”
“ผมอยากเป็นกัปตันกองยานอวกาศ ปกป้องโลก เป็นวีรบุรุษ!”
เฉินเทียนเซิงมองบน
“ให้บอกความปรารถนา ไม่ได้ให้พูดถึงอนาคต นายทำได้อยู่แล้วล่ะ คนต่อไปเอาแบบที่มันดูเป็นจริงได้หน่อย อย่าตั้งเป้าสูงเกินไป”
คนต่อไปที่ขึ้นมาเป็นจี๋ซิงเยว่ เขาพูดด้วยรอยยิ้มเขินๆ
“ผมอยากมีเมีย”
“ความปรารถนานี้น่าสนใจ”
เฉินเทียนเซิงโอบไหล่ของจี๋ซิงเยว่แล้วตะโกน
“เหล่าสหายทั้งหลาย ผมขออนุญาตหาคู่ให้เขาตรงนี้เลย มีสตรีท่านใดที่ยังโสดอยู่บ้างไหม ลองพิจารณาเขาได้นะครับ เป็นความรักเสรี ผมไม่ได้บังคับ”
หลังจากจบการหาคู่แล้ว ก็มาถึงคิวของคนต่อไป
“เอ๊ะ ผมว่าคุณหน้าคุ้นๆ คุณไม่ใช่ซางกวนเฟยหยานหรอ คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง”
ซางกวนเฟยหยานวิ่งขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้ม
“ฉันสอบเข้ามาอย่างถูกต้อง”
“งั้นเหรอ งั้นบอกความปรารถนาในวันปีใหม่ของคุณมา”
ซางกวนเฟยหยานจ้องมองเฉินเทียนเซิงอย่างแน่วแน่ ก่อนเปล่งเสียงดังกังวาน
“ฉันอยากเป็นเหมือนหลงหลิง เป็นทั้งมือซ้ายและมือขวาของคุณ พิชิตจักรวาลไปพร้อมกับคุณ!”
เฉินเทียนเซิงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเธอ คำตอบในใจของซางกวนเฟยหยานคือการได้แต่งงานกับเขา
เฉินเทียนเซิงได้แต่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ได้ เดี๋ยวผมจะหาตำแหน่งให้คุณเอง ลงไปได้แล้ว”
ตอนที่ซางกวนเฟยหยานเดินลงจากเวที เฉินเทียนเซิงได้แต่ถูหน้าผากตัวเองอย่างอึดอัดพลางพึมพำ
“ทำไมมันถึงได้แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้ ฉันมันมีดีอะไรกันแน่”