อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 228 กองทัพปีศาจ
ตอนที่ 228
ภายใต้การสั่งการของสองแกนนำ อู๋เมิ่นเตีย และ ซือปาหลง ก็เกิดการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือโดยพลัน… มีการทิ้งยอดฝีมือจำนวนประปรายซึ่งทำหน้าควบคุมค่ายกลและม่านอาคมเอาไว้ที่ฐานลับ
แม้จะยังไม่แน่ชัดในตำแหน่งและจำนวนของพรรคเซียนประทานที่บุกเข้ามา ทว่าด้วยความชำนาญในพื้นที่แห่งนี้ ย่อมรู้ดีว่าการจะบุกฐานลับก็มีความเป็นไปได้เพียงไม่กี่เส้นทางเท่านั้น สองแกนนำจึงได้ทำการแยกกำลังอ้อมหุบเขา เริ่มวางกำลังและกับดักปิดกั้นสองเส้นทางเหล่านั้น…
เส้นทางด้านหน้าผายอดหุบเขา ไม่ได้ถูกจับตามองมากนัก เนื่องด้วยการจะบุกเข้ามายังท้องฟ้า หากไม่มีสัตว์อสูรวิหคพาหนะที่แข็งแกร่งมากพอก็ไม่อาจทำ ซึ่งพรรคเซียนประทาน คือพรรคของเหล่าขอทานที่ยากจนที่สุดในยุทธภพ ย่อมไม่มีสัตว์อสูรวิหคระดับสูงในการครอบครองเป็นแน่อยู่… หรือต่อให้เป็นชนชั้นยอดฝีมือก็ไม่สามารถกระโดดลงมาจากความสูงระดับนั้นได้ เนื่องด้วยทั้งระยะและกระแสลมพายุมรสุมที่กรรโชกพัดรุนแรงตลอดเวลา มากพอที่จะทำให้ร่างถูกกระแทกหน้าผาจนตายได้เลย
ซุน ที่อยู่บนยอดหน้าผาหุบเขานอกเหนือเขตเฝ้าระวัง ยังคงเฝ้าจับตามองการเคลื่อนไหวของศัตรูในทุกฝีก้าว… ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากกองกำลังของกลุ่มมังกรทองที่นำโดยสองแกนนำ ได้ก้าวออกมาจากถ้ำซอกหุบเขาอันเป็นฐานลับ นั่นย่อมหมายความว่าออกมานอกขอบเขตม่านอาคมปิดกั้น ทำให้ ซุน สัมผัสการเคลื่อนไหวนั้นได้ในทันที จากสายลมสีม่วงอันเป็นพลังของร่างสถิต…
ดวงตาของชายหนุ่ม มีประกายความมุ่งมั่นขึ้น เห็นถึงโอกาสสำคัญ!! ซุน หยิบเอาหยกสื่อสารออกมาแจ้งข่าวไปยัง กังจื่อหราน และ จิวต้าว ว่าศัตรูมีการเคลื่อนไหวพร้อมรับศึกแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ต้องหาทางช่วงชิงจังหวะกันไปมา เพื่อความได้เปรียบในการรบ...
ซุน แม้จะยืนชั่งใจอยู่นาน หลังเห็นศัตรูนำเคลื่อนกำลังออกไปไกลแล้ว แต่เพราะไม่แน่ชัดในจำนวนที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในถ้ำฐานลับ ซึ่งเรื่องนี้แม้แต่ เย่ต้าเฟิง ก็ไม่อาจชี้ชัดได้ ทำให้ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามลงมือ…
ซุน ในเวลานี้หากพลาดท่าไปเผชิญหน้ายอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีส้มเข้าตรง ๆ ล่ะก็ จะมีโอกาสตายที่สูงมาก เฒ่าชีเปลือย ก็ผนึกตบะพลังวิญญาณส่วนใหญ่ไปแล้ว… และต่อให้ใช้กองกำลังศพหลอมทั้งหมด ก็คงไม่ใช่คู่มือยอดฝีมือระดับนั้นอยู่ดี
เฒ่าชีเปลือย ที่เห็นว่า ซุน ยังมีใบหน้าที่แฝงไว้ด้วยความลังเลใจ จึงเอ่ยปากเสริมขึ้นมาย้ำเตือนสติ…
“อย่าลืมว่าทุกการกระทำของเจ้า จะไปปรากฏยังภาพความทรงจำในตอนที่ขึ้นไปบนหอคอยครั้งต่อไป… แน่นอนว่าแมวพวกนั้น อยากเห็นภาพของเจ้าที่มีความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่น แต่ในขณะเดียวกันมันก็ต้องอยู่ในหลักของความเป็นไปได้ ที่ผ่านการขบคิดวิเคราะห์ ไม่ใช่เคลื่อนไหวอย่างโง่ ๆ เช่นการวิ่งไปตายทั้งที่รู้ว่าไม่มีโอกาสชนะ…
จงคิดใคร่ครวญ… จงวิเคราะห์… จงแยกแยะ!!”
