อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 269 เจ้านี่ไม่ธรรมดา...
ตอนที่ 269
พลานุภาพสยบของอีกฝ่าย นับว่าน่ากลัวเป็นอย่างมาก... ถึงแม้ว่า ซุน ในเวลานี้มั่นใจว่าตนน่าจะพอรับมือกับชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 1 ได้แล้ว ต่อให้ไม่ง่ายที่จะเอาชนะ ก็ยากที่ ซุน จะเพลี่ยงพล้ำ…
หากแต่ชายหนุ่มวัยเกือบ 30 ปีจากตระกูลโจวผู้นี้ น่าจะเป็นชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 2 อีกทั้งการเติบโตมาในตระกูลยิ่งใหญ่ระดับสูง คงเทียบไม่ได้กับยอดฝีมือชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 2 ทั่วไป ๆ ฝีมือของ โจวต้ากวาน ผู้นี้ เพียงแค่รัศมีตอนที่ยังไม่จับอาวุธ ก็น่าจะเบียดเสียดกับชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 3 ได้แล้ว ไม่ง่ายเลยที่ ซุน จะรับมือ…
สำคัญกว่านั้นก็คือ… ผู้คนที่เฝ้าจับตามองรอบด้านนับร้อย ๆ คนเช่นนี้ การที่ ซุน จะเปิดเผยพื้นฐานชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 6 ออกมา ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สมควรนัก… ยังต้องจมปลักอยู่ที่นี่ถึง 2 ปี ชายหนุ่มไม่อยากเปิดเผยความลับทั้งหมด หลังเข้าพรรคได้เพียงแค่ 2 วัน ตั้งใจจะเก็บงำสิ่งนี้ไว้เป็นอาวุธลับสุดท้ายยามคับขันเสียมากกว่า…
เหตุผลทั้งหลายทั้งปวงทำให้ความกังวลใจของ ซุน บังเกิดขึ้นในทันที ใบหน้าเริ่มเคร่งขรึม อีกทั้งยังมี ลั่วชิงเหอ อยู่ข้างกายด้วย รอบด้านก็เต็มไปด้วยสมาชิกระดับสูงของฝ่ายตรวจการ ที่เป็นลูกสมุนคนสนิทของ โจวต้ากวาน แต่ละคนเปี่ยมล้นไปด้วยพื้นฐานที่ไม่ธรรมดา จัดว่าเป็นขุมกำลังแนวหน้าของ ฝ่ายตรวจการ…
หลังประมวลความเป็นไปได้ทั้งหมด
ซุน ก็รู้ดีว่าไม่มีทางชนะได้อีกแล้ว…
แต่แทนที่ ซุน จะถอนตัวหาทางหลบหนี ชายหนุ่ม กลับยิ้มรับต่อสถานการณ์ ประสานมือสุภาพพร้อมโค้งตัวลงน้อย ๆ “คารวะศิษย์พี่โจวต้ากวาน... ข้าได้ช่วยสอนสั่ง โจวชางเมิ่น ตามที่ท่านได้ไหว้วานแล้ว แต่น่าเสียดายที่สถานการณ์มันเลยเถิดเกินไป เพราะมีศิษย์พี่ลั่ว สหายของข้าเข้ามาเกี่ยวข้อง…
อีกทั้ง โจวชางเมิ่น ยังพยายามให้ลูกสมุนเข้ามายุ่งเกี่ยว ทำให้ข้าพลั้งมือหนักหน่วงไปตามการยั่วยุ ข้าต้องขออภัยต่อตระกูลโจวในเรื่องนี้จริง ๆ ไว้ข้าจะส่งมอบของกำนัลแทนคำขอโทษให้กับท่านในเร็ววัน…”
