อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 73 ปิดฉากการสอบใหญ่ (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 73 ปิดฉากการสอบใหญ่ (อัปเดต)
เมื่อเสียงระฆังที่บ่งบอกถึงการสิ้นสุดของการสอบใหญ่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งภูเขาไป๋หลิง บรรยากาศภายนอกภูเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันที สายตานับไม่ถ้วนจ้องมองไปยังกระดานคะแนนด้วยความตกตะลึง
อันดับหนึ่งนั้นเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า
หลี่ลั่ว วิทยาลัยหนานเฟิง
อันดับหนึ่งนี้ มันเหนือความคาดหมายของทุกคนอย่างเห็นได้ชัด ตอนที่การสอบใหญ่เริ่มต้นขึ้น คงไม่มีใครคาดคิดแน่ว่าผู้ที่จะคว้าอันดับหนึ่งไปครองจะไม่ใช่ทั้งหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่เป็นตัวเต็ง หรือซือคงที่เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถคุกคามนางได้ แต่กลับกลายเป็นหลี่ลั่วที่ไม่เคยเปิดเผยฝีมือและไม่เคยสร้างผลงานอันโดดเด่นมาก่อนเลย!
สำหรับคุณชายน้อยแห่งคฤหาสน์ลั่วหลานผู้นี้ คนของมณฑลเทียนสู่ต่างก็รู้จักเขาอยู่แล้ว เพราะอย่างไรเสียคฤหาสน์ลั่วหลานก็ก่อตั้งขึ้นในนครหนานเฟิง ก่อนที่จะผงาดขึ้นเป็นใหญ่ในอาณาจักรต้าเซี่ย ประมุขคฤหาสน์แห่งคฤหาสน์ลั่วหลานทั้งสองคนนั้น ยังเคยถูกเหล่าคนในมณฑลเทียนสู่นำไปคุยโวโอ้อวดกับคนต่างถิ่นอยู่บ่อยครั้งด้วย
และในฐานะบุตรชายของทั้งสองคน หลี่ลั่วจึงได้รับความสนใจไม่น้อยตั้งแต่เด็ก แต่ต่อมาเพราะเรื่องที่เขาไร้อัตลักษณ์ ทำให้ผู้คนมากมายต่างก็แอบทอดถอนใจ หลี่ไท่เสวียนกับถานไถหลานโดดเด่นมาทั้งชีวิต แต่บุตรชายที่ให้กำเนิดกลับไม่ได้รับพรสวรรค์ของพวกเขามาด้วยเลย
คำพูดดูถูกเหยียดหยามเช่น “บิดาเป็นเสือแต่บุตรกลับเป็นสุนัข” คงเป็นคำพูดที่หลี่ลั่วได้ยินบ่อยที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา
บางคนถึงกับกล่าวว่า บางทีเจียงชิงเอ๋อร์อาจจะเป็นสายเลือดของหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานตัวจริง ส่วนหลี่ลั่วอาจไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกเขาก็ได้
คำพูดทำนองนี้มีออกมาไม่หยุดหย่อน
ทว่าภาพที่ปรากฏในวันนี้กลับเปลี่ยนความคิดที่พวกเขามีต่อคุณชายน้อยผู้นี้ไปโดยสิ้นเชิง เด็กหนุ่มคนนี้ แม้จะไม่มีบรรยากาศที่คมกริบราวกับจะกวาดล้างทุกสิ่งเหมือนเจียงชิงเอ๋อร์ แต่กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำยากหยั่งถึง ก่อนจะถึงวินาทีสุดท้ายจริงๆ อาจจะไม่มีใครรู้ได้เลยว่าเขายังซ่อนไพ่ตายอะไรเอาไว้อีกบ้าง
ดูเหมือนเขาจะแตกต่างจากบิดามารดาของเขาและเจียงชิงเอ๋อร์อยู่ไม่น้อย
บริเวณเชิงเขา สวีซานเยว่ที่เป็นผู้นำขบวนของวิทยาลัยหนานเฟิงเงยหน้ามองผนังผลึก สายตาดูราวกับถูกตรึงเอาไว้บนนั้น ไม่สามารถละสายตาไปได้เลย จนเมื่อผ่านไปนานพอควร เขาถึงได้กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “เจ้าเห็นไหม? หลี่ลั่วได้ที่หนึ่ง!”
