หวนคืนสู่วันสิ้นโลกด้วยระบบวิวัฒนาการ - บทที่ 812 ฉันอยากมีลูกกับคุณ
บทที่ 812
ฉันอยากมีลูกกับคุณ
เฉินเทียนเซิงใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง พูดคุยอย่างออกรสกับทุกคน จนกระทั่งเวลาตีสี่ เสียงของเขาแหบแห้ง งานเฉลิมฉลองจึงจำเป็นต้องจบลงด้วยการปรามจากกลุ่มผู้บริหารของสตาร์ไฟร์
“ทุกคน ท่านผู้นำบอกว่าให้หยุดพักผ่อนหนึ่งเดือน แต่อย่าลืมว่าวันตรุษจีนนี้ เราจะออกเดินทางอย่างเป็นทางการ ดวงดาวและมหาสมุทรรอเราอยู่ อย่ามาสายกันล่ะ!”
เหล่าผู้บริหารของสตาร์ไฟร์พูดราวกับเป็นพนักงานขาย พวกเขาย้ำเตือนทุกคนอีกครั้งก่อนจะปล่อยแยกย้ายกันไป เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครมาตามนัด
แน่นอนว่ามีบางคนที่ไม่ค่อยพอใจกับสิ่งที่เฉินเทียนเซิงพูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกงหมินเสวี่ย
“นี่มันอะไรกันเนี่ย พวกเรากว่าจะซ้อมกันมาเป็นเดือน ก็เพื่อที่จะให้งานเฉลิมฉลองนี้ เป็นการปลุกไฟในตัวของทุกคน แต่ลุงกลับพูดออกมาแบบนี้ พวกเราเหนื่อยเปล่าเลยนะเนี่ย”
“ถ้า ฉันหมายถึงว่า ‘ถ้า’ นะ อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า มีแค่พวกเราที่ออกเดินทาง จะทำยังไง?”
“แล้วคนอื่นๆ ไม่มาล่ะ”
“ไม่น่าเป็นไปได้หรอกมั้ง”
“เป็นไปไม่ได้ยังไง ถ้าไม่มา ฉันจะไปลากคอมา แล้วจัดการข้อหาหนีทัพให้หมดเลย”
กงหมินเสวี่ย มู่เจียงหรง เจิ้งเหว่ย เสิ่นเจี้ยนหนาน เฉิงหยู และผู้อาวุโสคนอื่นๆ พากันกระซิบกระซาบ พวกเขานึกถึงภาพที่อาจจะไม่มีใครมาร่วมเดินทางในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ก็รู้สึกหดหู่ใจ
ทันใดนั้นเฉินเทียนเซิงก็เดินเข้ามาในวิหารทองคำ ทุกคนจึงกรูเข้าไปหา
“ลุง นี่ลุงคิดอะไรอยู่เนี่ย”
เฉินเทียนเซิงหยุดคำถามของทุกคน ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“สิ่งที่ฉันพูดกับพวกเขา ฉันก็จะพูดกับพวกเธอเหมือนกัน ฉันให้เวลาหนึ่งเดือนในการตัดสินใจว่าจะไปตายกับฉันหรือไม่ ตอนนี้ไปให้พ้นๆ หน้าฉัน ฉันอยากอยู่คนเดียว”
เขาพูดพลางผลักทุกคนเข้าไปในประตูวาร์ป
“ลุง ลุงจะให้พวกเราไปไหน”
“อยากไปไหนก็ไป ไม่ใช่ว่าพวกเธอมีพ่อแม่อยู่หรอ กลับไปมีความสุขกับวันหยุดหนึ่งเดือนของพวกเธอเถอะ”
ไม่มีใครอยู่ต่อ ทุกคนถูกไล่ออกมาจนหมด
ภายในวิหารทองคำที่กว้างใหญ่กลับเงียบสงัดในทันที
“เมี๊ยว”
ดำสนิทวิ่งไปคลอเคลียขาเฉินเทียนเซิง
“เมี๊ยวๆๆ แล้วฉันล่ะ ฉันล่ะ ฉันก็หยุดหนึ่งเดือนเหมือนกันใช่ไหม”
“ไปให้พ้น!”
