อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 208 ร่างสถิต แห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว
ตอนที่ 208
การแสดงออกของ ซุน เหนือความคาดหมายของ จิตวิญญาณทุกตนที่เฝ้ามองอยู่ ไม่เว้นแม้แต่สายตาที่เย่อหยิ่งของ แมวน้ำเงิน ที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย… สายลมสีน้ำเงิน สายลมแห่งกงเล็บพยัคฆ์ คือหนึ่งในทักษะที่ทรงพลังของ เทพหู่ แม้จะจำกัดพลังลงมาเพื่อทำการทดสอบ แต่ก็มิใช่สิ่งที่ผู้เยาว์คนหนึ่งจะสามารถทนต่อความเร็วปวดเหล่านี้ได้
เรือนกายของ ซุน สั่นเยือกจนมองเห็นด้วยตาเปล่า ร่างกายกรีดร้องคล้ายต้องการให้จิตวิญญาณนำพาหลีกหนีออกจากสิ่งนี้ ทว่าด้วยจิตใจที่ตั้งมั่น ซึ่งไม่หลงเหลือโอกาสให้ ซุน ได้ถอยมากกว่านี้อีกแล้ว จึงต้องพยายามสะกดข่มความเจ็บปวดเหล่านั้นเอาไว้ ด้วยการกัดฟันทนจนแนบแน่น...
แรกเริ่มเดิมที แมวน้ำเงิน ตั้งใจจะกำหนดช่วงเวลาทดสอบแค่เพียงร้อยอึดใจ แต่เพราะความเด็ดเดี่ยวที่ ซุน ได้แสดงออกมา และด้วยท่าทีเช่นนั้นอีก ซึ่งมิต่างคำท้าทายที่พุ่งตรงมายัง แมวน้ำเงิน นั่นจึงเป็นเหตุใดการทดสอบนี้ ถูกยืดออกไปอีกระดับ!!
แมวน้ำเงิน อยากเห็นว่าสิ่งที่ ซุน แสดงออกมานั้น เป็นเพียงแค่การแสดงตบตาหรือความตั้งใจที่แท้จริง การเตรียมใจมิใช่สิ่งที่สามารถเสแสร้งออกมาได้ ร่างกายของ ซุน ค่อย ๆ ถูกเชือดเฉือนอย่างทารุณ ไม่มีความปราณีใด ๆ ในการทดสอบ
แม้แต่ แมวตนอื่น ๆ หรือแม้แต่ เฒ่าชีเปลือย ก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่คิดว่าแมวน้ำเงินจะใจแข็งดื้อดึงถึงเพียงนี้ สมเป็นตัวแทนแห่งความหยิ่งทะนงของ เทพหู่… หูของ ซุน ข้างหนึ่งขาดแหว่งจากการกรีดเฉือน ปลายนิ้วก้อยซ้ายถูกตัดขาดจากกระแสลม เส้นผมบนศีรษะถูกตัดจนสั้นเตียน มองดูสภาพแล้วน่าเวทนาเป็นอย่างยิ่ง
ยามนี้ เฒ่าชีเปลือย เริ่มที่จะแสดงท่าทีร้อนรนออกมาแล้ว ทว่าในขณะที่ เฒ่าชีเปลือย กำลังจะใช้เวทย์อาคมเข้าขัดขวาง สายตาของ แมวขาว ก็จดจ้องเขม็งมองมาด้วยความไม่พอใจ… “แม้การดำรงอยู่ของเจ้า จะเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของโชคชะตา และเจ้าเองก็ช่วยสั่งสอนเด็กคนนี้ให้ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เหมาะสม เรื่องนี้พวกเราต้องขอชื่นชม…
ทว่า… เจ้าเองก็มีส่วนทำให้ ซุน นั้นเติบโตได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นเช่นเดียวกัน!! แม้ภายนอกจะเหมือนว่าเจ้านั้นทำหน้าที่เพียงเฝ้ามองการเติบโต แต่ในทุก ๆ ครั้งที่ ซุน มาถึงขอบเขตที่ยากจะก้าวผ่านไปได้ เจ้าก็มักจะยื่นมือเข้าช่วยเหลืออยู่เสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ ซุน ตระหนักว่ายังมีเจ้าคอยช่วยเหลือตลอดเวลา ความช่วยเหลือของเจ้าคือการขัดขวางความทะเยอทะยาน
