หวางเฟยเสด็จ ท่านอ๋องหลีกไป - บทที่ 633 การตายของถังมู่หวั่น
แต่ประโยคนี้ยังพูดไม่จบ ถังมู่หวั่นก็แทงมีดสั้นเข้าไปที่ช่วงท้องของเขา ฉินหวย
เป็นเพียงนักปราชญ์ ตอนนี้ถูกแทง ไม่มีแรงตอบโต้คืนแล้ว
แต่เขากลับหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
“ฮ่าๆๆ……ฮ่าๆๆๆ……”
“เจ้าหัวเราะอะไร?” ดวงตาของถังมู่หวั่นเต็มไปด้วยความรังเกียจ กล่าวอย่างแค้น
เคือง
“ฮ่าๆๆ แน่นอนว่าหัวเราะเจ้า ตอนนี้ดวงตาเพิ่งจะแสดงความเกลียดแค้นออกมา
เมื่อครู่ตอนที่โดนอยู่ด้านล่างร่างกายยัง ยังทำเป็นเสพสุขอย่างเสแสร้ง……ฮ่า
ฮ่า……” ใบหน้าของฉินหวยที่ถูกแทงบิดเบี้ยว แต่กลับดึงดันไปสะกิดความเจ็บปวด
เป็นที่สุดของถังมู่หวั่น
การหัวเราะของเขาเสียดแทงดวงตาของถังมู่หวั่นให้ปวดร้าว เดิมทีนางคิดอยาก
ทรมานเขา ถามเขาว่าเอาหน้ากากหนังคนบนหน้าออกได้อย่างไร ยังอยากถามว่า
อ๋องเย่รู้อะไรแล้วหรือไม่
แต่ว่า……
เผชิญหน้ากับการหัวเราะของฉินหวย แล้วคิดถึงเมื่อครู่ที่ถูกยํ่ายีอย่างป่าเถื่อน
ตามอำเภอใจของเขา ถังมู่หวั่นเสียสติไปเล็กน้อย นางชักมีดสั้นขึ้น มองเขาอย่าง
โหดเหี้ยม
“ข้าต้องการตัดเจ้าเป็นแปดส่วน!”
234
ทั้งที่ถังมู่หวั่นเห็นความกลัวก่อนตายของฉินหวย มีเพียงพยายามใช้แรงของ
ร่างกายที่มีทั้งหมดส่งเสียงหัวเราะออกมา นางเกลียดเสียงหัวเราะเช่นนี้ เหมือนกำลัง
เยาะเย้ยนาง นางทำได้เพียงแทงลงไปทีละมีด หยุดเสียงหัวเราะที่ออกมาของเขา
สุดท้าย…….
ฉินหวยสิ้นลมแล้ว เลือดสีดำทะลักออกจากมุมปากทั้งสองข้าง ดวงตาสองข้าง
เบิกตาเขม็งตลอด แต่มุมปากยังยกขึ้นเล็กน้อย
“ยิ้ม เจ้ายิ้มอะไร? ตายแล้วยังจะยิ้มเยาะเย้ยข้าอีกหรือ?” ถังมู่หวั่นเดือดดาลจน
แทบจะคำราม
นางไม่เข้าใจตัวแทนที่อดีตยอมฝืนอดทนเพื่อการอยู่รอดผู้นั้น ตอนนี้แม้ตายก็ไม่
กลัวแล้ว ยังเหยียดหยามดูถูกนางอย่างกำเริบเสิบสาน
คนตายผู้หนึ่งเท่านั้น นางไม่จำเป็นต้องใส่ใจมากมายขนาดนั้น
แต่ในไม่ช้านาง ก็พบความผิดปกติ
เพราะมือของฉินหวยเริ่มเป็นสีดำด้วยความรวดเร็วจากที่ตามองเห็นได้ จากนั้น
บวมแดงและเปื่อย เดิมทีเป็นเพียงมือ ต่อจากนั้นค่อยๆขยาย……
ถังมู่หวั่นเบิกตากว้างทันที ขาอ่อนลงที่พื้นทันที
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้ว ทำไมเขาตายแล้วก็ยังยิ้ม เพราะว่าเขาลงยาพิษที่มือของ
ตัวเอง และมือของเขาได้สัมผัสผิวที่ร่างกายของนางทุกตารางนิ้ว ดังนั้น นางก็โดน
ยาพิษแล้ว
“ยาถอนพิษ ต้องมียาถอนพิษแน่ๆ” ถังมู่หวั่นตระหนักได้
235
รีบคลานไปข้างศพของฉินหวย คลำเสื้อผ้าของเขา อะไรก็กลับหาไม่พบ นางทำ
ได้เพียงทุบตีศพสุดชีวิต ครํ่าครวญอย่างไม่พอใจ “ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน? รีบบอกข้า
ยาถอนพิษอยู่ที่ไหน?”
