อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 205 แมว !!
ตอนที่ 205
“มาถึงจนได้… ผู้สืบทอดที่ข้าเฝ้ารอมาแสนนาน...”
ราชันย์พยัคฆ์ขาวกล่าวขึ้นเสียงทุ้มต่ำ
ซุน ที่มองเห็นร่างของ พยัคฆ์วาตะ ซึ่งนอนหมอบต่ำด้วยท่าทางโรยริน ก็อดไม่ได้ที่จะบังเกิดความตื่นตะหนกขึ้นโดยพลัน แรกเริ่มเดิมทีตามความเข้าใจที่ ซุน รับรู้มาก็คือ พยัคฆ์วาตะ ต่อให้หลงเหลือพลังชีวิตที่ไม่มากนัก แต่อย่างไรก็กล่าวได้มาเป็นตัวตนที่ยังมีชีวิตอยู่ หากแต่ทางด้าน ราชันย์พยัคฆ์ขาว คือจิตวิญญาณที่ร่างกายได้สิ้นอายุขัยไปแล้ว ต่อให้เป็นผู้ครอบครองหอคอย ก็ไม่น่าจะมีพลังต่อสู้มากไปกว่า พยัคฆ์วาตะ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากันตรง ๆ
ทว่าสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้านี้ กลับเป็นความย้อนแย้งต่อความเข้าใจ… จิตวิญญาณแห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว มิได้เผยความอ่อนแอใด ๆ ออกมาแม้แต่น้อย ทั้งที่สามารถเล่นงานพยัคฆ์วาตะได้จนสิ้นราบเช่นนั้น… เพียงแค่จิตวิญญาณ จะมีพลังอำนาจเหนือร่างกายที่ยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?!
ซุน แทบสำลักลมหายใจกับเรื่องนี้ อดไม่ได้ที่จะมีความกริ่งเกรงต่อรูปลักษณ์วิญญาณของแมวสีขาวที่มองดูกระจ้อยร่อยตรงหน้า ไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่ามีพลังที่น่าหวาดหวั่นมากเพียงใด หากแต่ชัดเจนอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือเมื่ออยู่ภายใต้อำนาจของหอคอยแห่งนี้ จิตวิญญาณแห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว คงแข็งแกร่งยิ่งกว่า พยัคฆ์วาตะ และ เฒ่าชีเปลือย อย่างไม่ต้องสงสัย…
เวลานี้แม้แต่สีหน้าของ เฒ่าชีเปลือย ก็ยังเผยถึงความกังวลใจบางอย่างออกมา เพราะยังไม่แน่ชัดในตัวตนและเจตนาของราชันย์พยัคฆ์ขาว ว่าแท้ที่จริงแล้วมีเจตนาที่ดีต่อ ซุน หรือไม่… ชายหนุ่มพยายามประคองสติ และฝืนตนข่มจิตใจที่หวาดหวั่น แสดงใบหน้าที่นิ่งสงบที่สุดออกมา…
“ท่านกล่าวว่ากำลังรอคอยผู้สืบทอด หมายถึงตัวข้างั้นหรือ?! อย่าบอกนะว่าท่านเอง ก็มีพลังในการกำหนดชะตากรรมของผู้อื่นได้งั้นหรือ?!” ซุน เอ่ยถามขึ้นตามตรง
จิตวิญญาณแห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว เผยรอยยิ้มเจือจาง… ก่อนใช้ร่างแมวขาวตนนั้นลอยตรงเข้ามาใกล้ ๆ ทำเอา ซุน ถึงกับผงะตั้งท่ายกแขนขึ้นพร้อมสู้ศึกตามสัญชาตญาณ ที่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาใกล้เพื่อเหตุผลอะไร หรือแม้แต่ทางด้าน เฒ่าชีเปลือย ก็ยังแอบขับขานเวทย์อาคมอยู่เช่นเดียวกัน พร้อมรับมือกับเรื่องที่ไม่คาดคิด…