เฉินเทียนเซิงเตะดำสนิทข้าไปในประตูวาร์ป
ในที่สุดวิหารทองคำก็เงียบสงบอย่างแท้จริง
เฉินเทียนเซิงดูเหนื่อยล้าราวกับลูกโป่งที่แฟบ เขายืดเส้นยืดสายอย่างเฉื่อยชาพลางพึมพำ
“โล่งไปที ในที่สุดก็ได้พักผ่อนเสียที”
เดินมาได้ไม่กี่ก้าว เฉินเทียนเซิงก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากวิหารทองคำ
เขาหันซ้ายหันขวา มองไปรอบๆ จนไปเจอกับหลงหลิงนอนหลับสนิทอยู่ที่มุมห้อง
“เฮ้ เฮ้”
เฉินเทียนเซิงเตะหลงหลิงเบาๆ เธอจึงสะดุ้งตื่นขึ้น
“เสร็จแล้วเหรอ ฉันรอตั้งนานจนฉันหลับไปเลย”
“รอฉันทำไม”
หลงหลิงยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
“นายทำตามความปรารถนาของคนอื่นได้ แล้วทำไมจะทำตามความปรารถนาของฉันไม่ได้ล่ะ”
“ว่ามาสิ เธออยากได้อะไร”
หลงหลิงหยิบเหล้าออกมาขวดหนึ่ง
“ดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
เฉินเทียนเซิงไม่คิดอะไรมาก รับเหล้ามาดื่มทันที
“พอดีเลย คอแห้งมาก”
เหล้าขาวรสชาติเผ็ดร้อนไหลลงคอ เขาดื่มหมดแก้วในรวดเดียว
หลงหลิงไม่ได้พกเหล้ามาแค่ขวดเดียว เธอยิ้มร่า เดินควงแขนเฉินเทียนเซิงไปยังห้องห้องหนึ่ง บนโต๊ะมีกับแกล้มวางอยู่หลายอย่าง พร้อมกับเหล้าเหนียนเหล่าหงที่คุณปู่ของเธอเก็บสะสมมานานหลายปี
“นี่เป็นเหล้าชั้นดีที่คุณปู่ของฉันเก็บไว้นานมาก ท่านบอกว่าจะให้ฉันดื่มตอนที่ฉันแต่งงาน ฉันเลยแอบเอามาหมดเลย วันนี้เรามาดื่มให้หนำใจกันไปเลย”
“เหล้ารสชาติดีจริงๆ”
เฉินเทียนเซิงและหลงหลิงชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ไม่นานเหล้าหลายขวดก็ถูกดื่มจนหมด
ดวงตาของเฉินเทียนเซิงพร่ามัว ร่างกายร้อนผ่าว ความคิดเริ่มเลือนราง
หลงหลิงโบกมือไปมาอยู่ตรงหน้าเฉินเทียนเซิง
“เฮ้ ยังไหวไหม ดื่มต่อไหวรึเปล่า”
“ฉันไหว”
หลงหลิงกระซิบข้างหูเฉินเทียนเซิง
“จำได้ไหม คุณเคยรับปากจะให้ฉันขอพรสามข้อ ฉันยังไม่ได้ขอข้อสุดท้ายเลยนะ”
“ว่ามาสิ ฉันยอมทำให้เธอทุกอย่าง”
“ฉันอยากมีลูกกับคุณ”
“ฮ่าๆ ฉันไม่มีทางทรยศแฟนฉันหรอก ข้อนี้ไม่ได้ เปลี่ยนข้ออื่น”
หลงหลิงเบะปาก
ทันใดนั้นวิญญาณของสวี่หว่านชิวก็ปรากฏขึ้นด้านหลัง
“เธอทำแบบนี้มันมีจุดประสงค์อะไร”
หลงหลิงสะดุ้งตกใจ
“ฉันจะไปมีจุดประสงค์อะไร ฉันก็แค่ชอบเขา อยากมีลูกกับเขา เธอทำได้รึไง ในเมื่อทำไม่ได้ก็ปล่อยเขาไปสิ”
สวี่หว่านชิวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินเทียนเซิง เธอยื่นมือออกไปหวังจะลูบใบหน้าของเขา แต่ก็ทำไม่ได้
“เขาให้สิทธิ์ในการเลือกกับทุกคน ยกเว้นตัวเองที่ไม่เหลือทางถอย ผู้ชายแบบนี้ควรค่าแก่การรัก และเขาก็ควรมีลูก ถึงแม้เขาจะตายในสงครามวันสิ้นโลก เชื้อสายของเขาก็ควรจะดำรงอยู่ต่อไป”
สวี่หว่านชิวมองไปที่หลงหลิงด้วยสายตาจริงจัง
“แต่เธอต้องสัญญากับฉันนะ หลังจากคืนนี้ ถ้าเธอตั้งครรภ์สำเร็จ เธอจะไม่ปรากฏตัวอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนี้หนึ่งเดือน เธอต้องอยู่บนโลก เลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นมาคนเดียว”
