อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 268 ความโกลาหล หน้าหอตุลาการ
ตอนที่ 268
“!!!!!!!!!!” โจวชางเมิ่น ประหลาดใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายสามารถหยุดสภาวะหมัดของตนไว้ได้ ทว่าก็พอจะทราบความแข็งแกร่งของพวกร่างสถิต หากเป็นบางสายพันธุ์ที่ดุร้าย ก็ไม่แปลกที่จะมีพลังกำลังมากกว่ามนุษย์ทั่วไป…
“มาจนได้งั้นสินะ… กำลังจะส่งคนไปตามเจ้าอยู่เชียว หากแต่คนที่จะไปตามผู้นี้ มันช่างดื้อด้านยิ่งนัก ข้าเลยต้องลงมือสั่งสอนให้หลาบจำเสียบ้าง…” โจวชางเมิ่น กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูมืดดำยิ่งนัก ไร้ซึ่งเค้าโครงแห่งความจริงใจ
ซุน นิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบ ก่อนจะหมุนร่างหันมองไปยัง ลั่วชิงเหอ ที่สภาพร่อแร่เต็มที…
“ปล่อยคน…”
ฝ่ายตรวจการ ลูกสมุนของ โจวชางเมิ่น เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น ก็หันหน้ามองกันไปมาเล็กน้อย พร้อมกับแผดเสียงหัวเราะออกมาราวกับเจอเรื่องตลก… “ให้ปล่อยคนงั้นหรือ?! เจ้าเป็นใครถึงมาสั่งพวกเรา…”
ซุน กดคิ้วต่ำลง ก่อนจะสะบัดมือเบา ๆ ออกไปคราหนึ่ง… เกิดเป็นสายลมสีครามที่หมุนวนระลอกหนึ่ง ผลักดันให้ฝ่ายตรวจการทั้งสิบ ต้องผละแยกจาก ลั่วชิงเหอ ทั้งยังสร้างของเขตปราการสายลมทำให้พวกมันมิอาจเข้ามาใกล้ ลั่วชิงเหอ ได้อีก สร้างความงุนงงให้กับฝ่ายตรวจการกลุ่มนี้อย่างมาก...
ซุน เข้าไปประคอง…
“ไม่เป็นอะไรนะ ศิษย์พี่ลั่ว…”
ลั่วชิงเหอ หันมอง พร้อมกับมีรอยยิ้มน้อย ๆ
“ศิษย์พี่ซุน โทษทีที่ทำให้เจ้าลำบากไปด้วย…”
“เรื่องเล็กน้อยน่า… ยังพอลุกไหวหรือไม่?!” ซุน เอ่ยถามขึ้น…
หากแต่ ลั่วชิงเหอ ไม่เพียงลุกยืนด้วยตนเองเท่านั้น ยังฉายแววตาเด็ดเดี่ยวออกมา เรือนกายร้อนรุ่มดุจภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ… “เจ้าถามผิดแล้ว… ที่ควรจะถามคือข้ายังสู้ไหวหรือไม่ต่างหาก!! และคำตอบก็คือ ไหวยิ่งกว่าไหวเสียอีก!!”
ซุน ยักมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น ยิ่งบาดเจ็บก็ยิ่งบ้าคลั่งนั่นจึงจะสมเป็น ลั่วชิงเหอ ที่ ซุน รู้จัก เมื่อดูแล้วไม่มีสิ่งใดต้องกังวล… ซุน จึงตวัดสายตาหันมองตรงไปยัง โจวชางเมิ่น อีกครั้ง ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม แผ่ไอดุร้ายออกมาอย่างมหาศาล… รอบด้านเริ่มมีผู้คนมามุงดูหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นคนจากหลายฝ่ายที่ปะปนกันไป แต่ไม่คิดจะมีใครยื่นมือเข้ามาสอดแทรก… หลายคนที่มามุ่งดู ยังเป็นถึงระดับสูงในหมู่ศิษย์หลักพรรคมังกรฟ้า แอบซ่อนจับตามองอยู่ในทิศที่ห่างไกล...
