อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 168 เผชิญหน้า เกาถิง (2)
ตอนที่ 168
เสียงตูมตามดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพที่ปรากฏคือ เกาถิง ใช้เพลงดาบอันหนักหน่วง ฟาดฟันเข้าใส่ มู่เจี้ยน ที่ทำได้เพียงยกกระบี่ขึ้นตั้งรับ… แม้พละกำลังของทั้งสองจะไล่เลี่ยกัน ทว่าพลานุภาพที่แตกต่างของอาวุธ และท่วงท่าจากประสบการณ์ จึงทำให้ เกาถิง กดดัน มู่เจี้ยน อย่างต่อเนื่อง
พริบตาที่ เกาถิง แผ่จิตสังหารเปี่ยมล้น เงื้อดาบสูงระเบิดทักษะ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ฟาดฟันลงมา ก็ได้มีเสียง ตูม! ดังขึ้นครั้งหนึ่ง กระดูกซี่โครงของ เกาถิง สั่นสะท้านจนเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งอาภรณ์ในส่วนชายโครงยังมีรอยโหว่เกิดขึ้นมา ประหนึ่งถูกการโจมตีสายหนึ่งที่ไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยการโจมตีเข้ามา
การลอบโจมตีครั้งนี้ แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้ เกาถิง บาดเจ็บหนัก แต่ก็สามารถสกัดการลงดาบเล่นงาน มู่เจี้ยน ไว้ได้ และยังผลักดันให้ เกาถิง ร่นถอยออกไปหลายก้าวจากตำแหน่งเดิม… ดวงตาของ เกาถิง แดงก่ำขึ้นทันที จดมองเขม็งมายังตำแหน่งของ ซุน ผู้ที่ใช้กำไลซ่อนมรณายิงกระสุนลมปราณล่องหนออกไป
“บัดซบ!! เจ้าอยากตายก่อนงั้นสินะ!!”
เกาถิง รีดเค้นลมปราณไปยังดาบในมือ ก่อนจะฟาดตวัดครั้งหนึ่ง เกิดเป็นระลอกคลื่นดาบสามสายพวยพุ่งออกไป เสียงที่กรีดผ่าอากาศทำให้ ซุน สัมผัสได้ถึงวิกฤตรุนแรง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ ซุน จะสามารถใช้กระบวนท่าอะไรมาต่อต้านได้… ดังนั้นจึงเลือกที่จะระเบิดพลังทั้งหมดไปที่เท้าสองข้าง ดีดร่างพุ่งหลบเลี่ยงสุดกำลังในชั่วพริบตา แม้จะรอดจากรัศมีคลื่นดาบมาได้อย่างหวุดหวิด แต่จิตใจก็ยังสะท้านสะเทือน
จากนั้น เกาถิง ก็พยายามที่จะพุ่งเข้ามาซ้ำอีกครั้ง โชคดีที่ มู่เจี้ยน โดยเข้าสกัดเอาไว้ได้ จึงเกิดการปะทะในรอบที่สองสำหรับทั้งคู่… ซุน เริ่มเข้าใจการต่อสู้ในระดับยอดฝีมือขึ้นมาบางแล้ว ทั้งไหวพริบและปฏิกิริยาตอบสนอง ไม่ใช่สิ่งที่ชนชั้นผู้เยาว์จะเทียบเคียงได้เลย
พริบตาที่ เกาถิง ถูกลอบโจมตี มันก็แทบจะฟันสวนกลับมาในเวลาเดียวกัน ด้วยพลังที่มากพอจะสังหาร ซุน ให้ตกตายได้เลยด้วยซ้ำ… พลังในการตอบโต้ระดับนี้ ซุน ไม่เคยพบเจอมาก่อน ไม่แปลกที่จะรู้สึกขนพองสยองเกล้า
“ด้วยความต่างของพื้นฐานลมปราณ การลอบโจมตีด้วยกระสุนลมปราณของข้าไม่รุนแรงพอจะทะลวงปราณคุ้มกันของ เกาถิง จึงได้ผลแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น… ทั้งยังคล้ายว่าจะไม่คุ้มกับความเสี่ยงที่ข้าต้องแบกรับ หากให้ออกไปในระยะที่ไกลกว่านี้ อานุภาพของกระสุนลมปราณก็จะลดน้อยลง ทั้งยังมีโอกาสยิงพลาดไปถูกพี่มู่เจี้ยน อีกด้วย..” ซุน เอ่ยพึมพำในใจ กัดฟันเสียงดังกรอด รู้สึกย่ำแย่ในความอ่อนแอของตนเองอีกครั้ง