หลังได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของ ซุน ก็สาดประกายแสงที่สุกสกาว คล้ายประจักษ์แจ้งขึ้นทันที หันมองมายัง เฒ่าชีเปลือย ที่บัดนี้อยู่ในร่างของชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน… ซุน นั้นเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาพลางเอ่ยปาก
“ขอบคุณมาก... ขอบคุณที่คอยช่วยเหลือกัน ถึงแม้พวกเราจะเข้ากันไม่ค่อยได้ในหลาย ๆ แง่มุม ทว่าสำหรับข้าแล้ว ท่านก็อาจจะเปรียบได้กับผู้มีพระคุณผู้หนึ่ง…”
เฒ่าชีเปลือย ได้ยินคำพูดเช่นนั้น ซึ่งมาพร้อมกับสายตาแห่งความเลื่อมใส ก็ถึงกับแสดงสีหน้าออกมาไม่ถูก เนื่องด้วยที่ผ่าน ๆ มา ตนเองก็ไม่เคยทำเช่นนี้กับผู้ใดมาก่อน มีแค่ใช้ความแข็งแกร่งปกครองผู้อื่นเสมอมา ทำเอา เฒ่าชีเปลือย อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอแห้ง ๆ เบือนหน้ามองไปยังทิศทางอื่นแอบข่มรอยยิ้มตนเอง…
“เจ้าบ้า… ข้าช่วยเจ้าไว้ตั้งกี่ครั้ง เพิ่งจะเห็นข้าเป็นผู้มีพระคุณงั้นหรือ…”
ซุน เห็นอีกฝ่ายดูจะเขินอายอยู่ไม่น้อยที่ถูกเยินยอ จึงได้แต่ยิ้มรับ หันมองไปยังกองทัพหุ่นเชิดศพที่เฝ้ารอคำสั่งอยู่ด้านหลัง…. “พวกเจ้าพร้อมกันแล้วสินะ สิ่งเดียวที่ข้าอยากจะบอกกับพวกเจ้าก็คือ… จงอย่าหวาดกลัวในความตาย เพราะพวกเจ้าทุกคนล้วนตายไปแล้ว!! หลังจบศึกไม่ว่าพวกเจ้าจะต้องการอะไร ข้าจะถวิลหามาตอบแทน!!”
ชายหนุ่ม วาดแขนออกไปยังหน้าผาที่สูงชัน…
“บุกเข้าไป!! ต่อให้ต้องสละร่างกายนั้นเพื่อภารกิจ ก็อย่าได้ลังเล!!”
