อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 469 เจรจาล้มเหลว
ตอนที่ 469 เจรจาล้มเหลว
เขาเพิ่งเห็นรถของเย่มู่เหยียนขับออกไป แต่ว่าเขาเพิ่งจะมาถึง
คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้!
นี่มันสถานการณ์อะไรกัน เจรจาล้มเหลวงั้นเหรอ?
นอกจากอันโหรวแล้วยังมีผู้หญิงที่พี่เฉินไม่สามารถจัดการได้อยู่อีกเหรอ?
“พี่เฉิน พี่…….” ฉีเซิ่งเทียนมองไปที่ใบหน้าของเขา ก่อนจะกลืนคำพูดของตัวเองไปหลายคำ
ดูเหมือนว่าการเจรจาที่ล้มเหลวครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วสิ พี่เฉินตอนนี้เหมือนถูกยั่วโมโหเลย!
เสียงที่เย็นชาดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบอีกครั้งหนึ่ง “นายคิดหรือเปล่าว่าฉันกับเธอเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“หรือว่าจะไม่มี?” ในค่ำคืนนั้นภาพเหตุการณ์ยังคงติดตาเขาอยู่เลย
มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปในห้อง ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน ถึงพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
“ไม่ใช่”
“พี่เฉิน เรื่องแบบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเรื่องราวมันจะใหญ่โต ช่วงนี้พี่สะใภ้ดูอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเก่า ทางที่ดีพี่รีบจัดการเรื่องนี้ก่อนดีกว่า” ความรักเป็นความรู้สึก กที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่ปัญหาที่สำคัญกว่านั้นก็คือการทำยังไงให้เข้าใจ
หากไม่แก้ไขให้เข้าใจแล้วละก็ มันจะกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ!
“พี่เฉิน ผู้หญิงคนนั้นพูดว่ายังไงบ้าง? เธอต้องการให้พี่รับผิดชอบหรือเปล่า?” เมื่อครู่นี้สีหน้าของเย่มู่เหยียนดูไม่ค่อยดีเท่าไร ถ้ารู้แบบนี้แต่แรกเขาเข้ามาฟังด้วยก็น่าจะดี
แต่ตอนนี้มันสายไปแล้วที่จะมาทำเรื่องแบบนั้น
“ไม่เลย”
“ไม่ต้องการให้พี่รับผิดชอบ เล่นแบบนี้หมายความว่า…….ต้องการจะพัวพันงั้นเหรอ!” ฉีเซิ่งเทียนอยู่วงการแบบนี้มานาน รู้จักผู้หญิงหลายคนที่คิดอยากจะเข้าหาจิ่งเป่ยเฉิน ซึ่งเขานั้นก็ย ยังคงมีสภาวะไม่รู้ใบหน้าผู้หญิงเหล่านั้น
จะว่าไปแล้วบางทีครั้งหน้าช่วงที่เจอกันอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหน้าของเย่มู่เหยียนเป็นยังไง
“พี่เฉิน พี่ต้องระวังไว้ด้วยนะ! ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ง่ายเลย!” หากไม่มีภูมิหลัง ไม่มีคนหนุน เป็นไปไม่ได้แน่ที่จะมายืนอยู่ในวงการบันเทิงแบบนี้ เพราะอย่างน้อยก็ต้อง มีอะไรแอบแฝง ต้องคอยเฝ้าระวังเอาไว้ให้ดี
การจะจับอะไรแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าคิดอยากจะเล่นกับพวกเขา!
