อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 242 สตรีที่น่าหวาดกลัว
ตอนที่ 242
ซุน ได้ยินเช่นนั้น ก็พลันกดหัวคิ้วลงต่ำ…
“แปลว่า คนของตระกูลเล้งฝ่ายหยาง คือผู้ที่ฆ่าภรรยาท่านพ่องั้นหรือ?!”
เหยาหมิง กลับส่ายหน้า…
“เปล่า…ไม่ใช่หรอก แต่ถึงจะไม่ใช่ผู้ลงมือโดยตรง หากแต่การตายของ เล้งซิ่วอิง ในครั้งนั้นก็เกี่ยวพันกับตระกูลเล้งฝ่ายหยางโดยไม่ต้องสงสัย… แม้ว่าพรรคมังกรฟ้าสาขาหลัก จะล่มสลายไปเมื่อ 40 ปีก่อน ผู้นำฝ่ายหยินและผู้นำฝ่ายหยาง ของตระกูลในยุคนั้น ต่างก็ล้มตายไปพร้อมกันทั้งคู่
หากแต่สมาชิกตระกูลเล้ง กลับยังคงหลงเหลือกันอีกเป็นจำนวนไม่น้อย และได้กระจัดกระจายกำลังกันออกไปทั่วยุทธภพ ในจำนวนของฝ่ายหยาง มียอดฝีมือส่วนหนึ่งเริ่มออกตามล่าบิดาและภรรยา เพราะต้องการของสำคัญสิ่งหนึ่งที่ เล้งซิ่วอิง ครอบครองเอาไว้ แม้ในภายหลังนางจะตายไปแล้ว แต่พวกนั้นก็ยังตามล่าตัวของบิดาอย่างต่อเนื่อง เพราะถูกเชื่อว่านางได้มอบให้กับบิดาก่อนตาย…
ทางด้านกลุ่มมังกรทอง… ผู้นำเทวะ ที่หลังจากบรรลุเป้าหมายในการล้มล้างพรรคมังกรฟ้า ความเป็นพันธมิตรระหว่างบิดาและผู้นำเทวะ ก็นับเป็นอันจบสิ้นลง… ทันทีที่ ผู้นำเทวะ ทราบข่าวเรื่องที่ เล้งซิ่วอิง หนีมาพร้อมกับบิดา กลุ่มมังกรทองที่ปรารถนาต่อสมบัติล้ำค่าที่ตระกูลเล้งถือครอง ก็ไม่แปลกที่จะตามล่าบิดาเช่นเดียวกัน นั่นคือสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมด…”
เหยาหมิง กล่าวออกมาน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก ทำให้ ซุน พอจะเข้าใจได้ว่า การสูญเสียภรรยาถือเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจของ เหยาหมิง มากที่สุด… แม้จะยังมีคำถามอีกมากภายในใจ หากแต่สุดท้าย ซุน ก็เลือกที่จะกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ ตัดสินใจที่จะเก็บไว้สอบถามในโอกาสหน้า…
ซุน เอ่ยวาจาปลอบปละโลม เหยาหมิง อย่างอ่อนโยน พยายามเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาไปเรื่องอื่น เพราะไม่อยากให้ เหยาหมิง มีใบหน้าที่เศร้าสลดเช่นนี้…
“จริงสิ!! ท่านพ่อบุญธรรม ก่อนหน้านี้ที่งานประลองยุทธผู้เยาว์ในเมืองหลวง ข้าได้เจอน้องสาวภรรยาของท่านด้วย หากไม่ได้นางเข้าช่วยเหลือ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะตายไปแล้วก็เป็นได้… นางแม้จะมีอายุมากแล้ว หากแต่ก็ยังงดงามไร้ที่ติ มิต่างจากภรรยาของท่านในภาพวาดเลยทีเดียว…” ซุน เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เมื่อนึกถึงเรื่องที่ เล้งซิ่วอัน เคยช่วยเหลือตนในวันนั้น(ตอนที่ 152)
“!!!!!!!!!!” จบคำพูดของ ซุน ใบหน้าของ เหยาหมิง กลับมืดดำลงในทันที
“จะ…เจ้าว่าอะไร!! ได้เจอกับ เล้งซิ่วอัน งั้นหรือ!!”
