อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 75 เจ้าจะลอบสังหารข้า (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 75 เจ้าจะลอบสังหารข้า (อัปเดต)
หลังจากดื่มไปได้สามจอก หลี่ลั่วเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว จึงเสนอให้จบงานแต่เพียงเท่านี้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันสอบใหญ่ ทุกคนต่างก็เหนื่อยกันมาทั้งวัน ควรจะกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้ทุกคนจะยังอารมณ์ค้างอยู่บ้าง แต่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
เปรี้ยง! แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงตบหน้าดังกังวานมาจากด้านนอกม่านกั้นห้อง พร้อมกับเสียงตะโกนดังว่า “เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยรึไง!”
ขณะเดียวกัน ม่านก็ถูกเปิดออก นักศึกษาคนหนึ่งจากวิทยาลัยหนานเฟิงถูกตบจนเซถอยหลังเข้ามา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยสีหน้ามึนงง
จากนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดินตามเข้ามา เขากวาดมองดูเหล่าเด็กหนุ่มสาวมากมายภายในห้อง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ขอโทษที ขอขัดอารมณ์ของพวกเจ้าสักหน่อย”
“เจ้าเด็กนี่เดินไม่ระวังเลย ดันมาเหยียบเท้าข้า” เขาชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“แค่นั้นก็ลงไม้ลงมือเลยหรือ?” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
สายตาของโม่หลิงเป็นประกายขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ ตอนที่อยู่ด้านบน เขาก็เห็นได้รางๆ แล้วว่าเด็กสาวคนนี้โดดเด่นเหนือใคร บรรยากาศเย็นชา เมื่อได้เห็นใกล้ๆ ก็พบว่านางไม่ธรรมดาจริงๆ ทั้งรูปร่างหน้าตาและบรรยากาศเช่นนี้ แม้แต่ในวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงก็ถือว่าเป็นระดับต้นๆ
เขาจ้องมองหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ขออภัย ข้ามือไวไปหน่อย”
“พวกเจ้าเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยหนานเฟิงสินะ? ดูท่าปีนี้ผลการสอบคงจะไม่เลว ส่วนข้าเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง ต่อไปก็ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของพวกเจ้าแล้ว” โม่หลิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่านักศึกษาจากวิทยาลัยหนานเฟิงต่างตกใจ พวกเขามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาหวาดกลัวเล็กน้อย คนผู้นี้เป็นถึงนักศึกษาจากวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงอย่างนั้นหรือ?
หลี่ลั่วจ้องมองชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มาดีสินะ?”
“เอาจริงๆ ก็แค่อยากมาเห็นหน้าหน่อยว่าใครกันที่เป็นคนคว้าอันดับหนึ่งของการสอบใหญ่ในมณฑลเทียนสู่ครั้งนี้”
สายตาโม่หลิงกวาดมองไปที่หลี่ลั่ว ก่อนจะเผยรอยยิ้มดูแคลนออกมาแล้วกล่าวว่า “แต่บอกตามตรงว่า เจ้าที่มีพลังอัตลักษณ์แค่แปดตรา แต่กลับสามารถคว้าอันดับหนึ่งของการสอบใหญ่ได้ ดูท่าคุณภาพของนักศึกษาในมณฑลเทียนสู่รุ่นนี้จะแย่เอาเรื่องนะ”
ทุกคนต่างจ้องมองมาที่โม่หลิงด้วยความโกรธ
“คนผู้นี้จงใจมาหาเรื่องเจ้า” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กระซิบบอกหลี่ลั่ว หลี่ลั่วพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะเดินตรงไปยังเบื้องหน้าโม่หลิง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “สหาย พวกเราก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน จำเป็นต้องมาหาเรื่องกันด้วยหรือ?”
โม่หลิงทำสีหน้าไร้เดียงสา ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าก็แค่อยากจะทักทายพวกเจ้าในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งเท่านั้นเอง”
“เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าคิดจะลอบสังหารข้า?” หลี่ลั่วตะโกนออกมาทันที
โม่หลิงถึงกับผงะ ก่อนจะเอ่ยถามว่า “ลอบสังหารอะไร?”