ศพไม่มีปัญญาเปิดปากได้
เวลานี้ถังมู่หวั่นเสียใจต่อการกระทำที่วู่วามไปชั่วขณะเมื่อครู่ ถ้าหากว่าตัวแทนยัง
มีชีวิตอยู่ อย่างน้อยนางมีปัญญาทำให้เขาเปิดพูดออกมาได้ว่ายาถอนพิษอยู่ที่ไหน
แต่นางกลับลงมือจบชีพเขาด้วยมือตัวเอง
ความรู้สึกที่รอความตาย ทำให้นางจมลงไปสู่ความสิ้นหวัง นางเปิดประตูห้องวิ่ง
ออกไป แต่กลับพบว่าด้านนอกสว่างไสว ทุกๆด้านเต็มไปด้วยองครักษ์ลับ แต่ละคนถือ
คบไฟ อยู่ด้านหน้าสุดคืออ๋องเย่ ยังมีซ่างกวนหนานซู่อีก
นางเข้าใจแล้ว…….
เป็นซ่างกวนหนานซู่!
เป็นเขาเอาหน้ากากหนังคนแผ่นนั้นของอ๋องเย่ออกให้ตัวแทน และเป็นเขาช่วยให้
ตัวแทนแอบเข้ามาในจวนของนางล้างแค้นนาง ยังจะพาอ๋องเย่มาชื่นชมที่นางหลง
กลอีก
ความเกลียดชังยิ่งใหญ่ที่ท่วมล้นในใจของถังมู่หวั่น นางต้องการแจ้งความทุก
อย่างนี้
“อ๋องเย่เพคะ เป็นเขา เป็นซ่างกวนหนานซู่ทำร้ายข้า พวกเราล้วนหลงกลแล้วเพ
คะ เขาเป็นคนที่โหดร้ายผู้หนึ่ง”
แต่ทว่า!
236
ถังมู่หวั่นกลับผิดไปแล้ว
หลานเยาเยาพวกเขามา ไม่ใช่เพื่อดูละคร แต่เพราะท่านพ่อของถังมู่หวั่นสมคบ
คิดกับศัตรูด้านนอก ขายประเทศเพื่อความรุ่งเรือง เรื่องการวางแผนแอบสังหารทูต
ต่างประเทศอย่างทารุณ ตอนนี้หลักฐานความผิดแน่ชัด เพื่อเลี่ยงท่านพ่อของนาง
ลักลอบหลบหนี พวกเขามาจับคนในคืนเดียวกัน
“ข้ามาจับถังเฉิงเสี้ยงของเจ้า สำหรับเจ้า คิดว่าไม่ต้องจับแล้ว”
“อะไร?” ถังมู่หวั่นไม่อยากจะเชื่อ
หรือว่าอ๋องเย่รู้แล้วหรือ?
“ฉินหวยมาหาข้าแล้ว เขาบอกเรื่องที่รู้ทั้งหมดแล้ว รวมทั้งเรื่องคนโดนมนต์ด้วย”
คนพูดคือหลานเยาเยา นางมองดูถังมู่หวั่นเรียบๆเท่านั้น ตอนนี้นางไม่ได้สนใจต่อ
ความเป็นความตายของถังมู่หวั่นมากนัก แต่ความจริงนางตายก็ไม่คุ้มให้เสียดาย
“เป็นเจ้าจริงๆ”
แต่เห็นอ๋องเย่ไม่ตกตะลึงแม้แต่น้อย ถังมู่หวั่นยังมีอะไรไม่เข้าใจอีก
ที่แท้ อ๋องเย่รู้ทุกอย่างตั้งนานแล้ว เช่นนั้นก่อนหน้าที่นัดพบนาง ให้นางช่วยหา
ต้นตอของคนโดนมนต์ดำ เป็นเพียงการร่วมแสดงเท่านั้นใช่หรือไม่?
แม้กระทั่งการร่วมแสดงก็ไม่ใช่ เป็นเพียงแผนการแผนการหนึ่งเท่านั้น?
