อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 207 การตัดสินใจของ แมวน้ำเงิน
ตอนที่ 207
ซุน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนักอึ้งในใจอย่างไร้ที่มา เมื่อตนยังไม่ได้บรรลุถึงการยอมรับของเศษเสี้ยวจิตวิญญาณร่างแมวทุกตน หันมองไปยัง แมวม่วง แมวคราม และ แมวเขียว ด้วยความซาบซึ้งใจ แต่เมื่อก้าวมาถึงจุดนี้แล้ว โอกาสที่จะแสวงหาในพลังอยู่ตรงหน้าแล้ว ไหนเลยที่จะยอมแพ้เพียงเท่านี้…
ภายใต้การถูกสอนสั่งนับครั้งไม่ถ้วน ภายใต้การถูกกดดันจากทุกด้าน เกี่ยวกับความบกพร่องในจิตใจที่ ซุน ยังแสวงหาหนทางปลอดภัยให้กันตนเองและเหล่าซือด้วย การหวังพึ่งพาให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าช่วยเหลือ แม้ความรู้สึกเหล่านั้นจะมิใช่เรื่องผิด เพราะไม่ว่าจะผู้ใดก็ย่อมต้องการความปลอดภัยสำหรับตนเองและคนรอบข้างอันเป็นที่รัก…
แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านั้นมันจะทำให้ ซุน ดูกลายเป็นผู้อ่อนแอ ในสายตาของผู้ที่แข็งแกร่ง หากต้องก้าวขึ้นมาในจุดที่สามารถก้มมองใต้หล้าในฐานะราชันย์ อุปนิสัยของ ซุน ในเวลานี้ยังไม่ถือว่าเพียบพร้อม… จนทำให้ถูกปฏิเสธการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น เฒ่าชีเปลือย ก่อนหน้านี้ที่ประตูทดสอบ หรือแม้แต่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณต่าง ๆ อีก 5 ตนตรงหน้า…
ซุน หวนนึก และตระหนักแล้วว่าเมื่อในอดีต เทพหู่ คือผู้มีความเด็ดเดี่ยวถึงขั้นตัดขาดกับ เทพเทวะ ผู้ให้กำเนิดและเจ้าแห่งสรรพชีวิต เพียงเพราะไม่พอใจการกระทำที่ไร้ศีลธรรมของอีกฝ่าย เทพหู่ มีการเตรียมใจที่โดดเด่นเหนือผู้ใด ชนิดที่ว่าต่อให้ต้องประกาศตนเป็นศัตรูกับ ราชันย์แห่งสุริยะ ก็ยังเลือกเส้นทางที่จะเป็นปรปักษ์อย่างถึงที่สุด
จึงไม่แปลกใจเลย ที่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของ เทพหู่ ในแต่ละตนจะมีความเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างถึงที่สุด… หาก ซุน ต้องการความยอมรับ คงต้องเผชิญหน้าการทดสอบที่ยากลำบากอีกมากมาย และแน่นอนว่าเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงอุปนิสัย ก็คงไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ชายหนุ่มถึงขั้นบอกกันตนเองว่าควรมีการเตรียมใจที่มากยิ่งไปกว่านี้อีกหลายเท่า…
ซุน จึงค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าฝั่งที่ถูกแมวแดงตบใส่ ยังบอบช้ำอย่างหนักราวกับปราณคุ้มกันหรืออาคมใด ๆ มิอาจป้องกันมันได้เลย หากมิใช่เพราะอีกฝ่ายออมมือไว้ ศีรษะของ ซุน ก็อาจจะหมุนวนได้รอบไปแล้ว…
“จะเริ่มกันหรือยังล่ะ… การส่งมอบพลังของร่างสถิตน่ะ!!” ซุน เค้นเสียงเย็นออกมา
ดวงตาของจิตวิญญาณแมวทั้ง 8 สี ถึงกับแปรเปลี่ยนไป… ชายหนุ่ม รู้ดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ สิ่งจำเป็นมิใช่คำอธิบาย มิใช่คำถาม แต่เป็นการก้าวเดินต่อ!! จิตวิญญาณเหล่านี้สถิตวนเวียนอยู่ในสายลมมาอย่างยาวนานนับไม่ถ้วน เห็นอะไรต่อมิอะไรมามากมายอย่างที่ ซุน มิอาจจินตนาการ