ทว่า แมวขาว ตนนั้นจู่ ๆ ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว กลับกลายเป็นกระแสลมระลอกหนึ่ง และได้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง พลันยืนอยู่เหนือศีรษะของ ซุน เสียแล้ว รอดผ่านทุกการป้องกันด้วยความเร็วของสายลมที่มิอาจจับต้อง… ทั้งยังเลียขนที่เท้าตนเองเบา ๆ ราวกับเป็นนิสัยส่วนตัว มิได้สนใจความหวาดละแวงที่ ซุน และ เฒ่าชีเปลือยแสดงออกมาสักนิดเดียว…
“พลังที่สามารถกำหนดชะตากรรมของผู้อื่นไปตามทิศทางที่ต้องการ มันคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่มีเพียงราชันย์แห่งสุริยะ ผู้ครอบครองบัลลังก์แห่งสุริยะเท่านั้น จึงจะสามารถทำได้… พลังของข้ามีเพียงแค่รับรู้ถึง [สายลมแห่งโชคชะตา] แม้ข้าจะมิอาจกำหนดชะตากรรมตนเองได้ แต่ข้าก็สามารถรับรู้ชะตากรรมของตนเอง ในอนาคตบางส่วนได้…
และข้าก็มองเห็นการดำรงอยู่ของเจ้า ผ่าน [สายลมแห่งโชคชะตา] มาเนิ่นนานแล้ว รู้ดีว่าสักวันเข้าจะต้องขึ้นมาพบข้าที่นี่…” ราชันย์พยัคฆ์ขาว กล่าวขึ้นก่อนจะยกอุ้มเท้าแมวน้อย ๆ นั้นตะกุยไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า ก่อเกิดเป็นวังวงสายลมสีขาวขุ่น ที่ทำให้มิติตรงหน้าเกิดการพร่าเลือน
พริบตาเดียวก็มองเห็นเป็นภาพฉายนิมิตจำนวนหนึ่งจากใจกลางวังวนเหล่านั้น อันเป็นภาพนิมิตทั้งหมด 9 ภาพ ที่สลับไปมาในอึดใจเดียว ซุน จดภาพเหล่านั้นเข้าสู่ห้วงสำนักอย่างที่มิได้ตั้งใจ ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มันเป็นพลังที่คล้าย ๆ กับ [ความทรงจำแห่งสายลมสวรรค์] ที่ พยัคฆ์วาตะ เคยส่งต่อให้กับ ซุน(ตอนที่ 177) ทว่าความแตกต่างก็คือ ภาพที่ ซุน ได้เห็นในวังวนเหล่านี้ มันมิใช่ภาพในอดีต แต่เป็นภาพของชะตากรรมในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง!!
ภาพทั้ง 9 ภาพเหล่านี้ นอกจากจะไม่ปะติปะต่อและไม่มีคำอธิบายชัดเจนอะไรแล้ว… มีแต่ต้องทำความเข้าใจไปเอง ลักษณะคล้ายกับเป็นภาพเดจาวูที่วาบเข้ามาในหัว ทว่าภาพนิมิตนี้มันดูชัดเจนยิ่งกว่านับร้อยเท่า ทั้งยังแฝงเร้นเอาไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ ซุน แทบจะดีใจและโศกเศร้าไปกับภาพที่ปรากฏออกมาเหล่านั้นด้วย…
“นะ…นี่มัน” ซุน แทบจะลืมหายใจในช่วงที่ภาพเหล่านั้นสลับไปมาอยู่ในวังวนสายลม… เผลอเข้าฌานเพื่อจดจำไปอย่างหลงลืมตัว ราชันย์พยัคฆ์ขาว มีรอยยิ้มน้อย ๆ ปรากฏ ก่อนจะขยับเท้าอีกครั้งวังวนดังกล่าวก็พลันเจือจางหายไปดุจลมพายุที่สลายตัว…
“นั่นคือภาพนิมิตจาก [สายลมแห่งโชคชะตา] ระลอกสุดท้าย ที่ เทพหู่(ขาล) เหลือทิ้งเอาไว้ ไม่มีมากไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะ เทพหู่ ได้หมดสิ้นอายุขัยไปตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อน พวกเราเป็นเพียงเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ เทพหู่ ที่เก็บรักษาภาพนิมิตเหล่านี้เอาไว้ให้กับเจ้าเท่านั้น…” ซุ้มเสียงจากในอีกทิศทางหนึ่งดังก้องขึ้น