และยิ่งพอ เกาถิง ถูกลอบโจมตีไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็คล้ายว่าจะระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น… ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชน ในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับ มู่เจี้ยน ปะทะพัวพันในระยะประชิด เกาถิง ก็เลือกที่จะขยับตำแหน่งโดยจงใจใช้ มู่เจี้ยน เป็นโล่กำบัง ขวางกั้นระหว่างทิศทางของตนและ ซุน ได้อย่างชำนาญ จนทำให้ ซุน ไม่เหลือช่องว่างในการลอบโจมตี
ใบหน้าของ ซุน เริ่มด้านชา แม้ตนจะไม่ได้มีอันตรายในสถานการณ์เช่นนี้ ทว่าสำหรับ มู่เจี้ยน คล้ายกำลังเผชิญหน้ากับศึกที่หนักอึ้ง… ภายใต้ความพลิกตลบของสถานการณ์เช่นนี้ ภายใต้การเห็น มู่เจี้ยน ที่กำลังถูกเล่นงานเช่นนี้ โดยที่ ซุน เป็นคนดึงเอา มู่เจี้ยน เข้ามาเกี่ยวข้อง พลังสมาธิและตบะพลังวิญญาณทั่วร่างที่ผันแปรตามอารมณ์และความรู้สึก ก็บังเกิดการปะทุในทันที…
“ข้าไม่เชื่อหรอก... ว่าข้าจะหาวิธีเล่นงานมันไม่ได้!!” ซุน คำรามเสียงขึ้นแน่นหนัก ประหนึ่งว่าเป็นการกำราบจิตใจที่ไม่มั่นคงของตนเองให้นิ่งสงบลง ไม่หวาดหวั่นไปกับความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย
เกาถิง แค่นเสียงเย็น… ในสายตาของ เกาถิง มิได้มีความหวาดหวั่นกับการถูกชนชั้นลมปราณสีเขียวกระจ้อยร่อยคอยลอบเล่นงานแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าทักษะการใช้กระสุนลมปราณที่มองไม่เห็นจะเป็นทักษะที่น่ากลัว เป็นไปได้ยากในการหลบเลี่ยง… แต่ด้วยประสบการณ์ของ เกาถิง ที่เคยเจอสิ่งที่อันตรายมากกว่านี้มาแล้ว ตลอดหลายปี เกาถิง เฝ้าติดตาม มีดบินไร้เทียมทาน ลู่เหรินฮ่าว ที่บรรลุศาสตร์อาวุธลับ ถึงขั้นเจตจำนงอันกล้าแกร่ง
ด้วยเหตุนี้การลอบโจมตีของ ซุน ในสายตาของ เกาถิง ก็ไม่ต่างอะไรกับมือสมัครเล่น… หากไม่มีมือปราบหนุ่มตรงหน้าคอยสกัดขวางเอาไว้ ต่อให้อีกฝ่ายอยู่ในระยะที่ห่างไกล เกาถิง ก็มั่นใจว่าสามารถสังหารศัตรู ได้ใน 3 กระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ
หลังจากหาจังหวะยิงกระสุนลมปราณออกไปอีก 2-3 ครั้ง ซุน ก็ตระหนักแล้วว่า อีกฝ่ายมีความเชี่ยวชาญในการลับมือกับอาวุธลับอย่างมาก คล้ายเปิดช่องโหว่ให้โจมตี แต่เมื่อโจมตีไปยังจุดนั้น ก็ยังสามารถหลบเลี่ยงได้แม้จะมองไม่เห็น อาศัยเพียงสัญชาตญาณและสัมผัสลมปราณเท่านั้น
“กำไลซ่อนมรณา ไม่อาจเล่นงานได้… เช่นนั้นก็ต้อง เนตรสะกด!!”
