อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance - เล่มที่ 3 บทที่ 76 กำลังเสริมของตระกูลซ่ง (อัปเดต)
- Home
- อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance
- เล่มที่ 3 บทที่ 76 กำลังเสริมของตระกูลซ่ง (อัปเดต)
คืนวันเดียวกัน ภายในคฤหาสน์ของตระกูลซ่ง
ซ่งชิวอวี่พาตัวโม่หลิงมานั่งลงในห้องโถง จากนั้นก็ส่งพลังอัตลักษณ์น้ำอันอบอุ่นอ่อนโยนออกไปผ่านฝ่ามือน้อย หลั่งไหลขึ้นบนโคจรบนใบหน้าของโม่หลิงเพื่อช่วยบรรเทาอาการฟกช้ำให้ค่อยๆ จางหายไป
ในตอนนั้นเอง ซ่งซานก็เดินเข้ามา เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็กระแอมไอออกมาเบาๆ ก่อนจะขมวดคิ้วกล่าวถาม “หลานชายโม่หลิง เกิดอะไรขึ้น?”
“ตอนอยู่ที่หอชิงเฟิงเมื่อครู่นี้ เขาแค่จะเข้าไปทักทายเหล่านักศึกษาของวิทยาลัยหนานเฟิงสักหน่อย อยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลของวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงกับพวกเขา แต่กลับถูกหลี่ลั่วนั่นใส่ร้ายว่าคิดจะลอบสังหาร พวกผู้คุ้มกันของหลี่ลั่วจึงรุมทำร้ายเขา” ซ่งชิวอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“ฮึ่ม หลี่ลั่วอีกแล้วรึ!” ซ่งซานนั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่ง บนใบหน้ามีสีหน้าบูดบึ้งและโกรธขึ้งเผยออกมาอย่างชัดเจน วันนี้ซ่งอวิ๋นเฟิงถูกหลี่ลั่วทำให้หลุดออกจากสิบอันดับแรก ทำให้ตระกูลซ่งกลายเป็นตัวตลกไปทั่วทั้งเมือง บัดนี้ยังมาทำกับแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซ่งเช่นนี้อีก มันทำเกินไปแล้วจริงๆ
“เจ้าหลี่ลั่วนี่มันช่างโอหังมากจริงๆ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในเมืองหลวงละก็ ข้าจะต้องสั่งสอนมันให้หลาบจำแน่!” โม่หลิงเองก็โพล่งออกมาด้วยความโมโห วันนี้เขาคับแค้นใจอย่างมากจริงๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรแท้ๆ ก็ถูกหลี่ลั่วใส่ความว่าคิดจะลอบสังหารแล้ว จากนั้นก็ยังถูกรุมกระทืบโดยไม่ฟังเหตุผลอะไรอีก
“ช่วงนี้เรือนซีหยางที่อยู่ภายใต้การควบคุมของหลี่ลั่วอยู่ๆ ก็ทำยอดขายเป็นกอบเป็นกำ อีกทั้งคุณภาพของน้ำยาแสงวิเศษระดับหนึ่งระดับสองก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ตรงกันข้ามกับเรือนซงจื่อของพวกเราที่ถูกกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว จากการคาดเดาน่าจะเป็นเพราะมันใช้น้ำต้นกำเนิดสูตรลับอะไรบางอย่าง ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่หลี่ไท่เสวียนกับถานไถหลานทิ้งไว้ให้มันก็ได้” ซ่งซานกล่าวเสียงเครียด
“สูตรการผลิต ‘แสงวิเศษตะวันฉาย’ ของเรือนซงจื่อเรา ข้าไปขอให้ปรมาจารย์นักเกลาอัตลักษณ์จากเมืองหลวงมาช่วยปรับปรุงให้แล้ว จะต้องมีประสิทธิภาพเหนือกว่า ‘น้ำยาเขียวคราม’ ของเรือนซีหยางอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้พลังเกลาอัตลักษณ์กลับถูกทิ้งห่างไปมากขนาดนี้ คงจะมีแต่น้ำต้นกำเนิดสูตรลับเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้” ซ่งชิวอวี่กล่าวพร้อมขมวดคิ้ว
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เรือนซงจื่อของตระกูลเรา คงจะถูกเรือนซีหยางกดดันในมณฑลเทียนสู่แห่งนี้จนไม่อาจลืมตาอ้าปากได้อีกแล้ว” ซ่งซานกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้
ซ่งชิวอวี่พยักหน้ารับเบาๆ ดวงตาคู่งามดูเศร้าหมองเล็กน้อย เมื่อโม่หลิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ชิวอวี่ เจ้าไม่ต้องกังวลไป เรือนซีหยางของคฤหาสน์ลั่วหลาน อันที่จริงในอาณาจักรต้าเซี่ยของเรามันก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรขนาดนั้น และนี่ก็ไม่ใช่จุดแข็งของพวกมันด้วย พวกมันก็ทำได้แค่มาอวดเบ่งในมณฑลเทียนสู่แห่งนี้เท่านั้น เจ้าลองดูที่เมืองหลวงสิ ผลงานของเรือนซีหยางธรรมดาแค่ไหน?”