อีกทั้งด่านทดสอบจิตใจก่อนหน้านี้ ยังทำให้ภาพความทรงจำในอดีตของ ซุน ถูกนำออกมาเปิดเผยให้แมวทุกตนได้เห็นเป็นที่เรียบร้อย… ไหนเลยที่ ซุน จะใช้วาจาต่อรอง หรือเล่นละครตบตาอะไรได้ มีเพียงแต่ต้องเดินตามรอยเจตนารมณ์ของ เทพหู่ ที่จิตวิญญาณแมวเหล่านี้เชื่อถือที่สุดเท่านั้น จึงจะเปลี่ยนสถานการณ์ที่เป็นรองนี้สู่ความคลี่คลาย…
แมวขาว เผยรอยยิ้มเจือจาง ถึงแม้ว่าแมวขาวจะมีอากัปกิริยาที่เป็นมิตรกับ ซุน อยู่ไม่น้อยตั้งแต่แรกแล้ว เพราะแมวขาวคือผู้สืบทอดเจตนารมณ์จาก เทพหู่ มามากที่สุด… แต่ในฐานะที่เป็นผู้นำจิตวิญญาณแมวทั้ง 8 ตน ย่อมต้องมีหลักเกณฑ์ความชัดเจนในการเลือกฝั่งฝ่าย มิได้ใช้ความรู้สึกส่วนตัว ดังนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว ซุน ยังไม่มีความพร้อมทั้งพื้นฐานร่างกาย และรากฐานจิตใจ ตนก็จึงจำต้องเลือกที่จะยังไม่ยอมรับ…
พริบตานั้นเองที่ แมวขาว ได้แผ่ล้นพลานุภาพสยบไร้เทียมทานออกมา เป็นพลังที่สามารถสั่นคลอนหอคอยได้ทั้งหลัง เหนือล้ำยิ่งกว่าแมวตนอื่น ๆ กระทั่ง เฒ่าชีเปลือย ยังต้องเผยสีหน้าประหลาดขึ้นมา… ซุน ราวกับถูกสายลมกรรโชก อาภรณ์โบกสะบัดอย่างรุนแรง จนต้องยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้า
สายลมสีขาวขุ่นได้โอบอุ้มเรือนกายมหึมาของ ราชันย์พยัคฆ์ขาว ที่ด้านหลัง… นี่คือร่างเทียมที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก ลูกแก้วดวงจิตและซากร่างดั้งเดิมของ เทพหู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ ราชันย์พยัคฆ์ขาว เต็มไปด้วยกลิ่นอายของ เทพหู่ ทั้งยังเป็นร่างเทียมที่ด้านในมีลูกแก้วดวงจิตดำรงอยู่จริง ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครสามารถแยกแยะได้…
ร่างเทียม ราชันย์พยัคฆ์ ขยับได้เพราะถูกสายลมสีขาวควบคุม อ้าปากออกมาอย่างช้า ๆ ก่อนจะมี ลูกแก้วดวงจิต ที่มิอาจคาดคะเนความเก่าแก่คร่ำครึค่อย ๆ ลอยออกมาจากปาก… สิ่งนี้คือมรดกที่ถูกเก็บซ่อนและเก็บรักษามานานนับล้านปี…
ลูกแก้วดวงจิตของ เทพหู่(ขาล) หนึ่งในเทพนักษัตรที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีพลังความแข็งแกร่งอยู่ในระดับแนวหน้า… เป็นสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่ม ที่ เทพเทวะ ได้สร้างขึ้นมาบนสุริยะ 4 ดวงดาวแห่งนี้…
เมื่อลูกแก้วดวงจิตนี้ ลอยตรงมาเบื้องหน้าของ ซุน เพียงแค่มองเห็น ยังทำให้ ซุน รู้สึกหนักอึ้งไปทั้งเรือนกายและจิตวิญญาณ สัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราดแห่งราชันย์เหนือราชันย์ ชายหนุ่ม ถึงกับสูดลมหายใจลึกอย่างลืมตัว จมจ่อมไปกับอำนาจที่น่าพรั่นพรึง…
แมวขาว ยกมุมปากเล็ก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเป็นครั้งสุดท้าย…
“พร้อมแล้วหรือไม่… ที่จะสูญเสียพื้นฐานลมปราณก่อนหน้านี้ทั้งหมด…”
ซุน ที่ได้ยินเช่นนั้นก็หันควับตรงไปในทันที…
“อะไรนะ!! สูญเสียพื้นฐานลมปราณ หมายความว่ายังไง!!”