รัดเกล้าเปล่งแสงสีเขียว ในราตรีที่มืดมิดจึงชัดเจนมาก... เกาถิง หดนัยน์ตาแคบลง สัมผัสได้ถึงพันธนาการบางอย่างที่มองไม่เห็นเหนี่ยวรั้งร่างกาย แต่กลับแค่นเสียงสบถอีกครั้ง ร่างกายแทบไม่หยุดชะงักก็สามารถปลดเปลื้องพันธนาการได้อย่างสมบูรณ์…
“ทักษะน่ากลัวไม่เลว แต่มันกลับไร้สาระที่จะใช้กับชนชั้นยอดฝีมือ!! อยากให้ข้าสังหารเจ้ามากเลยงั้นสินะ!!” เกาถิง หาจังหวะฟาดฟันสวนกลับไปตำแหน่งของ ซุน อีกครั้ง คลื่นดาบหลายระลอกกรีดเฉือนอากาศกระหน่ำฟันชั่วพริบตา
ซุน จำต้องกุลีกุจอกระโดดหลบหนีอีกครั้ง อาภรณ์บางส่วนยังฉีกขาด ครานี้ไม่อาจหลบได้สมบูรณ์จึงเกิดรอยแผลเป็นทางยาวที่หัวไหล่ โลหิตไหลอาบขึ้นใบหน้ามืดดำ… แม้จะฝึกฝนมาอย่างหนัก แต่สุดท้ายเนตรสะกดก็ยังไม่อาจใช้กับยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นสูงสุดได้ ยิ่งทำให้ ซุน รู้สึกเต็มไปด้วยความคับข้องใจ
เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นของ ซุน… ฝ่าย เกาถิง ก็เผยใบหน้าเหี้ยมเกรียม ทุ่มพลังทั้งหมดไปที่การบดขยี้ มู่เจี้ยน การฟาดฟันในแต่ละดาบ แฝงเร้นไปด้วยจิตสังหารอันน่าพรั่นพรึง สะกดข่มทาง มู่เจี้ยน ไปอย่างสมบูรณ์…
“ตายซะ!!”
เกาถิง ที่คับแค้นจากเรื่องของตระกูลมาก่อนหน้านี้แล้ว ถึงระบายโทสะทั้งหมดมายัง มู่เจี้ยน เวลานี้การต่อสู้ที่ดังกังวาน และเริ่มทำลายรัศมีบ้านเรือนโดยรอบ จึงทำให้การต่อสู้บริเวณนี้กลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว เกาถิง ไม่อยากที่จะใช้เวลามากไปกว่านี้ จึงปลดปล่อยทักษะระดับเฉพาะออกมา
“คลื่นดาบ แยกบรรพต!!”
