อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 264 พรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาว
ตอนที่ 264
พรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาว… นับเป็นพรรคมังกรฟ้าสาขาเดียวที่ไม่ได้ถูกควบคุมและดูแลโดยตระกูลเล้ง หากแต่เป็นตระกูลกุ่ยคือผู้ดูแลมาตั้งแต่ยุคเริ่มก่อตั้ง… ในเรื่องของเหตุผลนั้น ดูเหมือนว่าผู้ริสร้างพรรคมังกรฟ้าสาขาต่าง ๆ ขึ้นมาซึ่งก็คือผู้ยิ่งใหญ่ เล้งซาน แต่ด้วยข้อตกลงบางอย่างจึงมอบยกพรรคมังกรฟ้าสาขาทวีปพยัคฆ์นี้ ให้กับผู้ยิ่งใหญ่ กุ่ยเยี่ยซา หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่เผ่ามนุษย์เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน...
แม้ว่าผู้ยิ่งใหญ่ กุ่ยเยี่ยซา จะตายไปแล้ว… แต่ตระกูลกุ่ย ก็สืบทอดตำแหน่งการเป็นผู้นำพรรคมังกรฟ้าสาขาทวีปพยัคฆ์ขาวเรื่อยมา โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดหนึ่งหมื่นปีจวบจนถึงปัจจุบัน… แม้ว่า ณ ตอนนี้พรรคมังกรฟ้าสาขาอื่น ๆ ที่ถูกควบคุมโดยตระกูลเล้ง จะล่มสลายไปจนหมดสิ้นแล้ว หากแต่พรรคมังกรฟ้าที่ดูแลโดยตระกูลกุ่ย กลับยังคงยิ่งใหญ่คับฟ้า แข็งแกร่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุมกำลังระดับราชวงศ์ที่ปกครองทวีปต่าง ๆ
และพรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาวนี้ ยังเป็นเจ้าของกิจการประตูมิติเคลื่อนย้ายระยะไกลเพียงหนึ่งเดียวในยุทธภพ ทำให้ในด้านความมั่งคั่งนั้น ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร มีทั้งอำนาจและบารมีที่ราวกับต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากไปทั่วทั้งแผ่นดินในยุทธภพ โอกาสจะหักโค่นนั้นแทบไม่มีทางเป็นไปได้…
ผู้นำคนปัจจุบันยังคงเป็นตระกูลกุ่ย ตระกูลระดับสูงสุดที่มีป้ายทองอันทรงเกียรติ สถานภาพถือว่าเท่าเทียมกับตระกูลราชวงศ์ทั้ง 3 ตระกูล ไป๋หู่ จูเชว่ เสวียนอู่ รวมไปถึงตระกูลเล้ง และตระกูลเหว่ย ที่เป็นตระกูลผู้นำสมาพันธ์แห่งท้องทะเล…
หากแต่น่าเสียดายที่ ณ เวลานี้ ตระกูลกุ่ย ไม่มีผู้สืบทอดหลงเหลืออีกแล้ว มีก็แค่เพียงจอมราชันย์แห่งจิตวิญญาณ กุ่ยจือชิง ยอดฝีมือที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในทวีปพยัคฆ์ขาว เหนือล้ำยิ่งไปกว่า 3 เทพปรมาจารย์ เป็นคนในตระกูลกุ่ย รุ่นสุดท้าย…