“หึหึ… ดูเหมือนเจ้าจะยังไม่ทราบงั้นสินะ การจะเป็นร่างสถิตได้นั้น จำเป็นต้องใช้ลูกแก้วดวงจิตผสานหลอมรวมเข้ากับจุดตันเถียน อันเป็นแหล่งกำเนิดพื้นฐานลมปราณ… แน่นอนว่าเมื่อเกิดการผสาน มันจะทำให้มันกลายเป็นจุนตันเถียนพิเศษขึ้นมา ดังนั้นพื้นฐานของจุดตันเถียนเดิม ย่อมต้องถูกสลายไปทั้งหมด จึงต้องเริ่มทำการสร้างพื้นฐานขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่ชนชั้นลมปราณสีม่วงขั้นที่ 1 นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้…” แมวขาว เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ทว่า ซุน กลับรู้สึกราวสายฟ้าฟาดผ่ากลางใจ!! เพราะมันย่อมเท่ากับว่าความลำบากตรากตรำตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา รวมถึงทรัพยากรมากมายที่ใช้ไปในการบ่มเพาะ ทั้งหมดล้วนต้องมลายหายไปอย่างไร้ค่า… ต่อให้มันเป็นเพียงเวลาแค่ 1 ปี แต่อย่างไรก็นับว่าเป็นความสูญเสียที่มหาศาลเกินไปสำหรับ ซุน
“บะ…บ้าน่า!! ไม่มีวิธีการอื่นที่จะแก้ไขได้เลยงั้นหรือ!!”
“ไม่หรอก... อันที่จริงมันก็พอจะมีวิธีอยู่บ้าง ถึงมันจะเป็นวิธีการที่อันตรายมากก็ตาม…” แมวเขียว ที่อยู่ข้างกายฝ่ายสนับสนุน ซุน เอ่ยขึ้น แน่นอนว่า แมวเขียว คืออดีตพยัคฆ์วาตะ ย่อมกล่าวได้ว่าสำหรับ ซุน แล้ว แมวเขียว มีความสัมพันธ์และความน่าเชื่อถือมากกว่า แมวตนอื่น ๆ หลายเท่า
ซุน ฉุกใจคิดเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับความลำบาก 1 ปีที่ผ่านมาแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเผยแววตาแห่งความหวัง รอแมวเขียวกล่าวต่อ…
“การผสานลูกแก้วดวงจิตกับจุดตันเถียน เป็นกระบวนการที่มิอาจหลีกเลี่ยง อย่างไรมันก็จำเป็นต้องเกิดขึ้นหากเจ้าจะเป็นร่างสถิตสัตว์อสูร… แต่ทว่า หากพวกเราสามารถดึงเอาพื้นฐานลมปราณจากภายในจุดตันเถียนเดิม ออกมาไว้ที่ด้านนอกให้คงสภาพเอาไว้
และหลังกระบวนการผสานเสร็จสิ้น ก็ค่อยนำพื้นฐานเหล่านั้นใส่กลับเข้าไปในจุดตันเถียนใหม่อีกครั้ง เท่านี้เจ้าก็สามารถกลายเป็นร่างสถิต โดยยังคงพื้นฐานลมปราณเดิมไว้ได้ และไม่ต้องทำการบ่มเพาะใหม่ตั้งแต่ต้น…” แมวเขียว เอ่ยอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ซุน ถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยว แม้แต่ เฒ่าชีเปลือย ที่ได้ยินก็ยังอึ้งงัน เนื่องจากวิธีการเช่นนี้ออกจะนอกเหนือกฎเกณฑ์เกินไป และแน่นอนว่าการดึงพื้นฐานลมปราณออกมาจากจุดตันเถียน เพื่อให้คงสภาพไว้ด้านนอก เพียงแค่ฟังดูยังรู้สึกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะพื้นฐานลมปราณมิได้มีรูปธรรมเช่นนั้น!!