ดาบอักขระของ เกาถิง คล้ายมีความพร่าเลือนโอบล้อม ยกสูงเหนือศีรษะก่อนจะฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง เสียงกรีดผ่าอากาศราวกับมันสามารถแบ่งแยกได้ทุกสรรพสิ่ง… มู่เจี้ยน ไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่สามารถหลบเลี่ยงได้ จึงจำต้องตวัดกระบี่ฟาดฟันสวนกลับไปเพื่อตั้งรับ
ทว่าในจังหวะนั้น… เกาถิง เผยรอยยิ้มน่าสะพรึงออกมา พริบตาที่ดาบและกระบี่ฟันกระทบกัน เสียงกัมปนาทครั่นครื้นก็ดังขึ้น แม้ว่ามู่เจี้ยนจะสามารถหยุดรัศมีดาบเอาไว้ได้อย่างชะงักงัน ทว่ามันกลับไม่อาจหยุดคลื่นดาบที่ลอดผ่านการปะทะ เกิดเป็นรอยดาบฟันเข้าที่บ่าของ มู่เจี้ยน ทั้งสองข้าง โลหิตสาดกระเซ็นออกมาในทันที
โชคที่บาดแผลแม้จะผ่านชั้นผิวหนัง แต่ก็หยุดไว้ที่ชั้นกระดูก… หากในจังหวะสุดท้ายนั้น มู่เจี้ยน ไม่มีไหวพริบมากพอ เร่งโคจรปราณคุ้มกันระดับสูงสุดที่บ่าทั้งสองข้าง ป่านนี้ไม่แน่ว่าอาจจะถูกฟันจนตัดผ่ากระดูกไปแล้วก็เป็นได้…
“พี่มู่เจี้ยน!!” ซุน แผดเสียงออกไปด้วยความตื่นตระหนก
มู่เจี้ยน เผยใบหน้าเจ็บปวด ถลาถอยร่นออกมาหลายสิบก้าว…
“ไม่เป็นไร… แม้จะป้องกันไม่ได้สมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ถึงกับสาหัสมาก”
แม้ มู่เจี้ยน จะกล่าวออกมาเช่นนั้น ทว่า ซุน ก็ยังมองเห็นแขนสองข้างของมือปราบหนุ่มที่สั่นไหวไม่แน่นิ่งไปจากปกติ คลื่นดาบเมื่อครู่สะท้านสะเทือนไปถึงกระดูกบ่าทั้งสอง ย่อมสะท้อนไปยังแขนทั้งสองข้างอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้…
เมื่อเห็นโลหิตของอีกฝ่ายหลั่งไหล เกาถิง ก็แผดเสียงหัวเราะคำรามออกมาด้วยความบ้าคลั่ง กำดาบในมือฟาดฟันดุจพายุที่โหมกระหน่ำ เสียงตูมตามดังต่อเนื่อง บดขยี้ มู่เจี้ยน ที่กำลังเสียเปรียบ จนทำให้อาการบาดเจ็บสาหัสยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เลือดสดไหลอาบบ่าทั้งสองข้าง แขนของ มู่เจี้ยน ราวกับหนักขึ้นอีกหลายเท่า ดวงตาก็ยังพร่าเลือนเต็มที
ซุน เห็นเช่นนั้น ก็จิตใจสะท้านสะเทือน...
“เป็นเพราะข้า… เป็นเพราะข้า!!”
ชายหนุ่มเริ่มเป็นวิตกกังวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มู่เจี้ยน ย่อมเพลี่ยงพล้ำได้ในทุกเมื่อ และหาก มู่เจี้ยน เป็นอะไรขึ้นมา ซุน ก็คงจะรู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไปทั้งชีวิต
วิกฤตและแรงกดดันที่ถาโถมบีบรัด ซึ่งเมื่อต้องเดิมพันด้วยชีวิตของ มู่เจี้ยน มันกลับไปกระตุ้นให้ความคิดในหัวของ ซุน แล่นเร็วจี๋ ทั้งยังผสานเข้ากับสมาธิในระดับเทียบเทียมการเข้าฌานอย่างต่อเนื่อง ดวงตาที่แดงก่ำ ฉายประกายมองหาองค์ประกอบเสมือนการเพ่งกสิณ จุดอ่อน จุดแข็ง รวมถึงประสบการณ์ที่เคยทดลองก่อนหน้านี้ ถูกนำมาวิเคราะห์ขบคิดในชั่วพริบตา…
“เกาถิง เป็นยอดฝีมือที่พันธนาการล่องหนไม่อาจเล่นงานได้ เพียงแค่พริบตาตลอดทั้งร่างก็สามารถสลัดหลุดได้ในทันที… ตลอดทั้งร่าง… สลัดหลุด… ไม่อาจพันธนาการ… พลังสะกดน้อยเกินไป…” ซุน พึมพำซ้ำไปซ้ำมาเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ดวงตายังไม่ละวางจากการจดจ่อจมจ่อม…
และทันใดนั้นเอง ดวงตาของ ซุน ก็พลันสาดประกายแสงรู้แจ้งบางสิ่ง…
“เข้าใจแล้ว!! ข้าเข้าใจแล้ว!! ตลอดร่างของ เกาถิง ก็เหมือนกับกองทัพที่ทรงพลังกองทัพหนึ่ง พลังของข้าในตอนนี้ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะสะกดข่มกองทัพทั้งกองได้ แต่ทว่า…หากเป็นการสะกดเพียงแค่ทหารคนเดียว ทำไมข้าจะทำไม่ได้!!”
