อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 217 บุกฐานลับ
ตอนที่ 217
เขตทิศตะวันออก ณ หัวเมืองใต้สวรรค์
สถานที่แห่งนี้ถือว่ามีผู้คนสัญจรอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยผู้ลากมากดี หากไม่เป็นพ่อค้ามีระดับ ก็เป็นข้าราชการมีตำแหน่ง จึงสามารถมองเห็นขบวนเก๋งเกี้ยว และสัตว์อสูรพาหนะขนาดเล็กเดินขวักไขว่ไปมาบนถนนหนทาง…
เตียมู่หยง กดหัวคิ้วต่ำ…
“เจ้าแน่ใจงั้นหรือว่าฐานลับของพรรคเซียนประทานอยู่ละแวกนี้?! มองอย่างไรเขตแถวนี้ก็น่าจะเขตอาศัยของกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือไม่ก็กลุ่มขุนนางที่ขับเคลื่อนเมืองนี้ทั้งสิ้น หากเป็นในเขตสลัมฝั่งทิศตะวันตกก็ว่าไปอย่าง ที่นั่นน่าจะเป็นจุดรวมตัวของเหล่าขอทานในเมือง ดูจะเหมาะกับการสร้างฐานลับพรรคเซียนประทานเสียมากกว่า…”
ชายชรากล่าวขึ้นตามการวิเคราะห์ภาพรวมที่เห็น มองอย่างไรละแวกนี้ก็ดูสะอาดสะอ้าน มองไม่เห็นขอทานที่น่าจะเป็นสมาชิกพรรคเซียนประทานเลยแม้แต่คนเดียว… ทั้งยังมองเห็นสายตาของอีกหลาย ๆ คนที่จดจ้องมายัง เตียมู่หยง และ ซุน ราวกับการเคลื่อนไหวของทั้งสองถูกจับตามองโดยคนบางกลุ่มอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
ซุน เปิดแง้มแผนที่ตรวจสอบอีกเล็กน้อย ซึ่งตำแหน่งฐานลับที่ระบุก็ยังชัดเจนว่าเป็นสถานที่ในละแวกนี้ ทำเอา ซุน เผยสีหน้าลังเลอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน… “แผนที่ดูจะเก่ามากแล้ว ไม่แน่เหมือนกันว่าฐานลับอาจมีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน
ผู้อาวุโสเตีย ท่านรออยู่ที่นี่แหละ ข้าจะเข้าไปที่ฐานลับเพียงลำพัง…”
เตียมู่หยง ได้ยินเช่นนั้น ก็แสดงความกังวนผ่านสีหน้า…
“เจ้าแน่ใจแล้วนะ?”
ซุน พยักหน้าแน่นหนัก…
“จะถูกจะผิดอย่างไร ฐานลับนั่นก็คือสถานที่สำคัญของพรรคเซียนประทาน คงไม่เหมาะนักที่ยอมให้คนนอกจะเข้าไปด้านในนั้น อีกทั้งท่านก็ยังกล่าวเองว่า ระดับยอดฝีมือด้วยกันเป็นเรื่องยากที่จะไว้วางใจกันสมบูรณ์ การที่ยอดฝีมือชนชั้นราชันย์อย่างท่านบุกเข้าไปในฐานลับ มันออกจะเป็นการกระทำที่อุกอาจเกินไป…
ตัวข้าถึงจะมิใช่คนของพรรคเซียนประทาน แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของ เหยาหมิง อดีตว่าที่ผู้นำของพรรค ข้านั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่จะใช้ยืนยันตัวตน… อีกทั้งข้าก็ยังเป็นเพียงผู้เยาว์ฝีมือต้อยต่ำคนหนึ่ง การเข้าไปเพียงลำพังถือเป็นการแสดงความจริงใจของฝ่ายเรา และข้าจะเข้าไปเจรจากับผู้อาวุโสกังจื่อหรานด้วยตนเอง…”
