อสูรข้ามฟ้า - ตอนที่ 303 ชายหมายเลข 1
ตอนที่ 303
ณ เขตสุริยา ตำหนักผู้นำ
“เคี๊ยก! เคี๊ยก! เคี๊ยก!” จู่ ๆ เสียงหัวเราะที่แปลกประหลาดของดวงวิญญาณ กุ่ยเยี่ยซา ก็ดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของชายชรา กุ่ยจือชิง ที่ยืนเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ในมิติวงกตอยู่ด้วย…
“มะ…มีอะไรงั้นหรือ ท่านบรรพบุรุษ?!”
ดวงวิญญาณ กุ่ยเยี่ยซา พูดกลั้วเสียงหัวเราะ “ก็ไม่มีอะไรมาก... ข้าแค่ทำการแทรกแซงมิติวงกต แล้วเข้าไปแก้ไขกติกาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มอรรถรส… อยากจะรู้จริง ๆ ว่าเจ้าเด็กบ้านั่นมันจะทำยังไง?!”
กุ่ยจือชิง ยิ้มหน้าเจื่อน ยังไม่ค่อยจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดมากนัก… แต่หลังจากรวบรวมความกล้าสักระยะก็เอ่ยปากขึ้น “ท่านบรรพบุรุษสามารถแทรกแซงเข้าไปภายในนั้น แล้วตั้งกฎกติกาใหม่ได้ด้วยงั้นหรือ?! เช่นนั้นช่วยเหลือเด็ก ๆ ของพรรคมังกรฟ้าเราสักเล็กน้อยได้หรือไม่?!”
“หึหึ… ข้าเองก็เป็นหนึ่งในผู้สร้างมหาขุมทรัพย์แห่งมิติวงกตสีรุ้งทั้ง 7 แห่ง เหตุใดข้าจะแทรกแซงเข้าไปไม่ได้เล่า?! ทว่าเรื่องที่จะให้ข้าช่วยเหลือเอื้อประโยชน์นั้น เห็นทีคงทำไม่ได้ เพราะการสร้างในครั้งนี้เป็นเจตนารมณ์ร่วมของข้าและศิษย์น้องทั้งสอง ทุกอย่างผันแปรไปตามชะตากรรม หากเด็ก ๆ ของเรามีฝีมือจริง จะหวาดหวั่นไปไย?!” ดวงวิญญาณของ กุ่ยเยี่ยซา กล่าวขึ้นชัดเจน
ทำให้ กุ่ยจือชิง ได้เผยแววตาสำนึกผิด…
………………………………………
ณ มิติวงกตแห่งป่า…
เหล่าฝูงชนหนึ่งพันชีวิตในจุดนี้ ทยอยปรากฏหมายเลขขึ้นบนหน้าผากกันอย่างต่อเนื่อง แต่ละคนล้วนจดจำหมายเลขของเหล่าสหายพรรคพวกในกลุ่ม เพื่อที่จะเป็นเรื่องง่ายต่อการสังเกต... ทั้งแสงจากหมายเลขเหล่านั้น คล้ายจะมีแบ่งชนชั้นที่เด่นชัดพอสมควร…
หมายเลขหลักเดียว 1-9 จะเปล่งแสงสีทองประกายวาววาบออกมา ซึ่งในเวลานี้ เล้งหมิงเช่อ มีหมายเลข 2 ปรากฏชัดเจน ส่วนทางด้าน เหว่ยหม่าอวิ๋น เป็นหมายเลข 3 ลำดับที่ถัดลงมา 4-9 ต่างเป็นผู้ที่ฝีมือโดดเด่นจากสมาพันธ์แห่งท้องทะเล ทุกคนถึงจะเทียบไม่ได้กับ เล้งหมิงเช่อ และ เหว่ยหม่าอวิ๋น ที่เป็นชนชั้นกึ่งราชันย์ หากแต่หมายเลย 4-9 นั้นต่างก็เป็นชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 1-2 ทั้งสิ้น…
หมายเลขสองหลัก 10-99 เปล่งแสงสีน้ำเงิน ซึ่งโดยมากจะเป็นของคนจากสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ คนของราชวงศ์ทั้ง 3 ราชวงศ์ และรวมไปถึงคนของพรรคมังกรฟ้า เหล่าทายาทตระกูลใหญ่ทั้ง 5 ฝ่าย…
หมายเลขสามหลักและสี่หลักหนึ่งเดียว 100-1,000 จะเป็นแสงสีแดง… เฉียงตงฟาง ลั่วชิงเหอ เจี่ยโย่วเทียน อยู่ในกลุ่มนี้… ทั้งยังมี กังเฉิง และศิษย์พี่อีกคนที่ตามมาด้วยก็อยู่ในกลุ่มนี้เช่นกัน… มิใช่ว่าคนเหล่านี้จะชิงร้อยอันดับแรกไม่ได้ หากแต่คล้ายว่าไม่ต้องการขึ้นเป็นร้อยอันดับแรกเสียมากกว่า…
หลายคนแสดงตัวออกมาเพื่อเข้าร่วมจับกลุ่มกับพวกพ้องในสังกัดเดียวกัน ถึงแม้ว่านี่จะเป็นการแข่งขันชิงชัย แต่การอยู่เพียงลำพังนั้นถือว่ามีความอันตรายกว่าการจับกลุ่มอยู่มาก ทั้งจากด่านทดสอบ และจากผู้ชิงชัยคนอื่น ๆ
มีเพียงคนเดียวที่ทรุดนั่งลงยกชันเข่าข้างหนึ่งในชั่วพริบตาที่หมายเลขปรากฏขึ้น พร้อมก้มหน้าต่ำมองพื้นด้วยดวงตาที่เบิกโพรง...