สายตาของ ซุน ที่รอบกายมีเพียงรัศมีชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นที่ 6 แต่น่าแปลกใจตรงที่ โจวชางเมิ่น รู้สึกเหมือนว่าร่างกายกำลังสะท้านสั่นไหวจากสายตานั้น ปลายนิ้วของมันเย็นเยือกทั้งยังสั่นไม่หยุด… มองเห็นเงาที่เลือนรางของพยัคฆาตัวใหญ่ทับซ้อนบนร่างของชายหนุ่มตรงหน้า จน โจวชางเมิ่น ต้องขยี้ตาอยู่อีกหลายที แล้วจึงเผยถึงความไม่อยากจะเชื่อออก...
“นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร!! ข้าเป็นคนของ ฝ่ายตรวจการ และข้าก็เป็นมีสายเลือดตระกูลโจว!! เจ้ากล้าขัดขืนข้างั้นหรือ…” โจวชางหมิ่น รู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันแทบไม่อยากจะยอมรับ ว่าตนกำลังรู้สึกหวาดกลัวต่อผู้เยาว์ชนชั้นลมปราณสีเขียวคนหนึ่ง…
ซุน โบกสะบัดมือแผ่วเบาเนืองช้าด้วยท่วงท่าสามัญ หากแต่รอบด้านกลับโอบล้อมด้วยกระแสลมหลากสีอย่างน่าอัศจรรย์ ใบหน้าของชายหนุ่ม นิ่งขรึมกว่าที่คิดไว้ เอ่ยปากเนิบนาบขึ้น แสดงเจตนารมณ์ที่มั่นคงของตนออกไป…
“ก่อนหน้านี้เจ้าดูหมิ่นดูแคลนข้า ซึ่งข้าก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร… เจ้าพยายามข่มขู่ข้า ซึ่งข้านั้นก็ไม่ถือสาหาความ… แม้เจ้าจะพยายามยัดเยียดให้ข้าเข้าร่วมฝ่าย ข้าก็คิดเพียงแค่ว่ามันเป็นกลไกขับเคลื่อนภายในเท่านั้น ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรกับข้า ทุกอย่างข้าก็สามารถอดทนอดกลั้นได้โดยไม่แม้แต่จะปริปาก...
หากแต่มีเรื่องหนึ่งที่ข้าจะไม่มีวันยินยอม… นั่นก็คือการที่สหายหรือคนข้างกายของข้าถูกรังแก!! ศิษย์พี่ลั่วก็คือสหายของข้า… และพวกเจ้าทั้งหมดไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายสหายของข้าอย่างไร้เหตุผล!! นี่ถือวิถีทางที่ข้าเลือกเดิน ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับ ฝ่ายตรวจการ หรือเป็นศัตรูกับศิษย์พรรคมังกรฟ้าทุกคน ข้าก็พร้อมจะลงมือ!!”
ร่างของ ซุน พร่าเลือนไปในชั่วพริบตา เผยเงาอีกครั้งเบื้องหน้าของ โจวชางเมิ่น หมัดขวาที่โอบอุ้มไปด้วยพลังทำลายรวดเร็วเกินจะหลบเลี่ยง ฝ่าทะลวงทุกปราณคุ้มกันกาย ก่อนกำปั้นนี้จมหายเข้าในท้องของ โจวชางเมิ่น!! ดวงตาของอีกฝ่ายเบิกโพลงขึ้นมันที สำรอกอาเจียนโดยมีเลือดปะปน
เสียง ตูม! ดังตามมาจากปราณสายลมที่ระเบิดขึ้น ก่อนที่ร่างของ โจวชางเมิ่น จะกระเด็นออกไปไกลหลายสิบก้าว กลิ้งเกลือกคลุกฝุ่นไปตามพื้นอย่างไม่มีเรี่ยวแรงที่จะตั้งหลักได้… หลังจากร่างหยุดแน่นิ่ง ก็ยังสำรอกอาเจียนปนโลหิตออกมาอีกหลายคำ รู้สึกราวกับถูกฟาดด้วยค้อนสวรรค์ หายใจได้ไม่ทั่วท้อง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั่วตัว…
“บะ…บ้าน่า!! นี่มันใช่หมัดของชนชั้นลมปราณสีเขียวจริง ๆ งั้นหรือ!!”