“เจ้าก็พูดได้สิ เรือนโม่สุ่ยของตระกูลเจ้าติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของอาณาจักรต้าเซี่ย พวกเจ้าย่อมไม่เห็นเรือนซีหยางในสายตาอยู่แล้ว” ซ่งชิวอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
โม่หลิงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า “พวกเราสองตระกูลก็ตกลงเจรจากิจการกันเรียบร้อยแล้วมิใช่หรือ? ในอนาคตสูตรการผลิตของน้ำยาแสงวิเศษระดับสามลงไปของเรือนโม่สุ่ยของข้า จะมอบให้กับตระกูลซ่งได้ทั้งหมด ในมณฑลเทียนสู่แห่งนี้ ตระกูลซ่งก็คือตัวแทนจำหน่ายของเรือนโม่สุ่ยข้าแล้ว”
“สูตรการผลิตน้ำยาแสงวิเศษของเรือนโม่สุ่ย เหนือกว่าของเรือนซีหยางอยู่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งขั้น หากตระกูลซ่งได้ไปเล้ว จะต้องบดขยี้เรือนซีหยางได้อย่างราบคาบแน่นอน”
เมื่อซ่งซานได้ยินเช่นนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “แต่ว่าเรื่องความร่วมมือกับเรือนโม่สุ่ยยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด”
โม่หลิงโบกมือแล้วกล่าวว่า “ลุงซ่งไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้ารู้ดีว่าทางฝั่งพวกท่านต้องการอะไร การที่ข้ามาที่นี่ก็ถือว่าได้รับมอบหมายจากคนในตระกูลให้มาสรุปรายละเอียดทั้งหมดเช่นกัน เรื่องผลประโยชน์บางอย่างเรือนโม่สุ่ยยอมถอยให้ได้ ขอเพียงแค่ให้น้ำยาแสงวิเศษของเรือนโม่สุ่ยสามารถยึดครองตลาดของมณฑลเทียนสู่ได้ พวกเราสองตระกูลก็ถือว่าได้รับประโยชน์ร่วมกันแล้ว”
“ยิ่งไปกว่านั้น หลี่ลั่วนั่นมันโอหังมากเลยไม่ใช่หรือ? ครั้งนี้ข้าจะทำให้มันได้รู้ซึ้งเองว่า ‘ราคาที่ต้องจ่าย’ คืออะไร!”
“แบบนั้น…”
ซ่งซานเผยสีหน้ายินดีออกมา สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาหนึ่งคำแล้วกล่าว “เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณหลานชายมากแล้ว ข้ารู้ดีว่าเรือนโม่สุ่ยมีอิทธิพลมหาศาล เหนือกว่าตระกูลซ่งของพวกเรามากนัก เรื่องอื่นๆ ข้าคงไม่พูดให้มากความแล้ว ในอนาคตตระกูลซ่งของข้าจะต้องช่วยให้เรือนโม่สุ่ยลงหลักปักฐานในมณฑลเทียนสู่แห่งนี้ได้อย่างมั่นคงแน่นอน”
โม่หลิงโบกมือด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็พูดคุยกับซ่งชิวอวี่อีกเล็กน้อยจากนั้นก็ขอตัวไปพักผ่อนก่อน
หลังจากที่โม่หลิงจากไปแล้ว รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของซ่งชิวอวี่ก็จางหายไป หันไปมองทางซ่งซานแล้วกล่าว “ดูท่าการพาเขาไปที่หอชิงเฟิงวันนี้ จะได้ผลอยู่บ้างเหมือนกันนะ” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
“ข้าคิดว่าถ้าไม่มีเรื่องของหลี่ลั่ว เกรงว่าโม่หลิงคงไม่ยอมเปิดปากง่ายๆ เช่นนี้แน่ อย่างน้อยก็คงจะยืดเยื้อไปอีกสักพัก จะว่าไปก็ต้องขอบคุณหลี่ลั่วด้วยเหมือนกัน”
ซ่งซานยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ แต่กลับไม่ได้แสดงความยินดีอะไรออกมามากนัก กล่าวว่า “การดึงเรือนโม่สุ่ยเข้ามายังมณฑลเทียนสู่นั้น บางที่อาจจะเป็นการเชิญหมาป่าเข้าบ้านได้เหมือนกัน แม้พวกเขาจะมอบสูตรการผลิตน้ำยาแสงวิเศษให้กับพวกเราจริง แต่เท่าที่ข้ารู้มา สูตรการผลิตเหล่านั้นไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก สิ่งที่สำคัญคือแสงต้นกำเนิดกับน้ำต้นกำเนิดสูตรลับสองอย่างที่ชื่อว่า ‘น้ำบึงดำ’ กับ ‘แสงจันทร์ขาว’ ที่เรือนโม่สุ่ยครอบครองอยู่ต่างหาก”