เตียมู่หยง ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ… ว่ากันตามหลักการแล้ว ทุกอย่างที่ ซุน กล่าวมาล้วนไม่มีอะไรให้ต้องโต้แย้ง “ตกลง! หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้าก็ติดต่อข้าผ่านหยกสื่อสาร ข้าจะบุกเข้าไปช่วยเหลือทันที…”
หลังการนัดหมาย ซุน ก็มุ่งหน้าไปยังฐานลับเพียงลำพัง… สำหรับ ฐานลับ ของพรรคเซียนประทานนั้น แม้จะมีต้นสังกัดใหญ่มาจากทวีปเฒ่าทมิฬ ทว่าในภายหลังก็ได้เกิดการกระจายสมาชิกครอบคลุมไปทั่วทั้ง 4 ทวีปในเวลาต่อมา เพราะเหล่าขอทานที่ถูกรังแกก็มีไม่น้อย และต้องการที่พึ่งพิงเช่นกัน
พรรคเซียนประทาน คือความหวังของเหล่ายาจกไร้บ้าน ดังนั้นอิทธิพลของพรรคจึงแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ทว่าสมาชิกกว่า 9 ใน 10 จะไม่มีวรยุทธ แต่ก็สามารถเป็นหูเป็นตาให้กับพรรคได้ จนกลายเป็นพรรคที่มีทรงพลังที่สุดในด้านข่าวสารข้อมูล…
ดังนั้นฐานลับจึงมีกระจายอยู่ในทุก ๆ หัวเมืองใหญ่ของทั้ง 4 ทวีป แต่ก็จะเป็นเพียงฐานลับชั่วคราวที่ไม่ค่อยจะถูกนำมาใช้งานบ่อยครั้งนัก… ด้วยความที่เป็นขอทาน การจะพบพาแหวนมิติที่มีราคามหาศาลย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว จึงใช้ฐานลับในการเก็บซ่อนเสบียงหรือวัตถุล้ำค่า และถูกดูแลโดยสมาชิกระดับสูงภายในละแวกนั้น หากเกิดอาเพศอะไรขึ้น ก็สามารถใช้สิ่งของในส่วนนี้แจกจ่ายให้กับสมาชิกที่เป็นขอทานในเมืองได้ทันทีเพื่อรักษาชีวิต...
ตามที่ถูกระบุไว้ในแผนที่เก่าแก่ของ ซุน ฐานลับแห่งนี้มีฉากหน้าเป็นสุสานบรรพชนผู้ก่อตั้งเมืองใต้สวรรค์ ทั้งยังมีเทวรูปเทพเจ้าขนาดใหญ่ ที่คนในเมืองต่างให้ความศรัทธา และเชื่อว่าขอพรอันใดก็สมความปรารถนา จึงถือเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มีผู้คนมาคอยสักการะไม่ขาดสาย… ซุน ที่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ จึงคิดว่าฐานลับไม่น่าเปิดเผยโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ แต่ควรจะแอบซ่อนอยู่ในสถานที่ลับสักแห่งในบริเวณสุสานบรรพชน