แมวคราม ที่อยู่ฝั่งสนับสนุน ซุน เช่นเดียวกัน ก็หัวเราะออกมา…
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่ายังไง เจ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้งั้นหรือ?! พวกเราคือเศษเสี้ยวจิตวิญญาณทั้ง 8 เป็นตัวแทนของลมปราณในชนชั้นต่าง ๆ รวมไปถึงอารมณ์ทั้ง 8 อย่างของ เทพหู่ ด้วยพลังของพวกเรา ย่อมสามารถดึงเอาพื้นฐานลมปราณของเจ้ามาเก็บรักษาไว้ชั่วคราวได้อยู่แล้ว…
ปัจจุบันเจ้าเป็นชนชั้นลมปราณสีเขียว ดังนั้นก็ต้องใช้ แมวม่วง ตัวข้า แมวน้ำเงิน และ แมวเขียว 4 ตน ช่วยกันดึงพื้นฐานลมปราณในชั้นต่าง ๆ ของเจ้ามาเก็บรักษาเอาไว้ จากนั้นก็ค่อยส่งคืนให้กับเจ้า เมื่อยามที่กระบวนการร่างสถิตเสร็จสมบูรณ์…
ทว่ามันก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง…” แมวคราม เอ่ยขึ้น ก่อนจะมองไปยัง แมวน้ำเงิน ซึ่งอยู่ฝั่งที่ไม่ได้สนับสนุน ซุน… “แผนการนี้หากไม่มี แมวน้ำเงิน ยื่นเท้าเข้าช่วยเหลือ มันก็ไม่มีทางประสบผลสำเร็จได้…”
สิ้นเสียงของ แมวคราม เวลานี้ ทุกสายตาต่างก็จดจ้องไปยังแมวน้ำเงินแสนเย่อหยิ่ง ที่เวลานี้ยังคงทอดมองมายัง ซุน ด้วยความดูแคลนไม่ต่างไปจากคราแรก... แน่นอนว่าเมื่อ ซุน ได้ฟังเช่นนั้นแล้ว ก็เข้าใจถึงหลักการในทันที แมวม่วง แมวคราม และ แมวเขียว คงพร้อมจะช่วย ซุน อยู่แล้ว ส่วน แมวเหลือง แมวส้ม แมวแดง และ แมวขาว เป็นระดับพลังที่ ซุน ยังก้าวไปไม่ถึง ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องไปร้องขอ…
เหลือแค่เพียง แมวน้ำเงิน เท่านั้น…
ซุน ไม่มีทางเลือก และหากจะให้ตนเอ่ยปากวิงวอนร้องขอออกไป คงไม่แคล้วถูกดูแคลนมิต่างจากเดิม ถูกตราหน้าว่าเอาแต่พึ่งพาผู้อื่น โดยไม่ซึ่งความพยายาม… คิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็ได้แต่ สูดลมหายใจลึก ก้าวเดินตรงไปประสานมือยังเบื้องหน้าแมวสีน้ำเงิน โค้งตัวอย่างสุภาพ…
“ข้าพร้อมจะรับบททดสอบจากท่าน... เพื่อแลกกับการสนับสนุนครั้งนี้…”
ทุกจิตวิญญาณรอบด้านล้วนเงียบงัน ไม่เว้นแม้แต่ เฒ่าชีเปลือย ไม่อาจมีใครสามารถออกความเห็นได้ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ แมวน้ำเงิน… ตัวแทนจิตใจแห่งความหยิ่งทะนงของ เทพหู่ ดวงนี้แน่นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะใช้เท้าตะกุยไปยังความว่างเปล่าตรงหน้า สร้างกระแสลมสีน้ำเงินหมุนวนขึ้น…
สายลมสีน้ำเงินนี้หมุนวนรุนแรง เกิดเสียงกรีดเฉือนชั้นบรรยากาศดังเสียดแก้วหู เพียงแค่มองดูยังสัมผัสได้ถึงความแหลมคมราวกับเป็นกงเล็บของพยัคฆ์ที่ตวัดไปมา นี่เป็นพลังที่เหนือล้ำยิ่งกว่าวังวนกระบี่ไร้สิ้นสุดเสียอีก แน่นอนว่า แมวน้ำเงิน ได้จำกัดขอบเขตของพลังเอาไว้หลายส่วนเพื่อให้มันเป็นเพียงการทดสอบ มิใช่เพื่อการสังหาร...