เจ้าบ้านี่สมองมีปัญหาหรือไง? ข้าพูดคำว่าลอบสังหารตอนไหน? ข้าก็แค่ตั้งใจจะมาหาเรื่องทำลายบรรยากาศของพวกเจ้าสักหน่อยเพื่อช่วยซ่งชิวอวี่ระบายอารมณ์หน่อยก็เท่านั้น”
“คุ้มกันคุณชายน้อย!” ขณะที่เขากำลังมึนงงอยู่นั้น ก็มีเงาร่างหลายสายปรากฏขึ้นมาจากหลังฉากกั้นทันที พวกเขาต่างปลดปล่อยพลังอัตลักษณ์ออกมา ทุกคนล้วนแล้วแต่มีความแข็งแกร่งระดับลักษณาจารย์ทั้งสิ้น
พวกเขาเหล่านี้คือผู้คุ้มกันของหลี่ลั่ว
ในฐานะคุณชายน้อยของคฤหาสน์ลั่วหลาน แม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้จะย่ำแย่ แต่การมีผู้คุ้มกันคอยคุ้มครองตอนออกจากบ้าน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรอยู่แล้วนี่?
ในเวลาปกติ ผู้คุ้มกันเหล่านี้จะไม่ลงมือ แต่หากตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจเป็นอันตรายต่อหลี่ลั่ว พวกเขาก็จะรีบยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที เช่นเดียวกันกับตอนนี้ เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่าลอบสังหาร ก็พุ่งตัวออกมาอย่างไม่ลังเล ก่อนจะกระโจนเข้าใส่โม่หลิงทันที
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของโม่หลิงก็พลันเปลี่ยนไป เขารีบเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้ทำ ข้าแค่มาทักทายเฉยๆ!”
เขาเองก็ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่า เขายังไม่ทันได้ทำอะไรหลี่ลั่วเลยด้วยซ้ำ แต่เจ้าบ้านี่กลับเรียกผู้คุ้มกันออกมาเลย
ทว่าเหล่าผู้คุ้มกันกลับไม่ได้สนใจในคำพูดของเขา หมัดและเท้าที่อัดแน่นไปด้วยพลังอัตลักษณ์ต่างพุ่งเข้าใส่เขาทันที เมื่อเห็นเช่นนั้น โม่หลิงจึงรีบโคจรพลังอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน ก่อนจะรีบยกมือขึ้นป้องกัน
แต่ความแข็งแกร่งของเขาอย่างมากสุดก็เทียบได้กับแค่ผู้คุ้มกันคนหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้ยังถูกหลายคมรุมกระทืบอีก เพียงไม่กี่อึดใจ หมัดและเท้าของเหล่าผู้คุ้มกันก็กระหน่ำเข้าที่ใบหน้าของเขา จนเขาต้องร้องโอดโอยออกมาอย่างอนาถ
เหล่านักศึกษาวิทยาลัยหนานเฟิงที่อยู่โดยรอบต่างตกตะลึง ดูท่าคุณชายน้อยผู้นี้จะยังคงชอบทำอะไรผิดสามัญสำนึกเหมือนเคย มีอย่างที่ไหนเวลาทะเลาะกันแล้ว ถ้าไม่แจ้งครูที่ปรึกษา ก็เรียกผู้คุ้มกันออกมาโดยตรง หากคิดจะสู้กับเขาตัวต่อตัว ก็มีแต่ต้องผ่านเงื่อนไขอันยากลำบากหลายข้อไปให้ได้ก่อน...