“บัดซบ!! ตามบันทึกเมื่อ 7,000 ปีก่อน ไม่มีการกล่าวถึงหมายเลขบนหน้ากากเลยมิใช่หรือ!! แบบนี้แผนที่ข้าอุตส่าห์วางไว้ก็พังพินาศหมดเลยน่ะสิ!!” แน่นอนว่า ซุน ตระหนักถึงผลลัพธ์ในครั้งนี้เป็นอย่างดี นั่งชันเข่าพร้อมก้มหน้าลงจนปลายคางแนบชิดหน้าอก เหงื่อแตกพลั่กไหลอาบอยู่ภายในหน้ากาก…
คนข้าง ๆ ย่อมสังเกตเห็นถึงท่าทีที่แปลกไปของ ซุน…
“เป็นอะไรหรือเปล่า… ทำไมจู่ ๆ ลงไปนั่งเช่นนั้น?!”
อีกฝ่ายคล้ายพยายามจะยื่นมือเข้ามาจับตัว แต่ ซุน จำเป็นต้องปัดออก “ขะ…ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บจากด่านแรกเมื่อครู่นี้…”
พิรุธที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ชายคนดังกล่าวที่มิได้โง่เขลานัก รู้สึกถึงความผิดปกติ… จึงยกมือเป็นสัญญาเรียกให้พรรคพวกที่อยู่ใกล้ ๆ เริ่มจะเข้ามาโอบล้อม ซุน ที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา…
“มีอะไรงั้นหรือ?”
“เจ้านี่มันทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ข้าว่ามันน่าจะแอบซ่อนอะไรไว้แน่ ๆ หรือไม่ก็จงใจปกปิดหมายเลขของตนเองไม่กล้าแสดงออกมา…” ชายคนก่อนหน้านี้บอกกล่าวกับพรรคพวก ยิ่งทำให้กลุ่มคนราว ๆ 10 คน หมายเลขอยู่ในช่วง 600-700 เริ่มกระชับวงเข้ามาโอบล้อม…
“ปกปิดหมายเลขงั้นหรือ?! มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำเช่นนั้น… หากเป็นเจ้าแมลงสาบสีเขียวนั่นก็ว่าไม่อย่าง พูดถึงแล้วก็เจ็บใจชะมัด!! มันทำให้พรรคพวกของเราหลายคน ไม่อาจผ่านมาถึงด่านนี้ได้…” คนในกลุ่มแค่นเสียงไม่พอใจออก
แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนเริ่มจะนึกสงสัยขึ้นมาอยู่น้อย ๆ ถึงแม้ว่าคนที่ก้มหน้าคุกเข่าอยู่ตรงนี้ จะไม่มีเอกลักษณ์พลังใด ๆ เชื่อมโยงไปถึงคนที่พวกมันเกลียดชังเลยก็ตามที… “เฮ้ย!! เงยหน้าขึ้นมาให้พวกเราดูหมายเลขหน่อย…”
ซุน นิ่งเงียบ…
“เฮ้ย!! พูดไม่ได้ยินงั้นหรือ!!” หลายคนเริ่มตะคอกเสียง อาศัยพวกที่มีมากกว่าเข้ากดดัน… จนกระทั่งเริ่มมีคนผู้หนึ่ง ยกเท้าถีบลงบนร่างของ ซุน ที่นั่งก้มต่ำ… จากนั้นคนอื่น ๆ ก็เริ่มทยอยกระทำตาม แอบแสยะยิ้มภายใต้หน้ากากด้วยความสะใจ อย่างไรเสียเวลานี้ก็ไม่มีคนภายนอกล่วงรู้ตัวตน อีกทั้งชายหนุ่มที่ถูกรังแกตรงหน้ายังมีฝีมือต่ำต้อย จัดการคู่แข่งให้หมดสภาพไปสักคนก่อนการแข่งจะเริ่ม อย่างไรก็มีแต่เรื่องดี…