ซุน เผยแววตาเหี้ยมเกรียม เมื่อเริ่มลงมือแล้วย่อมไม่คิดจะหยุดเพียงแค่การสั่งสอน แต่ต้องให้อีกฝ่ายนั้นหลาบจำ!! ซุน เติบโตขึ้นมากหลังผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ประจักษ์แจ้งแก่ใจว่าความประณีประนอมนั้นไม่มีอยู่จริงในยุทธภพ… หากตนไม่คิดจะลงมือก็ว่าไปอย่าง แต่ในเมื่อลงมือแล้ว จะต้องไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีใจคิดกลับมาแก้แค้นในภายหลังได้ จะต้องตอกย้ำความเด็ดขาดให้กลายเป็นตะปูปักกลางใจอีกฝ่าย จนมิอาจโงหัวขึ้นมาสร้างความลำบากให้กับตนและคนรอบข้างได้อีก…
อีกทั้ง ซุน ยังหมายจะใช้เหตุการณ์ตรงหน้าในครั้งนี้ส่งเป็นสาส์นไร้อักษร ไปถึงคนอื่น ๆ ในพรรคมังกรฟ้าที่กำลังเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่รอบ ๆ ด้าน ว่าหากคิดจะเข้ามารังแกสหายและคนรอบกายของตน จะต้องมีสภาพเป็นเช่นไร!!
ส่วนเรื่องความผิดที่จะตามมานั้น ไว้ค่อยหาทางแก้เอาทีหลัง!!
โจวชางหมิ่น เห็น ซุน เดินตรงเข้ามาด้วยฝีเท้าแน่นหนัก อาบล้มไปด้วยจิตคุกคามราวกับสัตว์ร้าย ก็ถึงกับคลานถอยกรูดอย่างน่าสมเพช ใบหน้าซีดเผือดถึงขีดสุด กวาดสายตามองไปยังพรรคพวกด้านหลัง ที่กำลังยืนอึ้งงัน… “มะ…มัวทำบ้าอะไรกันอยู่!! รีบจัดการเจ้าบ้านี่เร็วเข้า!!”
ฝ่ายตรวจการลูกสมุนของ โจวชางเมิ่น ราวกับได้สติขึ้น คนนับสิบที่เกือบทั้งหมดเป็นชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นต้น ก็ทะยานร่างพุ่งเข้าหา ซุน จากรอบทิศทาง… ชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าเรียบเฉย หยิบเอาเต้าสุราขึ้นมากระดกดื่มอย่างไม่มีความกริ่งเกรงใด…
“ท่าร่างเซียนเมรัย… กายเมามาย จิตมิเมามาย”
ซุน เริ่มโยกเอนร่างกายเกิดเป็นเงาซ้อนกันพร่าเลือน แม้จะเคลื่อนไหวไร้รูปแบบ แต่กลับสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีที่เรียกได้ว่าครอบฟ้าคลุมดินจากทุกทิศทางได้อย่างเฉียดฉิว… จากนั้นระเบิดกำปั้นฝ่าทะลวงกลุ่มคน เกิดเป็นเสียงตูมตามดังกึกก้องกัมปนาท มีหลายคนร่างปลิดปลิวกระเด็นดุจว่าวสายป่านขาด ต่อให้ ซุน เก็บงำรัศมีลมปราณแท้จริงเอาไว้ แต่พลังหมัดอันเป็นพลังกายก็ยังสูงล้ำเกินจะหยั่งถึง
ลั่วชิงเหอ ที่แม้จะบาดเจ็บ แต่ก็เลือดสูบฉีดขึ้นหน้าจนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป แม้ว่าคู่ต่อสู้รอบด้านจะมีพื้นฐานสูงล้ำกว่า แต่ความโชกโชนและความเป็นอัจฉริยะในการต่อสู้ เมื่อผนวกรวมเข้ากับความฮึกเหิม และใจห้าวหาญ ก็มีมากพอจะพอจะเข้าตะลุมบอนร่วมกัน ซุน
เกิดเป็นความโกลาหล ด้านหน้า หอตุลาการ!!