ชั่วขณะนั้นเอง ที่ เกาถิง กำลังลงมือฟาดฟันตะบันดาบกดดัน มู่เจี้ยน… มีช่วงจังหวะหนึ่งที่ เกาถิง ได้ยกชูดาบเหนือศีรษะขึ้นมาอีกครั้ง มีความพร่าเลือนบางอย่างโอมล้อมตัวดาบ ชัดเจนว่านี่คือเอกลักษณ์ของเคล็ดวิชาระดับเฉพาะ เกาถิง แผ่ไอสังหารหมายจะลงมือปิดฉากอย่างแท้จริง ในตอนที่ มู่เจี้ยน อ่อนกำลังถึงขีดสุด
มู่เจี้ยน กัดฟันแนบแน่น เตรียมที่จะตั้งรับป้องกัน…
ทว่าในตอนนี้เอง ที่ ซุน คำรามเสียงออกมา…
“แทงสวนกลับไป!!”
“!!!!!!!!!” มู่เจี้ยน เบิกตากว้างโดยพลัน เสียงของ ซุน บอกกับตนให้แทงสวนกลับไป ซึ่งนั่นเท่ากับว่า มู่เจี้ยน จะต้องละทิ้งการป้องกันทั้งหมด โดยปล่อยให้ดาบนี้ฟันที่ร่างตนเองเพื่อแลกกับการได้โจมตีครั้งหนึ่ง ซึ่งด้วยอาการบาดเจ็บของ มู่เจี้ยน ในเวลานี้ ไหนเลยที่มันจะเป็นความคิดที่ดี
ถึงกระนั้น มู่เจี้ยน ก็ยังเผยรอยยิ้มอ่อนแรง…
“น้ำเสียงที่หนักแน่นเช่นนั้น… ข้าจะไม่เชื่อใจเจ้าได้อย่างไร!!”
มู่เจี้ยน ตัดสินใจแทงสวนไปยัง เกาถิง โดยไม่ป้องกันตนเอง…
เกาถิง หัวเราะคำรามออกมาทันที…
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! โง่เขลายิ่งนัก ดาบของข้าจะฟันร่างเจ้าขาดเป็นสองท่อน ก่อนกระบี่เจ้าจะถึงตัวข้าแน่นอน!!” ดาบของ เกาถิง ลงมือก่อน จึงเร็วกว่าจังหวะหนึ่งจริง ๆ ยามนี้มันกำลังจะฟันฉับลงมาแล้ว เสียงกรีดผ่าอากาศดังเสียดแก้วหู ไอสังหารรุนแรงเหนือประมาณ
ในตอนนั้นเองที่สมาธิของ ซุน ก่อตัวถึงขีดสุด อัญมณีเนตรมรกต เปล่งแสงวาววับขึ้นอีกครั้ง แต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไป!! สายตาและตำแหน่งการจดจ้องนั้น มิใช่ร่างของ เกาถิง ตลอดทั้งร่างอีกต่อไป แต่ครั้งนี้ ซุน ได้ลดอำนาจสะกดให้หดแคบลงอีกหลายสิบเท่า เพื่อเพิ่มพลานุภาพไปยังจุดเล็ก ๆ เพียงเดียว
“เนตรสะกด… ข้อมือขวา!!”
