อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 274 กระบี่รุ่งอรุณ
ตอนที่ 274
“ได้ยินเสียงของข้าแล้ว ใช่หรือไม่?!” จิตวิญญาณแห่งกระบี่ทอง ที่ก้าวเข้ามาในห้วงสำนึกของ ซุน เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มจึงตอบรับผ่านสายใยแห่งความสัมพันธ์ที่เพียงแค่นึกคิดก็ราวกับเป็นเสียงที่ก้องสะท้อนออกไป… “ข้าได้ยินเสียงของท่านแล้ว…”
นางพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นก็ผายมือออกมาสองข้างเบื้องหน้า ก่อเกิดเป็นเส้นใยแห่งนิมิตรู้แจ้งในห้วงความทรงจำโบราณที่หลั่งไหล... นี่คือความอัศจรรย์ของ จิตวิญญาณที่ต้องสาป ซึ่งจิตวิญญาณแห่งศาสตราที่ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่นั้นจะไม่มี… การต้องสาปนั้นมิใช่เรื่องเลวร้าย แต่มันคือความทรงจำที่ถูกฝังลึกลงไปในตัวกระบี่ มันคือสิทธิ์แห่งการสืบทอดเพลงกระบี่โบราณ จากผู้ถือครองคนก่อนเมื่อยุคเก่าแก่…
“จงรับไป… นี่คือเคล็ดวิชาที่สามารถดึงพลังของข้าออกมาได้อย่างสมบูรณ์ กระบี่ทองไร้เอกลักษณ์ เป็นเพียงนามที่ถูกตั้งขึ้นจากสภาพที่ถูกมองเห็น มันจึงเป็นเพียงนามที่ถูกเรียนขานในภายหลัง แต่แท้จริงแล้วนามของข้าที่มีมาตั้งแต่ถือกำเนิดก็คือ…กระบี่รุ่งอรุณ ส่วนนามของเคล็ดวิชานี้ก็คือ… เพลงกระบี่รุ่งอรุณสีทอง”
“!!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นโดยพลัน ก่อนที่จะรู้สึกถึงการหลั่งไหลเป็นสายธารของเคล็ดวิชา ที่ตรงเข้ามาสลักลงสู่ห้วงจิตสำนึก มันคือเคล็ดวิชาที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมการถือกำเนิดของกระบี่รุ่งอรุณเล่มนี้
เสียง ตูม! ดังก้องขึ้นในหัวของ ซุน
หลายสิ่งไหลเวียนเข้ามาจนแทบจะระเบิดออก...
ภาพเหตุการณ์ด้านนอกนั้น คือภาพที่ ซุน คำรามเสียงออกมา ด้วยอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงดุจฟ้าฝ่า แต่ขณะเดียวกันก็เกิดแรงผลักดันสีทองสาดประกายรอบทิศจนทำให้ โจวหยิน ต้องร่นถอยออกไปหลายก้าวใหญ่ สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก
“กะ…เกิดอะไรขึ้น!!”