ถังมู่หวั่นในความสิ้นหวัง หมดอาลัยตายอยาก ตะโกนต่อเขาเหมือนใจจะขาด
“เขาเป็นเพียงชายผู้หนึ่ง เขามีอะไรดี? ทำไมแต่ไหนแต่ไรท่านก็ไม่เคยชายตา
มองข้า? ข้าสามารถแพ้ให้หลานเยาเยา สามารถแพ้ให้เทพธิดาได้ แต่จะไม่แพ้ให้
ชายผู้หนึ่งเด็ดขาด”
237
สู้หลานเยาเยาไม่ได้ นางยอมรับแล้ว เพราะอ๋องเย่มีใจให้นางเป็นอันดับแรกสุด
สู้เทพธิดาไม่ได้นางก็ยอมรับแล้ว เพราะความแข็งแกร่งของเทพธิดาทำให้นาง
กลัวมาก ไม่มีสิทธิ์แม้จะเทียบ
แต่แพ้ให้ชายผู้หนึ่ง ตีให้ตายนางก็ไม่ยอมรับ
“ผู้ชาย?”
หลานเยาเยาหัวเราะเบาๆเสียงหนึ่ง ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
คนใกล้ตายแล้ว ที่นี่ล้วนเป็นองครักษ์ลับของเย่แจ๋หยิ่ง ไม่เสียหายที่นางจะบอก
ความลับอย่างหนึ่ง อย่างน้อยทำให้นางตายอย่างกระจ่าง
นางขึ้นไปด้านหน้าสองสามก้าว เอาปิ่นปักผมบนศีรษะลง ผมสวยดกดำงดงาม
ห้อยลงมาเหมือนนํ้าตก ชายหนุ่มสง่างามผู้หนึ่งเปลี่ยนเป็นหญิงสาวที่ปราดเปรียวไม่
โบราณผู้หนึ่งในพริบตา
“เจ้า……เจ้าเป็นผู้หญิงจริงๆ!” ร่างกายของถังมู่หวั่นสั่นเทา
แต่ทำให้นางตะลึงยังอยู่ด้านหลัง หลานเยาเยายืนเอามือไว้ด้านหลัง มองนางอย่าง
เย็นชา:
“ยืมมือคนอื่นฆ่าคนวิธีนี้ใช้ง่าย ใช้ได้ดี ได้ผลดีทั้งสองอย่าง ใช้ไม่ดีก็จะชื่อเสีย
เน่าเฟะแผ่กระจาย ข้าหวังว่าจะหยุดในระดับที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่เพิ่งเริ่มขึ้น”
พูดจบ นางกล่าวอีก: “เจ้ายังจำคำเหล่านี้ได้ไหม?”
คำเหล่านี้ถังมู่หวั่นเหมือนดั่งประสบกับฟ้าผ่าห้าครั้ง
นางช่างคุ้นเคยนัก
238
เป็นเวลานั้นนางใช้แผนการเล็กน้อย คิดทำให้หลานเยาเยาที่เพิ่งเป็นพราชายาเย่
ได้ไม่นาน เสียหน้าต่อหน้าบรรดาคุณหนู แต่กลับถูกความฉลาดหลักแหลมของ
หลานเยาเยาทำให้หมดสิ้นไป ยังแสดงอำนาจต่อทุกคน ก่อนจากไป หลานเยาเยาก็
พูดคำเมื่อครู่เหล่านั้นต่อนาง
นั่นคือครั้งแรกที่แพ้ให้หลานเยาเยา
นางจำได้อย่างลึกซึ้งแน่นอน
นี่ทำให้ถังมู่หวั่นรู้สึกขนลุกอย่างฉับพลัน นางที่อารมณ์และจิตใจสับสนที่สุด ชี้
แล้วกล่าวอย่างสั่นเทา:
“เจ้าเจ้า เจ้าคือ……”
มองดูสายตาที่เฉียบคมของซ่างกวนหนานซู่ เหมือนหลานเยาเยาในอดีตเป๊ะ ยิ่ง
ทำให้นางหวาดกลัว
เป็นนาง!
เป็นนางจริงๆ!