สิ้นเสียงคำสั่ง กองทัพหุ่นเชิดศพต่างก็ลุกขึ้นพร้อมเพรียง จากนั้นก็พุ่งตัวโดดลงหน้าผาอย่างไม่มีความกริ่งเกรงใด ๆ ดุจสายฝนที่ร่วงโยไม่ขาดสาย… ทว่าพอถึงช่วงกลางของหน้าผา ร่างทั้ง 50 ตนก็ได้กระตุกผ้าผืนใหญ่ให้ผึ่งกายออกใช้ต้านแรงลมตามแผนการที่ ซุน จัดเตรียมไว้ ศพหลอมทั้งหมดร่อนบินลงมาจากหน้าผา ใช้กระแสลมเกื้อหนุน เกิดเป็นภาพที่งดงามอย่างยิ่ง…
มีเพียง เฒ่าชีเปลือย ที่โดดลงไปโดยไม่มีผ้าผืนใหญ่ใช้ต้านแรงลม หากแต่ตลอดเรือนกายกลับมีอักขระอาคมมากมายหมุนวน เสียงหัวเราะที่ราวกับกำลังทำเรื่องน่าสนุกดังระงมออกมา สง่างามเด่นชัดมากกว่าร่างอื่น ๆ
ซุน ยังไม่ได้โดดตามลงไป แต่คอยใช้พลังของร่างสถิตควบคุมกระแสลมพายุให้ไม่มีกระทบกับการร่อนบิน ทั้งยังใช้สายลมสีม่วงโอบล้อมเรือนกายของศพหุ่นเชิดเหล่านั้น เพื่อที่จะให้ทุกการเคลื่อนไหวของศพหุ่นเชิดทั้งหมด อยู่ในการรับรู้ของตนเองผ่านห้วงสำนักอีกทอดหนึ่ง
แม้แผนการนี้อาจทำให้สูญเสียกองกำลังศพหุ่นเชิดในบางส่วน แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ ซุน ยังอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยด้านบนหน้าผา โดยมี เย่ต้าเฟิง อยู่ข้างกายด้วยเช่นกัน ทั้งสองเฝ้ารอโอกาสที่เหมาะเจาะ ในการบุกทะลวง…
“เจ้าพวกสัมภเวสีทั้งหลาย จงตามนายเหนือผู้นี้มา!!” เฒ่าชีเปลือย คำรามเสียงกลางอากาศ พุ่งทะยานดำดิ่งนำหน้าทุกคนอย่างองอาจ และเมื่ออยู่ภายใต้การนำของ เฒ่าชีเปลือย ดวงวิญญาณในร่างศพหุ่นเชิดทั้งหมด ล้วนเต็มไปด้วยพลังใจและความเชื่อมั่นอันกล้าแกร่ง ราวกับว่ามีพญายมราชนำทัพดวงวิญญาณก็ไม่ปาน...
เฒ่าชีเปลือย แตะพื้นเป็นคนแรก คำรามเสียงหัวเราะแสนบ้าคลั่งออกมา ก่อนจะพุ่งดิ่งตรงไปยังม่านอาคมที่ปิดผนึกทางเข้าด้านหน้าเอาไว้…
“อาคมกระจอกพรรค์นี้ คิดจะขวางทางข้างั้นหรือ!!”
พริบตาที่ เฒ่าชีเปลือย ทาบมือแตะลงไปยังม่านอาคม อักขระอาคมของ เฒ่าชีเปลือย ก็ได้ทำการแทรกแซงกระบวนการของอาคมเหล่านั้น จนทำให้ม่านอาคมดังกล่าวสั่นไหวอย่างรุนแรง ไม่กี่อึดใจต่อมาก็แตกสลายลงราวกับแก้วกระจก…
ฐานลับในเวลานี้ ที่โดยมากจะเป็นยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเหลืองเฝ้าประจำการอยู่ มีสิบกว่าคนที่ทำการควบคุมอาคมม่านพลัง ทั้งหมดถึงกับกระอักเลือดสดเพราะถูกกระแสอาคมบางส่วนตีย้อนกลับมา ทุกสายตามองไปเบื้องหน้า ก็เห็นเงาร่างของชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา ที่แผ่กลิ่นอายแห่งความตายและจิตสังหารอันรุนแรง จนทำให้ทุกคนขนพองสยองเกล้า
“นะ…นั่นมันอะไร!!”