“!!!!!!!!!!!” ทุกคนโดยรอบต่างพากันอ้าปากค้าง เพียงคำพูดประโยคนี้ของ ซุน มันได้พลิกตลบความคาดหมายของทุกคนไปในทันที ว่าแท้จริงแล้วนี่เป็นสถานการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น… แม้แต่ โจวต้ากวาน ก็ยังถึงกับอึ้งงัน หายใจถี่ระรัวหลังจากได้ยินถ้อยวาจาเหล่านั้น… หากแต่ใบหน้ากลับยังคงนิ่งสงบ คงวุฒิภาวะของผู้นำฝ่ายตรวจการได้อย่างมั่นคง ถึงขั้นที่ต้องเริ่มประเมินสถานการณ์นี้ใหม่อีกครั้งอย่างถี่ถ้วน…
“อะไรกัน!! ที่แท้ โจวต้ากวาน ก็เป็นผู้ไหว้วานให้ แมวสวรรค์ ช่วยเหลือเองหรือนี่”
“นั่นสินะ ช่วงหลัง ๆ โจวชางเมิ่น มันกำเริบเสิบสาน ในอิทธิพลของตระกูลโจวระรานคนอื่นไปทั่ว โดยเฉพาะกับศิษย์ตามธรรมเนียมกลุ่มมาใหม่ ที่มักจะถูก โจวชางเมิ่น และพรรคพวกรังแกอยู่เป็นประจำ”
“ข้าก็ว่าแล้วเชียว… ทำให้ แมวสวรรค์ ถึงกล้าลงมือกับคนของฝ่ายตรวจการหนักหน่วงเพียงนั้น ที่แท้ก็เป็นเพราะมี โจวต้ากวาน หนุนหลังอยู่นี่เอง”
กลุ่มคนที่รายล้อมเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
โจวต้ากวาน หันมองรอบ ๆ พร้อมกันกดคิ้วลงต่ำ… และเมื่อหันมองไปยัง ซุน ที่อยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายก็จ้องประสานสายตาด้วยรอยยิ้ม แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ทั้งคู่สบตากัน แต่มันก็ราวกับมีคำพูดที่ถ่ายทอดออกมาโดยไร้เสียง…
“เจ้านี่ไม่ธรรมดา…” โจวต้ากวาน พึมพำกับตนเองในใจ
ก่อนที่ โจวต้ากวาน จะแค่นเสียงออกมา พร้อมสะบัดชายแขนเสื้อ…
“ภายในสามวัน ส่งของกำนัลมาที่ฝ่ายตรวจการ คราวหน้าคราวหลังจะทำให้อะไรก็ให้เห็นแก่หน้าข้าบ้าง เรื่องของ โจวชางเมิ่น ในเมื่อเจ้าโง่นี่มันเป็นฝ่ายลงมือก่อน ก็สมควรแล้วที่จะได้รับโทษ…
ฝ่ายตรวจการทั้งหมด ลากตัวเจ้าพวกที่นอนอยู่นั่นกลับเข้ามาใน หอตุลาการ ขังพวกมัน 10 วัน โทษฐานทำเกินหน้าที่รับผิดชอบ…” เมื่อ โจวต้ากวาน ออกคำสั่ง ฝ่ายตรวจการ โดยรอบก็ประสานมือตอบรับ พร้อมกับลากเอาเหล่าลูกสมุนของ โจวชางเมิ่น กลับไปลงโทษ…
ก่อนที่ โจวต้ากวาน จะจากไป ยังส่งสายตาแปลกประหลาดมายัง ซุน อีกครั้ง แล้วจึงสะบัดร่างหมุนตัวกลับไปใน หอตุลาการ โดยไม่พูดอะไรอีก...