“จะว่าไปแล้ว คงไม่มีใครคิดว่าพรรคเซียนประทานที่มีสมาชิกเกือบทั้งหมดเป็นยาจกขอทาน จะมาสร้างฐานลับอยู่ในสถานที่แบบนี้ มันอาจถูกสร้างเพื่อให้กลายเป็นสถานที่ซึ่งคนปกติคาดไม่ถึงก็เป็นได้…” ซุน มีความช่างสังเกตเป็นที่ตั้ง ค่อย ๆ ขับขานพลังร่างสถิต แผ่ขยายสายลมสีม่วงแห่งการตรวจสอบออกมา แทรกแซงในทุก ๆ ซอกหลืบภายในสุสานบรรพชน
จึงทำให้ค้นพบห้องลับแห่งหนึ่ง อยู่ลึกลงไปใต้สุสานอีกชั้นหนึ่ง ภายในนั้น ซุน สัมผัสได้ถึงการดำรงอยู่ของกลุ่มคน น่าเสียดายที่มันถูกครอบคลุมไว้ด้วยม่านพลังบางอย่าง ทำให้สายลมสีม่วงไม่อาจแทรกซึมเข้าไปเห็นถึงรายละเอียดที่ชัดเจนด้านในนั้น
ชายหนุ่ม หว่างคิ้วยับย่น ใช้เวลาอยู่อีกเกือบครึ่งชั่วยามกว่าที่จะตรวจพบร่องรอยและวิธีการเข้าไปยังฐานลับใต้ล่างแห่งนั้น… “สายลมสีม่วงแห่งการตรวจสอบ ช่างเป็นพลังที่สะดวกจริง ๆ หากไม่มีพลังนี้ต่อให้ใช้เวลาอีกหลายวันก็ยากที่จะหาฐานลับนั่นพบ…” หลังเอ่ยพึมพำกับตนเอง ซุน ก็สูดลมหายใจเรียกความกล้า
ฉากหน้าแม้จะเป็นสุสานสักการะอันหรูหรา ผู้คนไปมาขวักไขว่ ทั้งยังมีแต่ชนชั้นขุนนางและพ่อค้ามั่งคั่ง… ทว่าก็ยังมีสถานที่ซึ่งเป็นจุดอับด้านหลัง เพื่อใช้ในการทิ้งเศษขี้ธูปหรือแม้แต่ขี้เถ้าในการเผาบูชาต่าง ๆ ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
หน้าที่ดูแลสถานที่เช่นนี้ต้องเผชิญกับฝุ่นหมอกที่คละคลุ้ง ค่าตอบแทนก็ยังน้อยนิด จึงไม่มีใครอยากรับหน้าที่ดังกล่าว… นั่นจึงเป็นช่องว่างที่ทำให้ พรรคเซียนประทาน เข้ามาแทรกแซงอย่างไม่ถูกสงสัย ทั้งยังแอบมาสร้างฐานลับอยู่ภายในนั้นอีกด้วย…
และยังมีอีกประการหนึ่งที่ทำให้ ซุน รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ… นั่นคือการมีกลุ่มคนคอยจับตามอง ซุน อยู่ห่าง ๆ ซึ่ง ซุน รู้สึกตั้งแต่ที่ก้าวออกมาจาก กิจการสาขาพรรคมังกรฟ้า แล้ว…
สำคัญก็คือกลุ่มคนที่คอยจับตามอง ซุน และรวมไปถึง เตียมู่หยง นั้น… สวมชุดมือปราบประจำเมืองใต้สวรรค์แห่งนี้!! ด้วยความที่เมืองใต้สวรรค์ เป็นเมืองที่ไม่ค่อยจะมีคนแปลกหน้าเข้ามาในเมือง ส่วนมากจะมีแต่กลุ่มพ่อค้าหน้าเดิม ๆ หรือข้าราชการเดินทางไปมา โดยเฉพาะคนแปลกหน้าที่ก้าวออกมาจาก กิจการสาขาพรรคมังกรฟ้า ย่อมแปลว่าต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลและความมั่งคั่งระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ…