แต่ครั้งนี้ วิธีพิสดารของเขามันกลับทำให้พวกเขาสาแก่ใจดีจริงๆ
ตอนนี้เอง ซ่งชิวอวี่และตี้ฝ่าจิ่งหมิงที่อยู่บนชั้นสองก็ต้องตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน พวกเขารีบวางจอกสุราในมือลง ก่อนจะรีบตรงดิ่งลงมาด้านล่างทันที
“พวกเจ้าทำอะไรน่ะ?!” เสียงตวาดของทั้งสองดังขึ้น
ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยพลังอัตลักษณ์ออกมา เตรียมที่จะเข้าแทรกแซง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ซึ่งหลี่ลั่วก็โบกมือออกมา เหล่าผู้คุ้มกันจึงถอยกลับไป เหลือเพียงโม่หลิงที่นอนกองอยู่บนพื้น โดยมีรอยฟกช้ำปรากฏอยู่ทั่วใบหน้า
“คุณชายน้อยหลี่ลั่ว เจ้านี่มันช่างบ้าอำนาจจริงๆ นะ อยู่ๆ ก็เรียกผู้คุ้มกันมาทำร้ายคนเลยอย่างนั้นรึ?” ซ่งชิวอวี่เอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“พี่ชาย” ตี้ฝ่าชิงร้องเรียกตี้ฝ่าจิ่งหมิงที่เพิ่งมาถึง หลี่ว์ชิงเอ๋อร์เอ่ยขึ้นข้างๆ หลี่ลั่วว่า “นั่นซ่งชิวอวี่ พี่สาวของซ่งอวิ๋นเฟิง ส่วนอีกคนคือตี้ฝ่าจิ่งหมิง ดูท่าสาเหตุที่คนผู้นี้มาหาเรื่อง คงเป็นเพราะซ่งชิวอวี่แล้วละ”
หลี่ลั่วมองไปยังซ่งชิวอวี่กับตี้ฝ่าจิ่งหมิง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าเป็นพวกเดียวกับคนผู้นี้หรือ? เมื่อครู่มันคิดจะลอบสังหารข้า หรือว่าพวกเจ้าเป็นคนสั่งการ?”
ไอ้หมอนี่ มาถึงก็ใส่ร้ายด้วยข้อหาใหญ่ขนาดนี้ก่อนเลย
ซ่งชิวอวี่กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “ลอบสังหารบ้าบออะไร อย่ามาใส่ร้ายกัน เขาเป็นเพื่อนของพวกเรา แค่จะมาทักทายพวกเจ้าในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งก็เท่านั้น”
โม่หลิงที่พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ จ้องมองหลี่ลั่วด้วยสายตาโกรธแค้น “ข้าไปพูดตอนไหนว่าจะลอบสังหารเจ้า?” ตอนนี้ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยไฟโทสะและความคับแค้นใจ มารดามันเถอะ เขายังมีลูกไม้ที่ยังไม่ได้ใช้ออกเลยด้วยซ้ำ แต่ใครจะไปคิดว่าไอ้หลี่ลั่วนี่มันกลับชิงใส่ร้ายเขาว่าจะลอบสังหารก่อนเลย ทั้งยังเรียกผู้คุ้มกันออกมาทันทีด้วย
หน้าไม่อายจริงๆ!
หลี่ลั่วแสร้งทำเป็นครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยว่า “เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินเจ้าพูดว่าเจ้าคิดจะ…”
“ข้าพูดว่าข้าอยากจะทักทายทุกคนในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งต่างหาก!” โม่หลิงตะโกนสวนขึ้นมาด้วยความโกรธ
“อย่างนั้นหรือ…”
หลี่ลั่วตบมือหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “วันนี้ข้าทำให้มีคนต้องผิดหวังเป็นจำนวนมาก เลยค่อนข้างกังวลว่าจะมีคนไม่พอใจแล้วมาลอบสังหารข้า ดังนั้นข้าเลยตึงเครียดไปหน่อย ดูท่าข้าคงจะฟังผิดไปเอง”
โม่หลิงโมโหจนตัวสั่น
“เอาอย่างนี้แล้วกัน ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวันนี้ข้าออกให้เอง ถือว่าเป็นการขอโทษก็แล้วกัน” หลี่ลั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าของซ่งชิวอวี่เย็นชาลง ด้วยฐานะของพวกเขา ใครจะไปสนใจค่าใช้จ่ายแค่โต๊ะเดียวกัน หลี่ลั่วจงใจทำแบบนี้ชัดๆ เห็นได้ชัดว่ามันต้องการหาเรื่องโม่หลิง จึงหาข้ออ้างส่งๆ มาลงมือเสียเลย
“คิดว่าข้าจะสนใจเงินแค่นี้หรือ?” โม่หลิงกัดฟันกล่าว หลี่ลั่วยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า “แล้วพวกเจ้าจะทำอะไรได้?”