ซุน แม้จะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็พยักหน้าตอบรับทันที… “ใช่ นางได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ และเมื่อนางทราบว่าข้าเป็นผู้สืบทอดของท่าน นางก็ยังมอบหยกสื่อสารทิ้งไว้ให้ด้วย แต่ห้ามมิให้ข้าติดต่อไปหานาง จนกว่านางจะติดต่อกลับมาเอง… แม้ว่าจะผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นนางติดต่อเข้ามาเสียที…”
ครานี้เมื่อ ซุน กล่าวจบ ดวงตาของ เหยาหมิง เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน!! ก่อนจะใช้มือซ้ายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว จับคว้าลำคอของ ซุน และยกสูงจากพื้น แววตาเต็มไปด้วยความดุร้ายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน…
“ทะ…ท่านพ่อบุญธรรม ท่านทำอะไร!!” ซุน น้ำเสียงแทบไม่อาจเล็ดลอดผ่านลำคอที่ถูกคร่ากุม เบิกตากว้างเผยถึงความตกใจอย่างมาก หากแต่ใบหน้าของ เหยาหมิง กลับมิได้อ่อนโยนลงแม้สักนิดเดียว แค่นเสียงออกมาอย่างเยือกเย็น…
“อย่าโคจรลมปราณต่อต้าน!!”
ทันทีที่กล่าวจบ ลมปราณชนชั้นจักรพรรดิของ เหยาหมิง ก็ได้แทรกแซงเข้าไปในร่างกายของ ซุน แทบจะทุกอณู ผ่านเส้นโลหิต ผ่านกล้ามเนื้อ ผ่านเส้นลมปราณ ราวกับทุกส่วนในร่างกายไม่อาจป้องกันการรุกรานในครั้งนี้
ซุน แม้จะเต็มไปด้วยความตกใจและสับสน... แม้จะเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของ เหยาหมิง เช่นนี้… ทว่าก็ยังมีความเชื่อใจในตัวของบิดาบุญธรรมอย่างเต็มเปี่ยม ถึงจะเจ็บปวดแสนสาหัส มีโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก ดวงตา จมูก และบาดแผลต่าง ๆ แต่กลับไม่ได้โคจรลมปราณต่อต้านแม้สักนิดเดียว ราวกับว่าหาก เหยาหมิง คิดจะเอาชีวิตตน ก็ยังพร้อมที่จะเสียสละโดยไม่ถามเหตุผล…
และไม่นานนัก… ซุน ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง!! สัมผัสได้ถึงการดิ้นรนของบางสิ่งบางอย่างจากภายในร่างกาย ก่อนจะมองเห็นผิวหนังของตน ที่นูนเด่นขึ้นพร้อมกับการเคลื่อนไหวไปมาที่ผิดปกติ ประหนึ่งว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก กำลังบ้าคลั่งเมื่อถูกไล่ต้อนโดยพลังของ เหยาหมิง
และเมื่อสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้น ถูก เหยาหมิง ผลักดันให้วิ่งสูงขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงลำคอ ซุน ก็ได้สำรอกเอาบางสิ่งบางอย่างออกมา!! ขนาดตัวของสิ่งนั้นยาวพอ ๆ กับนิ้วก้อย ลำตัวเรียวแหลมแผ่รัศมีของพลังงานที่แปลกประหลาด…