เดิมทีใบหน้าของจิ่งเป่ยเฉินก็มืดดำดิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น ไม่ช้าเขาก็หันหลังและเดินออกไป
ฉีเซิ่งเทียนเดินตามเขามาติด ๆ ก่อนจะพูดว่า “พี่เฉิน ผมพูดไปแล้ว พี่ต้องคิดดี ๆ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม หรือถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวพี่แล้ว”
บางทีพระเจ้าอาจกำลังเฝ้ามอง ขออย่าให้เป็นเหมือนพี่สะใภ้เลย อัตราการให้กำเนิดพร้อมหนีหายก็ค่อนข้างสูง ถ้าหากมีลูกเข้าไปอีก หลังจากนี้คงได้ครึกครื้นกันใหญ่โตแน่ ๆ
เมื่อกลับไปที่รถ ฉีเซิ่งเทียนก็รู้สึกว่าในรถไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ก็ได้ เพราะรอบ ๆ ตัวของเขาเผยอารมณ์ที่เย็นยะเยือกออกมาอยู่แล้ว
ฉีเซิ่งเทียนคิดอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำได้แค่คิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะขับรถอย่างจริงจังออกไป
ตอนนี้พี่เฉินกำลังหดหู่ เพราะถูกผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาร่วมหลับนอน ด้วยอารมณ์ของพี่สะใภ้ ถ้าหากรู้เข้าละก็ มีหวังได้หย่ากันจริง ๆ แน่
เขาที่คิดอยากจะปลอบจิ่งเป่ยเฉิน แต่ถ้าหากไม่สารภาพความจริงพวกนั้นก็มีแต่ต้องปิดบังไปชั่วชีวิต อีกอย่างในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จะเก็บไว้ได้ตลอด และไม่สามารถรับประกันได้ว่าสัก กวันหนึ่งจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
ไม่สิ ไม่ว่ายังไงเรื่องนี้ก็จำเป็นต้องจัดการแก้ไขให้เร็วที่สุด
ผู้หญิงคนนั้นเป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าหากจู่ ๆ เธอหายไปละก็ นั่นจะเป็นปัญหาที่มากขึ้นไปกว่าเดิม และสื่อคงจะไม่มองข้ามมันอีกต่อไป
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของถังซั่วกับเขาเองก็มีปัญหา ให้ตายสิ ปัญหานี้มันชักจะวุ่นวายเกินไปแล้ว!
อีกอย่างเรื่องนี้ทั้งหมดเป็นความผิดของเขาเอง ถ้าหากวันนั้นเขาไม่พาจิ่งเป่ยเฉินไปที่บาร์เพื่อดื่มปลอบใจ ถ้าเขาไม่โทรหาถังซั่ว หรือแม้แต่ถ้าเขาไม่พาถังซั่วออกไป เรื่องที่เก กิดขึ้นกับจิ่งเป่ยเฉินก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น
ตลอดทางที่ไปบริษัทจิ่ง ทั้งสองคนไม่พูดไม่จาใด ๆ ทั้งสิ้น จิ่งเป่ยเฉินเดินขึ้นไปบนอาคาร พนักงานต่างก็ทักทายด้วยความเคารพ ทั้งยังรู้สึกได้ว่าตอนนี้บิ๊กบอสเหมือนเครื่องทำความเย็ นเคลื่อนที่ ดูเหมือนเขาน่าจะโกรธอีกแล้ว ว่าแต่ใครเป็นคนทำกัน?
ทั้งสองคนออกจากลิฟต์มาด้วยกัน ฉีเซิ่งเทียนเดินตามหลังจิ่งเป่ยเฉินไป เฝ้ามองดูท่าทีของเขาที่สงบมากขึ้น ในที่สุดก็จบแล้วสินะ
ครั้งนี้ได้ตายแน่ ๆ
แต่ถ้าหากพี่สะใภ้ไม่รังเกียจ?
พี่เฉินเองก็ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิดเดียว เขารู้สึกเสียใจ กังวลใจ เป็นทุกข์ ทุกอย่างเป็นเรื่องที่ผิดพลาด จะได้รับการอภัยหรือเปล่านะ?
จิ่งเป่ยเฉินเดินเข้าไปในห้องทำงาน ฝีเท้าของเขาหยุดลงชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองด้านหลังของฉีเซิ่งเทียนโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“พี่เฉิน พี่ทำอะไรอยู่?” เขาหยุดที่หน้าประตูห้องทำงาน ไม่ยอมก้าวเดินเข้าไป หรือว่าจู่ ๆ เขาก็จำห้องทำงานของตัวเองไม่ได้กัน?
เพียงแต่เมื่อเขามองเข้าไปในห้องก็เห็นอันโหรวกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ของจิ่งเป่ยเฉิน ไม่ช้าก็ลุกขึ้นและเดินมาหาพวกเขา
“พี่สะใภ้ พวกเราเพิ่งออกไปพบลูกค้ามา กลับมาเมื่อกี้เอง ร่างกายพี่เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นหรือเปล่า?” จู่ ๆ เธอก็ปรากฏตัวขึ้นที่บริษัทแบบนี้…
หลินจือเซี๋ยวไม่โทรบอกเขาเลยสักคำ การที่ทิ้งเธอไว้ที่บ้านนั้นดูท่าจะไร้ประโยชน์
อันโหรวมองไปที่ใบหน้าที่เคร่งขรึมของจิ่งเป่ยเฉิน ก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ดีขึ้นเยอะแล้ว”
แต่สีหน้าของเขาไม่สู้ดีเลยสักนิดเดียว!