ซ่งชิวอวี่เงียบไปครู่หนึ่ง เดิมทีพวกเขาวางแผนที่จะให้โม่หลิงมาก่อกวนยั่วโมโหหลี่ลั่ว หากหลี่ลั่วโมโหจนขาดสติ คิดจะประลองฝีมือกับโม่หลิงอย่างไม่เจียมตัว วันนี้ก็จะต้องทำให้มันขายหน้าได้แน่ แต่พวกเขากลับคาดไม่ถึงเลยว่า คุณชายผู้นี้จะไม่ได้มีความมุทะลุดุดันแบบวัยรุ่นอยู่เลย แม้จะอยู่ต่อหน้าสาวสวยก็ยังไม่กลัวเสียหน้าแม้แต่น้อย
เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างไม่สง่างามเอาเสียเลย
เมื่อเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ พวกเขาก็พบว่าตัวเองทำอะไรหลี่ลั่วไม่ได้เลยเหมือนกัน จะให้พวกเขารุมทำร้ายหลี่ลั่วจริงๆ ก็คงไม่ได้ ยังไม่ต้องพูดถึงเหล่าผู้คุ้มกันจำนวนมากที่ยืนรออยู่ข้างๆ เลย หากปล่อยให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตขึ้นมาจริงๆ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายแล้ว ซ่งชิวอวี่ก็ได้แต่จ้องมองหลี่ลั่วด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ หันไปพยุงโม่หลิงขึ้นมาแล้วเดินจากไป
ตี้ฝ่าจิ่งหมิงจ้องมองหลี่ลั่วครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็พยักหน้าให้ตี้ฝ่าชิงแล้วจึงค่อยเดินตามซ่งชิวอวี่ออกไป
แม้ซ่งชิวอวี่กับพวกจะจากไปแล้ว แต่บรรยากาศภายในห้องก็ถูกพังเละเทะไปแล้ว ทุกคนต่างก็หมดอารมณ์จะทำอะไรอีก จึงทยอยแยกย้ายกลับไป
หลี่ลั่วกับหลี่ว์ชิงเอ๋อร์ยืนอยู่ที่ด้านล่างของหอชิงเฟิง
“ซ่งชิวอวี่บำเพ็ญอยู่ที่สาขาเกลาอัตลักษณ์ของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิง การที่นางกลับมาในครั้งนี้ เกรงว่าคงจะพุ่งเป้าไปที่เรือนซีหยางของพวกเจ้า” หลี่ว์ชิงเอ๋อร์กล่าว
ช่วงนี้สถานการณ์ของเรือนซีหยางดีขึ้น เพราะได้รับน้ำต้นกำเนิดสูตรลับจากหลี่ลั่ว ยอดขายในท้องตลาดจึงดีขึ้นอย่างมาก แทบจะกดหัวเรือนซงจื่อจนหายใจไม่ออกอยู่แล้ว
“เป็นเพราะเทศกาลน้ำยาแสงวิเศษที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้าสินะ?” หลี่ลั่วครุ่นคิดกล่าว
ในมณฑลเทียนสู่ จะมีการจัดเทศกาลน้ำยาแสงวิเศษขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยผู้ผลิตน้ำยาแสงวิเศษทั้งหมดภายในมณฑลล้วนเข้าร่วม ซึ่งในเทศกาลนั้น ทุกเจ้าจะต้องแข่งขันกันต่างๆ นานาเพื่อแย่งชิงความสนใจ แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดของน้ำยาแสงวิเศษ
หลี่ลั่วเองก็รู้ดีว่า ทางเรือนซีหยางของเขาก็กำลังเตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้อยู่เช่นกัน
ส่วนการที่ซ่งชิวอวี่กลับมาในเวลานี้ ย่อมต้องกลับมาเพื่องานนี้อย่างแน่นอน
หลี่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย ภายใต้การสนับสนุนของเขา เรือนซีหยางในมณฑลเทียนสู่ตอนนี้ก็เป็นดั่งตะวันกลางท้องฟ้าเลยทีเดียว ทุกวันจะมีเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นทุนในการซื้อน้ำยาแสงวิเศษระดับหกให้กับเขา
ในเวลาแบบนี้ เขาจะยอมให้ซ่งชิวอวี่มาขัดขวางแหล่งเงินทุนที่ใหญ่ที่สุดของเขาได้อย่างไร?