เสียงผู้คนโดยรอบกระหึ่มเซ็นแทรกขึ้นทันที กับภาพเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ แต่ท่าทีของ โจวต้ากวาน ก็แทนคำตอบทั้งหมด ว่า โจวต้ากวาน ได้ไหว้วานให้ ซุน เป็นคนลงมือสั่งสอน โจวชางเมิ่น จริง ๆ มิเช่นนั้นก็คงไม่จบเรื่องง่าย ๆ
ซุน แสยะยิ้มชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะชักชวนให้ ลั่วชิงเหอ รีบออกจากพื้นที่นี่ทันที… แน่นอนว่าตลอดทางที่จากมา เรื่องของอาการบาดเจ็บ ณ ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในหัวของ ลั่วชิงเหอ แม้แต่น้อย ชายหนุ่มเอาแต่ขมวดคิ้วมุ่น เพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ก่อนหน้านี้เลยสักนิดเดียว ยังอดนึกไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่า ซุน รับคำสั่งจาก โจวต้ากวาน มาจริง ๆ งั้นหรือ…
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?! ทำให้ โจวต้ากวาน มันถึงปล่อยพวกเราออกมาง่าย ๆ เช่นนั้น”
ซุน หัวเราะ หึหึ ในลำคอ…
“โจวต้ากวาน มันเป็นคนฉลาด มิเช่นนั้นมันก็คงเป็นถึงผู้นำฝ่ายตรวจการไม่ได้ เมื่อครู่นี้ข้าได้วางเดิมพันกับความฉลาดของเจ้านั่น และผลที่ได้มันก็เป็นตัวเลือกที่ถูกต้องแล้ว… ศิษย์พี่ลั่ว หากท่านพิจารณาให้ดี ๆ จะเห็นว่ามิใช่เพราะ โจวต้ากวาน ยอมปล่อยพวกเรา… แต่เป็นเพราะ โจวต้ากวาน กำลังรักษาหน้าตาของ ฝ่ายตรวจการ อยู่ต่างหาก…”
ซุน กล่าวขึ้นอย่างมีเลศนัย พร้อมรอยยิ้มชั่วร้าย…
ลั่วชิงเหอ ยิ่งงงงวยตาแตกมากไปกว่าเดิม…
…………………………..
บนยอด หอตุลากร ณ ห้องโถงประชุม…
โจวต้ากวาน นั่งใบหน้าเคร่งขรึม อยู่ภายให้โถงประชุมฝ่ายตรวจการ รอบด้านเต็มไปด้วยสมาชิกระดับสูงของฝ่ายตรวจการในรุ่นนี้ และมีหลายคนที่เป็นสายเลือดตระกูลโจว ทั้งตระกูลหลักและตระกูลรองคละเคล้ากันไป บางส่วนเป็นอัจฉริยะจากตระกูลภายนอก หากฝีมือไม่ถึงขั้น ย่อมไม่อาจเข้าร่วมกลุ่มแนวหน้าได้…
ข้างกายนั้นเป็น โจวหยิน หนึ่งในสายเลือดตระกูลหลัก ทั้งยังมีโอกาสเป็นผู้นำฝ่ายตรวจการรุ่นต่อไปในปีหน้าเพราะช่วงอายุของ โจวต้ากวาน เกินเกณฑ์จะเป็นศิษย์หลักของพรรคแล้ว… โจวหยิน จึงเปรียบเสมือนมือขวาของ โจวต้ากวาน ในเวลานี้ คอยเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ
“ท่านพี่ต้ากวาน... ทำไมถึงได้ปล่อยเด็กสองคนนั้นไปงั้นหรือ?! ถึงแม้ว่า ซุน กับ ลั่วชิงเหอ จะเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของทวีป แต่ในเมื่อมันลูบคมพวกเรา เหตุใดจึงยังปล่อยไว้?!”
โจวต้ากวาน ชำเรืองมอง กดคิ้วลงต่ำ…
“โจวหยิน… นี่เจ้ายังมองสถานการณ์ไม่ออกจริง ๆ งั้นหรือ?!”