เหยาหมิง กระทืบเท้าลงไปยังร่างของสิ่งนั้นทันที จนทำให้มันแตกสลายกลายเป็นหมอกไอหลากสีและค่อย ๆ เลือนหายไปในความว่างเปล่า… ใบหน้าของ เหยาหมิง เคร่งเครียดมากถึงที่สุด ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยร่างของ ซุน ที่ยังอยู่ในภวังค์ความตกตะลึง…
“ทะ…ท่านพ่อบุญธรรม นั่นมันตัวอะไร!! ทำไมมันถึงได้อยู่ในร่างกายข้าได้!!” ซุน รู้สึกขนพองสยองเกล้า เพียงแค่เห็นสิ่งนั้นออกมาจากร่างกายของตน ก็แทบจะจินตนาการไม่ออกเลยว่ามันได้ทำอะไรกับตนไว้บ้างจากด้านใน ซึ่งที่ผ่าน ๆ มา ซุน ไม่เคยรู้สึก หรือสัมผัสได้แม้แต่น้อย
กระทั่ง ดวงวิญญาณของ เฒ่าชีเปลือย ก็ยังเผยความตกอกตกใจออกมาเช่นกัน… สิ่งนั้นแตกต่างไปจากสิ่งมีชีวิตทั่วไป และไม่ได้เกิดจากเวทย์อาคม แต่เป็นศาสตร์วิชาที่ต่างออกไปอีกแขนง ทำให้แม้แต่ตัวของ เฒ่าชีเปลือย เอง ก็ยังไม่รู้ว่ามันแทรกซึมมาในร่างของ ซุน ได้ยังไง และแอบซ่อนตัวด้วยวิธีการเช่นใด…
“สิ่งนั่นก็คือ…ปรสิตอักขระ หนึ่งในศาสตร์วิชาอักขระโบราณชั้นสูง ที่แทบจะสูญหายไปแล้ว แม้แต่คนในตระกูลเล้ง ก็ยังไม่มีผู้ใดฝึกสำเร็จได้ในรอบหลายพันปี เว้นเสียก็แต่คนเพียงคนเดียว ผู้ที่มีความเป็นอัจฉริยะในรอบหลายพันปีของตระกูลเล้ง ความสามารถเหนือล้ำยิ่งกว่า เล้งซิ่วอิง ทั้งยังมีสายเลือดเดียวกันกับนาง…
เล้งซิ่วอัน… คนที่เจ้าพบเจอยังไงล่ะ”
“!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างในทันที… ก่อนจะหวนนึกถึงตอนที่ เล้งซิ่วอัน ทำการช่วยรักษา ซุน ให้พ้นขีดอันตราย การส่งพลังเข้ามาให้ ซุน ในครั้งนั้น ชายหนุ่มเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจที่นางได้ช่วยเหลือ โดยไม่รู้สึกตัวมาก่อนเลยว่า…นางได้แฝงเร้น ปรสิตอักขระ ที่น่าขยะแขยงนั่นเข้ามาในร่างของ ซุน อย่างลับ ๆ
“ตะ…แต่นางบอกกับข้าว่า นางนั้นรู้จักพ่อบุญธรรมเป็นอย่างดี”
เหยาหมิง สูดลมหายใจลึก…
“ใช่…นางรู้จักกับข้า และภรรยาของข้า ที่เป็นพี่สาวนางอย่างดี… ซึ่งตัวข้าและภรรยา ก็เคยไว้ใจนางเป็นอย่างมาก เพราะนางได้ชื่อว่าเป็นญาติสนิทเพียงตนเดียว และมีความสามารถโดดเด่นที่สุดในตระกูลเล้ง ฝ่ายหยิน ในเรื่องของศาสตร์วิชาอักขระกำกับ… แต่สุดท้ายในภายหลัง นางกลับทรยศสายเลือดฝ่ายหยินของตนเอง และไปเข้าร่วมกับ ฝ่ายหยาง…”
“!!!!!!!!!!!” ซุน อึ้งงันไป