ซุน ถึงกับต้องหันควับตรงไปยังทิศทางดังกล่าว… ก่อนจะพบกับเงาร่างเอกลักษณ์วิญญาณ ที่เป็นแมวเหลืองอีกตนหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปปรากฏตัวออกมา… ซุน บังเกิดสีหน้าและแววตาที่สับสนขึ้นโดยพลัน แมวขาว ที่ ซุน เข้าใจว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว ในเวลานี้ยังเหยียบอยู่เหนือศีรษะของ ซุน ทว่าแมวเหลืองจากระยะไกลอีกตนที่เพิ่งปรากฏ ก็มีรัศมีและเอกลักษณ์ที่แทบไม่แตกต่างจาก แมวขาว…
และในเวลาต่อมา แมวแดง อีกตนก็เผยร่างจากสายลมสีแดงที่ผ่านพัดเข้ามาอีกระลอกหนึ่ง ปรากฏขึ้นเป็นร่างวิญญาณแมวตนที่สาม!! ใบหน้าของแมวแดงตัวนี้ ดูจะดุร้ายกว่าตนอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย ยิ่งทำให้ ซุน ต้องอ้าปากค้าง เกิดความสับสนขึ้นทันที ว่าแมวตนใดกันแน่คือ ราชันย์พยัคฆ์ขาว ผู้ปกครองหอคอยแห่งนี้
“บะ…บ้าน่า!! นี่มันเรื่องอะไรกัน จิตวิญญาณแห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว สมควรมีแค่หนึ่งเดียวมิใช่หรือ!!” ไม่ต้องกล่าวถึงตัวของ ซุน แม้แต่ เฒ่าชีเปลือย ก็ยังอึ้งงัน พลังวิญญาณที่แมวทั้งสามแผ่ล้นออกมานั้น แทบไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก สิ่งเดียวที่สามารถแยกแยะได้ ก็คือสีของพวกมันเท่านั้นเอง…
แต่แล้ว ความจริงบางอย่างก็ค่อย ๆ เผยออกมาอีกขั้น เมื่อร่างของ พยัคฆ์วาตะ จากที่หมอบคลานหายใจโรยริน จู่ ๆ ก็เกิดการสั่นเยือกขึ้น ก่อนที่จะมีจิตวิญญาณอีกตนหนึ่งลอยออกมาจากร่างของพยัคฆ์ที่หมอบคลานโรยรินตนนั้น…
เป็นจิตวิญญาณของ แมวสีเขียว อีกตนหนึ่ง!!
“เด็กน้อยเอ๋ย… บางสิ่งบางอย่างก็มิใช่เรื่องที่เจ้าจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมดในคราวเดียว แม้แต่ตัวข้าเอง พยัคฆ์วาตะ ก็ยังเพิ่งจะทราบความจริงเมื่อไม่นานมานี้ ว่าแท้ที่จริงแล้วเจตนารมณ์ของ เทพหู่(ขาล) คือสิ่งใด…” น้ำเสียงของ แมวเขียว ตนนี้แม้จะใกล้เคียงกับ แมวทั้งสามก่อนหน้า ทว่า ซุน ย่อมจดจำสำเนียงและความรู้สึกที่ได้ยินเป็นมั่นเหมาะ
นี่คือ เสียงของ พยัคฆ์วาตะ!!
ที่เวลานี้ก่อร่างเป็น จิตวิญญาณของแมวสีเขียว!!
“พะ…พยัคฆ์วาตะ!! นี่ท่านมิได้ถูก ราชันย์พยัคฆ์ขาว เล่นงานไปแล้วหรอกหรือ!!” ซุน เผยความสับสน แม้จะมีพลังในการวิเคราะห์มากมายเพียงใด ก็ยากที่จะหาคำอธิบายกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าได้ครบถ้วน จิตวิญญาณของแมวทุกคนในเวลานี้ ค่อย ๆ ขยับตรงเข้ามาใกล้กับ ซุน…
“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว… สภาพที่เจ้าเห็น คือสภาพที่ข้าพยายามดึงเอาจิตวิญญาณออกมาจากร่างเทียมนั้นต่างหาก พลังชีวิตทั้งหมดจึงถดถอยลงไปตามการชักนำ ข้าขอโทษที่มิได้เป็นผู้นำพาเจ้าขึ้นมาบนหอคอย ตามที่เคยได้สัญญากับเจ้าเอาไว้