เหล่าผู้ที่เฝ้ามองรอบด้าน อดไม่ได้ที่จะเผยสายตาอึ้งงัน ไม่เคยมีศิษย์ตามธรรมเนียมคนใด กล้ามีเรื่องกับฝ่ายตรวจการตรง ๆ เช่นนี้มาก่อน และยังเป็นตรงหน้า หอตุลาการ ถือเป็นการเย้ยหยันกองกำลังจาก ฝ่ายตรวจการ ของพรรคมังกรฟ้าอย่างถึงที่สุด…
ลั่วชิงเหอ ถูกการโจมตีสวนเข้าหลายครั้ง เพราะพื้นฐานต่ำกว่า แต่ยังเปี่ยมไปด้วยจิตต่อสู้ไม่เสื่อมถอย ตะบันหน้าฝ่ายตรวจการล้มคว่ำไป 2-3 คน…
ซุน นั้นยิ่งราวกับเป็นพยัคฆ์กลางฝูงหมาป่า ทุกการโจมตีแม้มิได้คาดหวังให้ถึงแก่ชีวิต แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจบดทำลายจิตใจของอีกฝ่ายให้แหลกสลาย แต่ละหมัดนั้นน่ากลัวสุดจะหยั่งถึง อีกทั้งยังมีท่าร่างพิสดารที่ไม่อาจคาดเดา ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ราวกับภูติวิญญาณ ทั้งบางครั้งยังมีกระแสลมที่ระเบิดขึ้นเป็นระลอก กระแทกร่างของคู่ต่อสู้จนแทบจะปลิวหายไปจากสมรภูมิ…
โจวชางเมิ่น ใบหน้าถอดสี สัมผัสได้ถึงวิกฤตอันตรายอย่างรุนแรง ราวกับตนเผลอไปมีเรื่องกับสัตว์ประหลาดเข้า จึงหมายที่จะใช้ความชุลมุนหลบหนีไปตั้งหลัก… แต่ไหนเลยที่จะรอดพ้นสัมผัสจากสายลมสีม่วงที่กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ของ ซุน ได้ เพียงชายหนุ่มกวัดมือเบา ๆ ก็มีแรงลมระลอกหนึ่งหอบพัดร่างของ โจวชางเมิ่น ให้เข้ามาในสมรภูมิอีกครั้ง…
ซุน พุ่งตัวตรงเข้าหา โจวชางเมิ่น ทันที ฝ่ายตรวจการอีก 2-3 ที่ยังไม่ถูกเล่นงานจนหมดสติ ได้พยายามจะเข้ามาหยุดยั้ง แต่ก็ถูก ลั่วชิงเหอ เข้าสกัดเอาไว้… ซุน ใช้มือซ้ายจับคว้าคอเสื้อของ โจวชางเมิ่น พร้อมกับยกร่างให้ปลายเท้าลอยขึ้นจากพื้นประหนึ่งไร้น้ำหนัก อีกฝ่ายแทบจะส่งเสียงโหยหวนบ้าคลั่ง พยายามปล่อยกระบวนท่ามั่วซั่วออกมา
ซุน โยกศีรษะหลบเลี่ยงอย่างง่ายดาย…
“หากคิดจะลงมือ ก็ให้มันแม่นยำแบบนี้!!”