หลินเฟิงที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าที่แข็งทื่อ ในตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าควรจะมีความสุขหรือเสียใจดี
ถึงแม้ว่าตำแหน่งอันดับหนึ่งจะยังคงอยู่กับวิทยาลัยหนานเฟิง แต่กลับไม่ได้อยู่กับตึกหนึ่งที่เขาดูแล และที่สำคัญที่สุดคือ อันดับหนึ่งคนนี้เป็นคนที่เขาเคยยืนกรานที่จะลดขั้นไปอยู่ตึกสองด้วยตัวเองอีกด้วย
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้หลี่ลั่วจะมีทีท่าว่าจะผงาดขึ้นมา แต่หลินเฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะในความคิดของเขา ถึงแม้ตอนนี้หลี่ลั่วจะสามารถไล่ตามคนอื่นทัน แต่ก็คงไม่สามารถเทียบกับคนอย่างหลี่ว์ชิงเอ๋อร์และซ่งอวิ๋นเฟิงได้อยู่ดี เพราะเขาเสียเวลาไปแล้วไม่น้อย
แต่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า สุดท้ายแล้วคนที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบใหญ่ครั้งนี้จะเป็นหลี่ลั่ว
ดังนั้นในวินาทีนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับสวีซานเยว่ที่กำลังดีใจจนหน้าตาบิดเบี้ยวเล็กน้อย ในใจของหลินเฟิงก็เต็มไปด้วยความเสียใจอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก
เขาเสียใจว่าทำไมตอนที่พบว่าหลี่ลั่วเริ่มผงาดขึ้นมา เขาถึงไม่ผ่อนลดศักดิ์ศรีลงแล้วไปดึงหลี่ลั่วกลับมายังตึกหนึ่งอีกครั้ง
ซึ่งตอนนี้เมื่อหลี่ลั่วได้กลายเป็นอันดับหนึ่งแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ในอนาคตเขาจะต้องถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ อย่างแน่นอน เพราะในวิทยาลัยหนานเฟิงยังไม่เคยมีใครที่ได้อันดับหนึ่งในการสอบใหญ่และไม่ได้อยู่ในตึกหนึ่งมาก่อน
ตัวเขาเองหลินเฟิงจะต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่ดูคนไม่เป็น ส่วนสวีซานเยว่จะถูกยกย่องว่าเป็นคนที่สายตาเฉียบคม
ดังนั้นตอนนี้ แม้ว่าวิทยาลัยหนานเฟิงจะสามารถรักษาป้ายทองคำในฐานะของวิทยาลัยอันดับหนึ่งแห่งมณฑลเทียนสู่เอาไว้ได้ แต่หลินเฟิงกลับรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา
ในตอนนี้สวีซานเยว่ก็ได้สติกลับมาแล้ว เขาเหลือบมองหลินเฟิงที่กำลังทำหน้าตาบิดเบี้ยวราวกับกินอุจจาระเข้าไป ส่ายหน้าด้วยความเห็นใจเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะแสดงความซาบซึ้งของตัวเองด้วย
“ครูที่ปรึกษาหลินเฟิง ช่างมีน้ำใจจริงๆ ต่อไปนี้ข้าจะไม่โต้เถียงกับเจ้าอีกแล้ว!”
หลินเฟิงเผยรอยยิ้มที่อัปลักษณ์ยิ่งกว่าร้องไห้ออกมา น้ำเสียงสั่นเครือราวกับกำลังแก้ผ้ายืนตากลมหนาว
“ฮะ ฮ่าฮ่า… พวก พวกเราเป็นพี่น้องกันทั้งนั้น กะ เกรงใจเกินไปแล้ว”
...
ไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงต่างก็จ้องมองไปที่ชื่อของอันดับหนึ่งอยู่นาน ก่อนจะได้สติกลับมาจากความประหลาดใจ
“ไม่คิดเลยจริงๆ นะว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้” ไช่เวยกล่าวอย่างทอดถอนใจ
“จิ๊จิ๊จิ๊ เจ้าหลี่ลั่วนี่ซ่อนเขี้ยวเล็บได้แนบเนียนจริงๆ หากผลการสอบครั้งนี้ไปถึงหูของชิงเอ๋อร์เข้าละก็ แม้แต่นางก็ต้องประหลาดใจไม่น้อยแน่” เหยียนหลิงชิงพยักหน้าเช่นกัน ให้คะแนนผลงานของหลี่ลั่วในการสอบครั้งนี้สูงมาก
“หากคุณชายน้อยสามารถเข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้ละก็ อิทธิพลของเขาในคฤหาสน์ลั่วหลานก็จะเพิ่มขึ้นไม่น้อย จะสามารถแบ่งเบาภาระของชิงเอ๋อร์ได้มากเลยทีเดียว” ไช่เวยกล่าวเสียงเบา (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
เหยียนหลิงชิงพยักหน้าเล็กน้อย ถึงแม้ว่าสถานการณ์ภายในและภายนอกของคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้จะค่อนข้างย่ำแย่ แต่อันที่จริงก็ยังมีฝ่ายที่สนับสนุนหลี่ลั่วอยู่บ้างเหมือนกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็ยังสายเลือดแท้ของประมุขคฤหาสน์ทั้งสองอยู่ดี สิทธิ์ในการสืบทอดของเขานั้นชอบธรรมมากที่สุด มากยิ่งกว่าเจียงชิงเอ๋อร์เสียอีก
เพียงแต่ก่อนหน้านี้เพราะปัญหาเรื่องไร้อัตลักษณ์ ทำให้อนาคตของเขาดูมืดมน ผู้คนจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดที่จะสนับสนุนเขาไป แต่ในอนาคตหากหลี่ลั่วสามารถแสดงความสามารถออกมาได้มากขึ้นเรื่อยๆ บางทีเขาอาจจะสามารถดึงคนกลับมาสนับสนุนเขาได้อีกครั้ง เมื่อถึงตอนนั้น หากได้รับความช่วยเหลือจากเจียงชิงเอ๋อร์ด้วยแล้ว เขาก็น่าจะสามารถกุมบังเหียนของคฤหาสน์ลั่วหลานเอาไว้ได้อย่างมั่นคงแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้น คฤหาสน์ลั่วหลานก็จะกลับมามั่นคงอีกครั้ง
ซึ่งไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงต่างก็ตั้งตารอคอยวันนั้นอย่างมาก
...
ภายในศาลาหลัก ในตอนที่ผลการสอบปรากฏออกมา ผู้ว่าซือกลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว แต่ทุกคนต่างก็สัมผัสได้ว่าบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากในร่างกายเขานั้นมันน่ากลัวเพียงใด
แต่ผู้อำนวยการเฒ่ากลับไม่สนใจเขาอยู่แล้ว ตรงกันข้ามเขากลับลุกขึ้นยืนปรบมือเสียงดัง
“ดีมากไอ้หนู นี่สิถึงจะสมกับเป็นบุตรชายของหลี่ไท่เสวียนกับถานไถหลาน ทุกคนต่างก็ดูถูกเจ้า รวมไปถึงตาแก่เลอะเลือนอย่างข้าด้วย” ผู้อำนวยการเฒ่าหัวเราะเสียงดัง
ผู้ว่าซือแสยะยิ้มอย่างเย็นชา ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ไม่ได้กล่าวลากับผู้อำนวยการเฒ่าและอันเลี่ย พลันลุกขึ้นยืน สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยสีหน้าบูดบึ้งทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น อันเลี่ยก็ได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ หันไปกล่าวกับผู้อำนวยการเฒ่าว่า “ขอแสดงความยินดีกับผู้อำนวยการเว่ยซาด้วย ในปีนี้วิทยาลัยหนานเฟิงก็ยังคงรักษาตำแหน่งวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่เอาไว้ได้”
บนกระดานคะแนนในตอนนี้ หลี่ลั่วกับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ครองอันดับหนึ่งและสองเอาไว้ ผลงานเช่นนี้นับว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดของวิทยาลัยหนานเฟิงในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว ได้สิทธิ์เข้าเรียนพิเศษมาถึงยี่สิบเอ็ดสิทธิ์ ทำให้วิทยาลัยหนานเฟิงกลายเป็นผู้ชนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดในมณฑลเทียนสู่
จินตนาการออกได้เลยว่า ในปีหน้าจะต้องมีครอบครัวมากมายต่างแย่งกันนำบุตรหลานของตัวเองมาสมัครเรียนที่นี่เป็นแน่ เพราะต่อให้เมื่อถึงเวลาแล้วจะไม่สามารถแย่งชิงสิทธิ์ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังสามารถใช้สิทธิ์พิเศษของวิทยาลัยเพื่อเข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้เหมือนกัน
ผู้อำนวยการเฒ่ายิ้มจนแก้มแทบปริ
ความโกลาหลด้านล่างเขายังคงดำเนินต่อไป ส่วนนักศึกษาบนเขาก็เริ่มทยอยกันลงมาทีละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่หลี่ลั่ว หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ และคนอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้น ก็ยิ่งทำให้บรรยากาศพลุ่งพล่านถึงขีดสุด เสียงเฮดังกึกก้องปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
ส่วนหลี่ลั่วที่กลายเป็นจุดสนใจนั้นกลับมีสีหน้าขมขื่น ก่อนหน้านี้เขาก็ต้องปวดหัวกับเรื่องหน้าตามามากพอแล้ว ต่อไปนี้ยังต้องมาปวดหัวกับเรื่องความสามารถอีกหรือ?