แต่ทั้งหมดก็เพราะจิตวิญญาณดวงอื่น ๆ อยากจะทดสอบและเฝ้ามองเจ้าให้เห็นกับตา ข้าจึงต้องจนใจ เลือกที่จะเฝ้ารอเจ้าอยู่บนยอดหอคอยเช่นนี้…” พยัคฆ์วาตะ เอ่ยเนิบนาบพลางถอนหายใจออกมา ทว่านัยน์ตากลับแฝงเร้นความภาคภูมิใจบางอย่าง ที่ ซุน มิได้ทำให้ผิดหวัง สามารถพาตนเองขึ้นมาบนยอดหอคอย โดยไม่หวังพึ่งพอการช่วยเหลือของตน
ซุน ที่ได้ยินเช่นนั้น ก็เรียกได้ว่าใบหน้าบิดงอเต็มที เริ่มเข้าใจแล้วว่าตนนั้นได้เข้าใจผิดไปเอง คิดว่า พยัคฆ์วาตะ และ ราชันย์พยัคฆ์ขาว จะขึ้นมาต่อสู้เป็นตายระหว่างกันบนยอดหอคอย ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นเพียงกระบวนการบางอย่างในการพบเจอกันเท่านั้น ไม่มีการต่อสู้ ไม่มีการฆ่าฟัน จิตวิญญาณของแมวทุกตนล้วนในเวลานี้ ต่างก็เฝ้ามอง ซุน ก้าวผ่านบททดสอบต่าง ๆ ที่ยากลำบากภายในหอคอย…
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง เมื่อ ซุน กวาดตามองตรงไปยังเบื้องหน้าอีกครั้ง… จิตวิญญาณของ แมวม่วง แมวคราม แมวน้ำเงิน และ แมวส้ม ก็ได้ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าตรงหน้า กลายเป็นการรวมตัวกันของ จิตวิญญาณแมว 8 ตน!!
จิตวิญญาณระดับราชันย์สัตว์อสูร 8 ตน!!
“เจ้าเด็กคนนี้ เมื่อได้มองผ่านเหตุการณ์ในหอคอยแล้ว ก็ไม่นับว่าไร้ความสามารถ ถึงจะผ่านด้านทดสอบจิตใจได้มาได้ฉิวเฉียดก็ตามที…” แมวสีส้ม กล่าวขึ้นด้วยท่าทีดูแคลน
“หึหึ… ข้าชอบเจ้านี่นะ หน้าตาดูไม่มีพิษมีภัยดี” แมวม่วง เอ่ยขึ้นทั้งรอยยิ้มประดับ
“บ้าเอ้ย!! เจ้านี้มันเหม็นกลิ่นสุราชะมัด อย่าให้มันเข้ามาใกล้ข้าเชียวนะ!! อ๊า…แต่จะว่าไป มีให้ข้าลิ้มรสสักจอกหรือไม่?!” แมวคราม เผยท่าทีประเดี๋ยวดีประเดี๋ยวร้าย มองดูน่าสบสนยิ่งนัก
ด้านแมวน้ำเงิน เชิดหน้าสูงสายตากดต่ำ ใช้ท่าทีเย่อหยิ่งมิเอ่ยคำใด… เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำเอา ซุน ถึงขั้นทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนควรจะแสดงสีหน้าอย่างไรออกมา ศีรษะราวกับหมุนเคว้ง หากบอกว่านี่คือเรื่องที่ตนกำลังฝันไป ก็คงไม่ลังเลที่จะปักใจเชื่อ…
ก่อนที่ แมวขาว ที่ยังยืนเด่นบนหัวของ ซุน จะตะปมอุ้มเท้า เคาะลงบนกลางหน้าผากของ ซุน เบา ๆ เพื่อเรียกสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงของชายหนุ่มให้กลับคืนมา…
“ไม่ต้องตกใจไปหรอก... พวกเราทั้ง 8 ตน ต่างก็เป็นเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ เทพหู่(ขาล) เทพนักษัตรยุคแรกเริ่ม ที่ก่อนอายุขัยจะจบสิ้น จิตวิญญาณหลักของ เทพหู่ ได้แตกแยกเศษเสี้ยวดวงวิญญาณออกมาเป็นพวกเรา ทั้งหมดก็เพื่อหลีกหนีการตรวจจับจากดินแดนแห่งชะตากรรมของ เทพเทวะ…” แมวขาว ได้เอ่ยอธิบายขึ้นทั้งรอยยิ้ม
จากนั้นความจริงต่าง ๆ ก็ได้ถูกเริ่มเล่าขานอย่างปะติดปะต่อ เกี่ยวกับเรื่องราวตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อนที่เกิดขึ้น โดยมี ซุน เป็นผู้รับฟังท่ามกลางการรายล้อมของ จิตวิญญาณแมวทั้ง 8 ตน…