กุ่ยจือชิง เป็นหนึ่งในยอดฝีมือชนชั้นเทวะที่อายุร่วมสองร้อยกว่าปี ทั้งยังเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ เนื่องจากอายุขัยก้าวมาถึงปลายทาง และด้วยความที่มีสายเลือดอันแข็งแกร่งที่สืบทอดมาจากอดีตเฉกเช่นเดียวกับตระกูลเล้ง การให้กำเนิดทายาทนั้นจึงยากกว่าผู้คนทั่วไป แม้ กุ่ยจือชิง จะมีนางสนมปรนเปรอดูแลมากถึง 796 คน สลับหมุนเวียนมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้ว แต่ปัจจุบันก็ไม่มีทายาทสืบทอดตระกูลกุ่ยแม้แต่คนเดียว…
สภาวะของพรรคมังกรฟ้าในยุคนี้แม้รากฐานด้านล่างจะมั่งคง แค่ปลายยอดกลับระส่ำระส่ายถึงขีดสุด… ซึ่งหากหมดสิ้นวาสนาตระกูลกุ่ยลงไปจริง ๆ ถัดรองมาจากตระกูลกุ่ยนั้น ยังมีอีก 5 ตระกูลใหญ่ ที่เป็นผู้ช่วยของตระกูลกุ่ย คุมบังเหียนพรรคมังกรฟ้ามาหลายพันปี เป็นตระกูลที่มีศักดิ์สูงส่งถึงระดับป้ายเงิน มั่งคั่งไปด้วยอิทธิพลและบารมี…
ได้แก่ ตระกูลเฉียง ตระกูลฉู่ ตระกูลโจว ตระกูลจู และตระกูลโอวหยาง… ทั้งสามตระกูลล้วนกล้าแกร่งทัดเทียม แต่ก็ยังพอเห็นถึงลำดับขั้นความสำคัญอยู่เล็กน้อย จากขอบเขตดูแลที่มีอิทธิพลต่างกันออกไป รวมไปถึงผู้นำตระกูลที่แข็งแกร่งกว่ากันถึงจะไม่มากนักก็ตามที…
ตระกูลเฉียง ดูแลกิจการที่ฝั่งภาคกลางของทวีป และยังมีโรงบ่มเพาะสัตว์อสูรเทียมส่งออก จึงมีวิทยาการด้านตัดแต่งพันธุกรรมสัตว์อสูรในระดับที่เชี่ยวชาญ พัฒนาขึ้นมาจนถึงจะถึงระดับที่ผสมเทียมสัตว์อสูรเพื่อสร้างสายพันธุ์ใหม่ได้แล้ว…
ตระกูลฉู่ ดูแลกิจการฝั่งตะวันออกของทวีป เด่นในด้านการเสาะหาทรัพยากรล้ำค่า ถนัดเรื่องแลกเปลี่ยนสินค้าประเมินมูลค่า คอยจัดงานประมูลต่าง ๆ และยังมีเส้นสายมากมายกระจายไปทั่วยุทธภพทั้งบนดินและใต้ดิน ชนิดที่ว่าตระกูลที่เหลืออีก 4 ตระกูล บางครั้งยังต้องไหว้วานให้ตระกูลฉู่คอยช่วยเหลือ…
ตระกูลโจว ดูแลกิจการฝั่งตะวันตก เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ศาสตร์วิชาอักขระกำกับ อาวุธลับและศาสตราอันแข็งแกร่งมากมายถูกสร้างขึ้นโดยตระกูลนี้ กำลังรบในภาพรวมจึงแข็งแกร่งและได้เปรียบตระกูลอื่น ๆ หากมีการเผชิญหน้ากันตรง ๆ
ตระกูลจู ดูแลกิจการฝั่งทิศใต้ของทวีป สมดุลตระกูลดีเยี่ยมไม่โดดเด่นในด้านใดเป็นพิเศษ ทว่ากลับมีเคล็ดวิชาประจำตระกูลที่น่ากลัว เกี่ยวกับศาสตร์แห่งวิญญาณและความตาย อีกทั้งผู้นำตระกูลจู ก็คือ จูหยวนไห่ หนึ่งในเทพปรมาจารย์ของทวีปพยัคฆ์ขาวแห่งนี้ เดิมทีเป็นเทพปรมาจารย์ลำดับที่ 3 แต่เมื่อ ลู่เหรินฮ่าว ถูกปลดจากตำแหน่ง ก็ขึ้นมาเป็น เทพปรมาจารย์ลำดับที่ 2 ในทันที…
ตระกูลโอวหยาง ดูแลกิจการฝั่งทิศเหนือของทวีป และเป็นตระกูลที่รับใช้ตระกูลกุ่ยมายาวนานที่สุด ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจาก กุ่ยจือชิง มากที่สุด… แม้แต่ฝ่ายยอดฝีมือที่คอยรักษาความปลอดภัยภายในพรรคมังกรฟ้าทั้งหมด ก็ถูกดูแลโดยตระกูลโอวหลาง… ผู้นำตระกูล โอวหยางเจี่ย ก็ยังไม่ธรรมดา ด้านพื้นฐานลมปราณและพลังฝีมือเหนือกว่า อวิ๋นหยางหลิ่ง เจ้าสำนักสายลมประจิม ที่ถูกทาบทามเป็น เทพปรมาจารย์ลำดับที่ 3 ของทวีป เสียด้วยซ้ำ…