แรงกดดันเช่นนี้ มันเกินกว่าที่เด็กอายุอย่างข้าจะรับไหวแล้วนะ!
“พี่ลั่ว พี่ร้ายกาจเกินไปแล้ว!” จ้าวคั่ววิ่งเข้ามาหาหลี่ลั่วด้วยสีหน้าดีใจจนแทบคลั่ง ถึงแม้ว่าเขาจะถูกคัดออกตั้งแต่สิบอันดับแรกแล้ว แต่หลี่ลั่วกับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์กลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ดังนั้นด้วยอันดับของเขาในวิทยาลัยหนานเฟิงแล้ว เขาย่อมต้องได้รับสิทธิ์เข้าเรียนในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงด้วยอย่างแน่นอน
นักศึกษาคนอื่นๆ ของวิทยาลัยหนานเฟิงต่างก็มีสีหน้ายินดี มองหลี่ลั่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชมนับถือ เพราะสิทธิ์พิเศษเหล่านั้น พวกเขาที่ได้เข้าร่วมการสอบใหญ่ในครั้งนี้จะได้รับสิทธิ์เข้าเรียนกันแทบทุกคน
เป็นอย่างที่เขาว่า หนึ่งคนบรรลุเซียน หมาไก่ขึ้นสวรรค์[1]อย่างแท้จริง
หลี่ลั่วยิ้มให้กับจ้าวคั่ว ตบไหล่เขาเบาๆ กวาดสายตามองหาอวี๋ล่าง จากนั้นก็พบว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ด้านนอกวงล้อม
อวี๋ล่างในตอนนี้กำลังจับมือเด็กสาวรุ่นน้องหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง พลางกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “เจ้ารู้ไหมว่าทำไมหลี่ลั่วถึงเอาชนะซือคงได้? นั่นก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้ข้าได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจยั่วโมโหซือคงจนจิตใจของมันปั่นป่วน ดังนั้นการที่หลี่ลั่วคว้าอันดับหนึ่งมาครองได้ ในนั้นควรจะมีความดีความชอบของข้าอยู่ด้วยครึ่งหนึ่ง แต่ไม่เป็นไร ข้ากับเขาเป็นเหมือนกับพี่น้อง ข้าไม่ได้ต้องการชื่อเสียงพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งข้าก็ไม่ได้ให้ค่ากับเรื่องนี้มากเท่าไรนัก”
เด็กสาวรุ่นน้องมองเขาด้วยสายตาชื่นชมนับถือ
“ไอ้บ้านี่”
หลี่ลั่วได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ ไม่อยากจะสนใจเจ้าคนที่มีความคิดประหลาดไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านนี่แล้ว
ส่วนหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ที่กำลังพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนสาวอยู่ก็หันมามองทางเขาพร้อมเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเขาบอกว่าวันนี้เป็นวันดี คืนนี้จะจัดงานเลี้ยงฉลองกัน เจ้าอยากไปร่วมงานด้วยกันไหม?”
หลี่ลั่วถอนหายใจออกมาหนึ่งคำ อันที่จริงแล้วงานเลี้ยงแบบนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก เมื่อถึงตอนนั้นทุกคนก็คงจะมารุมล้อมเทิดทูนบูชาเขาอีก เมื่อก่อนตอนงานเลี้ยง เหล่าเด็กสาวพวกนี้ก็ชอบมาฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งเขาอยู่แล้ว วันนี้เกรงว่าอาจจะหนักกว่าเดิมด้วย
ดังนั้นสุดท้ายแล้วเขาจึงพยักหน้าตกลง
————————-
[1] หนึ่งคนบรรลุเซียน หมาไก่ขึ้นสวรรค์ เป็นสำนวนจีน ใช้บรรยายถึงสถานการณ์ที่มีคนประสบความสำเร็จแล้วคนรอบข้างได้รับอานิสงส์ไปด้วย