เฒ่าชีเปลือย แสยะยิ้มน่าขนลุก จากนั้นกองทัพศพหุ่นเชิดอีกหลายสิบตน ก็ร่อนบินมาถึงพื้นดิน เกิดเป็นกองกำลังจำนวนหนึ่ง ที่ห้อตะบึงตามหลังชายหนุ่มแปลกประหลาด ดวงตาของศพหลอมเหล่านี้แฝงเร้นไว้ด้วยไอแห่งความตายที่น่ากลัว…
แต่เพราะทุกร่างเป็นเพียงศพหลอมขั้นที่ 2 รัศมีพลังที่แผ่ออกมาจึงเทียบเคียงได้กับชนชั้นลมปราณสีครามเท่านั้น ในสายตาของกลุ่มยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีเหลือง จึงรู้สึกราวกับฝูงกระต่ายที่พยายามบุกเข้ามาในรังสุนัขจิ้งจอก หลายคนแม้จะมีความรู้สึกประหลาดก่อตัว แต่ก็ถอนลมหายใจความโล่งออกมา…
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า กองทัพกากเดนพรรค์นี้ จะกล้าบุกฐานลับของพวกเรา!! ดูท่าคนที่น่ากลัวจริง ๆ คงมีเพียงแต่ชายหนุ่มประหลาดคนนั้นคนเดียวสินะ!! สังหารพวกมันให้หมด ฐานลับแห่งนี้ไม่ว่าใครที่เข้ามาแล้ว ย่อมไม่อาจกลับออกไปได้อย่างมีชีวิต!!” หนึ่งในหัวหน้าหน่วยเฝ้าเวรยาม ออกคำสั่งทันที
กลุ่มยอดฝีมือเฝ้าฐานลับ แม้จะมีอยู่เพียงแค่สิบกว่านั้น แต่ทั้งหมดต่างก็เชี่ยวชาญในการสังหารเป็นอย่างมาก ยิ่งเห็นว่าศัตรูตรงหน้ามีความอ่อนแอ ก็ได้หัวเราะเสียงเยือกเย็นออกมา ประหนึ่งพบเจองานที่ง่ายแสนง่าย… บ้างก็พุ่งเข้าไปเสียบทะลุหัวใจของอีกฝ่าย บ้างก็เข้าไปตัดคอของอีกฝ่าย บางส่วนยังกระหน่ำทิ่มแทงซ้ำราวกับระบายอารมณ์…
แต่ทว่า…
ร่างที่ถูกเล่นงานจุดตายเหล่านั้น หรือแม้แต่ร่างที่ถูกตัดศีรษะ กลับไม่หวั่นเกรงคมอาวุธ ได้ตรงเข้ามาประชิดร่าง ก่อนจะหยิบเอามีดสั้นอาบยาพิษที่แอบซ่อน แทงสวนไปยังอีกฝ่ายโดยไม่สนใจสภาพร่างของตนเอง!! กว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกกลุ่มมังกรทองสิบกว่าคน เบิกตาโพลงด้วยความไม่อยากจะเชื่อ…
“ปะ…เป็นไปไม่ได้”
ศพหุ่นเชิด เผยสีหน้าเย็นชา ไม่มีแม้แต่ความเจ็บปวดใด ๆ แสดงออกมา ถึงจะมีพื้นฐานจากร่างศพหลอมที่ต่ำต้อย แต่ดวงวิญญาณด้านในที่ควบคุมล้วนเป็นชนชั้นยอดฝีมือ บางส่วนยังเป็นวิญญาณของสมาชิกองค์กรใต้ดินที่เชี่ยวชาญการสังหาร ดังนั้นจึงสามารถหาโอกาสที่อีกฝ่ายชะล่าใจคิดว่าได้รับชัยชนะแล้ว แทงมีดส่วนกลับเล่นงานจุดตายได้อย่างแม่นยำ
พิษในมีดสั้นแต่ละเล่มที่ ซุน จัดเตรียมไว้ให้ ก็ถูกสกัดขึ้นมาเป็นพิเศษจากภูมิความรู้ของหลายดวงวิญญาณที่เชี่ยวชาญด้านพิษ… ซึ่งด้วยกำลังทรัพย์ของ ซุน ในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรในการจัดเตรียมพิษร้ายแรงเหล่านั้น…
กลุ่มยอดฝีมือคนอื่น ๆ ที่เหลือ เมื่อได้เห็นภาพของศัตรูที่แม้ถูกทำลายหัวใจ ถูกตัดศีรษะ หรือกะโหลกแตกแยก แต่ก็ยังก้าวเดินมั่นคงไม่มีความสะทกสะท้าน นี่มิใช่สิ่งที่สามารถพบเจอได้ในยุทธภพโดยสามัญ ดวงตาของคนเหล่านั้นเผยถึงความไม่อยากจะเชื่อ…
“กะ…กองทัพหุ่นเชิดศพของ ผู้เฒ่าวิญญาณ!! ไม่สิ…กองทัพหุ่นเชิดศพ ไม่มีทางเคลื่อนไหวเช่นนี้ได้เพราะมันไม่มีสามัญสำนึก… กองทัพอมตะพวกนี้ มันคือกองทัพปีศาจชัด ๆ!!”
