อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 278 ตราพันธะ
ตอนที่ 278
แม้ว่า เฒ่าชีเปลือย จะเคลื่อนไหวโดยพลการ แต่อย่างไรเสียก็ยังไม่ถึงขั้นสลายห้วงสัมผัสแห่งสายลมสีม่วงทิ้งไป ถือว่าเฒ่าชีเปลือยยังใจดีให้ ซุน ได้มองเห็นการเคลื่อนไหวของตนอยู่บ้าง… มาถึงขั้นนี้แล้ว ซุน ก็จำต้องดำเนินแผนการต่อไปเท่านั้น…
ใช่ว่าพอมีทหารเงาเหล่านี้แล้วจะสามารถเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าได้ หากมีใครเห็น ซุน สองร่างอยู่ในสถานที่เดียวกัน ย่อมทำให้แผนการทั้งหมดที่อุตส่าห์วางไว้อย่างเข้มงวดและใช้เวลาจัดเตรียมนับเดือน ต้องพังครืนไม่เป็นท่า…
ซุน จึงเฝ้ารอให้ เฒ่าชีเปลือย เดินทางไปจนถึงตำแหน่งที่ลับตาผู้คนเสียก่อน... แล้วก็ค่อยปล่อยทหารเงาออกไปทีละตนตามลำดับอย่างระแวดระวัง… ซึ่งก็เป็นดังที่คาดการณ์ เฒ่าชีเปลือย ไม่ได้มุ่งหน้าไปยัง หน่วยรบ ตามแผนที่วางไว้!! แต่เฒ่าชรากลับมุ่งตรงไปเพื่อเข้าหาจุดกำเนิดของม่านพลัง เขตจันทรา ที่ในตอนเป็นสภาพดวงวิญญาณ เฒ่าชีเปลือย ไม่อาจใช้วิธีการนี้เข้าไปด้านในได้…
ตลอดเส้นทางที่ เฒ่าชีเปลือย เดินผ่าน ล้วนเต็มไปด้วยสายตาของหมู่ศิษย์พรรคมังกรฟ้าที่จดจ้อง ทุกสายตานั้นแฝงเร้นด้วยความเลื่อมใสระคนประหลาดใจ เพราะไม่มีใครได้เห็น แมวสวรรค์ ออกมาด้านนอกเกือบหนึ่งเดือนเต็ม จึงกลายเป็นที่สนอกสนใจของหมู่ศิษย์อย่างเลี่ยงไม่ได้
เฒ่าชีเปลือย ดูจะไม่สบอารมณ์นักกับสายตาเหล่านั้น เพราะยามที่เป็นสภาพดวงวิญญาณก็ไม่เคยมีใครพบเห็นหรือจ้องมอง… เฒ่าชราจึงส่งเสียงผ่านห้วงสำนึกตรงไปยัง ซุน ที่อยู่ภายในถ้ำอาคม… “ข้าขอยืมร่างนี้สักระยะ แต่เจ้าไม่ต้องกังวลใจไป เอาไว้ข้าเสร็จธุระแล้ว ข้าจะมุ่งไปยังหน่วยรบตามแผนเดิมของเจ้า… ทว่าตอนนี้ข้าเริ่มไม่ค่อยพอใจเมื่อถูกจดจ้องเช่นนี้ ดังนั้นแล้วข้าจะลบเลือนตัวตนไปสักระยะ เจ้าก็ดำเนินแผนของเจ้าต่อไปเองก็แล้วกัน…”
กล่าวจบ เฒ่าชีเปลือย ก็ขับขานเวทย์อาคมหมุนวน เกิดเป็นห้วงมายากำบังกาย ค่อย ๆ เลือนหายโปร่งแสงอย่างน่าอัศจรรย์ จนสุดท้ายก็ไม่มีหมู่ศิษย์คนใดมองเห็นร่างศพหลอมที่ เฒ่าชีเปลือย ควบคุมอีกเลย… ซุน ขยี้ศีรษะตนเองอย่างรุนแรง เฒ่าชีเปลือย เป็นหนึ่งในตัวตนที่ไม่อาจคิดคำนวณไว้ในแผนการได้จริง ๆ จากความเอาแต่ใจเช่นนั้น ยังดีที่ด้านฝีมือและการเอาตัวรอดของ เฒ่าชีเปลือย ก็เรียกได้ว่าแตะย่างขอบเขตสูงสุด พอจะพึงพาอาศัยโดยไม่ต้องกังวลนัก…
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ ดำเนินแผนต่อตามเดิม…” ซุน กวาดมองไปยัง ทหารเงา ที่ยังเหลืออีก 4 ตนตรงหน้า…
“นับจากนี้ไปเพื่อมิให้เกิดความสับสนในการติดต่อผ่านห้วงสื่อกลาง ข้าจะเรียกพวกเจ้าด้วยนามเฉพาะของภารกิจตามที่ได้วางแผนกันเอาไว้… ทหารเงาแพทย์ ทหารเงาวิจัย ทหารเงาเขตแดน และ ทหารเงาตรวจการ นี่คือนามของพวกเจ้าที่ข้าจะเรียกขานนับจากนี้…
ทหารเงาแพทย์ เจ้าไปที่หอเทพโอสถก่อนก็แล้วกัน… ที่นั่นมีสหายของข้าอยู่ด้วย เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดคนรู้จักให้ดี…” ซุน สั่งการวิญญาณดวงหนึ่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็รับคำสั่งทันที
ทหารเงาแพทย์ ก้าวเดินออกจากถ้ำด้วยความนิ่งสงบ ลอกเลียนแบบบุคลิกของ ซุน ได้อย่างแนบเนียนทั้งท่วงท่าการเดิน สายตาที่มองไปรอบ ๆ หรือแม้แต่อากัปกิริยาแฝง ทุกอย่างเหมือนเป็น ซุน ทุกกระเบียนนิ้ว สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้… ซุน ได้มีเค้าโครงแผนการทั้งหมด เน้นย้ำกับเหล่าทหารเงาสำหรับรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ เอาไว้แล้ว อีกทั้งยังมองเห็นการเคลื่อนไหวและติดต่อกันผ่านนิมิตสื่อกลาง ย่อมทำให้ตอบสนองได้รวดเร็วตามคำสั่ง
แม้ทุกอย่างจะถูกเน้นย้ำกันมาอย่างเข้มงวด… แต่ถึงกระนั้น พอได้มาเริ่มแผนการเข้าจริง ๆ ซุน ก็ยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้… เพราะอย่างไรเสีย มันก็ยังมีขอบเขตที่ทำได้และไม่ได้อยู่อีกมาก ถือว่านี่เป็นการฝึกฝนตนเองไปพลาง ๆ หากเมื่อใดที่ ซุน สามารถสร้างกองกำลังศพหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้จริง ๆ อาจจะต้องเป็นผู้ควบคุมสั่งการทหารศพหลอมนับร้อยนับพัน หรืออาจจะมากยิ่งไปกว่านั้น ตามการเติบโตพัฒนาในภายภาคหน้า…
“เอาเถอะ… เส้นทางสู่ความเป็นใหญ่ ไม่มีเส้นทางใดไร้ความเสี่ยง หากอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด หน้าที่ของข้าก็คือการวางแผนที่รัดกุม เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดเท่านั้น!!” ซุน มีประสายแววตาที่มุ่งมั่นกลับคืนมาอีกครั้ง
ทหารเงาแพทย์ เดินทางมาถึง หอเทพโอสถ… ท่ามกลางสายตาของทุกฝ่ายที่ล้วนจับจ้องการมาของแมวสวรรค์ ก็ได้มีหญิงสาวใบหน้างดงาม สืบเท้าด้วยกิริยางามเด่นออกมารับ นางนั้นมีรอยยิ้มประดับที่ทำให้ทุกสิ่งรอบกายมัวหมอง…
สาวงามอันดับ 1 ของพรรคมังกรฟ้า ฉู่หลิงฟาง…
“คุณชายซุน… ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านมาเยือนหน่วยแพทย์ของเราจริง ๆ”
ทหารเงาแพทย์ สวมบุคลิกของ ซุน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครมองออกเลยว่าเป็นเพียงร่างศพหลอมที่มีดวงวิญญาณสิงสู่… ทหารเงาแพทย์ ประสานมืออย่างสุภาพ เอ่ยวาจาพูดคุยออกไปตามประสาอย่างมีไมตรีต่อกัน ก่อนที่ ฉู่หลิงฟาง จะเชิญชวนเข้าไปด้านใน…
หากไม่มีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้น ชนชั้นผู้ฝึกสอน และชนชั้นผู้อาวุโส แทบจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในหมู่ศิษย์ ดังนั้นทหารเงาแพทย์ จึงไม่ได้ถูกจับตามองอะไรจากชนชั้นยอดฝีมือระดับสูงภายในหอเทพโอสถแห่งนี้…
เมื่อเข้ามาภายในโถงของส่วนลึก ทหารเงาแพทย์ รวมไปถึง ซุน ที่มองเห็นผ่านห้วงนิมิต ก็พบเจอกับ หญิงงามอีกหนึ่งคน เป็นสตรีเจริญวัยที่รูปร่างอรชรสมบูรณ์แบบ อาภรณ์แทบมิอาจปกปิดส่วนโค้งและส่วนที่เต่งตึงของเรือนกายนางได้ ทั้งนางยังแต่งกายได้เย้ายวนใจบุรุษ เผยเนิ่นอกเด่นชัดออกมาให้บุรุษทุกคนมิอาจละสายตา นางแผ่รัศมีราวกับบุปผาที่เต็มไปด้วยหนามแหลม เป็นหนึ่งในศิษย์หลักเพียงหยิบมือที่บรรลุชนชั้นลมปราณสีส้มได้สำเร็จ…
สตรีผู้นำของหน่วยแพทย์… ฉู่ลี่ถิง
“คุณชายซุน… ได้ยินคำร่ำลือของท่านมาเนินนาน ข้ายินดียิ่งนักที่ได้พบ…” หญิงสาวประดับรอยยิ้มอันทรงเสน่ห์ ทหารเงาแพทย์ ยิ้มรับน้อย ๆ มิได้แสดงอากัปกิริยาเสียมารยาทใด ๆ ออกมา
“ยินดีที่ได้พบเช่นเดียวกัน… ชื่อเสียงอันโด่งดังด้านความงามและทรงเสน่ห์ของคุณหนูฉู่ลี่ถิง ดูจะไม่เป็นความจริงเลยสักนิดเดียว เพราะมันเหนือล้ำกว่าที่ข้าเคยได้ยินอย่างที่มิอาจนำมาเชื่อมโยงกันได้…” (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ฉู่ลี่ถิง ได้ยินเช่นนั้น ก็เอียงอายเล็กน้อย หากแต่มองดูก็รู้ว่านางนั้นเพียงเสแสร้ง เพื่อให้ดูมีความน่าหลงใหล… หากนางมีเพียงความงามและพลังฝีมือที่แก่กล้าเพียงอย่างเดียว ไหนเลยจะได้อยู่ในตำแหน่งสูงสุดเช่นนี้ นางนั้นเป็นคนฉลาดและแยบยล เกินกว่าจะยอมเปิดเผยความน่ากลัวที่แท้จริงของนางออกมา ยอมแสดงเพียงเปลือกนอกเพื่อล่อลวงผู้คนเท่านั้นเอง…
“คุณชายซุน ช่างปากหวานยิ่งนัก… การที่ท่านมาเยือนหน่วยแพทย์ของเราเช่นนี้ แสดงว่าท่านตัดสินใจจะเข้าร่วมกับฝ่ายเราแล้วงั้นหรือ?!” นางเอ่ยถาม พร้อมส่งสายตาเย้ายวนไม่ขาดระยะ
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น… ขอเพียงคุณหนูฉู่ลี่ถิง ยอมตกลงตามเงื่อนไข รวมไปถึงที่ข้าเคยว่าเอาไว้ว่าจะไม่แพร่งพรายเรื่องที่ข้าเข้าร่วมกับ หน่วยแพทย์ ให้ฝ่ายอื่น ๆ ได้รู้ ข้าก็ยินดีเข้าร่วมกับท่าน...”
หญิงสาวหรี่ตาแคบลงอีกครั้ง นางอยากที่จะเห็นไหวพริบของชายหนุ่มผู้นี้ ว่าสมคำร่ำลือหรือไม่… “คุณชายซุน… นับตั้งแต่ที่ท่านก้าวเข้ามาในหอเทพโอสถ ทุกฝ่ายล้วนจับตามองการเคลื่อนไหวของท่านอยู่ ต่อให้ข้ามิแพร่งพราย เกรงว่าทุกฝ่ายก็น่าจะทราบดีโดยทั่วกันแล้ว…”
ทหารเงาแพทย์ ส่ายหน้าทันที…
“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากพวกเราได้ทำข้อตกลงกันเสร็จสิ้น ข้าก็ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมเยือนยังที่มั่นของฝ่ายอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ไปเพื่อที่จะปฏิเสธโดยตรงกับผู้นำในแต่ละฝ่าย… ขอเพียงท่านไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ การที่ข้าเข้าไปพบเจอผู้นำของทุกฝ่าย ก็ย่อมไม่มีใครคาดเดาได้ว่าข้านั้นตอบตกลงกับผู้ใดกันแน่?”
หญิงสาวได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะเผยแววตาเลื่อมใสออกมา…
“สมเป็นคุณชายซุน มีความหลักแหลมยิ่งนัก… เข้าใจแล้ว เช่นนั้นก็กล่าวข้อเสนอของท่านออกมาเถอะ”
ทหารเงาแพทย์ ยิ้มอ่อน… “ข้าต้องการ 50 ล้านเหรียญทองต่อเดือนเป็นค่าตอบแทนในช่วงสองปี… และต้องการให้ท่านช่วยเสาะหาทรัพยากรให้ข้า ด้วยราคา 1 ใน 10 ส่วนจากท้องตลาด…”
“!!!!!!!!!!” ฉู่ลี่ถิง และ ฉู่หลิงฟาง ที่อยู่กันเพียงสองคนในห้องนี้เบิกตากว้างขึ้นโดยพลัน เงื่อนไขที่ ซุน เอ่ยออกมานั้น แทบไม่ต่างอะไรกับการปล้นชิงซึ่งหน้า… ต่อให้ฝ่ายใดได้ยินข้อเสนอดังกล่าว เชื่อว่าก็คงไม่อาจมีฝ่ายใดสามารถยอมรับได้…
“คุณชายซุน… มันจะไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?! ทางเราให้ท่านได้เต็มที่แค่ 30 ล้านเหรียญทองต่อเดือน ส่วนเรื่องทรัพยากรนั้น ต่ำมากที่สุดก็คือราคา 3 ใน 10 ส่วนจากท้องตลาด…” ฉู่ลี่ถิง เอ่ยออกมาตามตรงในทันที
ทหารเงาแพทย์ ยิ้มรับ “ตกลงตามนั้น… 30 ล้านเหรียญทองต่อเดือน และทรัพยากรราคา 3 ใน 10 ส่วนของท้องตลาด…”
“!!!!!!!!!!” ฉู่ลี่ถิง เบิกตาโพรงขึ้นอีกครั้งโดยพลัน เห็นได้ชัดว่านางนั้นเสียท่าเข้าให้แล้ว!! อีกฝ่ายจงใจวางข้อเสนอที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อให้นางยอมหลุดปากเงื่อนไขสูงสุดที่นางสามารถรับได้ออกมา แบบนี้ย่อมเท่ากับว่านางหมดสิทธิ์ที่จะต่อรองใด ๆ ได้อีก จำยอมต้องจ่ายตามเงื่อนไขสูงสุด ที่นางได้เอ่ยขึ้นออกมาด้วยตนเอง…
เหงื่อเย็น ๆ ไหลออกมาจากขมับของหญิงสาวทันที นางเริ่มแน่ใจแล้วว่า ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง… “คุณชายซุน ช่างร้ายกายยิ่งนัก… ในเมื่อข้าลั่นวาจาไปแล้วก็ตกลงตามนั้น โดยตลอดสองปีนี้ท่านจะต้องเข้าร่วมหน่วยแพทย์ของพวกเรา และจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของข้าโดยตรง… ซึ่งแน่นอนว่าในเมื่อข้ายอมรับข้อตกลงของท่าน ท่านก็ต้องยอมรับข้อตกลงของข้าด้วย ซึ่งมันย่อมมิใช่เพียงการตกลงด้วยปากเปล่า…”
หญิงสาว วาดแขนเรียวงามออกไป ก่อนที่จะปรากฏแผ่นยันต์อาคมลอยมาตรงหน้าของ ทหารเงาแพทย์… ซุน ที่มองแผ่นยันต์อาคมนี้ ผ่านห้วงนิมิตของสายลมสีม่วง ก็กดหัวคิ้วต่ำลงในทันที ทว่ามันก็มิได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย การที่อีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอ ย่อมต้องมีสิ่งช่วยยืนยันวาจาเช่นกัน…
“สิ่งนี่คือ พันธสัญญาอาคม… ทันทีที่ท่านประทับฝ่ามือลงไป มันจะกลายเป็น ตราพันธะ ที่ยืนยันว่าท่านเข้าร่วมกับ หน่วยแพทย์ ของเราแล้ว… ตราพันธะ จะไม่สามารถลบเลือนออกได้ด้วยตนเอง มีเพียงแค่ตัวข้าและสมาชิกระดับสูงเพียงไม่กี่คนในหน่วยแพทย์เท่านั้น ที่จะสามารถลบล้างมันออกได้…” ฉู่ลี่ถิง เอ่ยขึ้น
ก่อนที่ ฉู่หลิงฟาง จะถลกอาภรณ์แขนขวาที่เรียวงามดุจดั่งหยกสลัก… เผยให้เห็นว่าบนต้นแขนขวา ใกล้หัวไหล่ของนางได้ปรากฏ ตราพันธะ สัญลักษณ์ของ หน่วยแพทย์ ที่เปรียบเสมือนดังรอยสักบนผิวกาย…
นี่คือสัญลักษณ์ของการเข้าร่วมกลุ่มอย่างเป็นทางการ ซึ่งแน่นอนว่าทุกกลุ่มย่อมมี ตราพันธะ เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มตนเอง คน ๆ หนึ่งจะไม่สามารถมี ตราพันธะ สองตราได้ เพราะฉะนั้นหากเข้าร่วมกลุ่มหนึ่งแล้ว ย่อมมิอาจไปเข้าร่วมกลุ่มอื่น เว้นเสียแต่จะลบล้าง ตราพันธะ ตราเก่าออกเสียก่อน...
ทหารเงาแพทย์ พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะทาบฝ่ามือลงไปที่ พันธสัญญาอาคม ตรงหน้า… พริบตาเดียวมันก็เกิดปฏิกิริยาแตกสลาย และกลับกลายเป็นตราพันธะไปปรากฏที่ต้นแขน... ยังดีที่มันอยู่ใต้ร่มผ้า จึงมิอาจสังเกตได้ชัดเจนนัก หากไม่ถลกอาภรณ์ที่แขนขวาออกมาแสดง…
ฉู่ลี่ถิง เมื่อเห็นว่ามี ตราพันธะ ปรากฏบนต้นแขนของชายหนุ่มแล้ว นางก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาในทันที… โดยที่นางมิได้ทราบเลยว่า ชายหนุ่มตรงหน้าของนางนั้น แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ร่างศพหลอมที่ถูกดวงวิญญาณสิงสู่ ต่อให้ใช้ตราพันธะทำการผูกมัด มันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับตัวของ ซุน ที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายใน ถ้ำอาคม…
………………………………………….