“ไสหัวไป… ก่อนข้าจะหมดความอดทน…” น้ำเสียงเยือกเย็นดังลอดเข้ามากระทบใบหูของคนทั้งสิบ พวกมันหันมองกันไปมาเลิ่กลั่ก ก่อนจะร่วมกันหัวเราะออกมาราวกับไม่ได้ใส่ใจในวาจาข่มขู่…
“ทำไม?! เจ้าหมดความอดทนแล้วจะทำไม?!” ชายคนแรกที่เป็นผู้ริเริ่ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดูแคลน พลางก้มตัวและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ
ในตอนนั้นเองที่ ซุน ตัดสินใจเงยหน้าสวนกลับขึ้นมา พร้อมกับประกายแสงสีทองของหมายเลข 1 บนหน้าผากที่เปล่งวาบสุกสกาย เจิดจรัสยิ่งกว่าหมายเลข 2 ของ เล้งหมิงเช่อ และ หมายเลข 3 ของ เหว่ยหม่าอวิ๋น... จิตคุกคามที่แผ่ซ่านจนมิอาจกักเก็บ กดทับลงมาบนร่างของชายคนดังกล่าว จนมันนั่นสั่นเยือกไปทั้งตัว อ้าปากค้างและมีอาการติดอ่างเมื่อคิดจะเปล่งวาจา…
“มะ…มะ…หมายเลยหนึ่ง!!”
“เอ่อ!! ข้านี่แหละคือหมายเลยหนึ่ง!!” ซุน นั้นหมดความอดทนไปเป็นที่เรียบร้อย ยกกำปั้นประเคนหมัดอันหนักหน่วงเสยเข้าปลายคางของชายผู้นั้น เสียงกระดูกที่แตกร้าวดังให้ได้ยินอย่างชัดเจน พร้อมกับร่างที่ลอยสูงข้ามศีรษะของสหายที่รายล้อม…
ซุน ยืนขึ้นพร้อมแววตาเด็ดเดี่ยวภายใต้หน้ากาก แสงสีทองจากหมายเลข 1 โดดเด่นชัดเจนท่ามกลางฝูงชน กลุ่มคนที่รายล้อมเรือนกายนั้นสั่นเยือกขึ้น เนื่องด้วยพวกมันมองเห็นเงาร่างของพยัคฆ์ที่ปรากฏออกมาพร้อมแสยะคมเขี้ยว…
“พวกเจ้าบีบบังคับข้าเอง… เช่นนั้นก็อย่าได้เสียใจในภายหลัง!!”
เสียงตูม! ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างของคนทั้งสิบแทบจะลอยขึ้นกลางอากาศโดยพร้อมเพรียง!! แน่นอนว่ามันได้เรียกความสนใจของผู้ชิงชัยโดยรอบ ให้ต้องหันมองมาเมื่อเกิดการปะทะอย่างกะทันหัน และยิ่งได้เห็นว่าคนที่ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางวงล้อม ก็คือชายที่น่ารังเกียจหมายเลข 1 ภาพเหตุการณ์และความคับข้องใจของทุกคนที่ต้องลำบากในด่านเมื่อครู่ ก็ได้ไปกระตุ้นความเดือดดาลขึ้น
“เจ้านั่นเอง!! เจ้าแมลงสาบเขียวตัวนั่น!!”
“บัดซบ!! ข้าจะชำระแค้นให้น้องชายข้าที่ถูกตัดสิทธิ์!!”