ตูม!! หมัดขวากระแทกเข้าใส่ใบหน้าของ โจวชางเมิ่น อย่างรุนแรง อีกฝ่ายถึงกับผงะหงายศีรษะไปด้านหลัง ฟันหน้ากระเด็นออกมาไม่ต่ำกว่าสองซี่ ปลายจมูกบี้ยับย่น… จากนั้นเสียง ตูม! ตูม! ตูม! ก็ดังขึ้นอีกหลายครั้ง ทุกหมัดของ ซุน พุ่งเข้าใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ แม้อีกฝ่ายจะพยายามยกมือขึ้นป้องปัด แต่ก็ราวกับหมัดของ ซุน มีพลังมากพอจะแหวกการปัดป้องทั้งหมด มิต่างการเอาไม้ซีกสกัดท่อนซุง อย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนทิศทางได้…
ท่ามกลางสายตาของผู้คนนับร้อยคนรอบด้าน ที่เริ่มมีใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก เพียงแค่ได้เห็นยังต้องรู้สึกเจ็บปวดแทน โจวชางเมิ่น… สามหญิงสาวจากสำนักบุปผาประจิมเพิ่งจะมาถึง ภาพที่เห็นทำเอาพวกนางแทบจะลมจับ ซุน และ ลั่วชิงเหอ เล่นงานฝ่ายตรวจการนับสิบให้นอนแผ่หลากับพื้น ครึ่งหนึ่งส่งเสียงโอดโอยดังระงมไปทั่ว อีกครึ่งนอนหมดสติแน่นิ่ง
โจวชางเมิ่น ในเวลานี้เต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตา ใบหน้าแตกยับจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม เอ่ยปากที่แทบไม่เหลือฟันขอร้องให้ ซุน หยุดมือ… ในตอนนี้มันไม่กล้าใช้วาจาใดมาข่มขู่ ซุน อีกแล้ว รู้สึกเหมือนกับว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นคนบ้า ที่ไม่อาจคุยได้ด้วยเหตุผล…
“ปะ…ปล่อยข้าไปเถอะ ขะ…ข้ารับปากว่าจะไม่ยุ่งกับพวกเจ้าอีกแล้ว”
“คิดว่าข้าจะเชื่อเจ้างั้นหรือ?! ลับหลังข้าเจ้าก็คงหาทางเล่นงานแก้แค้น ฉะนั้นอย่างน้อย ๆ ข้าจะทำให้เจ้าพูดไม่ได้ แขนขาพิการไปสัก 2 ปี จนกว่าที่ข้าและสหายข้า จะได้กลับออกจากพรรคมังกรฟ้า!!” ซุน เค้นเสียงเย็นชา แผ่ไอดุร้ายจริงจังออกมา
โจวชางเมิ่น ทั้งร่างกายและจิตใจสะท้านสั่นไหว สัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายมิได้พูดล้อเล่นแน่นอน ยิ่งอ้อนวอนออกมาด้วยความเวทนาอีกหลายประโยค ซุน รับฟังโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ในเมื่อลงมือท่ามกลางคนหมู่มากเช่นนี้แล้ว ย่อมไม่อาจปกปิดเรื่องราว ดังนั้นจึงจำต้องลงมือให้เด็ดขาดเท่านั้น…
“พอได้แล้ว!!”
เสียงคำรามทุ้มต่ำเสียงหนึ่ง ก้องดังออกมาจากภายใน หอตุลากร... ก่อนจะมีชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูจะเข้าใกล้วัยกลางคนเต็มที หากแต่ยังสวมเครื่องแบบศิษย์หลักพรรคมังกรฟ้า ที่น่าตกใจก็คือชายหนุ่มผู้นี้ เป็นหนึ่งในศิษย์หลักเพียงไม่กี่คนที่แผ่รัศมีชนชั้นลมปราณสีส้มออกมา!!