โจวหยิน เผยดวงตาที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา มองเห็นกระบี่ทองโบราณหลุดออกจากมือของ ซุน แล้ว แต่ยังคงลอยเคว้งนิ่งสงบเบื้องหน้าหันชี้ปลายกระบี่ตรงมายัง โจวหยิน ราวกับมันกำลังพยายามปกป้องผู้ถือครองที่กำลังรู้แจ้ง… และสิ่งที่ทำให้ โจวหยิน สะท้านสะเทือนมากที่สุด ก็คือแสงสีทองที่ส่องสว่างจากตัวกระบี่นั้น คล้ายจะผนึกรวมกับเกิดเป็นเงาร่างหญิงสาวที่ปรากฏผ่านกระบี่เล่มนี้
“บะ…บ้าน่า!! รูปลักษณ์จิตวิญญาณกระบี่ปรากฏขึ้นงั้นหรือ!! มีเพียงแค่ผู้ถือครองที่ก้าวสู่ความสัมพันธ์ขึ้นที่สามขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถสร้างรูปลักษณ์จิตวิญญาณออกมาปรากฏด้านนอกได้”
หญิงสาวที่ส่องสว่าง ส่งรอยยิ้มเจือจางให้กับ โจวหยิน… ก่อนที่ร่างของนางจะค่อย ๆ แตกสลายพร่าเลือนไป จากนั้นก็พลันถูกทับซ้อนด้วยร่างของ ซุน ที่กลับสู่ความมั่งคง เอื้อมมือออกจับคว้ากระบี่อีกครั้ง… แต่ครั้งนี้ให้ความรู้สึกราวกับกระบี่เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของ ซุน มากยิ่งขึ้น ตัวกระบี่แม้จะเก่าแก่ แต่ยังเปล่งประกายยามเมื่ออยู่ในมือของผู้ครอบครองคนใหม่ แห่งยุคนี้…
ซุน จดจ้องตัวกระบี่ด้วยดวงตาที่เปี่ยมความปิติ…
“กระบี่รุ่งอรุณ… นั่นคือนามจริง ๆ ของท่านงั้นสินะ ขอบคุณมากผู้อาวุโสแม้ข้าจะยังเทียบไม่ได้กับผู้ถือครองในอดีตของท่าน แต่ข้าก็จะพยายามต่อไปเพื่อให้เข้าใกล้ขอบเขตในช่วงที่ท่านเจิดจรัสที่สุดให้จงได้…”
กระบี่รุ่งอรุณ สั่นไหวน้อย ๆ เป็นการตอบรับ เวลานี้กล่าวได้ว่า ซุน เข้าถึงความสัมพันธ์ขั้นที่สามอย่างสมบูรณ์แล้ว… ซุน หันมองมายัง โจวหยิน อีกครั้งด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม เคล็ดวิชาเพลงกระบี่รุ่งอรุณสีทอง มีทั้งสิ้น 7 กระบวนท่า ทั้งหมดล้วนเป็นทักษะระดับเฉพาะในยุคโบราณซึ่งหายสาบสูญไปแล้ว ในทุกกระบวนท่าจึงเหนือล้ำยิ่งกว่า วังวนกระบี่ไร้สิ้นสุด เพลงกระบี่ที่กล่าวได้ว่าร้ายกาจที่สุดของ ซุน ณ เวลานี้เสียอีก
และแน่นอนว่า ซุน ไม่มีทางบรรลุแตกฉานมันได้ในทันที เพียงเพราะแค่เคล็ดวิชาถูกสลักในห้วงจิตสำนึก ยังจำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำอีกมากมาย แต่ ซุน ก็พอจะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่เหมาะสมกับกระบี่รุ่งอรุณเล่มนี้ มากยิ่งไปกว่าเดิมอีกหลายขั้น…
“ขอบคุณมาก ศิษย์พี่โจวหยิน เพราะท่านแท้ ๆ ทำให้ข้าเข้าถึงความรู้แจ้งที่ยกระดับ… ฉะนั้นแล้ว ข้าจะขอตอบแทนท่านด้วยการแสดงวิถีกระบี่ของข้าตามที่ท่านต้องการ!!”
ซุน วาดกระบี่รุ่งอรุณออกไปเพียงครั้ง ก็เกิดเป็นคลื่นสีทองที่สาดประกายเป็นวงกว้าง!! โจวหยิน ใบหน้าเคร่งขรึม วาดกระบี่สร้างเงาสีดำปะทะหักหาญ… รังสีศาสตราระเบิดออกกระจายรอบทิศทางบดบังทัศวิสัยของผู้จับจ้องชั่วครู่ขณะ และเมื่อหันมองอีกครั้ง ทั้งสองก็ได้ประชิดกายเข้าถึงกันแล้ว
เพลงกระบี่นับสิบถูกตวัดฟาดฟัน… ถึงแม้ว่า ซุน จะยังใช้เพียงเพลงกระบี่ดั้งเดิมจากสำนักสายลมประจิมที่เรียนรู้มา แต่เพราะความสัมพันธ์ที่ยกระดับ ก็มากพอจะเปล่งอานุภาพสยบฟ้าของกระบี่รุ่งอรุณในยุครุ่งเรืองให้ถูกขันขานออกมาในยุคนี้ได้ กลบทับช่องว่างเรื่องลมปราณที่ขาดหายไปก่อนหน้านี้
ซุนที่ปกปิดพื้นฐานลมปราณแท้จริง… โจวหยิน ที่ใช้พลังเพียงแค่ 5 ส่วน… ทั้งสองต่อสู้กันอย่างเผ็ดร้อน จากแรงกดดันก่อนหน้านี้ จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ทุกอย่างถูกลบเลือนไปจากในหัวของคนทั้งสองไปจนหมดสิ้น เหลือแค่เพียงการต่อสู้ที่คู่คี่สูสี…
ทั้งสองเกิดรอยยิ้มพร้อม ๆ กัน ราวกับว่ามันเรื่องสนุก!!