โจวหยิน ถึงกับอึ้งงัน ในฐานะที่เป็นผู้สืบทอดรุ่นต่อไป จึงจำเป็นต้องครุ่นคิดทบทวนอย่างหนักอีกครั้ง หลังจากใคร่ครวญสักระยะก็บังเกิดความกระจ่างแจ้งขึ้น… หันมองไปยัง โจวต้ากวาน ด้วยสีหน้าชื่นชม…
“ข้าเข้าใจแล้ว!! การที่ โจวชางเมิ่น ถูกคนนอกอย่าง ซุน และ ลั่วชิงเหอ ลงมือกำหราบสั่งสอนจนหมดสภาพ… นั้นจะทำให้ ฝ่ายตรวจการ ของพวกเราอับอายขายขี้หน้าผู้คนที่เฝ้ามองทั้งหมด ไม่นานข่าวนี้ก็จะกระจายออกไปทั่วทั้งพรรคมังกรฟ้า… ต่อให้ท่านพี่ลงมือจัดการ ซุน และ ลั่วชิงเหอ ในภายหลัง… ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงมุมมองของคนทั้งพรรค ว่าฝ่ายตรวจการนั่นอ่อนแอ จนถึงกับต้องให้ระดับผู้นำอย่างท่านพี่ลดตัวลงมือเอง…
ทว่าตรงกันข้ามหากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันคือคำสั่งลงโทษ โจวชางเมิ่น ที่ท่านพี่ต้ากวาน ได้ไหว้วานให้ศิษย์ตามธรรมเนียมอย่าง ซุน และ ลั่วชิงเหอ เป็นผู้ลงมือ จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะนั่นเท่ากับว่าฝ่ายตรวจการของเรา ได้รับผิดชอบในเรื่องที่ โจวชางเมิ่น กำเริบเสิบสานเกินไป จึงออกอุบายสอนสั่งให้อับอายเพื่อให้เป็นที่หราบจำ จากเหตุการณ์นี้นอกจากพวกเราฝ่ายตรวจการจะไม่เสียหน้าเรื่องที่ถูกเล่นงานแล้ว ยังได้หน้าขึ้นมาอีกด้วยซ้ำ…”
โจวต้ากวาน พยักหน้าตอบรับทันที…
“ถูกต้อง… นั่นคือเหตุผลที่ข้าไม่ลงมือกับ ซุน และ ลั่วชิงเหอ บอกตามตรงว่าข้านั้นเฝ้ามอง โจวชางเมิ่น มาสักระยะแล้ว แต่เพราะเห็นว่ามันเป็นน้องคนหนึ่ง จึงไม่อยากลงไปจัดการด้วยตนเอง ไม่คิดว่าวันนี้เจ้าบ้านั่นมันจะโง่งมไม่ดูตาม้าตาเรือ วิ่งไปชนตออย่าง ซุน เข้า
ข้าเองก็เห็นมาตั้งแต่แรกแล้ว ในช่วงที่ โจวชางเมิ่น รุมเล่นงาน ลั่วชิงเหอ แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มจะบานปลาย ข้าก็ไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปจัดการยังไงให้ฝ่ายตรวจการของพวกเราไม่เสื่อมเสียเกียรติ และความน่าเชื่อถือในเหตุการณ์ครั้งนี้ ตอนหลังที่ข้ายอมก้าวออกไปนั้น ก็เพราะเกรงว่ามันจะยิ่งบานปลายจนเกินจะแก้ไข
แต่ข้าเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าเด็กที่ชื่อ ซุน คนนั้น… มันจะเอ่ยปากขึ้นขอรับความผิด ยอมโอนอ่อนตามสถานการณ์ และสร้างตัวเลือกให้ข้าตัดสินใจ ว่าจะเลือกเล่นงานมันและสหาย หรือจะเลือกให้ฝ่ายตรวจการของเราไม่เสื่อมเสียเกียรติ…