จริงอยู่ที่เจ้านั้นรู้ดีในเรื่องนี้ และย้ำเตือนกับ ซุน อยู่บ่อยครั้ง แต่ท้ายที่สุดกลับเป็นเจ้าเองที่ใจอ่อนเกินไป… ดังนั้นแล้วนับจากเวลานี้เป็นต้นไป พวกเราจะยินยอมให้เจ้าคอยชี้แนะเด็กคนนี้ได้อยู่ แต่ไม่ยินยอมให้เจ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือตรง ๆ เฉกเช่นที่ผ่านมาอีก!! มิเช่นนั้นจะถือว่า ซุน ขาดคุณสมบัติที่จะได้รับจิตวิญญาณในส่วนที่เหลือทันที…” แมวขาว ยื่นคำขาดออกมา
เฒ่าชีเปลือย ถึงกับเบิกตากว้างขึ้น ก่อนจะกำหมัดแนบแน่นและตัดสินใจไม่ขัดขวาง… บางที เฒ่าชีเปลือย ก็อาจจะอยากได้ยินเงื่อนไขเช่นนี้ก็เป็นได้ เพื่อให้ตนนั้นตระหนักในทุก ๆ ครั้งมิให้ทำในสิ่งที่ไม่สมควร อยากเช่นยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเช่นทางเติบโตของ ซุน…
สายตาของ เฒ่าชีเปลือย มองไปยัง ซุน ด้วยความคาดหวัง…
ซุน แม้จะอยู่ในวังวนสายลมสีน้ำเงิน ทว่าก็ยังได้ยินสิ่งที่ แมวขาว กล่าวกับ เฒ่าชีเปลือย ในทุก ๆ คำอย่างชัดเจน... จึงหันมองมายัง เฒ่าชีเปลือย เผยแววตาเด็ดเดี่ยว พยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ ว่าจงทำตามที่แมวขาวว่ามา เพราะ ซุน เองก็เตรียมใจในเรื่องนี้ไว้แล้วเช่นเดียวกัน…
ชายหนุ่มกดฟันแน่น ก่อนจะคำรามเสียงดุดันราวพยัคฆ์ร้าย…
“นี่หรือพลังของ เทพหู่ ในตำนาน!! ยุงกัดยังเจ็บกว่านี้อีก!!”
แมวน้ำเงิน ถลึงตาขึ้นทันที เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันให้ได้เห็น…
“เจ้าเด็กบ้า!! อยากตายจริง ๆ งั้นสินะ!!”
วังวนสายลมสีน้ำเงิน จู่ ๆ ก็ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงขึ้นมาอีกระลอก… นิ้วมืออีกสองนิ้วของ ซุน ขาดสะบั้นทันที อาภรณ์ในเวลานี้ไม่หลงเหลือแม้สักชิ้น กลายเป็นเศษผ้าที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดปลิวหมุนวนตามกระแสลม… ซุน ในร่างที่เปลือยเปล่ายังยืนนิ่งไม่ขยับ สติแทบจะพร่าเลือนเพราะอาการบาดเจ็บและโลหิตที่สูญเสียไป…
พริบตานั้นเอง แมวม่วง แมวคราม และ แมวเขียว ถึงกับเข้ามาโอบล้อม แมวน้ำเงิน ด้วยใบหน้าที่ดุร้าย ชัดเจนว่าทั้งสามตนรู้สึกว่าการทดสอบครั้งนี้เกินขอบเขตไปแล้ว… นั่นจึงทำให้ แมวน้ำเงิน พ่นลมหายใจออกมาระลอกหนึ่ง หันมองไปยัง ซุน ที่อดทนได้มากกว่า 300 ลมหายใจเข้าออก ก่อนที่ แมวน้ำเงิน จะเริ่มตระหนักว่าหากลงมือมากไปกว่าก็คงไร้ความหมาย เพราะ ซุน คงไม่มีทางยอมแพ้อีกแล้ว การลงมือหนักขึ้นมีแต่จะเป็นการสังหาร ซุน ไปเท่านั้น…
แมวน้ำเงิน ตวัดหางแรง ๆ ครั้งหนึ่ง วังวนสายลมสีน้ำเงินก็พลันสลายตัว เหลือทิ้งไว้เพียงแอ่งโลหิต และเศษอาภรณ์ที่ถูกย่อมจนเป็นสีแดงร่วงหล่นลงพื้น… ซุน ยืนหยัดด้วยร่างที่สั่นเยือกเปลือยเปล่า แววตายังคงแข็งกร้าวและแดงฉาน นิ้วมือที่กุดหายไปสามนิ้ว หูที่ขาดแหว่งไปข้างหนึ่ง เส้นผมที่ถูกกร่อนจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างกายที่ไม่มีตารางนิ้วใดไร้บาดแผล… ภาพเหล่านี้ยิ่งมองก็ยิ่งทำให้ทุกสายตาเผยความชื่นชมในความอดทน ซึ่งเกินกว่าระดับที่มนุษย์จะสามารถทนรับได้…
“ขะ…ข้าผ่านหรือไม่” เสียงของ ซุน แหบแห้งแผ่วเบา ดูเหมือนว่าแม้แต่ลำคอยังมีร่องรอยของหลอมลมที่เกิดบาดแผล…
“เหอะ!! ถือว่าเจ้าโชคดี ที่การทดสอบของข้า เป็นเพียงการทดสอบง่าย ๆ ก็ได้, ก็ได้, ก็ได้!! ครั้งนี้ข้าจะยอมรับในตัวเจ้า!!” แมวน้ำเงิน กระแทกเสียงอย่างไม่พอใจนัก
เมื่อได้ยินว่าผ่านการทดสอบแล้ว ซุน ทรุดเข่าลงไปในทันที รู้สึกว่าพร้อมจะหมดสติได้ตลอดเวลา… แต่แล้วในพริบตานั้นเอง แมวเหลือง ที่ไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ที่ปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังมีแววตาที่เศร้าหมองตลอดเวลา ตัวแทนจิตใจแห่งความโศกเศร้าของ เทพหู่ ก็ลอยตรงมายัง ซุน…
จากนั้น สายลมสีเหลืองประกายริ้วสีทอง ก็ถูกโบกสะบัดพัดวนเวียนไปยังรอบกายของ ซุน… มันเป็นสายลมแห่งความอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการฟื้นฟู บาดแผลเริ่มสมานกลับเป็นปกติ แม้แต่นิ้วที่กุด หรือหูที่ขาดแหว่ง ก็ค่อย ๆ ฟื้นฟูกลับคืนมา ไม่เว้นแม้แต่เส้นผมที่ถูกสายลมพัดให้กลับมาต่อยังส่วนที่ขาดไป… ราวกับมันเป็นสายลมแห่งปาฏิหาริย์บางอย่าง ที่ไม่อาจนำกฎเกณฑ์มาใช้อธิบาย…
“สายลมสีทอง… สายลมแห่งการเยียวยา…”
ร่างกายที่ชำรุดเสียหายของ ซุน ได้รับการเยียวยาในเวลาอันสั้น แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ จิตวิญญาณของ แมวทั้ง 8 ต่างรู้ดีอยู่แล้วว่าอาการบาดเจ็บทั้งหมดของ ซุน ในการทดสอบ จะสามารถฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้ นั่นจึงเป็นเหตุให้การลงมือเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัว และไร้ความปราณี หมายบดทำลายความเชื่อมั่นทั้งหมดของ ซุน
และแน่นอนว่า ซุน รวมไปถึง เฒ่าชีเปลือย มิได้ล่วงรู้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย แต่ที่ ซุน ยอมทุ่มเทสุดกำลังเช่นนั้น ก็เพื่อแสดงถึงการเตรียมใจของตนเอง บาดแผลเหล่านั้นที่ได้รับ ซุน คิดเพียงแค่ว่าเป็นการชดเชยต่อความผิดพลาดในอดีต ภาวนาขอให้ผ่านการทดสอบนี้ไปให้ได้ แล้วจึงค่อยหาทางรักษาไปเรื่อย ๆ ไม่ว่ามันจะใช้เวลายาวนานมากเพียงใดก็ตามที…
“นะ…นี่มัน?!” ซุน สำรวจตนเองด้วยที่ทีงุนงง เวลานี้นอกเหนือจากความเจ็บปวดบางจุดที่ยังคงตกค้างและอาภรณ์ที่ไม่มีปกปิดแล้ว สภาพร่างกายของ ซุน แทบมิได้แตกต่างไปจากก่อนเริ่มการทดสอบ กระทั่งรอยแผลเป็นที่ควรจะมียังไม่หลงเหลือให้ได้เห็น…
“หาอาภรณ์มาสวมใส่ได้แล้ว อยากยืนอุจาดตาเคียงคู่กับข้าหรือไง?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน ทว่าภายในใจก็แอบปิติยินดีด้วยอยู่ไม่น้อย หลงนึกว่าฝูงแมวเหล่านี้จะลงมือโดยไม่ตระเตรียมการรองรับ
ซุน มีประสบการณ์ที่อาภรณ์ขาดวิ่นอยู่บ่อย ๆ จึงมีอาภรณ์สำรองไว้มากมายในแหวนมิติ รีบดึงมาสวมทับอย่างลวก ๆ ทันที จนถึงตอนนี้สีหน้ายังตกอยู่ในความสงนสนเท่ห์ หันมองไปยัง แมวเหลือง ตนนั้นด้วยความกระหายใคร่ รู้ได้จากสัญชาตญาณว่า สายลมสีทองแห่งการฟื้นฟูนี้ ถือเป็นหนึ่งในทักษะของ เทพหู่ อย่างแน่นอน และเมื่อ ซุน เป็นร่างสถิต ก็คงสามารถใช้ทักษะนี้ได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง…
แมวน้ำเงิน เวลานี้แม้ใบหน้าจะคล้ายไม่สบอารมณ์ ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งเช่นเดิม ทว่าตำแหน่งที่ แมวน้ำเงิน ลอยอยู่ กลับเป็นฝั่งของ ซุน เรียบร้อยแล้ว กลายเป็นจำนวนของทั้งฝั่งฝ่ายที่เทียบเท่ากัน 4 ต่อ 4
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็อย่ามัวเสียเวลาอีกเลย… ลงมือเถอะ!!” แมวเขียว กล่าวขึ้นกับ แมวม่วง แมวคราม และ แมวน้ำเงิน
ทั้ง 4 ตน ย่อมรู้ดีว่าควรจะทำยังไง… ลอยตรงเข้ามาโอบล้อมตำแหน่งของ ซุน เป็นสี่ทิศ แววตาของแมวแต่ละตนล้วนน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ราวกับว่าวิธีการนี้จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง และมีความอันตรายอยู่ไม่น้อย…
“ทนให้ได้อย่างเมื่อครู่ก็แล้วกัน…” แมวน้ำเงิน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ซุน ถึงกับสูดลมหายใจลึก สัญชาตญาณบอกกับ ซุน ว่ากระบวนการดึงเอาพื้นฐานลมปราณทั้ง 4 สายออกมาจากร่างนั้น คงเป็นอะไรที่มิต่างกับการดึงเอาอวัยวะภายในออกมาอย่างแน่นอน... หลังจากที่ตระเตรียมใจ ชายหนุ่ม ก็พยักหน้าเบา ๆ เผยแววตามุ่งมั่นอีกครั้ง…
แมวเขียว ลงมือเป็นตนแรก ใช้สายลมสีเขียวโอบล้อมเรือนกายของ ซุน จนยกลอยสูงเหนือพื้น จากนั้นก็แทรกซึมสายลมสีเขียวเข้าไปในร่าง มุ่งตรงไปยังจุดตันเถียน… ซุน สัมผัสได้ถึงการแทรกแซงบางอย่าง แต่ในจังหวะที่ แมวเขียว ฉุกกระชากเอาบางสิ่งออกมาจากจุดตันเถียน ความเจ็บปวดที่ราวกับกระดูกถูกดึง เส้นโลหิตถูกบีบเค้น ก็บังเกิดขึ้น…
อึก! ซุน เจ็บปวดจนหน้าแดงก่ำ ดวงตาแดงฉาน แต่ก็ยังพยายามสะกดเสียงร้องเอาไว้… พริบตานั้นรัศมีลมปราณสีเขียวของ ซุน ก็พลันสลายหายไป เหลือเพียงพื้นฐานชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นสูงสุด พื้นฐานก่อนหน้านี้กลับกลายเป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีเขียว ที่ถูกโอบล้อมด้วยสายลมสีเขียว…
จากนั้น แมวน้ำเงิน แมวคราม และ แมวม่วง ก็ทยอยลงมือ… ซุน รู้สึกราวกับถูกดึงเอาอวัยวะภายในออกมาทั้งที่ยังมีสติ ความเจ็บปวดที่ยากจะอธิบาย เหนือล้ำยิ่งกว่าทุกการฝึกที่ผ่าน ๆ มา ส่วนหนึ่งย่อมเกิดจากร่างกายที่อ่อนแอลงในฉับพลัน
จากเดิมที่เคยแข็งแกร่งในระดับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของทวีป… แต่ ณ เวลานี้ ซุน ไม่หลงเหลือพื้นฐานลมปราณอยู่ในร่างกายของตนอีกแล้ว กลับกลายเป็น ซุน เมื่อหนึ่งปีก่อน ในตอนที่อยู่สถานศึกษาศาสตร์อักษร เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่ไม่มีพื้นฐานลมปราณใด ๆ ในร่าง
แมวทั้ง 4 เวลานี้ ถือครองพื้นฐานลมปราณของ ซุน อันเป็นกลุ่มก้อนพลังงาน... ก่อนจะมองไปยัง แมวขาว ผู้ซึ่งรับหน้าที่ในกระบวนการสุดท้าย สำหรับการผสานร่างสถิต… เวลานี้ ลูกแก้วดวงจิตของ เทพหู่ ได้ลอยตรงมาเหนือร่างที่ไร้พลังลมปราณของ ซุน
“ตราบเท่าที่เจ้ายังไม่ได้เป็นร่างสถิตที่สมบูรณ์ เพื่อมิให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของ เทพหู่ ดังนั้นเจ้าห้ามเรียกตนเองว่าเป็น ร่างสถิตของ เทพหู่(ขาล) โดยเด็ดขาด… ทว่าหลังจากนี้เจ้าสามารถบอกกับทุกคนได้อย่างเต็มปาก ว่าเจ้าก็คือ…
ร่างสถิต แห่งราชันย์พยัคฆ์ขาว…”
ลูกแก้วดวงจิตของ เทพหู่ แตกสลายหลายเป็นอณูพลังหลากสี ก่อนจะแทรกซึมไปยังจุดชีพจรและรูทวารทั่วร่างของชายหนุ่ม… ตลอดการทดสอบของ แมวน้ำเงิน หรือแม้แต่การดึงพื้นฐานลมปราณออกจากร่าง ซุน สะกดสามารถกลั้นเสียงร้องของความเจ็บปวดได้อย่างชะงักงัน
ทว่าในเวลานี้ ซุน กลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่มากยิ่งไปกว่านั้นเป็นร้อยเท่าพันทวี เสียงกรีดร้องเจ็บปวดที่ไม่อาจสะกดเอาไว้ ถูกปล่อยออกมาภายใต้แววตาที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาของสัตว์ร้าย พร้อมกับเส้นผมและคิ้วทั้งหมดที่เริ่มถูกย้อมเปลี่ยนจากสีดำสนิท ให้กลายเป็นสีขาวโพลนดุจเส้นขนของพยัคฆ์ขาว…
…………………………………………..