“หึหึ… เจ้าทำให้ข้านั้นสนุกมากแมวสวรรค์!! แต่พวกเราอย่ามัวเสียเวลานี้กันอีกเลย ตัดสินใจกระบวนท่าสุดท้าย!!” โจวหยิน คำรามเสียงก้องดัง พร้อมยกชูกระบี่เหนือศีรษะ… ซุน เองก็รู้ดีว่าควรจบการต่อสู้ที่ยืดเยื้อครั้งนี้ได้แล้ว ยกชูกระบี่ขึ้นในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน ขับขานทักษะระดับเฉพาะออกมา…
“เท็จจริง ใครเล่าบัญญัติ!!”
“วังวนกระบี่ไร้สิ้นสุด!!”
โจวหยิน สร้างคลื่นกระบี่สีดำนับหมื่นเล่ม ผสมผสานกระบี่ลวงและกระบี่จริง ซัดโถมตรงเข้ามาพร้อมจะกวาดล้างทุกสรรพสิ่ง… ซุน สร้างวังวนกระบี่หมุนวนจนกลายเป็นดังพายุควงสว่านขนาดใหญ่ยิ่งกว่าครั้งใด ๆ ในอดีต อานุภาพมากพอจะฉีกกระชากการดำรงอยู่…
ทุกสายตาจับจ้องด้วยความตะลึงงัน…
สองพลังกระแทกผลักดันไม่ยิ่งหย่อน หนึ่งสีดำหนึ่งสีทองไม่ยอมแพ้ ก่อนที่จะแตกสลายกลายเป็นรังสีกระบี่นับไม่ถ้วน พร้อมกับปลายกระบี่สองเล่มที่ขบชี้ผลักดันกันจากสองทิศทางอย่างน่าตกตะลึง ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำ…
“สะ…เสมอกัน!! เจ้านั่นเสมอกับ โจวหยิน ที่ถึงแม้จะใช้พลังแค่ 5 ส่วน แต่ในมือก็ได้ถือครองกระบี่ดำเท็จจริง!!” เฉียงจ้าว กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น คนอื่น ๆ ต่างก็พากันสูดลมหายใจได้ไม่ทั่วท้อง อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นตามไปด้วย…
โจวหยิน เผยรอยยิ้ม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะที่พอใจ…
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ท่านพี่ต้ากวาน มองคนไม่ผิดจริง ๆ เจ้ามันไม่ธรรมดาอย่างถึงที่สุด… ข้าอาจจะเหนือกว่าในด้านพื้นฐานลมปราณก็จริง หากแต่ในด้านวิถีกระบี่และสายสัมพันธ์ระหว่างจิตวิญญาณแห่งกระบี่ ข้าขอน้อมรับความพ่ายแพ้…”
โจวหยิน มีความเป็นลูกผู้ชายมากพอ เข้าใจดีว่าความพ่ายแพ้ มิใช่ทุกสิ่งตราบใดที่ยังพัฒนาตัวเองต่อไป ย่อมมีวันที่ข้ามผ่านอดีตได้… แสดงความยอมรับในตัว ซุน ออกมาอย่างสง่าผ่าเผย…
ซุน ประสานมือโค้งตัวสุภาพ…
