อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 282 ช่องโหว่ของม่านพลัง
ตอนที่ 282
“ด้วยอาคมทาสสะบั้นเศียรนี้ จะสลักคำสั่งวาจาของข้าเอาไว้… ทันทีที่พวกเจ้าก้าวออกไปจากพื้นที่อักขระปิดกั้น ข้าไม่อนุญาตให้พวกเจ้าทั้งสามแพร่งพรายความสามารถของข้า รวมไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในนี้ทั้งหมดกับบุคคลอื่น จงปิดปากให้เงียบสนิท หาไม่แล้วพวกเจ้าจะไม่เหลือแม้แต่ศีรษะ!!
เจ้าไม่จำเป็นต้องไปประกาศบอกใครว่าข้าเป็นผู้นำหน่วยรบในตอนนี้ ปล่อยให้ผู้อื่นเข้าใจว่าเจ้าเป็นผู้นำเช่นเดิมนั่นแหละดีแล้ว เพื่อที่ข้าจะได้เคลื่อนไหวตัวได้ง่ายขึ้น พอเพียงพวกเจ้าจดจำให้มั่นว่า ใครเป็นนาย…ใครเป็นบ่าว… เท่านั้นก็พอ!!” เฒ่าชีเปลือย กล่าวขึ้นพร้อมกับทอดสายตาลงต่ำมองมายังทั้ง 3 คน
ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสามล้วนผงกศีรษะรับคำมั่น
แม้อย่างจะร้องทัดทานก็ยังร้องไม่ออก...
หลังจากนั้น พื้นที่อักขระปิดกั้นแห่งนี้ถูกปลดคลาย เสาโลหะทั้งสี่ต้น ยังมีรอยร้าวเกิดขึ้นมาให้ได้เห็น… ภาพที่ปรากฏหลังจากพื้นที่ปิดกั้นนี้เปิดออก คือภาพที่ จูเหลียนเก๋อ จูเซี่ยวฉุน และ จูฟงเฟย ยืนแน่นิ่งไม่พูดอะไร ใบหน้าแต่ละคนล้วนไม่สู้ดีนัก ทั้งยังดึงขยับอาภรณ์ให้สูงขึ้นเพื่อปกปิดรอยสักช่วงลำคอของตนเอง…
ทางด้านแมวสวรรค์ปรากฏรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะทะยานร่างไปจากสถานที่แห่งนี้… ดูเหมือนว่าจะมีคนมามุงดูมากเกินไป รวมไปถึงสายตาจากที่ไกล ๆ ของกลุ่มสอดแนมจากฝ่ายอื่น ๆ เฒ่าชีเปลือย จึงตัดสินใจเดินทางกลับ ไว้ค่อยหาโอกาสมาตรวจสอบม่านพลังในคราวหลัง… สมาชิกหน่วยรบทั้งหมด ล้วนแสดงสีหน้างุนงง ไม่มีใครเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ภายในนั้น…
จูเหลียนเก๋อ จูเซี่ยวฉุน และ จูฟงเฟย ล้วนแล้วแต่ยืนนิ่งไม่ขยับแม้จะผ่านไปหลายสิบลมหายใจเข้าออก ก่อนที่ผู้ฝึกสอน จูเซี่ยวฉุน จะเป็นคนแรกที่สะบัดร่างทะยานจากไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว… สมาชิกของหน่วยรบ จึงทยอยพากันมาโอบล้อม จูเหลียนเก๋อ และ จูฟงเฟย ไต่ถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น รวมไปถึงบาดแผลของทั้งสองคนที่ยังหลงเหลือให้ได้เห็น…
จูเหลียนเก๋อ จึงตวาดเสียงลั่นดัง…
“หุบปาก!! ข้ากับผู้ฝึกสอน จูเซี่ยวฉุน มีเรื่องทะเลาะกันด้านใน ทำให้เกิดบาดแผลพวกนี้!! ส่วนเรื่องการเจรจากับแมวสวรรค์ พวกเจ้าก็รู้ว่ามันเป็นความลับห้ามแพร่งพราย ข้าและ จูฟงเฟย ย่อมไม่อาจพูดเนื้อความอะไรออกมาได้… พวกเจ้ารีบไสหัวไปกันให้หมด ข้าจะพักผ่อน!!”