แต่เป็นเพราะทางสมาพันทำเนียบยุทธภพ เห็นว่าทางพรรคมังกรฟ้ามีตำแหน่ง จอมราชันย์ และ เทพปรมาจารย์ลำดับที่ 2 ไปครอบครองแล้ว… จึงปฏิเสธที่จะให้ โอวหยางเจี่ย เข้ารับตำแหน่งเทพปรมาจารย์ลำดับที่ 3 เพราะเกรงว่าถ่วงดุลอำนาจจะเอนเอียงเกินไป และไม่ยุติธรรมต่อขุมกำลังอื่น ๆ ในทวีปนี้ สุดท้ายถึงกลายเป็น อวิ๋นหยางหลิ่ง และยอดฝีมือชราอีก 2 คน ที่ถูกเสนอชื่อ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา…
“และนี่ก็คือข้อมูลคร่าว ๆ เกี่ยวกับพรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาว… หากต้องการเจาะลึกมากไปกว่านี้ คงต้องใช้เวลามากยิ่งขึ้น เพราะพรรคมังกรฟ้า ไม่ใช่ขุมกำลังที่พวกเราจะสามารถเข้าไปแทรกแซงได้ง่าย ๆ” ราชันย์ยาจกเก้านิ้ว จิวต้าว อธิบายให้ ซุน ได้ฟัง
ทั้งสองได้นัดหมายมาเจอกันในสถานที่ลับตา ห่างจากพรรคมังกรฟ้าเพียงไม่กี่ร้อยลี้… เพราะ ซุน อยากทราบข้อมูลให้ละเอียดก่อนที่ตนจะเข้าไปรายงานตัวกับทางพรรคมังกรฟ้า เนื่องด้วยเมื่อเข้าไปแล้วการจะออกมาด้านนอกไม่ใช่เรื่องง่าย…
ชายหนุ่ม เผยสีหน้าครุ่นคิดหนัก “ผู้อาวุโสจิว… แล้วท่านคิดว่าในตระกูลใหญ่ทั้ง 5 มีตระกูลใดน่าเชื่อถือมากที่สุด?!” ซุน เอ่ยถามตรง ๆ
“อืม…หากถามเช่นนั้น ก็คงบอกได้คำเดียวว่าไม่มีตระกูลใดน่าไว้ใจเลย… เพราะทุกตระกูลต่างเก็บซ่อนความลับของกันและกันอย่างถึงที่สุด ฉากหน้าแม้เหล่าผู้นำตระกูลจะยิ้มแย้มให้แก่กัน ทว่าเบื้องหลังนั้นหากตระกูลใดพลาดท่าขึ้นมา อีก 4 ตระกูลก็คงพร้อมที่จะบดขยี้ทันที…
แต่ถ้าพูดถึงความคุ้นเคยล่ะก็… พรรคเซียนประทาน ของเรามีการติดต่อกับทางตระกูลฉู่อยู่ลับ ๆ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่เป็นประจำ และข้าเองก็พอจะเป็นที่เกรงใจของ ผู้นำตระกูลฉู่อยู่บ้าง…” จิวต้าว กล่าวอธิบายพลางยกสุราขึ้นกระดก ใบหน้าเผยความกระชุ่มกระชวยอยู่ไม่น้อย สุราชั้นเลิศเหล่านี้มิต่างค่าไหว้วานเรื่องข้อมูล
ซุน ได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น… หากกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ตนพอจะมีกับคนของพรรคมังกรฟ้า ก็คงเป็น เฉียงตงฟาง ที่เคยติดค้างหนี้บุญคุณกับตนอยู่(ตอนที่ 199) และทางหญิงสาวอย่างแม่นาง ฉู่อ้ายเยว่ ที่แม้จะไม่ถึงขั้นสนิทสนมกัน แต่ ซุน ก็พอจะมองออกว่านางมีความรู้สึกดี ๆ ให้กับตนอยู่ไม่น้อย…