ถึงเจ้านั่นจะทำเกินกว่าเหตุ และสมควรจะถูกลงโทษ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเจ้านั่นมันไม่ธรรมดาจริง ๆ สมแล้วที่เคยเอาชนะ เฉียงตงฟาง มาก่อน ทั้งไหวพริบและพลังฝีมือ ไม่มีข้อกังขาใด ๆ ในตำแหน่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของมัน…”
สมาชิกระดับสูงฝ่ายตรวจการทั้งหมด อดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากันไปมา เพราะน้อยครั้งยิ่งนัก ที่คนอย่าง โจวต้ากวาน จะเอ่ยปากชมผู้ใดในระดับรุ่นเยาว์…
“เหอะ… มิใช่เพราะมันกลัวจนหัวหด จึงเอ่ยปากเอาตัวรอดไปอย่างนั้นเองหรอกหรือ?! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้านั่นจะมีไหวพริบที่น่าหวาดกลัว ขนาดคิดแผนการเช่นนั้นออกมาในชั่วพริบตาที่ท่านพี่ต้ากวานปรากฏตัวขึ้น!! มันก็แค่บังเอิญเข้ากับแผนการของ พี่ต้ากวาน เท่านั้นแหละ!!” หนึ่งในสมาชิกระดับสูงอีกคนของฝ่ายตรวจการ นามว่า โจวซ่งเสวีย เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและท่าทีดูแคลน
โจวต้ากวาน กลับเผยใบหน้าและแววตาที่เคร่งขรึมมากยิ่งขึ้น…
“แล้วถ้าหากว่าเจ้าเด็กนั่น… มันทราบดีอยู่แล้วว่ากำลังถูกจับตามองอยู่เล่า?!”
“!!!!!!!!!!!” โจวซ่งเซวีย หรือแม้แต่คนอื่น ๆ ในที่ประชุมต่างพากันเบิกตากว้างขึ้น
“ระ…รู้อยู่แล้ว?! มันรู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังกล้าลงมือกับ โจวชางเมิ่น งั้นหรือ!! อยากบอกนะว่าที่ ซุน จงใจเล่นงานเจ้านั่นจนหนักหนาสาหัสน่าสมเพชเวทนา ก็เพื่อบีบบังคับให้พวกเรายอมปรากฏตัวออกมาช่วยแก้ต่าง ซุน และ ลั่วชิงเหอ จะได้ไม่ต้องแบกรับความผิด เมื่อจบเหตุการณ์นี้!!”
เวลานี้สมาชิกระดับสูงฝ่ายตรวจการเริ่มจะสะทกสะท้านกันขึ้นมาบางแล้ว หลายคนถึงกับลมหายใจถี่กระชั้น คิดไม่ถึงเลยว่า ซุน จะร้ายกาจถึงเพียงนั้น…โจวต้ากวาน ไม่ได้กล่าวตอบเรื่องนี้ตรง ๆ เพียงแค่ถอนหายใจยาวพรืดหนึ่ง ก่อนจะลุกจากที่นั่ง มองออกไปด้านนอกจากหน้าต่าง ยอดหอตุลาการ และจึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง…
“ข้าอยากได้ตัวแมวสวรรค์ให้เข้าฝ่ายตรวจการของพวกเรา… แต่ห้ามใช้กำลังโดยเด็ดขาด เพราะเจ้านั่นมิใช่คนที่พวกเราจะใช้กำลังข่มขู่ พยายามใช้ข้อเสนอต่อรองกับเจ้านั่น ข้าไม่สนว่าจะจ่ายค่าตอบแทนเท่าไหร่ ต้องให้มันเข้าร่วมฝ่ายตรวจการกับพวกเราให้ได้…
แต่ทว่าหากไม่สามารถทำให้ ซุน เข้าร่วมกับพวกเราได้จริง ๆ เช่นนั้นก็ต้องห้ามมิให้เจ้านั่น ไปเข้าร่วมกับฝ่ายอื่นโดยเด็ดขาด!! เจ้านี่มันคือตัวอันตราย… หากฝ่ายอื่นได้ตัวมันไป จะไม่เป็นดีสำหรับฝ่ายเรา…”
สมาชิกระดับสูงทั้งหมด ประสานมือขึ้นทันที
“รับบัญชา!!”
……………………………………..