จูเหลียนเก๋อ แสร้งระเบิดอารมณ์ที่รุนแรงออก กลบเกลื่อนเหตุและผลทั้งหมด เพื่อที่จะได้ไม่ต้องพูดหรืออธิบายอะไรมากไปกว่านี้… ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินกลับเข้าไปในกระโจมใหญ่ด้วยใบหน้าสีแดงดำ ไม่อาจอธิบายความรู้สึกให้ใครรับรู้ได้เลย
ต่อให้เจ้าตัวคิดจะนำเรื่องนี้ไปรายงานฝ่ายผู้อาวุโสเบื้องบนของตระกูลจู ก็กลัวว่าอาคมทาสสะบั้นเศียรนี้ จะสังหารตนเองเสียก่อนที่จะหาทางแก้ไขมันได้ทัน… จึงทำได้เพียงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกกับเรื่องราวทั้งหมด รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ไปชักชวนแมวสวรรค์เข้ามาเป็นพวก หาไม่แล้วเรื่องทั้งหมดนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น…
ณ ตำหนักลับ…
จูห้าวชง เจ้าตำหนักลับ ได้รับสัญญาณจากหยกสื่อสารติดต่อเข้ามา และเมื่อเห็นว่าผู้ที่ติดต่อมานั้นก็คือ จูเซี่ยวฉุน ศิษย์เอกของตน ก็พลันหัวเราะเสียงดัง ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ในทันที… เนื่องด้วยชายชราก็ได้ยินข่าวลือมาว่าแมวสวรรค์เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งแล้ว ฉะนั้น จูเซี่ยวฉุน ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสในรอบหนึ่งเดือนแน่นอน การที่ติดต่อเข้ามาย่อมเป็นข่าวดีอย่างไม่ต้องสงสัย…
“ทำได้ดีมาก... จัดการเจ้าเด็กนั่นแล้วงั้นสินะ ไม่ต้องพาเจ้านั้นมาหาข้า แต่ให้พาเจ้านั่นไปขังไว้ใน เขตโลกา ยังสถานที่ลับของพวกเรา… ไว้ข้าจะได้แจ้งข่าวดีนี้ไปยังท่านผู้นำเทวะ…” จูห้าวชง พูดเองเออเองโดยที่ยังไม่ทันได้ฟังวาจาจากลูกศิษย์ของตน สีหน้าชายชราล้วนแสดงความภาคภูมิใจและมั่นใจในฝีมือศิษย์เอกของตนผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง…
ทว่า… อีกฝ่ายกลับเงียบงัน แน่นิ่งไปจนผิดสังเกต...
ชายชรากดหัวคิ้วต่ำลง สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง…
“มีอะไรงั้นหรือ?! อย่าบอกนะว่าเจ้าทำงานพลาดกับอีกฝ่ายที่เป็นแค่เด็กชนชั้นลมปราณสีเขียวคนเดียว?! เจ้าเป็นถึงชนชั้นผู้ฝึกสอน เป็นถึงพื้นฐานลมปราณสีส้ม เป็นถึงศิษย์เอกของข้า หากเรื่องแค่นี้ยังพลาดท่าก็ไม่ต้องทำอะไรกันแล้ว!!”
ทันทีที่ได้ยินวาจาและน้ำเสียงที่ดูแคลนของผู้เป็นอาจารย์ ในอีกฝ่ายฝั่งของหยกสื่อสารถึงกับมีเสียงกัดฟันดังกรอดด้วยความโมโหเล็ดลอดออกมา… “เป็นแค่เด็กชนชั้นลมปราณสีเขียวอย่างนั้นหรือ?! ท่านอาจารย์ไม่ได้มาเจอเรื่องเฉกเช่นเดียวกับข้า ท่านจะไปรู้อะไร!!
ที่ข้าติดต่อท่านอาจารย์มาในครั้งนี้… ข้าเพียงแค่อยากจะบอกกับท่านว่า ข้าจะขอออกไปฝึกฝนตนเอง ณ ยังทวีปแห่งอื่น และจะไม่ขอกลับมาเหยียบที่นี่อีกอย่างน้อย 2 ปี หรือจนกว่าที่แมวสวรรค์ตนนั้นจะออกไปจากพรรคมังกรฟ้า!!”
“!!!!!!!!!” จูห้าวชง ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตาโพลงในทันที
“มะ…หมายความว่ายังไง อธิบายมา!!”
“เสียใจด้วยท่านอาจารย์ ข้าไม่สามารถอธิบายหรือให้เหตุผลอะไรกับท่านได้ทั้งสิ้น ต่อให้ท่านสั่งลงโทษ ตัวข้าก็ไม่อาจอยู่ในพรรคมังกรฟ้านี้ได้แล้วจริง ๆ ลาก่อนท่านอาจารย์ สิ่งเดียวที่ข้าอยากจะย้ำเตือนท่านก็คือ… จงระมัดระวังตัวให้ดี ๆ หากหลีกเลี่ยงได้ ก็อย่าได้เฉียดเข้าไปยุ่งกับ แมวสวรรค์ เป็นเด็ดขาด!!” สิ้นประโยคสุดท้ายนั้น จูห้าวชง ก็ไม่อาจติดต่อกับศิษย์เอกผู้นี้ได้อีกเลย
ทำเอาชายชรา ถึงกับแสดงสีหน้าโง่งมขึ้น ไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว…
“นะ…นี่มันเรื่องอะไรกัน?!”
……………………………………………… (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ถ้ำอาคม…
เฒ่าชีเปลือย กลับมาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง แม้เหตุการณ์เมื่อครู่จะ ชายชราจะแสดงพลังอำนาจที่ดูน่ากริ่งเกรงออกมา หากแต่อันที่จริงเจ้าตัวก็สูญเสียพลังตบะลงไปไม่น้อย ต้องรีบกลับมาฟื้นฟูสักระยะ…
เพราะนอกจากจะใช้อาคมไปหลายแขนงแล้ว การสิงสู่ร่างศพหลอม ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยไม่มีสิ่งตอบแทน เพราะมันคือการฝืนกฎเกณฑ์แห่งวัฏสงสาร หากเป็นดวงวิญญาณในอาณัติทั่วไปที่ ซุน ไหว้วาน การเข้าสิงสู่ศพหลอมแต่ละครั้ง หลังจบภารกิจล้วนต้องใช้เวลาพักฟื้นฟูตบะอยู่หลายวัน หากแต่เฒ่าชีเปลือยอาจจะใช้เวลาฟื้นฟูที่น้อยกว่า เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามก็สามารถสิงสู่ต่อเนื่องได้แล้ว…
และแน่นอนว่าเมื่อเฒ่าชีเปลือยกลับมาถึงที่นี่ ก็ต้องพบกับ ซุน ที่หน้าเขียวหน้าแดง อ้าปากได้ก็สาดโครมวาจาด่าทอไม่ยั้ง ในเรื่องที่เฒ่าชีเปลือยก่อความรุนแรงโดยพละการ ทั้งยังเป็นในภาพลักษณ์ของตัว ซุน ต่อให้เหตุการณ์ครั้งนี้ผลที่ออกมาจะไม่แย่นัก แต่หากเฒ่าชีเปลือยยังทำเรื่องที่เอาแต่ใจเช่นนี้เรื่อย ๆ สักวันก็คงต้องพลาดท่า และลำบากมาถึงตน…
“เจ้าแก่ก้นเหี่ยว อัณฑะหย่อนยาน!! คราวหน้าคราวหลัง หากจะทำเรื่องอันตรายเช่นนี้อีก ก็อย่าทำตอนที่อยู่ในร่างของข้าสิฟะ!! ไว้ตอนอยู่ร่างศพอื่น ๆ หรือไม่ก็ตอนเจ้าเป็นดวงวิญญาณค่อยลงมือทำ แบบนี้มิเท่ากับเจ้ายัดเยียดความลำบากมาให้กับ……”
อุ๊บ!
ยังไม่ทันที่ ซุน จะกล่าวจบประโยค เฒ่าชีเปลือย ก็ถอดวิญญาณออกจากร่างทหารเงา ก่อนจะผลักร่างศพไร้วิญญาณนั้นเบา ๆ จนริมฝีปากของศพไปประกบกับริมฝีปากของ ซุน เพื่อให้ชายหนุ่มหยุดพูด… ทำเอา ซุน ถึงกับดวงตาแทบถลน ถอนริมฝีปากสะบัดหน้าออกมาอย่างรวดเร็ว การที่ต้องประกบปากกับศพทั้งยังมีใบหน้าเหมือนตนเองไม่ผิดเพี้ยน ย่อมทำให้ขยะแขยงจนหน้าตาบิดเบี้ยวอัปลักษณ์…
“หุบปากได้เสียที… น่ารำคาญจริงเชียว เรื่องแค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตไปได้… ตอนนี้มีเรื่องที่ต้องคิดมากกว่าจะมาเสียเวลาพูดมากไร้สาระ…” เฒ่าชีเปลือย กล่าวด้วยใบหน้าไม่ยินดียินร้าย แววตาแฝงเร้นไว้ด้วยการขบคิด หวนนึกถึงโครงสร้างของม่านพลังที่ปกป้อง เขตจันทรา
ซุน หลังจากยกมือถูริมฝีปากตนเองไปมาอยู่หลายที ก็หันมองด้วยความฉงน...
“เจ้าพบเจออะไรผิดแปลกไปงั้นหรือ?!”
“อืม… ม่านพลังนั่นมีช่องโหว่อยู่ และไม่ใช่ช่องโหว่ที่มีมาตั้งแต่แรก หากแต่มันถูกสร้างขึ้นในภายหลังโดยใช้ทรัพยากรจำนวนไม่น้อยเลย… ทั้งยังมีการปกปิดเอาไว้อย่างแนบเนียนจนตำแหน่งอื่น ๆ ของม่านพลัง ไม่มีผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลง… คราแรกข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่หลังจากที่ได้ลองไปสัมผัสและเฝ้ามองใกล้ ๆ ก็จึงค่อยแน่ชัด…” เฒ่าชีเปลือย กล่าวอธิบาย
“!!!!!!!!!!” ซุน เผยสีหน้าตกใจขึ้น
“หรือว่าช่องโหว่ที่เจ้าพูดถึงก็คือ?!”
“ใช่…มันอยู่ด้านหลังค่ายของหน่วยรบ อีกทั้งเจ้าตำหนักลับที่เป็นต้นสังกัดของหน่วยรบ และตระกูลจู ก็ยังเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มมังกรทอง… ข้าว่าเรื่องนี้มิใช่ความบังเอิญแล้ว หากข้าคาดเดาไม่ผิด เวลานี้สมาชิกระดับสูงของกลุ่มมังกรทองทั้งหมด น่าจะแทรกซึมเข้าไปในเขตจันทราเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเส้นทางช่องโหว่ดังกล่าวของม่านพลัง
ซึ่งผู้ที่คอยปกปิดเรื่องราวและผลักดันในเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่ใครอื่น… แต่เป็น เจ้าตำหนักลับ จูห้าวชง หนึ่งในแกนนำกลุ่มมังกรทองคนนั้น…” เฒ่าชีเปลือย กล่าวขึ้นภายใต้การวิเคราะห์ของตนเอง
ซุน ถึงกับสูดลมหายใจลึกขึ้น เพราะเรื่องนี้ก็ตรงกับสมมุติฐานที่ ซุน เคยคาดการณ์เอาไว้เช่นเดียวกัน ว่าเหตุผลที่ตนมาอยู่ในพรรคมังกรฟ้าได้หนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววกลุ่มมังกรทองในการเคลื่อนไหวหรือมาเล่นงานตนเอง ทั้งที่ความผิดของ ซุน ในการสังหารผู้สืบทอดของผู้นำเทวะ น่าจะมากพอให้ตนถูกตามล่าหมาย แต่สถานการณ์กลับนิ่งสงบกว่าปกติ…
ตามความคาดคะเนของ ซุน มีเหตุผลอยู่สองปัจจัยที่จะเป็นเช่นนี้ได้… อย่างแรกคือสมาชิกระดับสูงของกลุ่มมังกรทองไม่ได้อยู่ในเขตดารา และอย่างที่สองกลุ่มมังกรทองน่าจะกำลังทำเรื่องที่สำคัญ มากกว่าการที่จะมาแก้แค้นผู้เยาว์คนหนึ่งให้แผนการสำคัญคลาดเคลื่อน!!
“แบบนี้นี่เอง… กลุ่มมังกรทอง ได้เข้ามาพัวพันกับการช่วงชิงอำนาจภายในของพรรคมังกรฟ้างั้นสินะ และหากสามารถเข้าไปยัง เขตจันทรา ได้สำเร็จ เขตพื้นที่อาศัยของทั้ง 5 ตระกูลใหญ่ นั่นก็จะทำให้เข้าใกล้ความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น สามารถจัดเตรียมการเคลื่อนไหวได้อย่างทันท่วงที หรืออาจถึงขั้นแทรกซึมเข้าไปใกล้ตัว 5 ผู้นำตระกูลใหญ่ ผู้ที่จะมีสิทธิ์กลายเป็นผู้นำพรรคมังกรฟ้ามากที่สุด!!” ซุน กล่าวขึ้นตามความคิด
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะจิตใจสะท้านสะเทือน หากกลุ่มมังกรทองสามารถเข้ามาควบคุมพรรคมังกรฟ้าที่มีทั้งอำนาจบารมีเทียบเคียงกับหน่วยงานราชการแผ่นดินได้จริง ๆ ทั้งยังเป็นขุมกำลังที่ดูแลการใช้ประตูมิติเคลื่อนย้ายระยะไกล ซึ่งกระจายอยู่ทั่วในทุกทวีป… เช่นนั้นในอนาคตอันใกล้ ความยิ่งใหญ่ของกลุ่มมังกรทอง ก็คงมากพอจะวางแผนหุบกลืนได้ทั้งยุทธภพ!!
“แบบนี้ไม่ได้การแล้ว… หากกลุ่มมังกรทองยิ่งใหญ่ขึ้น ข้าและท่านพ่อบุญธรรมที่เป็นศัตรู ก็จะยิ่งลำบากและอันตรายมากขึ้นไปอีก!!” ดวงตาของ ซุน ฉายแววเด็ดเดี่ยว แต่ด้วยความสามารถของตนเองในเวลานี้ การจะเข้าไปหยุดยั้งแผนการของกลุ่มมังกรทอง ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย…
ในขณะที่ ซุน กำลังไม่สบายใจอยู่นั่นเอง…
ก็มีเสียงคนมาเรียกชายหนุ่มที่ด้านหน้า ถ้ำอาคม…
“ใครน่ะ!!” ซุน ตะโกนออกไป ยังไม่กล้ารีบเปิดประตูถ้ำ
“นี่ข้าเอง… เฉียงตงฟาง ข้ามีเรื่องอยากคุยกับเจ้า…”