การไปพรรคมังกรฟ้าครั้งนี้ สำหรับ ซุน แฝงไว้ด้วยความหมายหลายด้าน… แน่นอนว่าหนึ่งก็คือการไปฝึกฝนตนเอง โดยอาศัยทรัพยากรที่มั่งคั่งของ พรรคมังกรฟ้า ได้ยินว่าเคล็ดวิชาของพรรคก็เต็มไปด้วยทักษะระดับเฉพาะ ให้เลือกฝึกฝนได้มากมาย…
ส่วนอีกเหตุผลที่เป็นความลับสำคัญ และอาจเป็นหนึ่งในโชควาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด… นั่นก็คือการตามหาจิตวิญญาณที่อาจจะยังหลงเหลือของผู้ยิ่งใหญ่ กุ่ยเยี่ยซา!! ได้ยินว่าคนผู้นี้คือหนึ่งในสหายที่สนิทที่สุดของ เล้งซาน น่าจะล่วงรู้ความสัมพันธ์บางอย่างของตนไม่มากก็น้อย… และยังเป็นหนึ่งในผู้ที่ครอบครอง เส้นใยแห่งจิตวิญญาณอนันต์(ตอนที่ 210) หนึ่งในสิบสองเส้นใยแห่งจิตวิญญาณ ที่ไม่มีวันดับสลาย…
แม้ว่า ซุน จะไม่กล้าวาดฝันที่จะได้มาครอบครอง หากแต่ถ้าทำได้จริง ๆ นั่นจะเป็นหนึ่งในพลังอำนาจที่ฉีกกฎเกณฑ์ พลังวิญญาณคงจะมากมายทะลุขอบเขต ตบะคงจะถูกยกระดับจนเกินกว่าตบะของมนุษย์ และจะนำพาไปสู่หนทางอันยิ่งใหญ่ต่อไป…
“ผู้อาวุโสจิว… การที่จะเข้าถึงพบจอมราชันย์แห่งจิตวิญญาณ กุ่ยจือชิง มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดงั้นหรือ?!” ซุน ไม่อ้อมค้อม
ชายชราส่ายหน้าพลางถอนหายใจ… “คงทำได้แค่ฝัน… กุ่ยจือชิง เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับสูงสุดที่แทบไม่ต่างจากองค์จักรพรรดิของราชวงศ์ทั้ง 3 หากเป็นเมื่อก่อนยังพอจะเป็นไปได้ แต่ในเวลานี้ กุ่ยจือชิง ป่วยหนักระวังศัตรูรอบด้าน จึงมีน้อยคนที่จะสามารถเข้าพบได้หาก เว้นเสียแต่จะถูกเจาะจงเพื่อเรียกตัว…
ลำพังผู้เยาว์คนหนึ่งอย่างเจ้า ทั้งยังเป็นแค่ศิษย์แลกเปลี่ยนตามธรรมเนียมจากขุมกำลังอื่น ในช่วงเวลา 2 ปีที่เจ้าได้อยู่ในพรรคมังกรฟ้า หากเจ้าไม่สร้างชื่อเสียงระดับที่ กุ่ยจือชิง จับตามอง หรือประทานรางวัลด้วยตนเอง ก็อย่าคิดที่จะบุกเข้าไปพบเจอเด็ดขาด มิเช่นนั้นมีแต่ความตายที่รอเจ้าอยู่…
ระดับการคุ้มกันของ กุ่ยจือชิง นั้น ต่อให้บิดาเจ้า เหยาหมิง ยอมออกหน้าเอง ยังยากที่จะฝ่าทะลวงเข้าไปเลย นอกจากค่ายกลและม่านอาคมมากมายแล้ว ยังโอบล้อมไปด้วยผู้นำตระกูลใหญ่ทั้ง 5 ตระกูล… และทุกคนต่างก็เป็นยอดฝีมือชนชั้นจักรพรรดิ โดยเฉพาะผู้นำตระกูลจู จูหยวนไห่ และผู้นำตระกูลโอวหยาง โอวหยางเจี่ย สองคนนี้บรรลุถึงชนชั้นจักรพรรดิขั้นกลาง ลมปราณสีส้มขั้นที่ 8 ความแข็งแกร่งเรียกได้ว่า อยู่ในระดับเดียวกับมีดบินไร้เทียมทาน ลู่เหรินฮ่าว ที่พวกเราเคยเผชิญหน้า
ข้าว่าทางที่ดีเจ้าอยู่อย่างสงบเสงี่ยมไปนั่นแหละดีแล้ว อย่าคิดทำอะไรแผลง ๆ ในขอบเขตการดูแลของขุมกำลังระดับนี้จะดีกว่า พรรคมังกรฟ้า เป็นสถานที่น่ากลัวกว่าสำนักสายลมประจิมนับร้อยเท่า เต็มไปด้วยความลับทางประวัติศาสตร์ที่เก็บซ่อนมากมาย เจ้าค่อย ๆ เก็บเกี่ยวความรู้และโชควาสนาไปตามการเติบโตก็พอแล้ว…