เฒ่าชีเปลือย หัวเราะเสียงเย็นออกมา ก้าวเดินเหยียบย้ำซากศพของศัตรู ทั้งยังดึงดูดดวงวิญญาณจากศพเหล่านั้นมาเก็บไว้ ราวกับการเก็บเกี่ยวผลไม้ตามทาง เป็นภาพที่น่าสยดสยองในสายตาของทุกคนเป็นอย่างมาก แม้แต่ในองค์กรใต้ดินที่สังหารคนเป็นผักปลา หลายคนยังบังเกิดความรู้สึกที่หวาดหวั่นใจถึงขีดสุด…
ศพหุ่นเชิดบางส่วนเสียหายหนักเกินไป จึงกลับกลายเป็นดวงวิญญาณที่พุ่งตรงไปหา ซุน เพื่อรายงานการผลการต่อสู้ อีกทั้ง ซุน ที่เฝ้าสังเกตการณ์ผ่านสายลมสีม่วง ก็ยังทำให้ทราบถึงสถานการณ์บางส่วนเช่นกัน แต่ ซุน ก็ยังนิ่งสงบไม่ยอมเคลื่อนไหว เพราะยังสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณด้านในที่มียอดฝีมือน่าหวาดหวั่นอยู่อีกผู้หนึ่ง…
เสียงโหยหวนของยอดฝีมือในฐานลับที่ดังระงมหลังบาดเจ็บและถูกพิษ นอกจากจะทำให้คนอื่น ๆ อกสั่นขวัญแขวนไปตาม ๆ กันแล้ว ยังเป็นการทำให้ปีศาจตัวจริง ก้าวเดินออกมาจากด้านใน…
เทพปรมาจารย์ ลู่เหรินฮ่าว…
ชายชราเผยความประหลาดใจออกมาที่เห็นกองทัพศพหุ่นเชิดที่มีดวงวิญญาณสิงสถิต… “นี่มันอะไรกัน?! กองทัพซากศพเช่นนี้เป็นศาสตร์มืดโบราณของ เฒ่าวิญญาณ ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมศัตรูถึงได้มีพลังที่คล้ายกัน หรืออาจจะเหนือล้ำกว่าด้วยซ้ำ…”
สายตาของ ลู่เหรินฮ่าว ย่อมเฉียบคมสุดหยั่ง เพียงพริบตาเดียวก็เพ่งมองไปยัง เฒ่าชีเปลือย ในร่างของ เกาทงหลิน ซึ่งมีรัศมีที่น่าหวาดกลัวที่สุดในกองทัพศพหุ่นเชิดเหล่านี้… ดวงตาของ ลู่เหรินฮ่าว เผยความตกตะลึง ไม่มีทางที่ ลู่เหรินฮ่าว จะไม่รู้จักใบหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นอดีตอัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้นี้…
“ปะ…เป็นไปไม่ได้!! ตระกูลเกาถูกดับล้างตระกูล ตัวของ เกาทงหลิน ก็น่าที่จะตายไปแล้วนี่!!”
เฒ่าชีเปลือย สวบกอดอก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏ…
“คงงั้นมั้ง?! ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร สนใจจะมาตายด้วยกันหรือไม่เล่า?!”
…………………………………………..