ซุน ที่ไม่สบอารมณ์ในการถูกจับตามอง จึงอาศัยความเร็วในการเคลื่อนไหวผลุบ ๆ โผล่ ๆ ในฝูงชนที่มาสักการะสุสานแห่งนี้ ก่อนจะค่อย ๆ ปลีกตัวหายเข้าไปในกลุ่มควันธูปที่คละคลุ้ง ใช้อาคมกำบังกายลบเลือนตัวตนอีกขั้น…
มือปราบสามคน วิ่งหน้าตาเลิ่กลั่กตรงเข้ามาในตำแหน่งที่ ซุน เคยอยู่ ก่อนจะหันมองซ้ายขวาด้วยสีหน้าบิดงอแฝงโทสะ แล้วจึงแยกย้ายกันออกติดตามคนละทิศละทางด้วยมาท่าทีเร่งร้อน… ซุน ที่จับตามองทุกการเคลื่อนไหว รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง การที่มือปราบของเมืองคอยติดตามสงสัยคนแปลกหน้าเช่นนี้ นั่นก็แปลว่าผู้ทรงอิทธิพลในเมือง กำลังมีความลับบ้างอย่างแอบซ่อน และไม่ต้องการให้ถูกคนภายนอกรับรู้…
เมื่อสลัดเหล่ามือปราบที่คอยติดตามได้แล้ว ซุน ก็รุดหน้าตรงไปยังด้านหลังสุสานบรรพชนทันที บริเวณนี้เต็มไปด้วยกลุ่มควันธูปที่ถูกทิ้งคละคลุ้งในอากาศ ทำให้ไม่มีใครเข้ามา ปลายทางหลังสุสาน ซุน ได้มองเห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ขมุกขมัวมิต่างบ่อโสโครก เนื่องจากมันถูกใช้สำหรับทิ้งเศษขี้ธูปและขี้เถ้าต่าง ๆ ในทุก ๆ วัน
“เจ้าเป็นใคร?! เข้ามาที่นี่ทำไม!!” ชายแต่งกายซอมซ่อมอมแมม ในมือถือกระถางธูปเดินตรงเข้ามาด้วยใบหน้าที่ดุดัน ท่าทีของชายคนนี้ดูจะไม่พอใจเป็นอย่างมากที่มีคนเข้ามาในเขตด้านหลังสุสาน ข้างเอวของชายผู้นี้แขวนเศษกระดูกสีดำสองชิ้น…
ซุน เหลือบหันมองเล็กน้อย แต่ก็ยืนแน่นิ่งไม่ขยับ สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมีพลังลมปราณถึงระดับชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นกลาง และคาดเดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นคนของ พรรคเซียนประทาน ที่คอยเฝ้าทางเข้าฐานลับ เศษกระดูกสีดำที่แขวนนั้นหากเป็นคนอื่นอาจจะไม่ทราบ แต่ ซุน เคยอ่านผ่านเจอว่าสมาชิกพรรคเซียนประทาน ที่แขวนกระดูกสีดำมีตำแหน่งเทียบเท่าหัวหน้าหน่วย ยิ่งมีกระดูกสีดำที่แขวนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีตำแหน่งและความสำคัญต่อพรรคสูงมากขึ้นไปด้วย…
ชายหนุ่ม กดหัวคิ้วต่ำลงทันที… หากเกิดการต่อสู้ย่อมไม่เป็นผลดีกับใครเลย ทั้ง ซุน และพรรคเซียนประทาน ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน… แต่หากบอกถึงเหตุผลที่ ซุน เข้ามา เชื่อว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ยินยอมให้ตนผ่านเข้าไปในฐานลับอย่างแน่นอน...