หากให้ข้าชี้แนะ ข้าว่าเจ้าตั้งเป้าหมายไปที่การชิงตำแหน่ง ราชันย์รุ่นเยาว์ จะดีกว่า… เพราะ เฉียงตงฟาง กำลังอยู่ในขั้นตอนรวบรวมยอดฝีมือรุ่นเยาว์ เพื่อไปท้าชิงตำแหน่งราชันย์รุ่นเยาว์ ในทวีปมังกรฟ้า หากเป็นเจ้าในเวลานี้ที่พื้นฐานล้ำหน้า เฉียงตงฟาง ไปแล้ว น่าจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร…”
ซุน ได้ยินจนถึงจุดนี้ ดวงตาก็พลันกระจ่างชัดขึ้น พบเจอหนทางลัดที่จะนำตนไปเจอกับ กุ่ยจือชิง ได้แล้ว… “นี่ยังไงล่ะโอกาสของข้า!! หากข้านำพา เฉียงตงฟาง ไปท้าชิงตำแหน่งกับ ราชันย์รุ่นเยาว์คนปัจจุบันได้สำเร็จ ถึงเวลานั้น กุ่ยจือชิง จะต้องเรียกตัวข้าไปพบเพื่อมอบรางวัลให้แน่นอน!!”
จิวต้าว ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจยาวพรืดหนึ่ง…
“มันจะง่ายแบบนั้นจริง ๆ หรือ?! ตำแหน่งราชันย์รุ่นเยาว์ มิใช่เพียงแค่เจ้าเก่งกาจ และอายุต่ำกว่า 20 ปี จะขอไปท้าทายได้มั่ว ๆ เสียที่ไหน ผู้ที่ท้าทายราชันย์รุ่นเยาว์ จำเป็นต้องมีกลุ่มกองกำลังผู้เยาว์ ที่ไม่ด้อยไปกว่าเหล่ามังกรรุ่นเยาว์ที่รายล้อมราชันย์ จึงจะท้าชิงชัยในตำแหน่งนี้ได้ หาไม่แล้ว เฉียงตงฟาง คงไม่ใช่เวลาเตรียมการอยู่หลายปีเช่นนี้…
เจ้าอาจจะยังไม่รู้… ว่าระดับของทวีปพยัคฆ์ขาว และทวีปมังกรฟ้านั้นแตกต่างกันอยู่ไม่น้อย… อัจฉริยะรุ่นเยาว์ในทวีปนี้ เกือบทั้งหมดล้วนมีพื้นฐานชนชั้นลมปราณสีเขียว แต่เจ้ารู้อะไรหรือไม่ ว่าพื้นฐานชนชั้นลมปราณสีเขียวของทวีปเรานั้น เทียบได้แค่เพียงระดับศิษย์หลักของ สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ ในทวีปมังกรฟ้าเท่านั้นเอง…
ทวีปมังกรฟ้า คือแหล่งรวมยอดฝีมือที่น่ากลัวที่สุด ตลอดนับพันนับหมื่นปี ตำแหน่ง เทพราชันย์ ยอดฝีมืออันดับ 1 ของยุทธภพ ไม่เคยหลุดไปจากทวีปมังกรฟ้า… และแน่นอนว่าตำแหน่ง ราชันย์รุ่นเยาว์ ก็เช่นเดียวกัน วนเวียนอยู่เพียงแค่ในทวีปมังกรฟ้าเรื่อยมา…
เอาเถอะ!! ข้านั้นก็ไม่อยากกล่าวอธิบายให้มากความ มันจะเป็นการหักหาญความตั้งใจของเจ้าเสียเปล่า ๆ เจ้าค่อย ๆ ไปเรียนรู้ด้วยตนเองก็แล้วกัน…” จิวต้าว เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงปลดปลง หากแต่ก็ยังมอง ซุน มิต่างลูกหลานคนหนึ่ง…
ชายหนุ่ม เผยแววตาเด็ดเดี่ยวที่มุ่งหวัง ประสานมือทำความเคารพต่อ จิวต้าว ก่อนจะมุ่งหน้าออกเดินทาง ตรงไปยังพรรคมังกรฟ้า สาขาทวีปพยัคฆ์ขาว อย่างน้อยเป้าหมายที่เลือนรางในการเดินทาง ก็ชัดเจนขึ้นมาบ้างแล้ว…
………………………………………….