“สายลมสีน้ำเงิน คือสายลมแห่งกงเล็บพยัคฆ์ พลังในการกรีดเฉือนสูงส่งราวกับกงเล็บพยัคฆ์ที่ถูกตวัดไปมาอย่างไม่จบไม่สิ้น… การทดสอบของข้านั้นง่ายดายยิ่งนัก เพราะถือเป็นการทดสอบแรกสำหรับเจ้า เพียงแค่เจ้าสามารถก้าวเข้าไปอยู่ในกลางวังวนสายลมสีน้ำเงินนี้ และอดทนให้ได้เป็นเวลาหนึ่ง….” ยังไม่ทันที่ แมวน้ำเงิน จะเอ่ยเงื่อนไขได้จบครบประโยค
ซุน กลับพุ่งพรวดเข้าไปในวังวนสายลมสีน้ำเงินนั้นในทันที ดวงตาของชายหนุ่มเผยความเด็ดเดี่ยวหาญกล้า นอกจากจะไม่โคจรอาคมคุ้มกายใด ๆ แล้ว แม้แต่ลมปราณคุ้มกันก็ไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ เพราะ ซุน ตระหนักดีว่านี่คือการทดสอบความมุ่งมั่น แม้ตนจะพยายามป้องกันเพียงใด แมวน้ำเงิน ก็คงสามารถยกระดับความรุนแรงได้ตามกันป้องกันอยู่ดี
พริบตาที่สายลมสีน้ำเงินนี้ผ่านร่าง ยังทำให้อาภรณ์สีขาวขุ่นถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ผิวกายถูกปาดเฉือนเกิดเป็นแผลฉกรรจ์ ความเจ็บปวดในครั้งแรกย่อมมิต้องเอ่ยอธิบาย ทว่าชายหนุ่มกลับกัดฟันแน่นจนมีโลหิตไหลที่มุมปาก ไม่ยอมเอ่ยเสียงร้องใด ๆ ผ่านไรฟัน ก้าวเดินลึกฝ่าสายลมเข้าไปจนหยุดอยู่ใจกลางวังวนสายลมสีน้ำเงิน
ทุก ๆ ลมหายใจที่เข้าออก ร่างกายของ ซุน มีแต่บาดแผลที่เพิ่มขึ้นจนนับได้ไม่หมด อาภรณ์จากที่ ฉีกขาดเป็นชิ้นใหญ่ ๆ บัดนี้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จนเผยให้เห็นเรือนกายที่อาบท่วมไปด้วยโลหิตและบาดแผล แม้ใบหน้ายังไม่มีตารางนิ้วใดที่เรียบเนียน เส้นผมสีดำที่ยาวสยาย บัดนี้ถูกตัดเฉือนจนแหว่งขาดไม่เป็นทรง ความสง่าทั้งหมดถูกทำลายไม่หลงเหลือ จะมีก็แต่แววตาที่ยังฉายประกายความเด็ดเดี่ยวไม่ยินยอม…
จิตวิญญาณของแมวทั้ง 8 ตน อดไม่ได้ที่จะอึ้งงัน… ไม่เว้นแม้แต่ แมวสีน้ำเงิน ที่ยังไม่ได้กล่าวถึงขอบเขตการทดสอบที่ ซุน จะต้องอดทนด้วยซ้ำ…
สายลมสีน้ำเงินเวลานี้ ผสมปนเปไปด้วยสีแดงของโลหิตที่หมุนวน!!
“ไม่จำเป็นต้องกล่าวออกมา ว่าจะให้ข้าอดทนยาวนานเพียงใด… เชิญท่านทดสอบไปจนกว่าตัวท่านจะพึงพอใจ ตราบที่ข้ายังไม่ตาย…ข้าก็จะไม่ยอมแพ้!!” เสียงของ ซุน ที่กล่าวออกมาเวลานี้ แน่นหนักอย่างที่ไม่เคยกล่าวมาก่อน
เวลานี้ ซุน ไม่สนใจในสภาพร่างกายอีกแล้ว ทั้งยังไม่ได้นำเรื่องของเหตุและผลมาขบคิดวิเคราะห์เฉกเช่นทุกครั้งก่อนหน้านี้… ทั้งหมดก็เพียงเพื่อต้องการพิสูจน์การเตรียมใจของตนเอง ให้ แมวสีน้ำเงิน ได้ประจักษ์แก่สายตา…
……………………………………………………