“ขอบคุณศิษย์พี่โจวหยิน รวมไปถึงศิษย์พี่คนอื่นทุก ๆ ท่าน ที่ยังออมมือไว้ไมตรี… เรื่องที่ข้าได้รับปากไว้ว่าจะเลือกเข้าร่วมกับฝ่ายใด ข้าจะให้คำตอบพวกท่านในเร็ววัน หวังก็แต่พวกท่านจะยังรักษาคำมั่นกับข้าเช่นกัน ว่าหากข้าตัดสินใจเลือกแล้วโปรดอย่าได้แพร่กระจายเรื่องราวออกไปเลย เพราะในเมื่อข้าเลือกจะเข้าร่วมได้ ข้าก็สามารถจะออกได้เช่นเดียวกัน…”
ตัวแทนของตระกูลทั้งห้ากลุ่มได้ยินเช่นนั้น ก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับไร้ข้อโต้แย้ง ซุน ได้แสดงความกระจ่างแจ้งในฝีมือและความสามารถออกมาแล้ว แม้ทุกฝ่ายล้วนอยากได้ตัว แต่ก็จำต้องยอมรับการตัดสินใจด้วยเช่นกัน…
ค่าตอบแทนก่อนหน้านี้ที่ทุกฝ่ายคิดว่าสูงเกินไป บัดนี้ยิ่งได้แน่ชัดว่ามันอาจจะน้อยเกินไปสำหรับดึงชายหนุ่มผู้นี้เข้าร่วมฝ่ายเสียด้วยซ้ำ เพราะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น อาจไม่ใช่เพียงแค่ช่วงสั้น ๆ ตลอด 2 ปีตามธรรมเนียมแลกเปลี่ยนศิษย์
แต่ในภายภาคหน้า เมื่อ ซุน ได้เติบโต เส้นทางของแมวสวรรค์ตัวนี้คงยากที่จะหยุดอยู่เพียงแค่ในเวทีประลองระดับผู้เยาว์ แต่อาจจะก้าวขึ้นมาถึงเวทีใหญ่ของชนชั้นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของยุทธภพ การสร้างความสัมพันธ์และไมตรีเสียแต่เนิ่น ๆ ย่อมถือเป็นสิ่งสำคัญ…
หลังจากที่ตัวแทนทั้ง 5 กลุ่ม ได้แยกตัวจากไปแล้ว… ใบหน้าของ ซุน ก็กลับมาเป็นเคร่งขรึมจริงจังอีกครั้ง แน่นอนว่าระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ ซุน ยืดเยื้อออกไปนั้น ใช่ว่ามันจะเป็นการยื้อเวลาออกไปโดยไร้ซึ่งความหมาย หากแต่ชายหนุ่มมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจไว้แล้ว…
ฉีลู่ชิง ตรงเข้ามาหา ซุน นางเผยท่าทีเป็นห่วงอยู่ไม่น้อยหลังจากเห็นการต่อสู้ที่รุนแรงเช่นนั้น ทว่าเมื่อนางไม่เห็นบาดแผลอะไรบนตัว ซุน นางก็ถอนหายใจยาว ๆ ออกมาโล่งอก... ชายหนุ่ม มีรอยยิ้มน้อย ๆ เมื่อมองอากัปกิริยาของนาง ก่อนจะเอ่ยปากขึ้นสอบถาม…
“แม่นางฉี… ข้ามีเรื่องที่จะรบกวนสอบถามเสียเล็กน้อย ไม่ทราบว่าตลอดหนึ่งเดือนที่เจ้ามาอยู่ที่นี่ พอจะรู้จักสถานที่มิดชิดที่มีความเป็นส่วนตัว นอกเหนือจากเรือนพักแรมที่พวกเราได้รับหรือไม่?!”
ฉีลู่ชิง เผยแววตาฉงนสงสัย แต่หลังจากนางขบคิดสักพักก็ได้คำตอบ...
“มีถ้ำส่วนตัวสำหรับปิดด้านอยู่… ที่นั่นถือเป็นส่วนตัวอย่างมาก มีม่านพลังแข็งแกร่งปกป้องคุ้มภัย ใช้สำหรับเวลาที่จะทะลวงผ่านลมปราณในช่วงสำคัญ… แต่ดูเหมือนว่าสถานที่แห่งนั้นดูจะต้องมีค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับเช่าใช้ในราคาไม่น้อย จึงไม่ค่อยจะมีศิษย์คนใดนิยมนัก…”
“สถานที่ส่วนตัว ที่ไม่ได้รับความนิยมงั้นสินะ เหมาะกับที่ข้ากำลังต้องการเลย… เช่นนั้นข้าอยากจะรบกวนเจ้าอีกอย่างหนึ่งจะได้หรือไม่?! อาศัยเส้นสายของตระกูลฉีที่มีหน้ามีตาในยุทธภพ และข้าก็ไม่ไว้ใจคนอื่นคนใดเท่าที่ควร นอกเหนือจากเจ้า…” ซุน เอ่ยปากขึ้นพร้อมกับสายตาคาดหวัง
นางไม่กล้าสบสายตานานนัก เอียงอายหลบเลี่ยงพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ยินดียินร้ายเท่าใด ตามบุคลิกคนปากแข็ง… “เจ้าต้องการอะไรงั้นหรือ?!”
“ข้าอยากได้ทรัพยากรหายากในบางส่วน แต่แน่นอนว่าข้ายินดีจะจ่ายค่าทรัพยากรเหล่านั้นด้วยตนเอง ข้าเพียงแค่อยากให้เจ้าช่วยเหลือในการจัดหาเท่านั้น…” ซุน หยิบเอาแผ่นหยกบันทึกออกมา ก่อนจะใช้ลมปราณสลักเป็นเนื้อความอักษร มิต่างจากกระดาษจดบันทึก หากแต่ผู้ที่จะเปิดดูเนื้อความทั้งหมดได้นั้น จะมีเพียงแค่ ฉีลู่ชิง เพียงผู้เดียว…
นางหยิบแผ่นหยกมาตรวจสอบดู นางเองก็พอจะมีความรู้ในด้านนี้บางส่วน แต่ก็ยังไม่เข้าใจในทรัพยากรที่ ซุน ต้องการทั้งหมด ถึงกระนั้นนางก็ยังเชื่อมั่นว่าสามารถจัดหาได้ โดยอาศัยบารมีตระกูลฉี แต่สิ่งหนึ่งที่นางกังวล ก็คือราคาของทรัพยากรเหล่านี้ จากความล้ำค่าและปริมาณที่มากยิ่ง มองดูอย่างไรก็คงไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านเหรียญทองเป็นแน่…
“ข้าอยากได้ทั้งหมด ในระยะเวลาไม่เกิน 10 วัน… ส่วนเรื่องราคานั้น คิดว่าสิ่งนี้น่าจะเพียงพอ…” ซุน ยื่นลูกแก้วดวงจิตอสรพิษทะเล ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นปลายให้นาง 3 เม็ด ซึ่งนับว่าเป็นมูลค่าที่มากยิ่งกว่าราคาของทรัพยากรไปอีกระดับหนึ่ง… หญิงสาวเผยดวงตากลมโตทันทีเมื่อได้เห็น นี่มิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีไว้ในครอบครองได้ ต่อให้เป็นตระกูลฉี ก็ยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสาะหามา…
“นี่เจ้า?!”
ซุน เผยรอยยิ้ม พร้อมกับหยิบลูกแก้วดวงจิตใส่มือของนาง… “หากข้าไม่ไว้ใจเจ้า… ข้าคงไม่แสดงของพวกนี้ออกมา ดังนั้นขอฝากรบกวนด้วย…”
นางใบหน้าแดงปลั่งขึ้นในทันที ก่อนจะเลี่ยงหลบสายตาอีกครั้ง…
“เข้าใจแล้ว… ข้าจะจัดการให้”
………………………………………….