“จนถึงตอนนี้ บิดาก็ไม่แน่ชัดว่ายังไว้ใจนางได้หรือไม่ แต่ก็ไม่คิดที่จะเสี่ยงเชื่อคำพูดของนางอีกต่อไป… ปรสิตอักขระ ที่แฝงเร้นอยู่ในตัวเจ้า นอกจากจะเป็นตัวบอกตำแหน่งของเจ้าให้นางได้รับรู้แล้ว หากหลังจากนี้เจ้าได้มีโอกาสไปกลับไปเจอนางอีกครั้ง และนางดึงปรสิตอักขระตนนั้นกลับคืนไป ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างที่เจ้าใช้ชีวิตผ่านมา จะถูกนางสัมผัสรับรู้ได้มิต่างจากการอ่านความทรงจำของเจ้าโดยตรง
นี่เป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างมากในการแทรกซึมและล้วงข้อมูล… ทว่าปรสิตอักขระแต่ละตัว ก็แลกมาด้วยลูกแก้วดวงจิตที่แสนล้ำค่า นางจึงไม่อาจใช้งานได้บ่อยครั้งนัก เว้นเสียแต่จะเจอคนที่นางให้ความสนใจมากจริง ๆ เท่านั้น… บิดาไม่รู้หรอกว่า นางคิดยังไงกับเจ้า แต่ที่แน่ ๆ นางกำลังพยายามสืบค้นความลับของเจ้าอย่างแท้จริง…” เหยาหมิง กล่าวอธิบายตามที่รู้มา
ซุน ถึงกับตัวสั่นเยือก หญิงสาวที่ดูมีเมตตาและช่วยเหลือตนในวันนั้น แท้จริงแล้วกลับมีเจตนาแฝงเร้นที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ แม้ว่าตัวของ ซุน ที่ปกติแล้วจะรอบคอบมาก ก็ยังพลาดท่าเสียทีมารยาของนาง จากการสร้างหนี้บุญคุณ…
เหยาหมิง ตบไหล่ของ ซุน เบา ๆ
“ยุทธภพ ก็น่ากลัวเช่นนี้แหละ… ยังดีที่นางปราณีช่วยเหลือเจ้า แต่เจ้าก็อย่าไปไว้ใจความปรารถนาดีของผู้ใดง่าย ๆ หากเจ้าไม่รู้จักคน ๆ นั้นดีพอ… นี่คือคำสั่งสอนแรกของบิดา ที่อยากให้เจ้าจดจำไว้”
ซุน เผยใบหน้าที่ปั้นยากออกมา ก่อนจะประสานมือโค้งตัว…
“ขอบคุณท่านพ่อบุญธรรมที่สั่งสอน... ข้ายังอ่อนหัดเกินไปจริง ๆ”
และในตอนนั้น หยกสื่อสารโบราณ ที่ เล้งซิ่งอัน เหลือทิ้งไว้ให้กับ ซุน ก็มีสัญญาณติดต่อเข้ามาอย่างถูกจังหวะ… ชายหนุ่ม ที่ยังขนลุกขนพองกับเรื่องปรสิตตัวเมื่อครู่ไม่หาย จึงรีบส่งยื่นหยกสื่อสารดังกล่าวให้กับ เหยาหมิง ทันที… จิตใจในตอนนี้หวาดหวั่น จนถึงขั้นกลัวนางจะส่งปรสิตอักขระผ่านทางหยกสื่อสารเข้ามา ถึงแม้มันจะไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นได้ แต่ก็ขอปลอดภัยไว้ก่อน...
เหยาหมิง ไม่แปลกใจอะไรนัก กับการติดต่อมาถูกจังหวะเช่นนี้…
“ดูเหมือนว่านางคงรู้ตัวแล้ว ว่าปรสิตอักขระถูกทำลาย…”
เหยาหมิง กดตอบรับการติดต่อดังกล่าวต่อหน้า ซุน… ปลายทางนั้นเงียบงันไปสักระยะ ก่อนที่น้ำเสียงอ่อนโยนจะดังออกมาจากหยกสื่อสาร...