ขณะที่ เกาถิง กำลังเหวี่ยงแขนฟันลงมา จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงอำนาจพันธนาการบางอย่าง จนทำให้มือขวาประหนึ่งถูกสาบให้แข็งเป็นหิน ไม่อาจระเบิดพลังเพื่อฟันดาบลงไปในจังหวะสุดท้ายได้!! ดวงตาของ เกาถิง ตกตะลึงถึงขีดสุด ตลอดช่วงเวลาที่มันเคยออกท่องยุทธภพ ไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ตรงกันข้าม… ดวงตาของ มู่เจี้ยน กลับเจิดจรัสไร้ความลังเล เสียบแทงกระบี่ไปที่ท้องของ เกาถิง ด้วยพลังทั้งหมด ทะลวงปราณคุ้มกายของอีกฝ่ายในชั่วพริบตา… เกาถิง กว่าที่จะหาโอกาสร่นถอยได้ กระบี่ก็แทงเข้าไปกว่า 5 ชุ่น จนเกือบจะทะลุร่างอยู่รอมร่อ โลหิตอาบเต็มท้อง แม้แต่มุมปากก็ยังปรากฏเลือดสดอาบไหล ดวงตาเผยความไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา
มู่เจี้ยน เมื่อตัดสินใจลงมือ ฝีมือย่อมไม่อ่อน… ถึงจะพลาดตำแหน่งจุดตันเถียนที่อีกฝ่ายพยายามปกป้องสุดกำลัง จนยากที่เล่นงานได้ แต่ก็สามารถเปลี่ยนทิศแทงเข้าจุดสำคัญตำแหน่งอื่น ที่ส่งผลในการต่อสู้อย่างที่สุด…
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดของ เกาถิง ดังนั้น แล้วจึงรีบฉากถอยออกมาตั้งหลัก นั่นจึงทำให้ตำแหน่งที่ เกาถิง พยายามรักษามาโดยตลอด เพื่อที่จะใช้ร่างของ มู่เจี้ยน บดบังอาวุธลับ แต่เวลานี้มันได้คลาดเคลื่อนออกมาบางส่วนแล้ว และ ซุน ก็กำลังเฝ้ารอช่วงจังหวะนี้เช่นกัน!!
เสียงตูมดังขึ้นหนึ่งครั้ง ทัศนียภาพเบื้องหน้าของ เกาถิง ก็หายไปส่วนหนึ่งในทันที… ซุน ยิงกระสุนลมปราณนัดนี้ เลือกทำลายอวัยวะที่อ่อนแอที่สุด ไม่ว่าจะฝึกฝนร่างกายมาแข็งแกร่งเพียงใดสุดท้ายแล้ว ดวงตาก็ไม่อาจเพิ่มการป้องกันได้!!
ดวงตาข้างขวาของ เกาถิง เวลานี้ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์
สถานการณ์ทั้งหมด ตลบพลิกผันในชั่วพริบตา…
……………………………………….
**แจ้งหยุดชั่วคราวครับ… เนื่องด้วยไรท์มีเหตุสำคัญในการเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน เดินทางตั้งแต่คืนนี้ และกลับอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23/11/63 จึงขอชี้แจงว่าเป็นการหยุดอัพนิยายชั่วคราว ประมาณ 4 วัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากไรท์มีเวลาในการเขียนมากพอ จะก็อัพให้ได้วันละ 1 ตอนครับ ขออภัยสำหรับผู้ติดตาม ที่เป็นเหตุฉุกละหุก จึงไม่ได้แจ้งล่วงหน้า… Free-J