“อืม ได้สิ” หลงหลิงตอบตกลงโดยไม่ทันคิด
“พวกเธอจัดการกันไปเถอะ ฉันจะไปแล้ว”
ร่างของสวี่หว่านชิวค่อยๆ จางหายไป
หลงหลิงรีบร้องเรียก
“อย่าเพิ่งไปสิ ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย เธอช่วยสอนฉันหน่อยได้ไหม ว่าต่อไปต้องทำยังไง”
ถึงแม้จะไม่มีร่างกาย แต่สวี่หว่านชิวก็รู้สึกเหมือนเส้นเลือดที่ขมับกำลังเต้นตุบๆ
“เรื่องแบบนี้ยังต้องให้ฉันสอนอีกเหรอ เธอไม่มีสมองรึไง”
“ได้โปรดเถอะ ฉันไม่มีประสบการณ์”
ถ้าตอนนี้สวี่หว่านชิวมีร่างกาย เธอคงจะปรี่เข้าไปตี หลงหลิงสักที
ไม่มีทางเลือก สวี่หว่านชิวจึงต้องตะโกนบอก
“ถอดเสื้อผ้าออกสิ! ของเขากับของเธอ ถอดออกให้หมด!”
…เนื้อหาไม่สามารถบรรยายได้ โปรดจินตนาการเอาเอง…
เช้าวันรุ่งขึ้น
เมื่อเฉินเทียนเซิงตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าตัวเองไม่ได้สวมเสื้อผ้าอยู่
เมื่อคืนเขาดื่มหนักจนจำอะไรไม่ได้เลย ตอนนี้ก็ยังรู้สึกมึนหัวอยู่
เขาหยิบขวดเหล้าเปล่าที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
“เหล้านี่มันแรงขนาดนี้เลยเหรอ”
“ตื่นแล้วเหรอ”
สวี่หว่านชิวปรากฏตัวขึ้นทันที บนใบหน้ามีร่องรอยของความโกรธ
“จำได้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น”
“ไม่จำ ดื่มจนหลับไปเลย”
สวี่หว่านชิวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“จำไม่ได้ก็ดี งั้นเดือนนี้คุณวางแผนจะทำอะไร”
เฉินเทียนเซิงลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ สวมชุดเกราะพลางบ่นพึมพำ
“คนอื่นจะหยุดก็หยุดไป ผมหยุดไม่ได้ เอาข้อมูลที่เราถ่ายจากแถบไคเปอร์มาสร้างแบบจำลองเป็นแผนที่ดาว ผมจะวางแผนการรบ”
เขาดื่มน้ำทิพย์พลางเดินออกไป เริ่มต้นทำงานอย่างเป็นทางการ
…
แขกที่มาร่วมงานเลี้ยงเมื่อคืน ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านไปพร้อมกับความคิดที่แตกต่างกัน
บางคนนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะพลิกตัวไปมาด้วยความกังวล
บางคนไปไหว้สุสาน บูชาบรรพบุรุษ
บางคนขับยานอวกาศไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ
ชีวิตของคนเรามีหลายอย่างจริงๆ
หลงเหยียน ไม่ได้หยุดพักผ่อนในช่วงวันหยุด แต่กลับเดินทางไปยังโรงงานผลิตยานอวกาศ เพื่อดูแลกระบวนการผลิตบนสายพานการผลิต และตรวจสอบขั้นตอนสุดท้ายของยานรบ
สิ่งที่หลงเหยียนไม่คาดคิดคือ บรรดาวิศวกรยานอวกาศของหน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งสตาร์ไฟร์ กลับมาทำงานในวันรุ่งขึ้น และยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก
“ทำไม พวกคุณไม่หยุดพักกันเหรอ” หลงเหยียนถาม
หลี่ฮงกวงหัวเราะอย่างขมขื่น ดวงตาของเขามองไปที่ชิ้นส่วนยานอวกาศที่กำลังผลิตอย่างตั้งใจ
“การส่งมอบยานอวกาศก็ล่าช้าไปแล้ว ยังจะมีหน้ามาหยุดพักผ่อนอีกเหรอ นี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของมวลมนุษยชาติเลยนะ ผมเป็นหัวหน้าวิศวกรออกแบบยานรบของสตาร์ไฟร์ คนอื่นหยุดได้ แต่พวกเราหยุดไม่ได้!”