เธอเดินเข้าไปหาจิ่งเป่ยเฉินและยืนมองหน้าเขานิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า “ลูกค้าผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ?”
“พี่สะใภ้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ! ผมจะช่วยอยู่กับเขาแทนพี่เอง!” ฉีเซิ่งเทียนพูดจบก็คล้ายราวกับควันไฟที่จางหายไป
เพราะเมื่อสองสามีภรรยาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องทำงาน ประตูห้องทำงานก็ได้ปิดลง จิ่งเป่ยเฉินเข้าไปโอบที่เอวของเธอ ก่อนจะก้มหัวลง “ไม่อยู่บ้านแบบนี้ มาที่บริษัททำอะไรงั้นเหรอ?”
“คิดถึงนาย” เธอยิ้มและรู้สึกโล่งใจที่เห็นเขาไม่เป็นไร
“ฉันเองก็คิดถึงเธอ” เมื่อมองไปที่ปากเล็ก ๆ ของเธอ อารมณ์หดหู่ใจของเขาก็ได้ระเบิดขึ้น
ไม่ช้าก็ดึงเธอเข้ามาจูบ แต่อันโหรวยังไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ
“นายหงุดหงิดเหรอ?”
ไม่ช้าเขาก็เข้าไปกอดเธอแน่นขึ้นและดึงเธอมาซบตรงร่องแขน “คิดถึงเธอเท่านั้นเอง”
“จิ่งเป่ยเฉิน นายรู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่านายชอบตัวติดคน”
ก่อนหน้านั้นก็ยังพอว่า แต่หลังจากที่เธอแท้งก็ดูเหมือนจะตัวติดกันตลอด
“แค่เธอเท่านั้นแหละ” จริง ๆ แล้วเวลาใดที่เธอคิดจะไปไหน เขาก็จะพาไป ไม่คิดอยากจะแยกกับเธอเลยสักนิดเดียว
เพราะก่อนหน้านั้นตอนที่เธอแยกจากเขาเป็นเวลานาน เขารู้สึกว่าทนไม่ได้แน่ ๆ ถ้าหากต้องแยกกับเธออีกครั้งหนึ่ง
ในใจของอันโหรวรู้สึกซาบซึ้งขึ้นมาทันที สามีรักเธอมากขนาดนี้ เธอเองก็ควรจะมีความสุข
“พูดมาสิ ไปทำอะไรที่ไม่ดีมาหรือเปล่า? รู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดปกติไปนะ” เพราะปกติแล้วเขาควรรักษาอารมณ์สุขุม แต่ตอนนี้มันกลับหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
การตั้งท้องของโหรวโหรวที่เกิดขึ้นมันหายไปหมดแล้ว เด็กไม่อยู่ จิตใจของเธอตอนนี้เลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องเด็กเท่าไรนัก ครั้งนี้เธอเลยรู้สึกอ่อนไหวกับทุก ๆ อย่างที่เปลี่ยนไป
วันนี้เขาและเย่มู่เหยียนไม่ได้อยู่ใกล้กัน กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ บนตัวเธอก็ไม่ได้ติดมากับตัวเขามากเท่าไรนัก
แต่เมื่อเข้าใกล้โหรวโหรว จู่ ๆ เธอก็ถามว่าเป็นผู้หญิงหรือเปล่า!
เขาได้แต่เอียงแก้มเล็กน้อยและขยับเข้าไปกระซิบที่หูของเธอเท่านั้น “……..คิดถึงเธอต่างหาก”
“……”
เมื่อคืนก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้ช่วยเขา เธอไม่ควรจะมาที่บริษัทเพื่อตามหาเขาเลย แต่ใจของตัวเองกลับปล่อยวางลงไม่ได้สักที
“นายทำงานหนัก ฉันจะอยู่กับนายเองละกัน คืนนี้กลับบ้านด้วยกันนะ พอดีฉันไม่คิดจะไปไหนพอดี” เธอเองก็ไม่ต้องการที่จะกลับไปเร็ว เพราะอยู่บ้านก็มีแต่คนใช้เท่านั้นที่คอยต้อนรับ บ
“เธออยู่นี่แล้ว จะให้ปล่อยเธอกลับไปได้ยังไง” บิ๊กบอสก้มตัวลง ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมา
และพาไปนั่งบนตักเขา ก่อนจะโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวที่งดงามตอนนี้อยู่ในอ้อมแขน การงานไม่ใช่เรื่องน่าสนใจอีกต่อไป