“พี่เหยา ข้ารู้ว่าพี่อยู่ที่นั่นด้วย… ในยุทธภพทั้ง 4 ทวีปนี้ นอกเหนือจากคนในตระกูลเล้ง ก็มีแค่พี่ที่รู้จัก ปรสิตอักขระ ของข้า…” นางโพล่งทักขึ้นมาทันที
เหยาหมิง นิ่งขรึมไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับไป…
“ซิ่วอัน… ข้าขอบคุณที่เจ้าเคยช่วยชีวิต ซุน เอาไว้ ทว่าเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ถึงกับยอมเสียสละ ปรสิตอักขระ เพียงเพื่อติดตามเด็กหนุ่มไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง…”
เสียงหัวเราะของนางที่ดังผ่านหยกสื่อสาร แม้จะฟังดูรื่นหู แต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่ากลัวบางอย่าง “หึหึ…เด็กคนนั้นค่อนข้างจะพิเศษ ถึงน้องจะไม่อาจอธิบายได้ แต่ก็ไม่นับว่าไร้ค่าสำหรับปรสิตอักขระตัวนั้น อย่างน้อยมันก็ทำให้พวกเราได้คุยกัน ใช่หรือไม่พี่เขย?”
เหยาหมิง ใบหน้ามืดดำขึ้นเรื่อย ๆ
“บอกเจตนาของเจ้ามาเลยดีกว่า… ข้ารู้ว่าถึงแม้เจ้าจะยอมสวามิภักดิ์ต่อฝ่ายหยาง ทว่าเจ้าก็ไม่ได้รับความไว้วางใจเท่าที่ควร ฝ่ายหยางที่ยินยอมรับเจ้าเข้ามา ก็เป็นเพราะต้องการความสามารถของเจ้า และเพื่อตัดกำลังรบของฝ่ายหยินเสียมากกว่า… ดังนั้นจึงไม่มีทางที่ฝ่ายหยาง จะให้เจ้าขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งเบื้องบน...”
“เรื่องนั้นมันก็ไม่เสมอไปหรอก พี่เหยา… ขอเพียงข้าสามารถนำกุญแจของปราสาทปราการเทพสมุทร กลับคืนสู่ตระกูลเล้งได้…. ไม่ต้องกล่าวถึงตำแหน่งเบื้องบน แม้แต่ตำแหน่งผู้นำตระกูลฝ่ายหยางคนใหม่ ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้…” เสียงของหญิงสาว กล่าวขึ้น
“เจ้าไม่มีทางที่จะได้มันไปแน่นอน!!” เหยาหมิง คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล เพราะกุญแจของปราสาทปราการเทพสมุทร ก็คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ภรรยาของ เหยาหมิง ต้องตาย…
“พี่เหยา… ท่านนั่นแหละที่จะนำมันกลับมาให้กับข้า เพื่อแลกกับการได้พบเจอภรรยาของท่านอีกครั้งยังไงล่ะ…”
“!!!!!!!!!!!” เหยาหมิง เบิกตากว้างในทันที…
“เหลวไหล!! เล้งซิ่วอิง นางได้ตายไปแล้ว ทั้งยังตายในอ้อมกอดของข้าในช่วงลมหายใจสุดท้ายด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าในวันนั้นเมื่อ 35 ปีก่อน ข้าจะจำเป็นต้องรีบหลบหนี จนไม่อาจนำศพของนางกลับมาด้วยได้ แต่ข้าคือผู้ยืนยันว่านางได้ตายไปแล้วอย่างแน่นอน!!”
“ใช่… นางนั้นตายไปแล้ว ทว่าดวงวิญญาณและร่างของนาง กลับยังคงอยู่ในการดูแลของข้า… แม้จะผ่านเวลามานานหลายสิบปี หากแต่ทุกอย่างก็ล้วนถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี… ดวงวิญญาณของนาง ถูกจองจำเอาไว้เพื่อเฝ้ารอวันจะได้พบท่านเสมอมา…” เล้งซิ่วอัน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสนเย็นชา…
……………………………………..