“ว่ายังไง ข้าถามว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่!!” อีกฝ่าย เริ่มสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล รีดเค้นลมปราณเตรียมพร้อมในทุก ๆ ฝีก้าวที่เดินเข้ามา… ซุน จึงประสานมือและโค้งตัวอย่างสุภาพ จากนั้นก็ยกแสดงแผ่นป้ายอะไรสักอย่างที่ ซุน เองก็ไม่รู้จัก แต่มีสัญลักษณ์ของพรรคเซียนประทานสลักเอาไว้ ดังนั้น ซุน จึงคาดเดาว่ามันคงจะมีความสำคัญอยู่ไม่มากก็น้อย…
ชายซอมซ่อผู้นั้นเมื่อเห็นป้ายที่ ซุน แสดงออกมา ก็เบิกตาโพรงแข็งข้างในทันที… “นะ…นั่นมัน!!” ขณะที่อีกฝ่ายกำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น ซุน ไม่เสี่ยงที่จะเฝ้ารอความชัดเจนจากป้ายที่ตนไม่รู้ความหมาย อาศัยช่วงที่อีกฝ่ายไม่ระวังพ่นสุราแห่งหยินออกไป กลายเป็นฝอยละอองกระจายเต็มใบหน้าของอีกฝ่าย…
ด้วยความที่ยังตกตะลึงกับป้ายที่ ซุน แสดง ชายซอมซ่อผู้นั้น จึงถูกสุราแห่งหยินเล่นงานเข้าไปเต็ม ๆ แน่นอนว่าสุรานี้มิได้มีพิษร้ายแรง หากแต่เป็นสุราที่ออกฤทธิ์ทำให้หลับใหลหมดสติในฉับพลันเท่านั้น…ซุน รีบลากร่างของชายผู้นั้นมาหลบไว้ยังมุมหนึ่งที่คิดว่าปลอดภัย… แล้วจึงมุ่งหน้าสู่เส้นทางลับที่เป็นบ่อน้ำขมุกขมัวแห่งนั้น…
ในสายตาของคนทั่วไป ย่อมมองว่าน้ำในบ่อแห่งนี้มันดูสกปรกโสโครกเป็นอย่างมาก แต่แท้จริงแล้วนี่คือเส้นทางที่จะใช้ตรงไปยัง ฐานลับ เพราะสมาชิกพรรคเซียนประทานที่เป็นยาจกขอทาน ย่อมไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นต่อความสกปรกเช่นนี้อยู่แล้ว
ซุน เปลี่ยนอาภรณ์ของศิษย์สำนักสายลมประจิมออก เปลี่ยนเป็นอาภรณ์เก่า ๆ ดูสามัญซอมซ่อ จากนั้นก็ฉีกให้มันมีรอยขาดในบางตำแหน่ง ก่อนจะโดดพุ่งลงไปในบ่อโดยไม่มีความรังเกียจใด ๆ แสดงออกมา ชายหนุ่มได้มุดดำลงไปอย่างรวดเร็ว น้ำขุ่นมัวจนมองไม่เห็นอะไร สายลมตรวจจับก็ไม่อาจใช้ในน้ำได้ จึงต้องอาศัยสัมผัสลมปราณในการตรวจสอบ ทั้งยังมีวิญญาณดวงอื่น ๆ ที่เรียกออกมาให้คอยมองเป็นหูเป็นตา ไม่นานก็พบเจอปากทางลับที่ซ่อนอยู่…
ดวงตาของ ซุน มีประกายมุ่งมั่น ตรงเข้าไปยังช่องทางดังกล่าวทันที… พื้นที่ส่วนของทางลับ ราวกับมีม่านพลังบางอย่างขว้างกั้นกระแสน้ำในบ่อ ดังนั้นเมื่อทะลวงม่านพลังนั่นเข้าไปได้สำเร็จ ม้วนน้ำรอบกายก็หายไปจนหมด…
เมื่อ ซุน เข้ามาถึงก็อยู่ในสภาพที่เปียกปอน ใบหน้าและอาภรณ์เกรอะกังไปด้วยคราบขี้ธูปและขี้เถ้าที่ถูกละลายในน้ำ ผนวกกันอาภรณ์ซอมซ่อที่ถูกฉีกขาด ทำให้มองดูแล้วกลมกลืนกับยาจกขอทานเป็นอย่างยิ่ง… ชายวัยกลางคนจำนวนสองคนผู้รับหน้าที่ดูแลม่านพลังต้านทานน้ำ เผยสีหน้าตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ที่เห็น ซุน เข้ามาที่นี่…
“นี่เจ้า?! อยู่สังกัดของใคร?! ทำไมถึงเข้ามาเพียงลำพังเช่นนี้…”
……………………………………