อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 468 ประนีประนอม
ตอนที่ 468 ประนีประนอม
“โหรวโหรว…..”
“โอเค ฉันช่วยนายเอง!”
แค่เรียกชื่อเท่านั้นเธอก็ประนีประนอมแล้ว เร็วไปหน่อยไหมเนี่ย!
สามีของตัวเอง นอนด้วยกันมาตั้งหลายครั้งจะอายอะไร!
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
จิ่งเป่ยเฉินไปบริษัท ส่วนอันโหรวนอนอยู่บนเตียงพลางโทรศัพท์หาหลินจือเซี๋ยว
ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว “โหรวโหรว ช่วงนี้ดีขึ้นแล้วใช่ไหม!”
เธอลุกขึ้นจากเตียงนอน “ดีขึ้นแล้ว จือเซี๋ยวช่วงนี้ที่บริษัทเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
“ไม่มีนะ! ปกติดีทุกอย่าง!” หลินจือเซี๋ยวมองไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์และมองดูเวลามุมขวาล่างของหน้าจอ “โหรวโหรว เธอดูแลตัวเองเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องบริษัท!”
“อืม ไม่มีอะไรก็ดี” เมื่อวานเธอแค่ได้ยินฉีเซิ่งเทียนโทรมา จึงกังวลว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“แต่ว่า…บิ๊กบอสกับฉีเซิ่งเทียนไม่ได้เข้าบริษัท บิ๊กบอสอยู่ที่บ้านกับเธอไหม?” ถึงยังไงฉีเซิ่งเทียนเข้างานสายก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลกอะไร
“เปล่า”
“แปลกจัง! วันนี้ไม่ได้มีนัดประชุมข้างนอกนะ!” แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอสักนิด บิ๊กบอสไม่เข้าบริษัท เธอเองก็ไม่ได้สนใจ
“โหรวโหรว เธอไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะช่วยเธอดูแน่นอน! ฉันให้ฉีเซิ่งเทียนช่วยเธอดูด้วย!” เธอไม่กล้า!
“ไม่เป็นไร น่าจะยุ่งอยู่” เธอวางโทรศัพท์พลางลุกขึ้น รู้สึกว่าไม่ค่อยสบายใจเท่าไรนัก
อึดอัดและไม่สบายใจ
……
แสงไฟรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวบนผนังเปล่งแสงสีขาวโปร่งแสงใต้แสงไฟ โต๊ะไม้สีแดงมีชาร้อนสองแก้ววางอยู่บนนั้น หนึ่งในนั้นมีคนกำลังยกแก้วขึ้นมา
นิ้วมือที่เรียวยาวและประดับไปด้วยแหวนเพชรที่เปล่งประกายดูท่าทางรักและเอาใจใส่
ดวงตาที่สวยงามคู่หนึ่งจับจ้องไปที่ประตูที่เพิ่งเปิดออก ต้นขาเรียวยาวปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ ก่อนจะเผยใบหน้าที่หล่อเหลาและน่าเกรงขาม ไอในร่างกายแผ่ซ่านถึงความเยือกเย็น
เย่มู่เหยียนอดไม่ได้ที่จะรวบรวมสติ ยกชาร้อนขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูร้อนแต่เธอก็ยังคงรู้สึกหนาว
จิ่งเป่ยเฉินเหลือบตามองผู้หญิงตรงหน้าที่ไม่มีความทรงจำใดเหลืออยู่
เย่มู่เหยียนมองเขานั่งลงและค่อย ๆ รินชาให้ เธอกังวลว่าตัวเองจะทำแก้วชาหล่นลงพื้น
“วันนั้น…..”
“ประธานจิ่งคะ!” เย่มู่เหยียนตัดบทเขา “คุณวางใจได้ ฉันจะไม่ไปยุ่งวุ่นวาย คุณถือว่าไม่ได้เกิดเรื่องในคืนนั้นขึ้น! ถึงจะเป็นครั้งแรกของฉัน และฉันก็เป็นนักแสดงในวงการบันเทิง สำ ำหรับฉันชื่อเสียงสำคัญมาก ฉันไม่มีทางเอาอนาคตของตัวเองมาล้อเล่น”
เมื่อจิ่งเป่ยเฉินได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ แต่ทว่ากลับเย็นชายิ่งขึ้น
นัยน์ตาสีดำสนิทจ้องไปที่เธอ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง “เธอหมายความว่าพวกเรามีอะไรกันจริง ๆ งั้นเหรอ?”
“ประธานจิ่งคะ คนที่เสียเปรียบและเป็นทุกข์คือฉัน ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะมีความสัมพันธ์กับคุณ ถ้าหากไม่มีเรื่องอื่น ฉันขอตัวก่อน!” เย่มู่เหยียนหยิบกระเป๋าและลุกขึ้น
“ฉันบอกให้เธอไปแล้วหรือไง?” น้ำเสียงที่เยือกเย็นดังขึ้นราวกับมนตร์ของปีศาจจากขุมนรก เธอหยุดนิ่งไปทันที
เธอค่อย ๆ หมุนตัวกลับมามองเขาพลางยิ้มเล็กน้อย “ประธานจิ่งคะ คือว่าฉันไม่รู้ว่าคุณกำลังสงสัยหรือสับสนอะไรอยู่? หรือว่าตอนที่คุณฟื้นขึ้นมาต้องการให้ฉันเล่าฉากนั้นซ้ำงั้น เหรอ? ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้สนุกขนาดนั้น ตอนบ่ายฉันมีถ่ายงานที่เมืองเฟยเฮิงและฉันก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานแต่งงานของคุณแน่นอน รวมถึงไม่ต้องการความช่วยเหลือในด้านทรัพย์สิน ใด ๆ จากคุณด้วย หวังว่าต่อจากนี้พวกเราจะไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ แบบนี้อีก”
คำพูดของเธอราวกับว่าไม่ได้เข้าไปในหูของจิ่งเป่ยเฉินเลยสักนิด เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้เธอพลางมองหน้าเธออย่างเย็นชา “พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรทั้งนั้น!”
เย่มู่เหยียนถอยหลังไปสองก้าว เธอมองเขาที่มีท่าทางเย็นชาด้วยอาการแข็งทื่อปนตกใจ หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
เธอมองสายตาที่ลุ่มลึกของเขา ก่อนจะค่อย ๆ พูดขึ้นอย่างช้า ๆ “จะมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ ประธานจิ่งคุณไม่รู้เรื่องเลยงั้นเหรอ?”
แม้เขาจะจำอะไรไม่ได้เลย แต่ว่ารอยจูบบนร่างกายของเขาที่เยอะแบบนั้น บนเตียงที่มีคราบเลือดอีก ตอนที่ตื่นขึ้นมาเห็นสภาพแบบนั้น ยังคิดว่าพวกเราไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นอีกเหร รอ?
จิ่งเป่ยเฉินกระตุกริมฝีปากขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนจะมองเธอด้วยสายตาที่ดูแคลนเล็กน้อย “เธออาจจะไม่รู้ว่าฉันตอบสนองเพียงแค่ภรรยาของฉันคนเดียวเท่านั้น จะทำเรื่องแบบนั้นกับเธอได้ ยังไง”
“ฉันขอพูดอีกครั้ง จะทำหรือไม่นั้น ประธานจิ่งเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ถือว่าฉันซวยเองที่วันนั้นไปดื่มกับเพื่อนแล้วเจอคุณที่หน้าประตูทางเข้าบาร์ แล้วยังมาสะดุดล้มทับฉัน ฉันไ ไม่มีทางเลือกอื่นเลยต้องส่งคุณเข้าโรงแรม แล้วคุณ…” เธอคร่ำครวญพลางร้องไห้น้ำตาไหลมาจากหางตาอย่างช้า ๆ “ฉันเป็นคนที่จิตใจดี แต่ว่ากลับโดนคุณเอาของล้ำค่าของฉันไป!”
สีหน้าของจิ่งเป่ยเฉินนั้นยิ่งดูแย่ลง เขายืนนิ่งอย่างเย็นชา บรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความมืดมน
พูดตามตรงว่าเขาได้เอาสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของเธอไป แต่เขากลับไม่เชื่อสักคำ
“เธอต้องการอะไร? ราชินีในวงการบันเทิง? จะเอารางวัลอะไร? ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศก็ได้ทั้งนั้น ทางที่ดีคืออย่าพูดไร้สาระ” ครั้งก่อนที่อันหยาพั่นก่อเรื่องขึ้น โหรวโห หรวอาจจะยังมีความกลัวอยู่ แต่ตอนนี้ถ้าเกิดสถานการณ์บ้า ๆ อะไรขึ้นอีกละก็
เขาจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด แม้กระทั่งไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ ถ้าหากเกิดเรื่องแบบนั้นจริง ๆ ร่างกายของเขาก็น่าจะจำอะไรได้บ้าง
แต่วันนั้นที่ตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่รู้สึกอะไร นอกจากความเจ็บปวดบนร่างกายและรอยจูบที่ถูกถูไปนั้นก็ไม่มีอะไรอื่นอีก
เย่มู่เหยียนก้าวถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว ไม่อย่างนั้นมือของจิ่งเป่ยเฉินอาจจะบีบคอของเธอเอาได้!
เธอพูดอย่างเฉยเมย “ประธานจิ่ง คุณไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่ออกไปพูดมั่วซั่ว ไม่สิ ฉันจะไม่พูดและเปิดเผยความลับเด็ดขาด ฉันไม่ต้องการรางวัลอะไรจากคุณด้วย นักแสดงหญิงบางคนก็ไม่ได้อยา ากจะใช้เส้นสาย แต่อยากจะประสบความสำเร็จด้วยฝีมือของตัวเอง!”
จิ่งเป่ยเฉินเผยอริมฝีปากออก “หนีไปจากที่นี่”
“มีสิทธิ์อะไร? ถึงคุณจะมีอำนาจเงินทอง แต่ฉันก็มีสิทธิมนุษยชนใช่ไหม? ฉันถ่ายงานที่อื่นมาปีกว่าแล้ว ไม่ปรากฏต่อหน้าคุณหรอก และจะไม่ไปให้ภรรยาคุณเห็นด้วย ถ้าหากว่าคุณรู้สึกผิดต ต่อภรรยาของคุณจริง ตอนนี้คุณควรจะไปขอโทษเธอและยอมรับความผิดที่ตัวเองทำ!” เธอกำกระเป๋าโทรศัพท์แน่น “ฉันขอตัวก่อน จิ่งเป่ยเฉิน ต่อจากนี้ไม่ต้องตามหาฉันแล้ว ทำเหมือนว่าไม่เคย ยเกิดขึ้น ต่างคนต่างโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ฉันก็แค่เสียเปรียบเท่านั้นเอง!”
“แต่ว่า……ประธานจิ่ง คุณเก่งเรื่องบนเตียงจริง ๆ ไม่รู้เป็นเพราะว่าฉันไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า” เย่มู่เหยียนพูด ก่อนจะเดินจากเขาไป
ท่าทางที่เย็นชาอยู่ตรงหน้าเธอ ถ้าหากว่าเธอไม่ไป เธอรู้สึกว่าตัวเองคงจะทนไม่ไหวอีกต่อไป
ทั้งที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งแล้ว คาดว่าจิ่งเป่ยเฉินจะเชื่อว่าพวกเขานั้นมีความสัมพันธ์กันจริง ๆ ในอนาคต
เย่มู่เหยียนเดินออกไปจากห้องโถงและนั่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว
จิ่งเป่ยเฉินยังคงยืนอยู่ที่เดิม แม้จะมีแสงไฟสลัว ๆ สาดส่องเข้ามาในห้อง แต่ร่างกายของเขากลับแผ่กระจายไปด้วยไอเย็น
ภายในหัวนั้นคิดถึงแต่คำพูดของเธอเมื่อครู่ แต่กลับนึกสถานการณ์ในวันนั้นไม่ออก หรือว่าเขานั้นเมามากจริง ๆ
ประตูด้านหลังถูกเปิดเข้ามา ฉีเซิ่งเทียนมองแผ่นหลังของจิ่งเป่ยเฉินที่ยืนแน่นิ่งตัวตรงราวกับต้นสนยามที่ลมไม่พัดผ่าน