เกิดความโกลาหลขึ้นในทันที คนอีกหลายสิบคนรอบด้านที่ได้รับผลกระทบจาก ซุน ก่อนหน้านี้ ต่างก็ล้วนห้อทะยานปรี่ตรงเข้า… ซุน โดยปกติแล้วจะแฝงไว้ด้วยจิตใจที่สงบเยือกเย็นอยู่เสมอ หากแต่ในบางสถานการณ์ สิ่งเหล่าก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป…
เวลานี้ ซุน ไม่คิดที่จะหนีอีกแล้ว อย่างมากก็แค่หมดสิทธิ์ไปต่อ…
เสียง ตูม! ตูม! ตูม! ดังตามมาอย่างต่อเนื่อง ซุน ได้สวมหัวใจพยัคฆาที่ห้าวหาญ พุ่งเข้าปะทะกับใครก็ตามที่เข้ามาใกล้ตน ประเคนเพลงหมัดเพลงเตะ ระเบิดปราณสายลมเป็นคลื่นพายุ กระบี่ในมือตวัดต้านศาสตราต่าง ๆ ที่พุ่งเข้ามา… รับมือคนหลายสิบคนพร้อมกัน โดยที่การเคลื่อนไหวนั้นไม่มีติดขัด การอ่านกระแสลมปราณก็ทำได้ราวกับมีดวงตาด้านหลัง ไม่ว่าใครจะลอบโจมตีมายังไง ล้วนแล้วแต่ถูกสวนกลับด้วยบาทาและกำปั้นที่มหากาฬทั้งสิ้น
ไม่กี่อึดใจต่อมาก็สามารถมองเห็นร่างของคนที่ลอยสูงขึ้นจากพื้นอย่างต่อเนื่อง… กลุ่มคนที่พุ่งเข้ามาในความฮึกเหิมคราแรก บัดนี้ได้ตระหนักดีแล้วว่าชายหมายเลข 1 ผู้นี้ มิได้ตำแหน่งมาเพราะโชคช่วย หากแต่แฝงเร้นไว้ด้วยความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ไม่มีความกริ่งเกรงใด ๆ ต่อคนหลายสิบที่ถาโถมเข้ามา ทั้งยังสวนกลับคืนไปด้วยท่วงท่าที่เฉียบคมและแน่นหนัก…
ซึ่งกลุ่มคนที่ถูกเล่นงานทั้งหมดนั้น ต่างเป็นลำดับหมายเลขช่วง 500-1,000 พื้นฐานชนชั้นลมปราณสีเหลืองทั้งสิ้น… ส่วนกลุ่มยอดฝีมือในระดับต้น ๆ หรือชนชั้นลมปราณสีส้มที่มีเพียงกี่สิบคน ต่างพากันจดจ้องเฝ้ามองสถานการณ์เสียมากกว่า… ทั้งยังรู้สึกถึงความน่ากลัวของชายหมายเลข 1 ปริศนาผู้นี้ได้อย่างชัดเจน...
หลังจากคลื่นมวลชนระลอกแรกแตกพ่ายยับเยิน ซุน ที่เวลานี้เปี่ยมไปด้วยใจฮึกเหิมเด็ดเดี่ยว ไม่เหลืออะไรจะเสียอีกแล้ว จึงคำรามเสียงตวาดดังออกมา…
“หากใครยังไม่พอใจข้า ก็ดาหน้ากันเข้ามา!! ข้าก็แค่เอาตัวรอดตามวิธีของข้าก็เท่านั้น!! ในหมู่พวกเจ้าจะบอกว่าไม่มีใครแอบเล่นงานคนอื่นในด่านแรกเลยอย่างนั้นหรือ ถุย!! อย่าพยายามยัดเยียดความคับข้องใจมาที่ข้าเพียงผู้เดียว พวกคนที่มันถูกตัดสิทธิ์ไปก่อนหน้านี้ มิใช่เพราะว่าพวกมันนั้นอ่อนแองั้นหรอกหรือ!!
นี่เป็นการทดสอบเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง!! พวกเจ้าอย่าพยายามเสแสร้งกันไปหน่อยเลย หากสุดท้ายแล้วมหาขุมทรัพย์วางอยู่ตรงหน้า ข้าเชื่อว่าแม้แค่สหายรักข้างกายของพวกเจ้าในเวลานี้ ก็ยังเข่นฆ่ากันได้ เพื่อช่วงชิงมหาขุมทรัพย์!!