“ต้องเติมแสงต้นกำเนิดกับน้ำต้นกำเนิดสูตรลับสองอย่างนี้ลงไปด้วย สูตรการผลิตของเรือนโม่สุ่ยถึงจะสามารถสำแดงคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของมันออกมาได้”
“กล่าวคือหลังจากนี้ ตระกูลซ่งของพวกเราก็จะถูกบีบคั้นโดยเรือนโม่สุ่ย กลายเป็นเบี้ยล่างของพวกเขาตลอดไป”
ซ่งชิวอวี่หัวเราะเบาๆ เล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “แต่ต่อให้แย่ ก็คงไม่แย่ไปกว่าตอนนี้อีกแล้วกระมัง? พวกเราแทบจะไม่เหลือส่วนแบ่งในตลาดน้ำยาแสงวิเศษของมณฑลเทียนสู่แล้ว หากไม่ดึงตัวช่วยที่แข็งแกร่งเข้ามา ก็มีแต่จะเสียผลประโยชน์ให้เรือนซีหยางเท่านั้น”
ซ่งซานถอนหายใจออกมาหนึ่งคำ “ไอ้คฤหาสน์ลั่วหลานสมควรตาย ไอ้หลี่ลั่วสมควรตาย พวกมันช่างน่าโมโหจริงๆ”
“ไม่เป็นไร ที่ข้ากลับมาครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะรับมือกับ ‘เทศกาลน้ำยาแสงวิเศษ’ ของมณฑลเทียนสู่อยู่แล้ว ข้าจะเป็นตัวแทนเรือนซงจื่อในการแย่งชิงตำแหน่งปรมาจารย์นักเกลาอัตลักษณ์อันดับหนึ่งของมณฑลเทียนสู่มาเอง หากข้าได้ตำแหน่งนี้มาแล้ว ก็จะอาศัยจังหวะนี้เปิดตัวน้ำยาแสงวิเศษที่ร่วมมือกับเรือนโม่สุ่ย เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องพลิกสถานการณ์กลับมาได้แน่” ซ่งชิวอวี่กล่าวปลอบโยน
“คู่แข่งของเจ้าในครั้งนี้ น่าจะเป็นเหยียนหลิงชิงจากเรือนซีหยางนั่นแล้ว มั่นใจไหม?” ซ่งซานกล่าวถาม
“เหยียนหลิงชิงงั้นหรือ? คู่ปรับเก่านี่เอง ตอนอยู่ที่วิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงไม่รู้ว่าประมือกันไปกี่ครั้งแล้ว” ซ่งชิวอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะกล่าวว่า “แต่ครั้งนี้ นางแพ้แน่”
เมื่อซ่งซานได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารับ
ซ่งชิวอวี่เปลี่ยนเรื่องคุยแล้วถามว่า “แล้วอวิ๋นเฟิงเป็นอย่างไรบ้าง?”
“อาการบาดเจ็บไม่ได้ร้ายแรงอะไร แต่ถูกกระทบกระเทือนทางจิตใจไม่น้อย” ซ่งซานกล่าว
ก่อนหน้านี้ซ่งอวิ๋นเฟิงเคยประมือกับหลี่ลั่วในการสอบซ้อม หลี่ลั่วในตอนนั้นทำได้เพียงแค่ใช้วิชากระจกเงาวารีบีบให้เสมอกันเท่านั้น ดังนั้นซ่งอวิ๋นเฟิงจึงไม่คิดว่าหลี่ลั่วจะสามารถต่อกรกับเขาได้จริงๆ แต่ความจริงล่ะ? ในการสอบใหญ่นั่น หลี่ลั่วกลับสามารถบดขยี้เขาจนพ่ายแพ้ราบคาบได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังไม่ได้มองเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่แท้จริงเลยด้วยซ้ำ
ซึ่งนั่นได้สร้างความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างรุนแรงให้กับซ่งอวิ๋นเฟิงอย่างไม่ต้องสงสัย
“น่าจะยังเข้าวิทยาลัยศักดิ์สิทธิ์เสวียนซิงได้อยู่ใช่ไหม?” ซ่งชิวอวี่ขมวดคิ้วถาม
ซ่งซานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ครั้งนี้ซ่งอวิ๋นเฟิงที่ได้รับคำสั่งโดยนัยจากจวนผู้ว่าซือให้ไปช่วยซือคงเล่นงานวิทยาลัยหนานเฟิง เรื่องนี้ย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกขยะแขยงอยู่บ้างจริงๆ แต่อันดับของเขาในการสอบซ้อมนั้นถูกยืนยันแล้ว หากวิทยาลัยหนานเฟิงได้สิทธิ์เข้าเรียนพิเศษเพิ่มมา ปกติก็ควรจะต้องมอบให้กับซ่งอวิ๋นเฟิงด้วยอยู่แล้ว
แต่ว่าผู้อำนวยการเฒ่าของวิทยาลัยหนานเฟิงผู้นั้นเป็นคนใจแคบและเจ้าคิดเจ้าแค้น แม้แต่ผู้ว่าซือก็ยังไม่ไว้หน้าเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรบางอย่างหรือไม่
“หวังว่าเจ้าเว่ยซานั่นจะไม่ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไปนะ”