อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 216 กังจื่อหราน พรรคเซียนประทาน
ตอนที่ 216
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ และ ซุน ก็ได้แสดงความเชี่ยวชาญด้านการเกี้ยวพาสตรีให้เป็นที่ประจักษ์ ทั้งสามก็ไม่ธุระอันใดกับสำนักบุปผาประจิมอีกแล้ว… ในเรื่องของ ซวงฉวี่ ดูเหมือนนางจะปิดด่านฝึกฝนอยู่จริง ๆ ดังนั้น เจี่ยโย่วเทียน คงต้องเฝ้ารอโอกาสหน้าเพื่อสานความสัมพันธ์…
สามชายหนุ่ม มุ่งกลับสู่สำนักสายลมประจิมในทันที… ตลอดเส้นทาง เจี่ยโย่วเทียน และ ลั่วชิงเหอ จากที่ไม่ลงรอยกันในทุก ๆ เรื่อง ยามนี้กลับรวมหัวกันซักไซ้ไต่ถามถึงวิธีการเกี้ยวพาหญิงสาว หรือแม้แต่วิธีเอาใจใส่ และให้ความสำคัญกับหญิงสาวของ ซุน ชนิดที่ว่าจากความไม่ลงรอย ก็เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย…
แน่นอนว่า ซุน เคยมีประสบการณ์ผิดพลาดไปครั้งหนึ่งแล้ว ย่อมไม่ยอมพลาดตกม้าตายซ้ำสอง… ในการเอ่ยชี้แนะครั้งนี้ ซุน เรียกดวงวิญญาณสาวรับใช้สามตนออกมา คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการต่าง ๆ ที่พวกนางนั้นโปรดปรานชื่นชอบ เมื่อหลอมรวมความเห็นของพวกนาง ให้เข้ากับวาจาที่น่าเชื่อถือของ ซุน แล้ว ยิ่งประดิษฐ์คำพูดและความน่าเชื่อถือที่น่าตกใจออกมาได้ไม่รู้จบ
ครั้งนี้ เจี่ยโย่วเทียน และ ลั่วชิงเหอ ปักใจเชื่อมั่นโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เผยแววตาเลื่อมใสออกมาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งยังถึงกับหยิบเอากระดาษมาจดคำพูดของ ซุน ราวกับเป็นเคล็ดวิชาที่แสนล้ำค่า… ทำเอา ซุน นั้นปลื้มปริ่มกับความหลักแหลมของตนเป็นอย่างมาก...
แต่แล้วเมื่อมาถึงหน้าประตูสำนัก บรรยากาศก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป… ซุน ได้เห็นถึงความผิดแปลกบ้างอย่าง นั่นก็เพราะรองเจ้าสำนักอย่าง เตียมู่หยง กำลังยืนเฝ้ารอทั้งสามคนด้วยท่าทีร้อนรนใจ พอเห็นทั้งสามคนกลับมาถึง ก็รุดตรงเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“เจี่ยโย่วเทียน ลั่วชิงเหอ... พวกเราสองคนรีบไปรายงานภารกิจกับท่านเจ้าสำนักให้เรียบร้อย ส่วน ซุน เจ้ารีบตามข้ามา!!” สามผู้เยาว์อึ้งงันไป แต่พอจะเข้าใจสถานการณ์ว่าอาจมีเรื่องฉุกเฉินบางอย่าง เจี่ยโย่วเทียน และ ลั่วชิงเหอ จึงประสานมือรับคำสั่ง และกลับเข้าประตูสำนักไป
มีเพียง ซุน ที่มุ่งตรงไปพร้อมกับ เตียมู่หยง…
“ท่านรองเจ้าสำนัก มีเรื่องสำคัญอะไรงั้นหรือ?!”
เตียมู่หยง เผยใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังอีกครั้ง…
“เจ้ารีบไปเก็บข้าวของจำเป็นทั้งหมดของเจ้า พวกเราจะออกจากสำนักกันในอีกหนึ่งชั่วยาม”
“!!!!!!!!!!” ซุน ตกใจในความฉุกละหุกเร่งร้อน
“รีบร้อนถึงเพียงนั้น?!”
เสียงถอนหายใจยาวดังออกมา ก่อนที่ เตียมู่หยง จะฉายแววตาเด็ดเดี่ยว…
“กังจื่อหราน ผู้นำพรรคเซียนประทาน ได้ติดต่อข้ามาแล้ว… ว่าเวลานี้ได้พบเจอฐานลับของกลุ่มมังกรทองอยู่ที่ หุบเขาสายลมสวรรค์ ตามที่เจ้าให้เบาะแสมาจริง ๆ จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก ที่ เหยาหมิง จะถูกจับตัวไว้ที่นั่น…
ซึ่งข้าเองก็ตั้งใจจะไปสมทบกับ กังจื่อหราน แต่เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับทางสำนักสายลมประจิม ข้าจึงไม่อาจร้องขอให้ทางสำนักช่วยเหลือได้… หากจะเดินทางก็คงมีเพียงเจ้ากับข้าแค่สองคน กลุ่มมังกรทองเต็มไปด้วยยอดฝีมือในองค์กรใต้ดิน ดังนั้นภารกิจนี้จึงอันตรายมากกว่าที่ผ่าน ๆ มา เจ้ายังคิดจะไปด้วยอยู่อีกหรือไม่?!”
ซุน สั่นสะท้านไปทั้งร่าง ภาพของ เหยาหมิง ที่บาดเจ็บซึ่งได้เห็นภายในหอคอย ยังสลักตราตรึงในใจของ ซุน ไม่เจือจาง ชายหนุ่มถึงกับระเบิดจิตคุกคามและจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรง ก่อนจะเค้นเสียงผ่านร่องฟัน…
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องรอถึงหนึ่งชั่วยาม…
ข้าพร้อมจะไปช่วย เหล่าซือ ในตอนนี้เลย!!”
การไปในครั้งนี้แม้แต่ เตียมู่หยง ที่เป็นถึงชนชั้นราชันย์ ลมปราณสีส้มขั้นที่ 6 ก็ยังอดที่จะหวาดหวั่นใจไม่ได้ แต่ ซุน กลับไม่เผยความลังเลใด ๆ ในแววตา… เตียมู่หยง เมื่อได้เห็นท่าทีเช่นนั้นของ ซุน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกฮึกเหิมขึ้นตามไปด้วย…
“ยอดเยี่ยม!! สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอดของ เหยาหมิง!!”
ชายชราและชายหนุ่ม มั่งหน้าตรงไปยัง [กิจการสาขาพรรคมังกรฟ้า] ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง… แน่นอนว่า กิจการสาขาแห่งนี้ ไม่ได้มีการรับศิษย์หรือทำการค้าใด ๆ กิจการที่ถือครองของ พรรคมังกรฟ้า มีเพียงแค่อย่างเดียว ก็มากพอจะทำให้ร่ำรวยล้นฟ้าได้แล้ว กิจการนั่นก็คือ การเคลื่อนย้ายนำส่งระยะไกล!!
เวลาถือเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าอย่างหนึ่ง… ดังนั้นหากสามารถร่นระยะเวลา ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตามย่อมถือเป็นกำไรของชีวิต นั่นจึงเป็นสาเหตุที่กิจการของ พรรคมังกรฟ้า เฟื่องฟูมาตลอดหนึ่งหมื่นปีนับตั้งแต่ถูกก่อตั้ง…
พรรคมังกรฟ้า จะมีประตูเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่จากวิทยาการอันเป็นความลับของพรรค ทั้งหมด 5 ประตูใหญ่ ถูกติดตั้งอยู่ในทวีปทั้ง 4 ทวีป รวมไปถึงบนเกาะเมืองหลวงของมหาสมุทรกิเลนอัสนี… ประตูใหญ่ทั้ง 5 มีพลังในการเคลื่อนย้ายนำส่งที่สูงมาก สามารถย้ายกองทัพขนาดย่อมให้ข้ามไปในทวีปต่าง ๆ ได้ด้วยการเคลื่อนย้ายเพียงครั้งเดียว แต่แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยทรัพยากรมหาศาลที่ต้องจ่ายให้กับ พรรคมังกรฟ้า
ทว่า… ในเมืองใหญ่แต่ละหัวเมืองของทวีปพยัคฆ์ขาว ก็ยังมีประตูเคลื่อนย้ายขนาดเล็ก ที่สามารถใช้เดินทางข้ามไปมาเฉพาะภายในทวีปพยัคฆ์ขาวแห่งนี้ได้ ซึ่งมันจะถูกดูแลโดย [กิจการสาขาของพรรคมังกรฟ้า] หากผู้มั่งคั่งคนใดไม่อยากเสียเวลาเดินทางนานนับเดือน เพื่อไปหัวเมืองต่าง ๆ ภายในทวีปพยัคฆ์ขาว ก็สามารถใช้บริการเหล่านี้ได้ ซึ่งแน่นอนว่าราคาที่ต้องจ่ายถึงจะไม่มากเท่ากันการเดินทางข้ามทวีป แต่ก็ย่อมมิใช่ราคาที่สามัญอย่างแน่นอน…
เตียมู่หยง ถือเป็นที่รู้จักภายในเมืองหลวง และยังมีตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาในยุทธภพ… แต่ถึงกระนั้น เตียมู่หยง ก็ยังเคยใช้บริการเคลื่อนย้ายเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น เนื่องจากมันสิ้นเปลืองเกินไป ยอมเดินทางเป็นเดือน ๆ ดีกว่าเสียเงินหลายล้านเหรียญทอง เพียงเพื่อการเดินทางพริบตาเดียว…
แต่ในครั้งนี้ เตียมู่หยง กลับไม่นึกเสียดายเงินทองที่สั่งสมมาสักนิด ยอมจ่ายโดยไม่ต่อรอง เพื่อแลกกับความเร็วในการเดินทางไปยังหัวเมืองเขตตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปพยัคฆ์ขาว ซึ่งอยู่ใกล้กับ หุบเขาสายลมสวรรค์ มากที่สุด…
ซุน มิใช่คนไร้เดียงสาในยุทธภพอีกแล้ว ย่อมเข้าใจดีว่า เตียมู่หยง เสียสละไม่น้อยในการเดินทางของทั้งคู่ ถึงแม้ว่า ซุน จะเอ่ยปากยอมจ่ายในส่วนของตนเอง จากทรัพยากรของตนที่มีอยู่ไม่น้อย… แต่ เตียมู่หยง ก็ได้ปฏิเสธ ขอรับภาระในส่วนนี้ไว้เพียงลำพัง ทำเอาชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งใจ หากให้กล่าวว่านอกเหนือจาก เหยาหมิง แล้ว ในยุทธภพแห่งนี้ใครมีบุญคุณกับ ซุน มากที่สุด ก็คงตอบได้อย่างเต็มปากว่าเป็น เตียมู่หยง ผู้นี้…
ณ เมืองใต้สวรรค์…
เมืองใต้สวรรค์ คือหัวเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ของทวีปพยัคฆ์ขาว จัดเป็นเมืองที่อยู่ในเขตชนบทรกร้าง เต็มไปด้วยเทือกเขาและพายุมรสุมที่โอบล้อม แต่เนื่องด้วยสถานที่แห่งนี้มีแหล่งขุดเจาะแร่ธาตุหายาก และเป็นที่ต้องการในท้องตลาด จึงยังทำให้มีผู้คนสัญจรไปมาอยู่ไม่ขาดสาย…
ซุน เพิ่งจะเคยได้ถูกการเคลื่อนย้ายนำส่งระยะไกล ๆ เช่นนี้เป็นครั้งแรก จึงเกิดอาการวิงเวียนคลื่นไส้อย่างรุนแรง จนเกือบจะอาเจียนออกมาใบหน้าซีดเผือด… ทว่าด้วยพลังใจที่เปี่ยมล้มจึงไม่คิดที่จะหยุดพัก หันมองไปยัง เตียมู่หยง ในทันที…
“ผู้อาวุโสเตีย… ท่านนัดหมายกับผู้อาวุโสกังจื่อหราน ที่เมืองนี้งั้นหรือ?!”
เตียมู่หยง เผยแววตาสลดเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่รู้สิ… หากว่ากันตามตรงแล้ว ข้าเองก็ยังไม่แน่ชัดในสถานที่…”
ซุน กดหัวคิ้วต่ำลงทันที… “หมายความว่ายังไง”
“บอกตามตรงว่าข้าและ กังจื่อหราน ผู้นำพรรคเซียนประทาน พวกเราทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ต่อกัน ไม่เคยพบเจอหน้ากันเสียด้วยซ้ำ… ดังนั้น กังจื่อหราน จึงยังไม่ไว้วางใจในตัวข้าเท่าที่ควร
อันที่จริงแล้ว การจะบุกเข้าไปช่วยเหลือ เหยาหมิง ในครั้งนี้นั้น กังจื่อหราน ไม่ได้ร้องขอให้ข้าเข้ามาสมบท เลือกที่จะเคลื่อนไหวเฉพาะทางพรรคเซียนประทานเท่านั้น… แต่เป็นเพราะข้าเอง ที่อยากจะตามมาช่วยเหลือ ข้าจึงไม่รู้สถานที่รวมพลของสมาชิกพรรคเซียนประทาน อีกทั้งยังไม่สามารถติดต่อกับ กังจื่อหราน ตรง ๆ ได้…” เตียมู่หยง กล่าวขึ้นพร้อมก้มหน้าต่ำ
“!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที
“บ้าน่า!! เหตุใด ผู้อาวุโสกังจื่อหราน จึงไม่ไว้ใจพวกเรา!!”
เตียมู่หยง ถอนหายใจ…
“ยุทธภพก็เป็นเช่นนี้แหละ โดยเฉพาะระหว่างยอดฝีมือด้วยกัน หากมิได้อยู่ในสังกัดร่วมเดียวกัน ไหนเลยที่จะไว้วางใจซึ่งกันและกันได้อย่างสมบูรณ์… พรรคเซียนประทาน ย่อมรู้ดีว่ากลุ่มมังกรทองร้ายกาจเพียงใด ทั้งยังไม่แน่ชัดในเรื่องของสมาชิกกลุ่ม หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นนั่นหมายถึงชีวิตของสมาชิกพรรคจำนวนมาก ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร ที่คนแจ้งข่าวอย่างข้าจะถูกสงสัย…
บอกตามตรง... แค่ข้าสามารถเกลี่ยกล่อมให้ กังจื่อหราน ออกมาเคลื่อนไหวได้นั้น ก็ถือว่าสุดความสามารถของข้าแล้ว หากมิใช่เพราะ เหยาหมิง เป็นศิษย์พี่และอดีตสมาชิกคนสำคัญของพรรคเซียนประทาน บุคคลระดับ กังจื่อหราน ย่อมไม่มีทางยอมเคลื่อนไหว… ตำแหน่งของ กังจื่อหราน เป็นถึงเทพปรมาจารย์ของทวีปเต่าทมิฬ หากว่ากันถึงสถานะและพลังฝีมือแล้ว นับว่าเหนือกว่าข้ามากมายนัก…”
ซุน กำหมัดแนบแน่นทันที…
“ข้าไม่ยอมรับ!! ถึงจะเป็นศิษย์น้องของ เหล่าซือ ก็เถอะ แต่ข้าก็จะหาทางไปพบเจอเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้จงได้!! การมีคนเข้าร่วมมากขึ้น ย่อมเพื่อโอกาสที่จะช่วยเหลือ เหล่าซือ ได้มากยิ่งขึ้น!!”
เตียมู่หยง พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะกวาดมองไปรอบ ๆ
“พวกเราสองคนไม่อาจเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า มิเช่นนั้นอาจทำให้แผนการที่ กังจื่อหราน จัดเตรียมไว้เกิดความผิดพลาด… ดังนั้นพวกเราคงต้องเริ่มสืบจากเหล่าขอทานในเมืองนี้เพื่อหาตัว กังจื่อหราน ให้พบเสียก่อน ถึงแม้ว่าจะต้องบีบบังคับกัน แต่พวกเราก็คงต้องทำ…”
แต่แล้วเมื่อครุ่นคิดหาหนทาง ซุน ก็ฉุกใจเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้… ก่อนจะเริ่มรื้อเอาสิ่งของจากภายในห้องลับที่ เหยาหมิง เก็บซ่อนเอาไว้ออกมาจากแหวนมิติ… ไม่นาน ซุน ก็หยิบเอาม้วนหนังสัตว์ ซึ่งสลักแผ่นที่เก่าแก่บอกตำแหน่งต่าง ๆ เอาไว้ ทั้งยังมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ของพรรคเซียนประทานกำกับอยู่…(ตอนที่ 24)
“ผู้อาวุโสเตีย… ไม่แน่ว่าพวกเรา อาจไม่จำเป็นต้องลำบากสืบค้นก็เป็นได้…”
เตียมู่หยง เบิกตากว้างในทันที…
“นะ…นี่มัน!!”
ซุน เผยแววตาเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้… “มาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าย่อมไม่มีทางยอมถอยกลับ!! ข้าจะต้องไปช่วยเหล่าซือ!!”
ในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน เหยาหมิง เคยเป็นหนึ่งในสมาชิกระดับสูงของพรรคเซียนประทาน ทั้งยังเป็นถึงว่าที่ผู้นำพรรคเซียนประทานคนต่อไปเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะในภายหลัง เหยาหมิง เลือกที่จะถอนตัวออกจากยุทธภพอย่างกะทันหัน โดยการนำพาภรรยาอย่าง เล้งซิ่งอิง หลบหนีจากเหล่าศัตรูที่ตามรังควานนาง จนไม่อาจอยู่ที่ทวีปเต่าทมิฬได้… นั่นจึงเป็นทำให้ เหยาหมิง ยังมีของสำคัญอีกหลายสิ่ง ที่ไม่ได้มีโอกาสส่งมอบ...
ทั้งตำราวิถีแห่งเซียนเมรัย หรือแม้แต่แผนที่ฐานลับอันสำคัญนี้ ทุกอย่าง เหยาหมิง ได้เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี… ทว่าศัตรูก็ยังคอยจับตามองพรรคเซียนประทานอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ เหยาหมิง ไม่มีโอกาสที่จะได้กลับไปยังทวีปเต่าทมิฬ อันเป็นสถานที่ตั้งหลักของพรรค…
กังจื่อหราน สืบทอดตำแหน่งผู้นำพรรคเซียนประทาน มาอย่างไม่สมบูรณ์นัก ช่วงแรกจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก... แต่ด้วยความสามารถที่เป็นเลิศทั้งภาวะความเป็นผู้นำและพลังฝีมือ ภายหลังจึงควบคุมพรรคเซียนประทานที่มีเหล่าขอทานเป็นสมาชิกหลายล้านคนได้เป็นผลสำเร็จ
ผนวกกับความมุมานะฝึกฝน กังจื่อหราน จึงไต่เต้าตนเองจนแข็งแกร่งอยู่ในระดับแนวหน้าของยุทธภพ และได้รับตำแหน่ง เทพปรมาจารย์อันดับ 3 ของทวีปเต่าทมิฬไปในที่สุด แม้จะยังเทียบไม่ได้กับ เหยาหมิง ผู้ที่เป็นศิษย์พี่ แต่ก็ถือว่าองอาจห้าวหาญ สมเป็นผู้นำพรรคในปัจจุบัน…
………………………………………………..