หากใครคิดว่าไม่ใช่เรื่องจริง ก็เชิญพูดออกมาดัง ๆ ให้ข้าได้ยิน!!” ซุน ก่นด่าพร้อมชี้หน้าทุกคนที่อยู่รายล้อม
ทำให้คนเหล่านั้นถึงกับใบหน้าด้านชาไปในทันที เพราะในกลุ่มของคนเหล่าก็มีไม่น้อยที่เหยียบผู้อื่นขึ้นมาเพื่อให้ผ่านด่านแรก และก็เถียงไม่ได้อีกเช่นกันว่าหากเป็นผู้แข็งแกร่งจริง ๆ จะเสียท่าเพราะการกระทำของชายหมายเลย 1 ผู้นี้ได้อย่างไร…
สำคัญที่สุด… ต่อให้เวลานี้จะจับมือเป็นพวกพ้องฝ่าฟันอุปสรรค แต่สุดท้ายการชิงชัยนี้ก็จะมีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวอยู่ดี ยิ่งความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากเท่าไหร่ ยามหันคมดาบเข้าหากันก็จะยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น จึงไม่มีใครสามารถโต้แย้ง ซุน ในคำพูดนี้ได้เลยแม้แต่น้อย…
วาจาของหมายเลข 1 สะกดการเคลื่อนไหวของทุกคนได้อย่างชะงักงัน!!
“ศิษย์พี่… คนผู้นั้นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ พูดเพียงแค่ประโยคเดียวก็หยุดความโกลาหลของกลุ่มคนที่คิดจะเล่นงานตนเองได้แล้ว…” กังเฉิง อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม ทั้งยังรู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงที่ได้ยิน แต่กลับนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ใดมาก่อน...
ศิษย์พี่ข้างกายพยักหน้าตอบรับ “อืม… ทว่าอาศัยเพียงคำพูดคงไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ แต่ความแข็งแกร่ง และความเด็ดเดี่ยวที่คน ๆ แสดงออกมาก่อนหน้านี้ต่างหาก ที่เพิ่มน้ำหนักให้กับวาจาได้นับร้อยเท่า ทิ่มแทงใจดำของทุกคนได้อย่างตรงจุด… ข้ารู้สึกได้ว่าคนผู้นี้ทั้งน่าคบหา และไม่น่าคบหาในเวลาเดียวกัน…”
เหล่าผู้คนที่รายล้อม ซุน ในเวลานี้ ล้วนไม่มีใครกล้าขยับ… ยิ่งมองเห็นสภาพของคนอีกหลายสิบคนที่นอนโอดครวญหลังถูกหมายเลข 1 เล่นงานแล้ว ก็ยิ่งทำให้แต่ละคนหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ชั่งใจว่าคุ้มแล้วหรือ? ที่จะพาตนเองไปบาดเจ็บ ทั้งที่การทดสอบยังไม่จบสิ้น…
แปะ! แปะ! แปะ!
ฝูงชนแหวกเปิดทางเป็นสองฝั่ง เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มที่บนหน้ากากมีหมายเลข 2 สีทองปรากฏ ก้าวเดินเข้ามาเนืองช้า พร้อมการปรบมือในลักษณะชื่นชม… “พูดได้ดี!! ข้านั้นเห็นด้วยกับคำพูดของเจ้าทุกประการ นี่คือการชิงชัยหาผู้ที่จะได้มหาขุมทรัพย์ไปครอบครองเพียงหนึ่งเดียว ใครที่มันอ่อนแอก็สมควรแล้วที่จะถูกทอดทิ้งไว้ด้านหลัง
ทว่า… คำพูดที่ถูกต้องของเจ้า กับความอับอายที่เจ้ามอบให้ข้ามันคนละเรื่องกัน!!” เล้งหมิงเช่อ แค่นเสียงเยือกเย็น พร้อมกับจิตคุกคามที่แผ่ซ่านจนทำให้ทุกคนต้องขนลุกตั้ง
ซุน หดในนัยน์ตาแคบ... แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้าตัวย่อมไม่คิดจะถอยหรือเรียกร้องความเห็นใจจากอีกฝ่าย ลึก ๆ นั้น ซุน ก็อย่างรู้มากเช่นกันว่า ขอบเขตความสามารถตนเองในตอนนี้จะต่อต้านยอดฝีมือระดับ เล้งเมิงเช่อ ได้มากน้อยเพียงใด…
แม้มือสองข้างจะอาบไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก แต่ชายหนุ่มก็ยังกำหมัดและกระบี่เอาไว้อย่างแนบแน่น แววตาภายใต้หน้ากากเปลี่ยนเป็นดวงตาของพยัคฆ์ ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายอีกตนตรงหน้า…
……………………………………………………..