ลั่วชิงเหอ เบิกตาโพลงขึ้นทันทีเมื่อเห็นชายคนนี้ จากที่อยู่ในพรรคมังกรฟ้ามา 1 เดือน จึงพอจะทราบว่ามีใครบ้างที่ไม่ควรเข้าไปข้องแวะ จึงรีบเข้ามาใกล้ ซุน พร้อมกระซิบบอก... “ระวังตัวด้วย!! เจ้านี้คือผู้นำหมู่ศิษย์ ฝ่ายตรวจการ ทายาทตระกูลโจวสายเลือดตระกูลหลัก และยังเป็น 1 ใน 5 ศิษย์หลักที่แข็งแกร่งที่สุด ในหมู่ศิษย์พรรคมังกรฟ้า ชื่อของมันคือ โจวต้ากวาน...”
ซุน หดนัยน์ตาแคบลงทันที ก่อนจะยอมปล่อยมือที่คร่ากุมคอเสื้อของ โจวชางเมิ่น เอาไว้… และแน่นอนว่า โจวชางเมิ่น รับคลานหนีไปอย่างน่าสมเพช และไปเกาะที่ขาของ โจวต้ากวาน ถึงแม้ว่า โจวชางเมิ่น จะเป็นเพียงสายเลือดตระกูลรอง ที่แทบไม่มีอิทธิพลใด ๆ กับตระกูลหลัก แต่มันก็ได้ชื่อว่าเป็นสายเลือดตระกูลโจว
“ทะ…ท่านพี่ต้ากวาน ช่วยข้าด้วย!!” เสียงโหยไห้ของ โจวชางเมิ่น ได้ทำให้ใบหน้าของ โจวต้ากวาน มืดดำลงในทันที ก่อนมันจะตวัดปลายเท้าเตะซ้ำไปที่ใบหน้าของ โจวชางเมิ่น ด้วยความเดือดดาล...
“เจ้ามันไร้น้ำยา!! ชอบเอาชื่อของตระกูลไปแอบอ้างอวดเบ่งบารมี สุดท้ายกลับถูกเค้ากระทืบกลับมา ยังมีหน้ามาขอให้ข้าช่วยอีกงั้นหรือ!!”
โจวต้ากวาน กระทืบ โจวชางเมิ่น หนักยิ่งกว่าที่ ซุน ลงมือเสียอีก จนสุดท้าย โจวชางเมิ่น ก็หมดสติไป ก่อนจะถูกฝ่ายตรวจการอีกกลุ่มหนึ่ง จับลากกลับเข้าไปใน หอตุลาการ... สายตาของ โจวต้ากวาน ยังแฝงไว้ด้วยความดุร้าย หันมองกลับมาที่ ซุน และ ลั่วชิงเหอ…
“ถึงแม้ว่า โจวชางเมิ่น มันจะไร้ความสามารถ แต่มันก็ถือเป็นสายเลือดตระกูลโจว… หากใครคิดจะเล่นงานมัน ก็สมควรเป็นข้าเพียงผู้เดียว ไม่ใช่ศิษย์ตามธรรมเนียมที่เพิ่งจะเข้ามาในพรรคมังกรฟ้าเช่นนี้!!”
โจวต้ากวาน ระเบิดรัศมีพลังชนชั้นลมปราณสีส้มออกมาอย่างรุนแรง… ทั่วร่างเปล่งประกายไปด้วยรังสีศาสตรา ทั้งยังมีจิตวิญญาณแห่งศาสตราบางส่วนแฝงเร้นออกมาอีกด้วย สมกับที่ตระกูลโจว ได้ชื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธและยุทโธปกรณ์ทั้งหมด หนึ่งในกำลังหลักของพรรคมังกรฟ้า…