เปลี่ยนโฉมหน้าแล้ว แล้วกลับมาโดยจิตวิญญาณไม่ไปไหน
เวลานี้ถังมู่หวั่นเหมือนดั่งเสียสติไปแล้ว เพ่งมองหลานเยาเยา แววตาที่เหมือนดั่ง
อาบยาพิษนั่น โหดร้ายไร้ที่เปรียบ
“มิน่าล่ะข้าจะเลียนแบบอย่างไร อ๋องเย่ล้วนไม่เคลื่อนไหว และเมื่อเจ้าปรากฏตัว
เขาก็รักเอ็นดูอย่างไร้ขอบเขต”
และนางก็เป็นเหมือนดั่งตัวตลก พยายามแสดงละครอย่างเต็มที่ต่อหน้าของพวก
เขา
239
ถังมู่หวั่นหัวเราะเยาะตัวเอง หัวเราะอย่างเสียสติ จากนั้นสีหน้าเปลี่ยนฉับพลัน เงย
หน้าขึ้น ก็พุ่งไปเข้ามาทางหลานเยาเยากะทันหัน
แต่ทว่านางโถมตัวเข้าหาความเหงา
เพราะหลานเยาเยามีการเตรียมตัวล่วงหน้า สังเกตเห็นขณะที่นางต้องการเป็น
ปีศาจ ก็ได้แฉลบร่างถอยไปข้างกายเย่แจ๋หยิ่งแล้ว และเย่แจ๋หยิ่งก็เอานางไปปกป้องไว้
ด้านหลังทันที
แม้เป็นเช่นนี้ ถังมู่หวั่นยังคงคิดจะลากหลานเยาเยาลงนรกไปด้วยกัน
ความเย็นยะเยือกทั่วร่างของเย่แจ๋หยิ่งบังเกิดทันใด กำลังคิดออกคำสั่ง ก็เห็น
ใบหน้าของถังมู่หวั่นบิดเบี้ยวกะทันหัน จากนั้นร้องโหยหวนขึ้นมา ทั้งคนล้มกลิ้งไปที่
พื้นในชั่วพริบตา ราวกับว่าถูกงูแมลงหนูยุงนับหมื่นกัดเช่นนั้น
“นางพิษกำเริบแล้ว” หลานเยาเยาพูดประโยคหนึ่งนิ่งๆ
อีกทั้งเจ็บปวดเป็นพิเศษ
แต่เวลานี้ ถังมู่หวั่นได้รับความเจ็บปวดอย่างมหาศาลของเลือดเนื้อที่ถูกกัดกร่อน
ไปด้วย ยื่นมือไปทางเย่แจ๋หยิ่งไปด้วย
ประมาณว่านางคิดอยากให้เย่แจ๋หยิ่งช่วยนางสินะ!
เย่แจ๋หยิ่งเพียงมองอย่างตะลึง ไม่มีการเคลื่อนไหว
นาทีนี้นางน่าสงสารเพียงใด ก็ปิดบังเมื่อครู่ที่นางยังคิดจะทำร้ายหลานเยาเยา
ไม่ได้ คนเช่นนี้ เขาไม่กล้าช่วย ให้จบไปโดยไม่ลังเลเขากลับไม่ใจแคบ
แต่ว่า!
พิษที่ถังมู่หวั่นโดน ทันทีที่พิษกำเริบ ก็จะจบในไม่ช้า
240
ดังนั้นพลิกไปมาครู่หนึ่ง ถังมู่หวั่นก็ไม่กระดิกแล้ว ผิวรอบๆร่างกายถูกกัดกร่อน
ไม่มีเนื้อที่เป็นชิ้นดี
ถังมู่หวั่นตายแล้ว
พ่อของนางก่อนที่ฟ้าจะมืด ได้ยินข่าวก็หลบหนี ยังจงใจสร้างภาพตบตา จุดเทียน
บนเชิงเทียนในลานหลักไว้ตลอด
แต่ทว่า!
เขาจะมีการหยั่งรู้ล่วงหน้าเพียงใด ก็หลบหนีการไล่ล่าของเหล่าองครักษ์ลับไม่พ้น
จากร่องรอยเบาะแส ขณะที่ถังเฉิงเสี้ยงกำลังปลอมตัวออกจากเมืองหลวง จับกุมเขา
ไว้แล้ว
ในการลงโทษสถานหนักเพื่อให้สารภาพความผิด และภายใต้การทรมานทางจิตใจ
ของหลานเยาเยา ถังเฉิงเสี้ยงรับสารภาพให้การตัวการหลักที่อยู่เบื้องหลังออกมา คือ
ประเทศกำลังทหารแข็งแกร่ง—ราชวงศ์เชียนหลิง
เชียนหลิง ซีเม่า ผึงไหลและก่วงส้า ตอนนี้ก่วงส้าอยู่ท้ายที่สุด กำลังทหารเชียนห
ลิงแข็งแกร่งที่สุด คิดโจมตีประเทศก่วงส้าที่รากฐานไม่มั่นคง โดยธรรมชาติก็ต้องการ
คิดวิธีการทำให้ประเทศก่วงส้ากลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของบรรดาผู้คน
หากไม่ใช่หลานเยาเยาและเย่แจ๋หยิ่ง แผนชั่วนี้ก็เกือบจะสำเร็จแล้ว
241